วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

Strongest Sect of All Times Chapter 149 Bet

Strongest Sect of All Times  Chapter 149 Bet

 นิกายที่แข็งแกร่งที่สุดนิรันดรกาล

Chapter 149 Bet

彩头

 

ตระกูลอ้าย,พลเมือง เมืองชิงหยาง 3.6 ล้านคน อาวุโสนิกายเขาซางซาน,จุนซ่างเซียวต้องหวาดกลัวอีกรึ?

ปรกติแล้วคนของสำนักไท่กู่เจิ้ง,แต่ละคนก็มีจิตใจที่ห้าวหาญอยู่แล้ว.

ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใด ๆ.


ถึงจะไม่มีใครสนับสนุน,จุนซ่างเซียวก็กล้านำคนมาประลอง,ไม่หวาดกลัวอย่างแน่นอน!

ด้วยเหตุนี้,เขาที่เป็นเจ้าสำนัก,ต่อหน้ากลุ่มอิทธิพลของเมืองชิงหยาง,และเหล่าพันธมิตรร้อยสำนักกว่า 50 ,เขาจึงเป็นคนเอ่ยขอประลองกับสำนักเห่าฉีอย่างเป็นทางการก่อน.

“กึก ซี่!”

ฉินเห่าหรานที่กำหมัดแน่น,กัดฟันด้วยความเกลียดชัง,”สำนักเห่าฉีขอรับคำท้า!”

ประมุขอ้ายที่สนับสนุนจุนซ่างเซียว,ยิ่งทำให้เขาโกรธเกรี้ยวมากยิ่งขึ้น.

ในเวลานี้พวกเขาต้องการออกไปประลอง,ทุบตีศิษย์ไท่กู่เจิ้งให้หนัก,เพื่อระบายความเกลียดชังในใจ.

อาวุโสนิกายเขาซางซานที่สนับสนุนอีกฝ่ายด้วยอย่างงั้นรึ?

ขอโทษด้วย,นี่คือการประลอง,ถึงจะอยู่ข้างสำนักไท่กู่เจิ้งแล้วไง,ทำได้แค่มองดูเท่านั้น.

ผู้นำฉินที่กำลังครุ่นคิด.

หวังตงหลินที่ปรากฏตัวขึ้นที่นี่,แม้นว่าจะแสดงออกว่าสนับสนุน,แต่ก็ไม่มีทางที่จะเข้ามาวุ่นวายในการประลองได้แน่.

“ฟิ้ว!”

ผู้นำฉินที่โบกมือ,ก้าวลงจากแท่นห้องโถง,ไปหยุดที่ลานยุทธ์.

“ฟิ้ว! ฟิ้ว!”

ศิษย์กว่าพันคนที่ออกมาจากลานด้านใน,เข้าแถวอยู่ด้านหลัง,ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก.

ศิษย์สองแถวด้านหน้ามี 20 คน,ที่จ้องมองไปยังหลี่ชิงหยางและศิษย์คนอื่น ๆ,ด้วยแววตาจริงจัง,แม้แต่เผยความเหยียดหยามออกมา.

แน่นอนว่าพวกเขาก็คือศิษย์ระดับสูงของสำนักเห่าฉีนั่นเอง.

 

โดยเฉพาะสิบคนด้านหน้า,เป็นศิษย์สายตรงที่ฉินเห่าหรานฝึกฝนเป็นพิเศษ,รากวิญญาณและพลังบ่มเพาะไม่เลวอยู่แล้ว.

“น่าประหลาดใจจริง ๆ.”

จุนซ่างเซียวที่ลอบคิดอยู่ในใจ,”ศิษย์สำนักเห่าฉีมีสามคนที่มีรากวิญญาณระดับสูงด้วย.”

ด้วยแว่นตากันแดดหรูหราที่มีฟังก์ชันตรวจสอบ,เขาสามารถที่จะวิเคราะห์ความสามารถของสิบศิษย์สายตรงสำนักเห่าฉีว่ามีพรสวรรค์และพลังบ่มเพาะเท่าใดอย่างชัดเจน.

รู้เขารู้เรา,รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง.

ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อกลุ่มของหลี่ชิงหยางและศิษย์คนอื่น ๆปิดด่าน,เขาได้สั่งให้หอฝนพรำตรวจสอบรายระเอียดของพวกเขามาก่อนหน้าแล้ว.

ไม่ได้คลาดเคลื่อนแต่อย่างใด.

พวกเขามีศิษย์ที่มีรากวิญญาณระดับสูงสามคน,และมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา.

ในบรรดาศิษย์สายตรงที่ยืนอยู่ด้านหน้าสิบคน.

จากซ้ายไปขวา,สามคนที่มีรากวิญญาณระดับสูง,มีพลังบ่มเพาะอาจารย์ยุทธ์ขั้นหนึ่งและอีกสองคนมีระดับศิษย์ยุทธ์ขั้นปลาย.

ส่วนอีกเจ็ดคนแม้นว่าจะมีรากวิญญาณขั้นกลาง,ทว่าพลังบ่มเพาะก็ไม่เลว,มีสามคนมีระดับศิษย์ยุทธ์ขั้นเก้าและอีกสี่คนมีระดับศิษย์ยุทธ์ขั้นแปด!

นี่ใกล้จะเท่านิกายระดับห้าแล้ว,กับศิษย์ที่มีรากวิญญาณระดับสูงสามคน,แม้แต่คนหนึ่งยังมีระดับอาจารย์ยุทธ์,ถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา.

ทว่า,พวกเขาไม่มีศิษย์ที่มีรากวิญญาณระดับสุดยอด.

ความจริงถึงจะเป็นนิกายระดับห้า,การจะมีศิษย์ที่มีรากวิญญาณระดับสุดยอด,อย่างมากสุดก็คงแค่คนเดียว.

หากเซียวจุ้ยจื่อรากวิญญาณไม่ถดถอย,นิกายระดับสี่และระดับห้าคงจองตัวไว้แล้ว,หรืออาจจะมีนิกายระดับสองหรือสามเข้ามาแย่งด้วย.

ส่วนรากวิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์,คงมีเพียงแค่นิกายศักดิ์สิทธิ์ชั้นหนึ่งเท่านั้นที่จะมีได้.

ส่วนรากวิญญาณะดับเทวะ,นี่คือคนคนที่สวรรค์โปรดปราณให้มีชะตาที่ยิ่งใหญ่,ผ่านมานานแล้วแทบจะไม่ปรากฏตัว,แต่หากปรากฏขึ้นมาก็หมายความว่ามีชะตาให้กลายเป็นราชันย์,ผู้จะยืนอยู่เหนือสิ่งมีชีวิตทั้งมวล.

เมื่อเทียบสำนักเห่าฉี.

สำนักไท่กู่เจิ้งที่มีหลี่ชิงหยาง,เซียวจุ้ยจื่อและเย่ซิงเฉิน,ที่มีรากวิญญาณระดับสูง,เทียบแล้วก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่ากัน.

จะอ่อนแอหรือแข็งแกร่ง,แน่นอนยังมีอีกหลายสิ่งที่นำมาวัด.

ไม่สามารถพูดถึงความแข็งแกร่งโดยรวมได้,เพราะอีกฝ่ายมีจำนวนศิษย์มากกว่าพันคนแตกต่างกับพวกเขามากมายนัก.

ไม่ต้องรีบร้อน,ไม่ต้องกังวลไป.

เส้นทางนี้ยังอีกไกล,ไม่มีใครอ้วนได้เพียงแค่กินอาหารเพียงคำเดียว.

“เจ้าสำนักจุน.”

ฉินเห่าหรานที่กล่าวออกมาอย่างนุ่มนวล”ต้องการประลองอย่างไร?”

จุนซ่างเซียวเอ่ย,”ข้าส่งศิษย์ออกไปเจ็ดคน,สำนักเห่าฉีก็ส่งศิษย์ออกมาเจ็ดคนเช่นกัน,ประลองกันทีละคู่ใครชนะสี่ก่อนถือว่าได้รับชัยเป็นอย่างไร?”

“ตกลง.”ฉินเห่าหรานที่ไม่มีความเห็นอื่น.

ในเมื่อนี่เป็นการประลองที่ตรงไปตรงมา,เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ศิษย์ทั้งหนึ่งพันออกโรง.

”.”

เขาที่หยุดชั่วครู่,ก่อนที่จะเผยยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา,”ในเมื่อนี่คือการประลอง,ก็ควรจะมีการเดิมพันดีหรือไม่?”

จุนซ่างเซียวที่สีจมูกกล่าวออกมาว่า,”ผู้นำฉินต้องการเดิมพันอะไรล่ะ?”

ฉินเห่าหรานกล่าว,”การประลองในครั้งนี้,หากสำนักเห่าฉีของข้าชนะ,รบกวนเจ้าสำนักจุนอยู่ทำความสะอาดคอกมาให้สะอาดสักหนึ่งปีเป็นอย่างไร.”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า.”

เฉินถงที่หัวเราะออกมาเสียงดัง,”เดิมทีผู้นำฉินก็ขาดคนรับใช้นี้เอง,อ๋า,ข้ารู้สึกว่าเจ้าสำนักจุนดูเหมาะสมจริง ๆ.”

“ทำความสะอาดคอกม้าสำนักเห่าฉี,นับเป็นงานที่ทรงเกียรติ.

เหล่าพันธมิตรที่ส่งเสียงเย้ยหยันกระหน่ำทันที.

เหล่าชาวยุทธ์ที่มาชมการต่อสู้ต้องส่ายหน้า,หากประมุขของสำนักต้องกลายเป็นคนทำความสะอาดคอกม้าจริง ๆล่ะก็,หลังจากนี้คงมองหน้าคนอื่นไม่ติดแน่.

เกี่ยวกับเดิมพัน.

ฉินเห่าหรานได้คิดมาก่อนแล้ว.

ก่อนหน้าเขาต้องการจะให้จุนซ่างเซียวคุกเข่าคำนับขอโทษต่อเขาต่อหน้าทุกคน.

นี่คือการลงโทษ!

ที่บังอาจถอนตัวจากพันธมิตรร้อยสำนัก.

ด้วยประมุขอ้ายและอาวุโสใหญ่นิกายเขาซางซานมาในครั้งนี้,เขาจึงต้องถอยก้าวถึง,ให้ทำความสะอาดคอกม้าแทน.

แม้นว่าจะแตกต่างจากที่คิดไว้,ทว่าเป้าหมายก็เหมือนเดิม,นั่นก็คือการทำลายเกียรติของจุนซ่างเซียว,กระทืบให้จมดิน!

ด้วยวิธีนี้ กับสถานะผู้ปกครองสำนัก,นับเป็นการทำลายเกียรติยิ่งกว่าฆ่าให้ตาย!

ฉินเห่าหรานที่เผยยิ้มออกมา,”เจ้าสำนักจุน,มีความเห็นอย่างไร?”

คิดเห็นอย่างไรอย่างงั้นรึ?

จุนซ่างเซียวเอ่ย,”เปิ่นจั้วยังไม่บอกเดิมพันของตัวเองเลย.”

“เชิญกล่าว.”

ฉินเห่าหรานที่กล่าวแต่ผลเดิมพันของตน,เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าการประลองนี้ผลการต่อสู้มันชัดเจนแล้ว.

จุนซ่างเซียวที่ครุ่นคิดเล็กน้อย,กล่าวออกไปว่า,”การเดิมพันของเปิ่นจั้ว,หากผู้นำฉินพ่ายแพ้,จะต้องไปล้างห้องส้วมของสำนักไท่กู่เจิ้งเป็นเวลาหนึ่งปี.”

“เจ้าสำนัก!”

ซูเซียวโม่ที่โพล่งออกมา,”ผู้นำฉินที่มีสถานะสูง,หากว่ามาล้างห้องน้ำ,แล้วศิษย์จะขี้ออกได้อย่างไร.”

หลี่เฟยกล่าวเสริม,”คิดถึงผู้นำฉินมาล้างห้องน้ำด้วยตัวเองแล้ว,แล้วศิษย์ต้องทำเลอะ,ก็รู้สึกผิดแล้ว.”

“ไอ้โง่,พูดอะไรออกมา!”ศิษย์ของสำนักเห่าฉีที่อดไม่ได้ตะคอกออกมาทันที.

ซูเซียวโม่ที่มีอารมณ์,”ใครพูดว่าข้าโง่กัน?”

“โง่จนไม่...”ศิษย์ของสำนักเห่าฉีที่หยุดและเปลี่ยนคำพูด,”แกนั่นล่ะไอ้โง่!”

“บัดซบ,มารดาแกสิโง่,ทั้งตระกูลแกโง่,บรรพบุรุษทั้ง 18 รุ่นโคตรโง่!”ซูเซียวโม่ที่ด่าออกมาเป็นชุดทันที.

กับคำพูดที่ถูกพ่นออกมาไม่หยุด,จนอีกฝ่ายด่าไม่ทัน!

ศิษย์ของสำนักเห่าฉีถึงกับหน้าเสีย,ขณะกำลังจะด่ากลับคืน,ฉินเห่าหรานก็ยกมือขึ้นหยุดไว้.

“ชิ.”

พันธมิตรคนหนึ่งที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา,”ปากพวกไพร่,เจ้าสำนักจุนไม่รู้จักสั่งสอนศิษย์บ้างรึ?.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย,”ตาแก่,เจ้าไม่ได้ยินรึว่าศิษย์สำนักเห่าฉีเป็นคนด่าคนอื่นก่อน,เป็นเรื่องทั่วไปที่ศิษย์ของข้าต้องตอบโต้,อีกอย่างทุกคนในโลกนี้ไม่เท่าเทียมกันอย่างงั้นรึ?”

คำพูดของปราชญ์ที่กล่าวว่าทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน.

ทุกคนมีความเป็นคนเหมือน ๆ กัน.

ในทวีปซิงหยุน,ไม่มีใครแบกแยกชนชั้น,ว่าใครเหนือหรือด้อยกว่ากัน.

“ผู้นำฉิน,เดิมพันของข้าล่ะว่าอย่างไร?”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

ฉินเห่าหรานที่ยกมือประสานอก,กวาดตามองผู้ชมรอบ ๆกล่าวออกมาว่า,”ทุกท่านโปรดเป็นพยาน,การเดิมพันของสำนักเห่าฉีและสำนักไท่กู่เจิ้งในครั้งนี้ด้วย.”

“ผู้นำฉิน,โปรดวางใจ,ทุกคนล้วนแต่เป็นพยาน.”เหล่าชาวยุทธ์ที่ชื่นชอบชมเรื่องสนุกตะโกนออกมาเสียงดัง,”ใครที่ไม่รักษาคำพูด,ล้วนแต่ถูกรังเกียจจากทุกคนทั่วยุทธภพ,ใครที่ผิดสัญญา,พวกเราทุกคนพร้อมร่วมมือกันกำจัดให้สิ้น!”

“ถูกแล้ว!”

เสียงสนับสนุนของทุกคนที่ดังขึ้น.

“ฟิ้ว!”

ฉินเห่าหรานที่รู้สึกพึงพอใจ,ยกมือประสานกล่าวออกไป,”เจ้าสำนักจุน,เชิญ!”

“ฟิ้ว! ฟิ้ว!”

ศิษย์ของสำนักเห่าฉีกระจายออกไปในทันที,โค้งเป็นครึ่งวงกลมรอบ ๆลานยุทธ์,ซึ่งอีกครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่สำหรับชาวยุทธ์คนอื่น ๆ,ที่จะสามารถมองเห็นการต่อสู้ได้อย่างสะดวกนั่นเอง.


ที่มา https://lnmtl.com/novel/strongest-sect-of-all-times

#นิยายแปล #Strongest Sect of All Times #นิกายที่แข็งแกร่งที่สุดนิรันดรกาล.
Author(s)
Goodbye Jianghu


เข้ากลุ่มลับ VIP ====> Click


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น