วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Magic Chef of Ice and Fire novel Chapter 2.1 – The Demon Chef, Zha Ji

Magic Chef of Ice and Fire novel Chapter 2.1 – The Demon Chef, Zha Ji

นิยาย พ่อครัวจอมเวทย์ ตอนที่ 2-1 กุ๊กอสูร,ซาไจ๋


บทที่ 2-1 กุ๊กอสูร,ซาไจ๋


MCIF Chapter 2.1




Zha Ji bitterly laughed, “How could an old man like me with a pair ruined hand tendons possibly do to you?”
ซาไจ๋หัวเราะอย่างขื่นขม."ชายแก่อย่างข้านั้นด้วยแขนที่พิการเส้นเอ็นขาดจะไปทำอะไรเจ้าได้อย่างไรล่ะ?"

Nian Bing looked at Zha Ji, the panic in his eyes calmed a bit, and probingly asked, “Grandpa, why, why your hands like that?”
เหนี่ยนปิงจ้องมองไปที่ซาไจ๋,ด้วยสายตาที่ตื่นตระหนก เริ่มที่จะใจเย็นลงเล็กน้อย,และสอบถามเพื่อตรวจสอบ,"ท่านตา,ทำไม,ทำไมแขนท่านจึงได้เป็นเช่นนั้น?"



Zha Ji pulled on Nian Bing, motioning him to sit and sadly sighed, “Let Grandpa tell you a story, a story about what happened to my own body. After you finish listening, you will understand why I was so excited when I saw you use magic.” After saying this, he looked into the darkness outside beyond the door, his eyes growing hazy.  ”
ซาไจ๋ดึงเหนี่ยนปิงเข้ามา,จับเขาให้นั่งลงและทอดถอนใจอย่างเศร้าสร้อย,"ให้ตาคนนี้ได้เล่าเรื่องสักเรื่อง,เรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับร่างกายของข้า,หลังจากเจ้าฟังจบแล้ว,เจ้าจะเข้าใจว่าทำไมข้าถึงได้ตื่นเต้นเมื่อได้เห็นเจ้าใช้เวทย์มนต์."หลังจากที่เขากำลังเล่า,เข้าจ้องมองไปในความมืดที่อยู่ภายนอกประตู,ดวงตาของเขาส่องแสงประกายมัวหมอง.


“In our Yang Guang Continent, we had experienced a period of war lasting three hundred years. Approximately seventy years ago, the entire continent entered a time of peace, and five great empires began to form, dividing the continent’s territories. Apart from a few special regions out of reach, all of the land have become territory of the five Great Empires. After a baptism in three hundred years of war,, the people needed to recover. These past decades, industry and agriculture had continuously developed. Although there have been disputes between the five great empires, they are considered to be at peace.”
"ภายในทวีปหยวนกวงของพวกเรานั้น,พวกเราได้ประสบกับยุคหลังสงครามมาสามร้อยปี,ประมาณเจ็บสิบปีที่ผ่านมา,ทั่วทั้งทวีปได้เข้าสู่ยุคแห่งความสงบสุข,และห้าอาณาจักรเริ่มสร้างระบบ,แบ่งแยกภาคพื้นทวีปที่ถูกจัดสรร,นอกเหนือจากดินแดนพิเศษไม่กี่แห่งที่เกินกว่าจะเข้าถึงล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรทั้งห้า,หลังจากว่างเว้นมาจากสงครามสามร้อยปี,เหล่าผู้คนก็ได้รับการฟื้นฟู,เวลาผ่านมาหลายทศวรรษ,อุตสาหกรรมและการเกษตรได้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง,แม้ว่าจะมีการโต้แย้งกันบ้างระหว่างห้าอาณาจักรใหญ่ทั้งห้า,พวกเขาก็เลือกแนวทางอย่างสันติ."


Nian Bing nodded his head, saying, “The five great empires you mentioned were the Profound Orchid Empire in the east, the Strange Lu Empire in the southeast, the Harmonic Flower Empire in the southwest, the Bright Tree Empire in the northwest, and the Ice Moon empire in the north.
เหนี่ยนปิงพยักหน้าของเขา,แล้วกล่าวออกมาว่า"ห้าอาณาจักรใหญ่ทั้งห้าท่านหมายถึง อาณาจักรกล้วยไม้ลึกล้ำ ทางทิศตะวันออก,อาณาจักรหยกพิสดาร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้,อาณาจักรผกาก้อง ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้,อาณาจักรนทีเฉิดฉาย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและอาณาจักรจันทราเหมันต์ ทางทิศเหนือ."


Zha Ji nodded and continued, “Correct, those are the five great empires. I was born in the Strange Lu Empire in the southeast. During my childhood, my household was very poor, and food was scarce; we often missed meals. I remember I had once asked my mother if there would ever be a time we would have enough cornbread to eat until we were full. She held me and cried. Even now I clearly remember.
ซาไจ๋พยักหน้าและกล่าวต่อ,"ถูกต้อง,เหล่านั้นคืออาณาจักรใหญ่ทั้งห้า,ข้าเกิดที่อาณาจักรหยกพิสดาร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้.ระหว่างที่ข้ายังเด็กนั้น,บ้านของข้ายากจนเป็นอย่างมาก,และอาหารก็ไม่เพียงพอ,พวกเราต้องอดอาหารกันบ่อยๆ,ข้าจำได้ครั้งหนึ่งข้าได้ถามแม่ของข้าถ้าหากมีเวลาสักหน่อยพวกเราก็จะมีขนมปังกินเพียงพอจนพวกเราอิ่ม.หล่อนกอดข้าและร้องไห้,แม้แต่ตอนนั้นข้าก็จำได้อย่างชัดเจน.

At the time, my greatest ambition was to be able to eat delicious delicacies every day and to be able to make the greatest dishes and let my mother eat it. Later, I had strived with great effort to diligently pursued this goal. Unfortunately, my parents had passed away from plague before I had the ability to care for them. Perhaps it were the Gods taking pity on me. When I was thirteen years old, I had met my master. At the time, because my home was poor and I was also very young, I had become an apprentice at a restaurant. It was also what I was most wanting to do.
ในเวลานั้น,ข้ามีความใฝ่ฝันที่ยิ่งใหญ่มากเพื่อที่จะสามารถได้กินอาหารที่อร่อยทุกๆวันและสามารถที่จะทำอาหารจานพิเศษให้กับท่านแม่ของเข้าได้กินด้วย,หลังจากนั้น,ข้าได้ตั้งเป้าพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะไล่ตามเป้าหมายนี้,แต่น่าเสียดายที่พ่อแม่ของข้าได้เสียชีวิตไปก่อน จากโรคระบาดก่อนที่ข้าจะมีความสามารถเพียงพอดูแลพวกเขา,บางทีอาจจะเป็นเพราะเทพเทวาที่สงสารข้า,เมื่อข้าอายุได้สิบสามปี,ข้าก็ได้พบกับอาจารย์ของข้า,ในเวลานั้น,เพราะว่าทางบ้านของข้ายากจนและก็ยังเด็กจนเกินไป,ข้าจึงได้กลายมาเป็นเด็กฝึกงานที่ร้านอาหาร,มันเป็นสิ่งที่ข้าต้องการมากที่สุดเลยที่ได้ทำ.


My master was the head chef at that restaurant. In order have the opportunity to learn the culinary arts that I yearned for, I had been extremely hardworking, impressing everyone in the restaurant. Our restaurant was named Qi Xiang (Wonderful Fragrance). It was the most famous restaurant in the Strange Lu Empire. My master had seen my diligence and had begun to teach me a few simple culinary arts. I could not be considered smart but I was awfully diligent.
อาจารย์ของข้านั้นเป็นหัวหน้าพ่อครัวที่ร้านอาหารนั่น,เพื่อที่จะมีโอกาสในการเรียนรู้ศิลปะการทำอาหารที่ข้าได้ไฝ่ฝัน,ข้าจึงได้ทำงานอย่างหนัก,สร้างความประทับใจกับทุกๆคนในร้านอาหารนั่น,ร้านอาหารของพวกเรามีชื่อว่าฉีเซี่ยง(กลิ่นหอมอันยอดเยี่ยม).เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอาณาจักรหยกพิสดาร.อาจารย์ของข้าได้เริ่มมองเห็นความขยันขันแข็งของข้า,จากนั้นก็เริ่มที่จะสอนศิลปะการทำอาหารไม่กี่อย่างง่ายๆให้กับข้า,ถึงข้าจะเป็นคนที่ไม่ได้ฉลาดอะไรนัก,แต่ว่าก็มีความขยันขันแข็งที่สุดยอด.

 Like they say, hard work can overcome lack of talent. After three years, I had finally been promoted from an apprentice to the chef in charge of side dishes. One day, master called me out to a secluded place. He said to me, “If you want to learn the culinary arts well, then only being hard working is not enough. Comprehension is also required. Carefully observe the dishes you cook. Cooking isn’t such a simple task but rather that of profound knowledge.
ดั่งที่พวกเขาว่า,การทำงานหนักนั้นสามารถทดแทนพรสวรรค์ที่ขาดได้.หลังจากนั้นสามปี,ในที่สุดข้าก็สามารถเลื่อนระดับจากเด็กฝึกงานไปเป็นผู้ช่วยหัวหน้าพ่อครัว,วันหนึ่งอาจารย์ของข้าเรียกข้าออกไปเพียงลำพัง.เขาบอกกับข้าว่า,"ถ้าเจ้าต้องการที่จะเรียนรู้ศิลปะการทำอาหารที่ดีนั้น,แค่เพียงฝึกฝนอย่างหนักนั้นยังไม่เพียงพอ,ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการ,จงใคร่ครวญสังเกตอาหารแต่ละจานที่ทำออกมา,การปรุงอาหารนั้นไม่ใช่งานที่จะทำอย่างเรียบงานแต่มันค่อนข้างที่จะต้องมีความรู้อย่างลึกซึ้งด้วย.


 He taught me eight teachings for me to complete. Then I practiced cooking for ten years, ten years comprehending cooking. Those eight teachings, even today I still remember. I went through an unceasing effort to understand them. When I was twenty three years old, my culinary arts had reached the end of its journey, but my master had passed away from illness that year. From beginning to end, I continuously kept master’s eight teachings in mind. That is why I renounced the opportunity to inherit master’s position at the Qi Xiang restaurant and resigned from my duties.
เขาได้สอนแปดหลักคำสอนแก่ข้าจนสำเร็จ.จากนั้นข้าก็ได้ฝึกฝนการทำอาหารอีกสิบปี,สิบปีเพื่อเข้าใจในการทำอาหารอย่างลึกซึ้ง.ด้วยแปดหลักคำสอนนั้น,แม้แต่วันนี้ข้ายังจำได้ดี.ข้าได้ใช้ความพยายามอย่างไม่ย่อท้องเพื่อที่จะเข้าใจพวกมัน,เมื่อข้าอายุได้ยี่สิบสามปี,ศิลปะการทำอาหารของข้าก็ได้ไปถึงจุดสิ้นสุดของการเดินทางการเรียนรู้.ทว่าอาจารย์ของข้าก็ได้ตายไปในปีนั้นด้วยจากการเจ็บป่วย,การเริ่มต้นจากจุดสิ้นสุดนั่น,ข้ายังคงจดจำแปดหลักคำสอนของอาจารย์ไว้ในจิตใจ.นั่นเป็นเหตุว่าทำไมข้าถึงได้สืบทอดตำแหน่งของอาจารย์ในภัตตาคารฉีเซี่ยงและออกมาจากการทำงานหน้าทีเดิมของข้า.
With my kitchen knife in hand and my meager savings on my belt, I set foot on my own path. I wanted to travel all over the Yang Guang Continent and learn every region’s various culinary arts.”
ด้วยมีดทำครัวที่อยู่ในมือของข้าและมันไม่เพียงพอที่จะรักษาตำแหน่งของข้าไว้,ข้าได้เดินไปในเส้นทางของตัวเอง.ข้าต้องการที่จะเดินทางไปทั่วทั้งทวีปหยางกวงและเรียนรู้ทุกๆอย่างของศิลปะอาหารจากทุกดินแดน."


Saying this, Zha Ji eyes were shining. It seemed that he had again returned to his glorious beginnings. Sighing, he continued, “Ten years. Another ten years. Those ten years truly had allowed me to comprehend the true essence of the culinary arts. In those ten years, I traveled to every famous restaurant, and compared our culinary arts with each and every single one of them, continuing the progress of my comprehension. Then finally, I had perfected my own style of cooking. Later, because my culinary arts had already reached the realm the Gods craftsmanship, people gave me the title, Demon Chef.
การพูดนั่น,ดวงตาของซาไจ๋เป็นประกาย,ดูเหมือนว่าเขานั้นจะเริ่มได้กลับไปสู่ความรุ่งโรจอีกครั้ง,เขาทอดถอนใจ,พร้อมทั้งกล่าวว่า."สิบปี,หลังจากนั้นสิบปี.สิบปีอย่างแท้จริงได้ทำให้ข้าเข้าใจในแก่นของศิลปะการทำอาหารอย่างแท้จริง.ในสิบปีนี้,ข้าได้ท่องเทียวไปยังภัตตาคารที่มีชื่อเสียงมากมายและเทียบเคียงศิลปะการทำอาหารทีละคนๆกับพวกเขาเหล่านั้น,ทำให้พัฒนาการความเข้าใจในการทำอาหารของข้าเพิ่มขึ้น.ในที่สุดหลังจากนั้น,ข้าก็มีเอกลักษณ์การทำอาหารที่สมบูรณ์. หลังจากนั้น,เพราะศิลปะการทำอาหารของข้าได้ไปถึงดินแดนของหัตถศิลป์แห่งทวยเทพ,เหล่าผู้คนจึงได้มอบฉายาให้กับข้าว่า,พ่อครัวอสูร.

In five consecutive Cooking God Competitions, I obtained five glorious victories, placing first. The dishes I cooked became an emblem of my victory. The five imperial palaces of each empire threw an olive branch towards me, hoping that I would hold the position of head chef at their imperial kitchens. However, all along I felt my own culinary arts were still insufficiently profound.
ในการแข่งขันเทพแห่งอาหารห้าครั้งติดต่อกัน.ข้าได้รับชัยชนะที่เปี่ยมด้วยชื่อเสียงทั้งห้าครั้ง,อาหารจานเด็ดที่ข้าได้ปรุงกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของข้า.พระราชวังทั้งห้าของแต่ละอาณาจักรได้แสดงการผูกมิตรไมตรีกับข้า,ด้วยหวังว่าข้าจะอยู่ในตำแหน่งของหัวหน้าพ่อครัวในห้องครัวของราชวังนั้นๆ.แต่ถึงกระนั้น,ความรู้สึกที่มีทั้งหมดของข้าเกี่ยวกับศิลปะการทำอาหารมันยังไม่ลึกซึ้งเพียงพอ.

 As a result, I continued to explore, wishing to ascend my culinary arts to an even greater realm. Through my continuous travels, I improved. It was a wonderful experience, especially the times I created a new unique, delicious dish. The feeling of those accomplishments were unable to be compared. I dedicated my entire life to the culinary arts. Even until my forty-seventh year, I still hadn’t married.”
สุดท้ายแล้ว,ข้าก็ยังออกค้นหา,ปรารถนาที่จะเพิ่มศิลปะการทำอาหารให้สูงมากกว่าเขตแดนที่มีอยู่.ผ่านการเดินทางอย่างต่อเนื่อง,ข้าได้พัฒนา,กับประสบการที่ยอดเยี่ยม,โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่ข้าสามารถสร้างเอกลักษณ์บางอย่างของอาหารได้,อาหารที่อร่อย,ความรู้สึกที่ทำมันได้สำเร็จนั้นไม่อาจจะเปรียบได้.ข้าได้ถวายทั้งชีวิตของข้าเพื่อศิลปะการทำอาหาร.แม้แต่กระทั้งข้าอายุได้สี่สิบเจ็ดปี,ข้าก็ยังไม่ได้แต่งงาน."




Zha Ji stopped there, and looked at Nian Bing, wholly immersed in his life’s story. He gave a slight smile, saying, “Hard to imagine, huh? This ruined old man also had a glorious side.”
ซาไจ๋หยุดที่ตรงนั้น,และจ้องมองไปที่เหนี่ยนปิง,มันยังฝังลึกอยู่ภายในเรื่องราวของเขา.เขาส่งยิ้มออกมาเล็กน้อย,แล้วกล่าวว่า,"ยากที่จะนึกฝัน.อืม?ชีวิตที่พังทลายของตาแก่ได้พลังทลายลงจากยุคที่รุ่งโรจน์."


Nian Bing gave a blank stare. Although Zha Ji spoke very ordinarily, with Nian Bing’s keen senses, he became aware of the strong sorrow displayed in Grandpa Zha’s voice. “Grandpa, then what about after? What happened afterwards?”
เหนี่ยนปิงจ้องมองด้วยท่าทางงงงวย.แม้ว่าซาไจ๋จะเล่าธรรมดาที่สุด,ด้วยการรับรู้ที่เฉียบคมของเหนี่ยนปิง,เขาก็ตระหนักได้ถึงความเสียใจอันสุดซึ้งที่แสดงออมาจากเสียงของคุณตา."ท่านตา,เช่นนั้นแล้วมีอะไรหลังจากนั้น?มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นรึ?"


Zha Ji said with a bitter smile, “After, honestly, I truly don’t want to recall anything that happened at the time but now I can’t help but remember. The year I turned forty-seven was a major turning point in my life, the year I fell from the sky. Perhaps is was because I had lived forty years without experiencing such an emotion. That year, I actually fell crazily in love with a woman. She was so beautiful, so lively and cheerful. Every one of her movements, every scowl and smile, caused my heart to tremble. At the time, she was only twenty-four years old.
ซาไจ๋ยิ้มออกมาอย่างข่มขื่นแล้วกล่าวว่า,"หลังจากนั้น,พูดอย่างสัตย์จริง,จริงๆแล้วข้าไม่ต้องการที่จะนึกถึงอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยในตอนนั้นแต่ตอนนี้ข้าก็อดไม่ได้ที่ยังจำมันอยู่.ปีนั้นข้ามีอายุสี่สิบเจ็ดปีเป็นจุดหักเหในชีวิตของข้า,ในปีนั้นข้าได้ตกลงมาจากท้องฟ้า.บางทีนั่นอาจเป็นเพราะว่าข้าใช้ชีวิตมาสีสิบปีโดยไร้ซึ่งประสบการณ์กับความรู้สึกเช่นนั้น.ปีนั้นข้าได้ตกหลุมรักแทบบ้าคลั่งกับหญิงสาวคนหนึ่ง,หล่อนเป็นคนที่สวยมาก,การได้อยู่กับหล่อนทำให้ชีวิตสดใสเป็นอย่างมาก,ทุกๆการเคลื่อนไหวของของหล่อน,ทุกๆอารมณ์และทุกๆรอยยิ้ม,ส่งผลให้หัวใจของข้าสั่นไหว,หล่อนมีอายุเพียงแค่ยี่สิบสี่ปีเท่านั้น.

 My age was double compared to hers. Regardless, without hesitation I fell in love with her. She was also a chef but as chefs we were as different as black and white. She would only make a few refined desserts. At the time, she was a pastry chef at her restaurant. That was also the restaurant I had stayed the longest at. I thought long and hard during that time and decided to confess to her my heart’s innermost feelings. Although I hadn’t any great expectations she would accept then, I still wanted to speak out my heart’s innermost thoughts.
อายุของข้านั้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับหล่อน.ไม่ต้องคำนึงถึงเลย,ไร้ซึ่งความลังเลข้าได้ตกหลุมรักหล่อน.หล่อนก็เป็นกุ๊กคนหนึ่งเหมือนกันทว่ากุ๊กนั้นก็มีที่แตกต่างกันด้วยมีทั้งดำและขาว,หล่อนเป็นกุ๊กขนมปังปิ้ง ณ ภัตตาคารของหล่อน,ซึ่งภัตตาคารแห่งนั้นข้าได้ทำงานอยู่นานที่สุด,ข้าได้คิดอยู่นานและยากที่จะใช้เวลาในการตัดสินใจสารภาพความรู้สึกในใจกับหล่อน,แม้ว่าข้าไม่ได้คาดหวังใดๆทั้งนั้นว่าหล่อนจะยอมรับหรือไม่,ข้าก็ยังต้องการที่จะบอกความรู้สึกในหัวใจให้หล่อนรู้.

Nian Bing asked, “Then did she accept?”
เหนี่ยนปิงสอบถาม,"จากนั้นหล่อนยอมรับหรือไม่?"

Zha Ji shook his head and said, “ She didn’t accept, neither did she reject me. After she heard my confession of love, she raised one condition. She wanted to compare culinary arts with me. If I won, she would marry me. If I lost, I would withdraw from the culinary world and whatever reputation I possessed would become her’s.
ซาไจ๋ส่ายหัวไปมาและกล่าวว่า,"หล่อนไม่ยอมรับ,นอกจากปฏิเสธข้าแล้ว,หลังจากที่หล่อนได้ยินข้าสารภาพความรักออกไป,หล่อนได้เสนอเงื่อนไขข้อหนึ่ง,หล่อนต้องการเปรียบศิลปะอาหารกับข้า.ถ้าข้าชนะ,หล่อนจะแต่งงานกับข้า.ถ้าข้าแพ้,ข้าจะต้องถอนตัวออกมาจากโลกที่เกี่ยวกับอาหารนี่และชื่อเสียงทั้งหมดของข้าจะต้องกลายมาเป็นของหล่อน.


Nian Bing wrinkled his brow. His small handsome face displayed a strange expression, “Grandpa, I think you let her exploit you. She definitely knew you were the strongest chef yet she dared to raise such a condition, she certainly knew this. Besides, for her to raise such a condition, she clearly doesn’t have any good intentions. Why did you sincerely wanted her to marry you?”
เหนี่ยนปิงขมวดคิ้ว,ใบหน้าเล็กๆที่หล่อเหล่าของเขาแสดงท่าทางแปลกประหลาด,"ท่านตา,ข้าคิดว่าท่านปล่อยให้หล่อนหาประโยชน์จากท่าน,หล่อนรู้อยู่แล้วว่าท่านเป็นกุ๊กแข็งแกร่งกว่าอย่างแน่นอนแล้วยังกล้าที่จะเสนอเงื่อนไขเช่นนี้ได้,ชัดเจนอยู่แล้วว่าหล่อนมีความมุ่งหมายที่ไม่ดี,ทำไมท่านยังต้องการที่จะแต่งงานกับหล่อนอีกรึ?"


Zha Ji laughed, “You truly are a clever child. That’s right, I let her exploit me, but at the time, my powerful emotions had already taken over my brain. I hadn’t thought about it at all and readily agreed. After all, I was at the peak of the culinary world for many years, causing me to long possess an ineffable air of arrogance.  At the time, I had already stopped competing in cooking competitions with other people, because nobody would be willing to challenge me. Even in the Cooking God’s Competition, I have become a mere judge, nothing more. This being the case, she wanted to compete in my greatest expertise. I naturally at no reasons to refuse. Consequently, the competition that I will never forget had started.”
ซาไจ๋หัวเราะ,"เจ้าเป็นเด็กที่ฉลาดจริงๆ.ถูกต้องแล้ว,ข้าปล่อยให้หล่อนหาประโยชน์จากข้า.แต่ในเวลานั้น,ความรุ้สึกมันมีอำนาจมากกว่าสมองของข้า.ข้าไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องอื่นและยังได้ยอมรับอีกด้วย.อย่างไรก็ตามข้าได้ไปถึงจุดสุดยอดของโลกของการทำอาหารมาหลายปีแล้วเป็นเหตุให้ข้านั้นครอบครองความอวดดีสุดจะพรรณนาอันว่างเปล่า, ในตอนนั้น,ข้าได้หยุดการแข่งขันทำอาหารกับคนอื่นๆ.เพราะว่าไม่มีใครยินดีที่จะแข่งขันกับข้า.แม้แต่ในรายการแข่งขันเทพแห่งการทำอาหาร,ข้าได้กลายเป็นถูกตัดสินว่าสมบูรณ์แบบ,ไม่มีอะไรมากเลย.ด้วยเหตุที่ว่านั้น,หล่อนจึงต้องการที่จะแข่งขันกับผู้เชี่ยวชาญที่เหนือกว่า.เป็นเรื่องปรกติไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธเลย.เพราะเหตุนี้,การแข่งขันนั่นทำให้ข้าจะไม่ลืมที่ได้เริ่มมันเลย."


Pausing a moment, Zha Ji then explained, “In order to convince her in heart and word, I decided to cook my six greatest signature specialities. We invited the eighteen most famous chefs in the culinary world to judge us. My culinary arts have already reached the peak of perfection. My six complex signature dishes, cooked with my hands, only took an hour to complete. Many years of culinary understanding came together, causing me to be extremely satisfied with my own dishes. It was almost as if they were live. But strangely at the time, she had yet to make use of the ingredients in front of her. When I finished my six dishes and looked at her, she said to me, “You’ve cooked so much. I will only cook one dish, a work of art.
หยุดไปชั่วขณะ,จากนั้นซาไจ๋ก็อธิบายต่อ,"เพื่อที่จะโน้มน้าวหัวใจและโลกของหล่อน.ข้าได้ตัดสินใจที่จะปรุงอาหารด้วยสุดพิเศษแบบฉบับที่ยิ่งใหญ่ของข้าหกอย่าง.พวกเราได้เชิญสิบแปดกุ๊กที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกของวงการอาหารมาตัดสิน.ศิลปะการทำอาหารของข้านั้นได้ไปถึงจุดสูงสุดอย่างสมบูรณ์แบบเรียบร้อยแล้ว.หกอาหารเฉพาะของข้านั้นสมบูรณ์แบบ,ข้าปรุงมันด้วยมือของข้าเอง,ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย,หลายปีมาแล้วในการทำอาหารของข้านี้ได้เข้าใจมันดีแล้วด้วย,เป็นเหตุให้ข้าพึงพอใจในอาหารแบบฉบับของตัวเองอย่างมาก.มันเป็นที่สุดราวกับว่าพวกมันเป็นชีวิตของข้า.แต่เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดในตอนนั้น,หล่อนยังไม่ได้ใช้ส่วนผสมใดๆที่อยู่ตรงหน้าหล่อนเลย,เมื่อข้าได้ทำอาหารทั้งหกอย่างเสร็จและมองไปที่หล่อน,หล่อนบอกกับข้าว่า,"ท่านทำอาหารมากจนเกินไป.ข้าจะทำอาหารเพียงแค่จานเดียว,เป็นงานแห่งศิลปะ.
Just that should be enough. On one side talking, the other moving.  With ungraceful movement and unpracticed knife work, she simply grabbed a cutlet and tossed it into the air and chanted with a peculiar intonation. With it a blue flame soared into the air, engulfing the cutlet. A white knife light flashed in the sky. When the cutlet fell into the plate, it had turned into thirteen pieces, thirteen shining golden pieces. Until then, I hadn’t known that she was actually a mage. In addition she was also an extremely powerful fire mage. Despite this, I still believed I won. After all she only had one dish while I had six. From appearance and scent, she seemed to be at a great disadvantage. However, I quickly knew I was wrong. When I had sampled that golden cutlet, an unprecedented taste filled my mouth. Prior, that cutlet hadn’t been worked on in the slightest, neither had it been seasoned while cooking, however, her cutlet’s aroma was completely released.
เพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว."หลังจากที่คุยเสร็จ,หล่อนก็เริ่มเคลื่อนไหว,ด้วยการขยับไปมาอย่างลวกๆและการใช้มีดแบบมือใหม่,หล่อนได้คว้าชิ้นเนื้อธรรมดาๆและโยนมันขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับร่ายคาถาเป็นท่วงทำนองที่แปลกประหลาด.ด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงินก็ลุกคลุมไปในอากาศ,กลืนกินชิ้นเนื้อดังกล่าว,มีดสีขาวนั่นเปล่งประกายส่องแสงอยู่ในท้องฟ้า.เมื่อชิ้นเนื้อตกลงไปบนจานรอง,มันก็ถูกหั่นออกมาเป็นสิบสามชิ้น.สิบสามชิ้นนั้นส่องแสงสว่างสีทอง.จนกระทั่งตอนนั้น,ข้าไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วหล่อนนั้นเป็นนักเวทย์คนหนึ่ง,นอกเหนือจากนี้หล่อนยังเป็นนักเวทย์ธาตุไฟที่ทรงพลัง.อย่างไรก็ตาม,ข้ายังเชื่อว่าข้าชนะ,ถึงอย่างงั้น,ข้าด่วนสรุปเร็วไปข้านั้นคิดผิด.เมื่อได้ทำการชิมชิ้นเนื้อสีทอง,รสชาติที่คาดไม่ถึงได้ถูกเติมเข้าไปในปาก.ก่อนหน้านี้,เนื้อนั่นไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิดเลย,ไม่ได้แม้แต่ใส่เครื่องปรุงอะไรขณะทำอาหาร,อย่างไรก็ตาม,กลิ่นหอมจากเนื้อของหล่อนนั้นกลับถูกปลดปล่อยออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ.



 Thirteen pieces of cutlet, even though they weren’t sour, sweet, bitter, or spicy, any of these familiar flavors. However, every single of the thirteen pieces of cutlet, held thirteen distinct degrees of smell. These thirteen scents mixed together to produce an aroma, an aroma far more delicious than any other seasoned dish could produce. When I sampled a bit of it, I knew that I already lost. Not only was it a disastrous defeat, even from the smell, my six dishes could not possibly be compared to her cutlet. But facing her with my culinary arts, I had already fallen from my chariot. Not because of her speed, but even more significantly, because of her innovation.
สิบสามชิ้นของเนื้อทอดนั่น,ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีรสหวาน,ขม,หรือเผ็ด,รสขาติใดๆที่เหมือนกับเครื่องปรุงรส.อย่างไรก็ตามทุกๆชิ้นในสิบสามชิ้นของชิ้นเนื้อนั่น,กลับมีระดับกลิ่นหอมที่แตกต่าง,เหล่าชิ้นเนื้อทอดทั้งสิบสามมีกลิ่นที่ลงตัวสร้างกลิ่นอโรมา,ด้วยกลิ่นอโรมามันมีรสชาติอร่อยมาก,มากซะกว่าการปรุงรสด้วยเครื่องปรุงใดๆที่สามารถสร้างได้,เมื่อข้าได้ชิมมันเพียงเล็กน้อย.ข้าก็รู้แล้วว่าข้าได้พ่ายแพ้แล้ว.ไม่เพียงแต่ได้แพ้ย่อยยับเท่านั้น,แม้แต่กลิ่นของอาหารทั้งหกจานของข้านั้นยังไม่อาจจะเทียบกับชิ้นเนื้อทอดของหล่อนได้เลย.ทว่าการเผชิญหน้ากับหล่อนด้วยศิลปะการทำอาหารนั่น,ข้าได้ล่วงหล่นลงมากจากรถม้าของข้าแล้ว.ไม่ได้แพ้เพราะความเร็ว,แม้แต่เอกลักษณ์ของอาหารก็ไม่,หากแต่เพราะว่าวิธีการแบบใหม่ของหล่อนนั่นเอง.




ที่มาจาก http://www.novelupdates.com/series/magic-chef-of-ice-and-fire/

#นิยาย พ่อครัวจอมเวทย์#Magic Chef of Ice and Fire#นิยายแปลไทย
Author(s)



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น