วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou Chapter 15 Cheater Rather Than a Hero

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou Chapter 15 Cheater Rather Than a Hero  

นิยาย แปลไทย Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou ตอนที่ 15 โกงซะยิ่งกว่าผู้กล้า


บทที่ 15 โกงซะยิ่งกว่าผู้กล้า


Cheater Rather Than a Hero  โกงซะยิ่งกว่าผู้กล้า
“I’m sorry. I was wrong.”
"ขอโทษที,ฉันผิดเอง."

As he said it, Hajime tried to quietly close the door. The blond hair red eyes girl panicked and tried to stop him. Her voice that had not been used for years got blurred into a mutter; though her desperation was conveyed.
พอพูดอย่างนั้นแล้ว ฮาจิเมะก็พยายามจะปิดประตูเบาๆ. เด็กสาวผมทอง อึ้งไปชั่วขณะ และ พยายามจะหยุดเขาเอาไว้. เสียงที่ไม่ได้ใช้มานานนับปี เปล่งออกมาเหมือนเสียงพึมพา ส่งผ่านสภาพสิ้นหวังของเธอให้รับรู้.


“W-Wait! Please! Save me…”
ดะ...เดี๋ยว...ได้โปรด...ช่วย...”

“Nope.”
ไม่ล่ะ

Hajime said that and continued to close the door. Is a devil.
ฮาจิเมะพูดมาอย่างนั้นแล้วก็พยายามจะปิดประตูต่อ. เป็นปีศาจรึไง!?


“W-Why? I will do anything.”
ทะ...ทำไม? ฉันจะยอมทำทุกอย่าง...”

The girl was desperate. Only the head was seen, but her face was enough to transmit her feelings. Hajime responded in a gloomy manner.
เด็กสาวพูดออกมาอย่างสิ้นหวัง แม้จะเห็นแค่หัว แต่แค่สีหน้าอย่างเดียวก็สามารถส่งความรู้สึกของเธอให้รับรู้ได้. ฮาจิเมะตอบรับด้วยท่าทีห่อเหี่ยวใจ.“

“Hey, this is the bottom of the abyss. I cannot possibly release someone that has been sealed in here. It would be absolutely dangerous. With the exception of the seal, nothing else is here…there isn’t anything to help you escape. For that reason…”
"เฮ้, นี่มันก้นเหวนรกเลยนะ. จะให้ฉันปล่อยใครก็ไม่รู้ที่ถูกผนึกเอาไว้อยู่เนี่ยนะ? มันเป็นเรื่องอันตลาดไม่ใช่รึ. อีกอย่าง นอกจากผนึกนี่แล้วก็ไม่มีอะไร...ไม่มีเหตุที่ต้องช่วยเธอสักหน่อย, เพราะงั้นเหตุผล....”


His argument was sound. He wasn’t a normal person that would respond to the pleading voice of a captured girl and release her without any hesitation. Original-gentle Hajime would have surely helped her.
สิ่งที่เขาได้โต้แย้งมามันก็ไม่ผิดนัก. ฮาจิเมะในตอนนี้ไม่ใช่คนปกติ ที่จะตอบรับ คำขอร้องของเด็กสาวที่ถูกกักขังไว้อย่างไม่ลังเล. ถ้าเป็นฮาจิเมะคนเดิมก็อาจจะช่วยเธออยู่หรอก.

Being so coldly refused, the desperate girl raised her voice as she was on the edge of tears.
ด้วยถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา, เด็กสาวที่สิ้นหวัง ก็เปล่งเสียงออกมา ราวกับจะร้องไห้.

“No! Cough…I’m not bad!…Wait! I’m”
ไม่ใช่...! แค่กๆ....เราไม่ได้ชั่วร้าย....รอก่อน...! เรา....”


Hajime kept closing the door unaltered. A little time before it was completely closed, Hajime started to grind his teeth. If he had had only closed it faster, he would have heard…
ฮาจิเมะปิดประตูลงอย่างไม่แยแส. ก่อนหน้าที่ประตูจะปิดสนิท, เขาก็กัดฟัดกรอด. ถ้าปิดลงให้ไว้กว่านี้ ก็คงจะไม่ได้ยินคำพูดนั้น...

“I was just betrayed.”
เราเองเพิ่งถูกทรยศ

The closing door that only had a small crack, stopped when the girl’s cry reached it. Only a little light got through the crack into the dark room. 10 second, then 20 seconds pass. Finally the door started to open again. Hajime stood at the doorway with a sour face like he had been bitten by 100 bugs and chewed up one.
ก่อนที่เสียงราวกับจะร่ำไห้ของเด็กสาวจะส่งไปถึง ประตูก็ปิดลงจนสนิทเหลือไว้เพียงแค่รอยแตกขนาดเล็ก. มีเพียงแค่แสงไฟเล็กน้อยลอดผ่านรูเล็กๆส่องเข้ามาในห้องอันมืดมิด. 10 วินาที 20 วินาที ผ่านไป ในที่สุดประตูก็เริ่มเปิดออกอีกครั้ง. ฮาจิเมะยืนอยู่ที่ทางเข้าประตู ด้วยสีหน้าบูดบึ้งอย่างกับถูกแมลงเป็นร้อยกัดต่อย.



He did not have any intention to help her. There must have been a suitable reason to be sealed in here. There was no evidence to prove that there wasn’t any danger. Being deceived by a wicked being was a highly likely possibility. It was appropriate to forsake her.
เขาไม่ได้อยากจะช่วยเธอเลย, การที่เธอถูกผลึกไว้ที่นี่ ต้องมีเหตุผลที่สมควรอยู่เป็นแน่. ไม่มีอะไรที่พิสูจน์ได้ด้วยว่าเธอจะไม่เป็นอันตราย. การที่จะถูกหลอกก็มีความเป็นไปได้สูง. การทอดทิ้งเธอเอาไว้มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว.
“I wonder what I’m doing.”
มัวทำบ้าอะไรของฉันอยู่?”

Hajime sighed inwardly. His heart had shaken when she said “betrayed”. The past should have been behind him. In this place, trying to fulfill his wish to “live” was extremely difficult. Grudges were unnecessary distraction. If her words could affect him this much, there was probably a part of him that had not moved on. Parts of Hajime’s consciences probably still existed if he could sympathize with the girl that had the same circumstance as him.
ฮาจิเมะถอนหายใจออกมา. หัวใจของเขาสั่นคลอน ในตอนที่เธอพูดว่าถูกทรยศ”. ทั้งที่อดีตน่าจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลังแล้ว, ในที่แห่งนี้ การจะเติมเต็มความปรารถนาเพื่อให้มีชีวิตรอดมันทำได้ยากเย็นแสนเข็น. ความขุ่นแค้นเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจว้าวุ่นอย่างไม่จำเป็น. ถ้าแค่คำพูดของเธอจะมีผลกับตัวเขาขนาดนี้ มันอาจจะยังมีบางส่วนข้างในตัวเขา ที่ยังไม่ยอมก้าวต่อไป. ถ้าหากยังมีความรู้สึกเห็นใจต่อเด็กผู้หญิงคนนี้ ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเขาแบบนี้ บางทีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขานั้นอาจจะยังมีเหลืออยู่ก็ได้.

Hajime scratched his head while he walked up to the girl. Of course, he wouldn’t lower his guard.
ฮาจิเมะเกาหัวในขณะที่เดินเข้าไปหาเด็กสาว,แน่นอน,เขาหาได้ลดการป้องกันลงไม่.

“You said betrayed? I don’t believe that is the reason you were sealed. If what you said was true, why did the betrayer seal you in here?”
เจ้าบอกว่าถูกทรยศสินะ? ฉันไม่เชื่อหรอกว่านั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอถูกผนึก. ถ้าที่พูดมาเป็นเรื่องจริง ทำไมคนที่ทรยศเธอถึงต้องผนึกเธอเอาไว้ที่นี่ด้วย?”

The girl was stunned when Hajime came back. Through her abundant dirty blond hair, her red eyes stared at Hajime. Hajime got irritated with her lack of response.
เด็กสาวกับตกตะลึงกับเมื่อเห็นฮาจิเมะกลับมา. ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองไปที่ฮาจิเมะ ผ่านผมสีทองที่เปื้อนเขรอะของเธอ. ฮาจิเมะทำท่าทีรำคาญต่อเด็กสาวที่นิ่งไร้การตอบสนอง.

 “Hey. Are you listening? If you are not going to talk, I’m leaving.” As he said that he turned heel. Surprised, she gathered herself and begun telling the reason for her sealing.
เฮ้ ฟังอยู่หรือเปล่า? ถ้าไม่คิดจะพูด, ฉันขอตัวล่ะพอเขาพูดมาอย่างนั้น เจ้าตัวก็หันหลังกลับทันที. ด้วยความตกใจ เด็กสาวพยายามรวบรวมสติ แล้วเริ่มพูดถึงเหตุผลที่ตัวเธอถูกผนึก.

“I’m an atavistic vampire…I was granted great power…because of it I worked hard for my country. But…one day…all my retainers…told me I was not needed anymore. Uncle…became my king…I was fine with that…However, I was dangerous because of my powers…they couldn’t kill me…so they sealed me…in here.”
เรา...เป็นผู้สืบสายเลือดแวมไพร์...ได้รับสืบทอดพลังอันยิ่งใหญ่....จากบรรพบุรุษ...เพราะพลังนั่น...เราทุ่มเททำงาน...เพื่อประเทศของเรา...แต่ว่า... ในวันหนึ่ง...พวกผู้ติดตามบอกว่า...เราไม่จำเป็นอีกแล้ว...ท่านลุง...กลายมาเป็นราชา...เรายอมรับในเรื่องนั้น... แต่ถึงจะอย่างนั้น...เราก็เป็นตัวอันตราย...เพราะพลังที่มี...พวกนั้นไม่อาจสังหารเราได้...เพราะงั้น...พวกเขาจึง...ผนึกเราไว้ที่นี่


She talked desperately and bit by bit it became dried. Hajime groaned while he heard the story. Seems like the circumstances was full of drama. There were a few things that bothered her. He inquired as he suppressed his boiling emotions.
เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันสิ้นหวัง ทีละนิดทีละหน่อย จนเสียงแหบแห้ง. ขณะที่ได้ฟังเรื่องราว ฮาจิเมะส่งเสียงกรอดในลำคอ. สิ่งที่เธอพบเจอคือโศกนาฏกรรมอันเลวร้าย. แต่ทว่าในคำพูดของเธอมีคำพูดที่ทำให้เมินเฉยไม่ได้อยู่. ในขณะที่กดอารมณ์ที่กำลังเดือดดาลเอาไว้ ฮาจิเมะก็ ได้ถามเธอต่อ...

“You, what royal family are you from?”
เธอ มาจากราชวงศ์ไหนกัน?”

“…(Hypnotized)”
"...(ไม่อาจฆ่าได้]"

“What do you mean can’t be killed?”
เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่บอกไม่อาจถูกสังหารได้?”

“…Automatic regeneration. Injuries heal immediately. Even if decapitated.”
“...ความสามารถ...ฟื้นฟูอัตโนมัติ. ความเสียหาย...ได้รับการฟื้นฟูรวดเร็ว...แม้จะถูกตัดศีรษะก็ตาม...”

“…T-That’s amazing…is that your great power?”
"....นั่นมันน่าประหลาดใจยิ่งนัก....เจ้ามีพลังที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้นเลยรึ?"

“Not just that…Magic, direct manipulation…also don’t need formation.”
ไม่ใช่เพียงแค่นั้น...เวทย์มนตร์, ควบคุมโดยตรง...ไม่ต้องใช้วงเวทย์

Hajime understood that. Magic manipulation came to him after he ate the demons. Incantations and magical formations were useless to him for strengthening his body.
ฮาจิเมะเข้าใจได้ในเรื่องนั้น. ความสามารถควบคุมเวทย์มนต์ที่ได้รับมาหลังจากที่เขากินเนื้อของมอนสเตอร์ลงไป. การจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีคาถา หรือ วงแหวนเวทย์.

He did not need incantations for his transmutation or other skills. In Hajime’s case, it did not changed his dependence on hugh magical formations to use regular magic, because of his zero aptitude. His direct magic manipulation did not help in that regards and this made using regular magic for him impractical. If she had any magical aptitude, she could use some very powerful magic and she would be able of foul play. While other people would be preparing their chants and magical formations, she could just launch a spell at them without them expecting it. Honestly, it wouldn’t be a contest. Also, immortality. It probably was not absolute, but it still was a cheat better than a hero.
เขาใช้การแปรสภาพ หรือ ทักษะอื่นๆที่ไม่จำเป็นต้องร่ายคาถา. ในกรณีของฮาจิเมะ, มันยังไม่ได้เปลี่ยนเรื่องที่ต้องใช้วงเวทย์ขนาดใหญ่ เพื่อใช้เวทย์มนตร์เหมือนคนปกติทั่วไป เพราะความถนัดด้านเวทย์เป็นศูนย์. การควบคุมเวทย์โดยตรงไม่ได้ช่วยในเรื่องนั้น ซึ่งมันทำให้การใช้เวทย์มนตร์อื่นๆโดยตรงสำหรับเขามันเป็นไปไม่ได้. แต่ถ้าหากเธอมีความถนัดเวทย์ทุกสายแล้วล่ะก็ เธอจะสามารถใช้เวทย์ที่ทรงพลังได้โดยตรง. ในขณะที่คนอื่นๆต้องเตรียมร่ายคาถา แล้วก็สร้างวงแหวนเวทย์, แต่เธอก็แค่ปล่อยเวทย์ใส่ได้เลย โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว. ให้ตายสิ แบบนี้มันเทียบกันไม่ได้เลย. อีกอย่าง [ความเป็นอมตะ] อาจจะไม่ได้สมบูรณ์, แต่แบบนี้มันก็โกงซะยิ่งกว่าผู้กล้าซะอีก.

“…Help me…”
“...ได้โปรด ช่วย...”

While Hajime was thinking to himself, the girl pleaded with him.
ในขณะที่ฮาจิเมะคิดอยู่ในใจ เด็กสาวก็เอ่ยคำขอร้องต่อเขา.

“…”
“…”

Hajime motionlessly watched the girl, and she returned it. How long did they stare at each other…He sighed and scratched his head, and put his hand on the cube that sealed the girl.
ฮาจิเมะทำหน้านิ่งมองไปที่เด็กสาว และ เธอก็มองกลับมาที่เขา. เวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ทั้งคู่ยังคงมองตากันและกันอยู่อย่างนั้น... ฮาจิเมะถอนหายใจออกมาขณะที่เกาหัว แล้วเขาก็วางมือลงบนลูกบาศก์ที่ผลึกเด็กสาวเอาไว้อยู่.


“Ah.”
อา...”
The girl noticed the meaning and opened her eyes wide. Hajime ignored her reaction as he concentrated on his transmutation.
เด็กสาวเข้าใจความหมายในสิ่งที่เขากำลังทำได้ในทันที เธอเบิกตากว้างมองดูเขา. ฮาจิเมะเมินต่อท่าทีตอบสนองของเด็กสาว แล้วตั้งสมาธิไปกับการแปรสภาพ.

Crimson colored magic discharged from him. His magic had changed after he ate the demons. However, the cube was resisting Hajime’s transmutation. It was exactly like the bedrock at the top and bottom of a level. The cube was not completely immune to it. Little by little, Hajime’s magic started to erode areas around the cube.
เวทย์สีแดงเข้มถูกปล่อยออกมาจากมือของฮาจิเมะ ตั้งแต่ที่กินเนื้อของมอนสเตอร์เข้าไปก็ทำให้เวทย์ของเขาเปลี่ยนไป. แต่ทว่า ลูกบาศก์กลับต่อต้านเวทย์แปรสภาพของฮาจิเมะ. เป็นเวทย์ป้องกันแบบเดียวกับเวทย์ที่อยู่ตรงส่วนบน และ ล่างสุดของชั้นในดันเจี้ยน. แต่มันก็ไม่ได้ต้านอย่างสมบูรณ์, ทีละเล็กละน้อย เวทย์ของฮาจิเมะค่อยๆกัดกร่อนบริเวณรอบๆของลูกบาศก์.

“Ku, resistance is strong…but, the present me!”
อึก...การต่อต้านแข็งแกร่งชะมัด...แต่ว่า ฉันในตอนนี้น่ะ!”


Hajime started to spend more magic. The equivalent to a six phrase incantation. Finally, the magic penetrated the cube’s defense. As for the surroundings, it was bathed in crimson light of Hajime’s magic.
ฮาจิเมะส่งพลังเวทย์เข้าไปเป็นอย่างมาก. ปริมาณเวทย์ที่ใช้เทียบเท่ากับ เวทย์มนตร์ที่ต้องใช้คำร่าย ถึง หกบท ในที่สุด พลังเวทมนต์ก็เจาะทะลุการป้องกันของลูกบาศก์ ขณะที่รอบๆบริเวณถูกปกคลุมไปได้ด้วยแสงสว่างสีแดงจากเวทย์มนตร์ของฮาจิเมะ.

Hajime needed more magic. He poured 7 phrase…8 phrase…The stone around her seal started to tremble.
ฮาจิเมะต้องใช้เวทมนต์มากกว่านี้!. ฮาจิเมะส่งพลังเวทย์มนต์เทียบเท่าเวทย์ที่ใช้คำร่าย 7...8 บทหินที่อยู่รอบๆผนึกของเด็กสาวเริ่มสั่นไหว.

“Still more!”
ยังต้องมากขึ้นอีก!”

He fired himself up as he poured 9 phrase worth. If it was an attribute magic, it would already be a grand level spell. No, the amount of magic maybe was even more. The crimson light continued to rapidly grow brighter. Vampiress kept her eyes opened as she stared at the brightness and Hajime.
ฮาจิเมะส่งเสียงปลุกเร้าจิตใจให้ฮึกเหิม ในขณะที่ ปลดปล่อยเวทย์ ที่เทียบเท่ากับเวทย์มนต์ที่ต้องใช้คำร่ายถึง 9 บทหรือเทียบเท่า. ถ้ามีความถนัดทางเวทย์ ป่านนี้ก็คงเป็นเวทย์มนตร์ ขั้นสูงไปแล้ว.ไม่สิ, ปริมาณเวทย์ที่ใช้มันมากกว่านั้นอีก. แสงสีแดงยังคงส่องสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ. เด็กสาวยังคงมองอย่างไม่ละสายตาไปยังแสงสว่าง และ ฮาจิเมะ.


Sweat started to drip from his body, this was Hajime’s first time using such a large-scale magic. If his control slipped for just a moment then his power would go on a rampage. Even with all this power the cube did not deform. Hajime was desperate; he had released all his magic.
เหงื่อเริ่มไหลออกจากร่างกาย, นี่เป็นครั้งแรกที่ฮาจิเมะใช้พลังเวทย์ปริมาณมหาสารขนาดนี้. ถ้าหากล่ะการควบคุมแม้เพียงชั่วครู่ คงคุมพลังเวทย์ขนาดนี้เอาไว้ไม่อยู่แน่. ถึงอย่างนั้น แม้จะเป็นพลังเวทย์ที่มากมายขนาดนี้ ลูกบาศก์ก็ยังไม่เปลี่ยนรูป. ฮาจิเมะเข้าตาจน ในที่สุดเขาก็ปลดปล่อยพลังเวทย์ทั้งหมดออกมา.

Hajime did not understand why he would do all this are a girl he just met. He couldn’t help it because he didn’t want to leave her alone. Already, Hajime had decided to dedicate his life to eliminating all his enemies and getting home but…he asked himself “What are you doing” inwardly. He wanted to treat everything with a clear solution. He became serious.
ฮาจิเมะเองไม่รู้เลยว่าทำไมถึงต้องทำถึงขนาดนี้ เพื่อเด็กผู้หญิงที่เพิ่งจะเคยพบ. มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากจะปล่อยเธอเอาไว้ลำพัง. ทั้งที่ตัวเขาได้ตัดสินใจจะทุ่มเทชีวิตเพื่อล้างบางศัตรูทั้งหมดทั้งมวล เพื่อกลับบ้าน... แต่แล้วทำไม... “ทำอะไรของนายอยู่ฮาจิเมะ ถามคำถามกับตัวเอง. หากคิดจะทำอะไรแล้วก็อยากจะทำให้ถึงที่สุด. ฮาจิเมะจึงได้เอาจริง.

His body started to emit a red light. Genuinely, he was going to release all his magic. All of his magic was poured into his transmuting to fulfill its goal!
ร่างกายของเราเริ่มส่องแสงสีแดงออกมา,เป็นเรื่อจริงแท้,เขาได้ปลดปล่อยพลังเวทมนต์ออกมาทั้งหมด..เวทมนต์ทั้งหมดของเขานั้นทุ่มให้กับการแปรสภาพเพื่อที่จะเติมเต็มให้สำเร็จในเป้าหมาย

The cube around the girl started to melt and little by little, she was getting being released from her shackles. Soon, more and more parts of her got free. Her swollen chest came to bare, then her waist, arms, and thighs. Under those cubes, she was wearing nothing. Even though her body was emaciated, she still had a mystique beauty to her. She dropped into a childish seat after all her body was set free. Her body seemed to lack the energy to stand up.
ลูกบาศก์ที่โอบล้อมเด็กสาวเริ่มละลายทีละเล็กละน้อย, เธอกำลังจะถูกปลดปล่อยออกจากพันธนาการ. ในไม่ช้า ทีละส่วนของร่ายกายเริ่มถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ. ส่วนหน้าอกเปือยเปล่าเผยออกมาให้เห็น จากนั้นก็เป็นเอว, แขน แล้วก็ส่วนอื่นๆ. ใต้ลูกบาศก์นั่น เธอไม่ได้สวมใส่อะไรไว้เลย. ถึงร่างกายจะซูบผอม แต่ก็ยังมีความงดงามอันน่าหลงใหล. หลังจากทั่วทั้งร่างเป็นอิสระ เธอก็ล้มนั่งลงที่พื้นอย่างเด็กไร้เดียงสา. ดูเหมือนร่างกายจะไม่มีเรี่ยวแรงให้ทรงตัวยืน.


Hajime also sat down. His shoulders and breath huffed and puffed. A heavy sense of fatigue hit him when he felt his empty magical reserves. With his wild breath and shivering hands he reached for his “potion”, but the girl clenched his hand. A hand that lacked any power; small and trembling. When Hajime glanced at her, she was staring at him. Her face was in an expressionless state, but her eyes told the real story.
ฮาจิเมะได้นั่งลงด้วยเหมือนกัน.ไหล่ของเขาห่อขึ้นลง พ่นเสียงหายใจเหนื่อยหอบ.,ในตอนนี้เขารู้สึกว่าพลังเวทย์ที่มีถูกใช้ไปจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือไว้สำรอง ความเหนื่อยล้าเข้าถาโถมเข้ามา. ด้วยเสียงหายใจที่เหนื่อยหอบ และ มือที่สั่นเทา ฮาจิเมะยื่นมือไปเพื่อหยิบโพชั่นขึ้นมา. ทว่า เด็กสาวก็เข้ามาจับมือของเขาเอาไว้. มือที่ไร้ซึ่งกำลัง ทั้งเล็ก และ สั่นระริก. พอฮาจิเมะ มองไปที่เธอ เธอก็มองกลับมาที่เขา. ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งการแสดงออกใดๆ แต่ดวงตาของเธอบ่งบอก ให้รู้ทุกอย่าง.

With a small and trembling voice, she clearly said.
ด้วยเสียงเล็กๆ และ สั่นเครือ เธอพูดถ้อยคำออกมาอย่างชัดเจน

“…Thank you.”
“...ขอบคุณ
What sentiment was he to give to her thanks? Deep within his supposedly blackened heart, there was a small light that did not disappear.
เขาไม่รู้เลยว่าจะแสดงสีหน้าตอบรับยังไงกับคำพูดนั้นของเธอ, ไม่รู้เลยจริงๆ. ในส่วนลึกของจิตใจที่น่าจะเป็นสีดำสนิทไปแล้ว แต่ทว่ามันกลับมีแสงสว่างเล็กๆที่ยังไม่จางหายไปอยู่.

Holding each others hands tightly. How much time passed? From Hajime’s knowledge, vampires died out several hundreds of years ago. He remembered reading about it when he was studying the history of this world.
ทั้งสองกุมมือของกัน และ กันไว้แน่น, เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วไม่อาจจะรู้ได้. ตามความรู้ของฮาจิเมะ เผ่าพันธุ์แวมไพร์น่าจะสูญสิ้นไปนานแล้วเมื่อหลายร้อยปีก่อน. จำได้ว่า เคยอ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ในตอนที่ศึกษาประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้.

Even while she talked her expression did not change. In other words, she had long forgotten how to talk and express herself with other people. She had spent a long time in this darkness all by herself. Betrayed by the people she trusted. The girl did well in not going insane. Maybe it was because of her automatic regeneration. However, it could be considered a torture with it. Because it did not allow her to go mad, she had to experience everything and remember it.
แม้ในขณะที่พูด สีหน้าของเธอก็ไม่เปลี่ยน. หรือจะพูดก็คือ เธอลืมกระทั่ง วิธีการพูด และ แสดงสีหน้ากับคนอื่นไปนานแล้ว. เธออยู่ในความมืดมิดแห่งนี้มานานแสนนานเพียงลำพัง. ถูกทรยศหักหลังจากผู้คนที่เธอเชื่อใจ. แค่การคงสติไว้ก็นับว่าดีมากแล้ว. บางทีมันอาจจะเป็นเพราะพลังการฟื้นฟูอัตโนมัติของเธอ. ถึงอย่างนั้น บางทีการมีพลังแบบนั้นอาจจะเป็นความโชคร้ายสำหรับเธอก็เป็นได้. เพราะมันไม่อนุญาตให้เธอคลั่งจนเสียสติ, เธอต้องประสบกับเรื่องทุกอย่าง แล้ว จดจำมันไว้ตลอด.
Being able to drink the “potion”, a wry smile showed on his face afterwards. He returned to grasping her weak hands. She responded back with her own grip.
หลังจากที่ดื่มโพชั่นลงไป, รอยยิ้มเจื่อนๆก็ผุดขึ้นมาให้เห็นบนใบหน้าของฮาจิเมะ. เขาตอบรับด้วยการกุมมือที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอ แล้วเธอก็ตอบกลับด้วยการขยับนิ้วยึดมือของฮาจิเมะเอาไว้.

“…What’s your name?”
“...ชื่อ...อะไร?”

The girl asked Hajime with a whisper. Hajime finally noticed that they had not introduced themselves.
เด็กสาวถามฮาจิเมะด้วยเสียงแผ่วเบา. ฮาจิเมะเพิ่งจะมารู้ว่าทั้งคู่ยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย.

“Hajime. Nagumo Hajime. Yours?”
ฮาจิเมะ. นากุโมะ ฮาจิเมะ. เธอล่ะ?”
She muttered “Hajime” repeatedly. Like she was etching it into her mind as something important. To the asked question, she answered it with a question.
เธอพูดเสียงพึมพำว่าฮาจิเมะ ฮาจิเมะซ้ำไปซ้ำมา ราวกับจะสลักชื่อของเขาไว้ในใจเหมือนเป็นของสำคัญ. เธอตอบคำถามของฮาจิเมะ กลับไปด้วยคำถาม.

“…Name, grant me.”
“...ชื่อ...ตั้งให้ที

“Eh? What do you mean grant you? Don’t tell me you forgot your name.”
หะ? อยากให้ตั้งชื่อให้? อย่าบอกนะว่าลืมชื่อของตัวเองไปแล้ว?”

Hajime asked her if it was because of the long imprisonment, but she just shakes her head.
ฮาจะเมะได้สอบถามเธอมันอาจะเป็นไปได้ว่าเธอได้ถูกจองจำมานาน,เธอจึงทำได้แค่เพียงส่ายหัวไปมา.

“I don’t need my previous name anymore. The name Hajime grants me is good.”
ไม่ต้องการชื่อเดิมอีกแล้ว. ชื่อที่ฮาจิเมะตั้งให้ดีกว่า

“…Ha, even if you say that.”
“...อ่า ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ

Most likely she was dealing with the same thing as when Hajime changed. Throw away your previous self; live a new life with new values. Hajime was changed due to pain, hunger, and hatred. She wanted to change out of her own free will. The first step was to get a new name.
มันเป็นเหมือนกับว่าเธอต้องการที่จะจัดการกับบางสิ่งที่เคยเป็นให้เปลี่ยนไปเมื่อฮาจิเมะได้เปลี่ยนมันไห้.ด้วยการทิ้งตัวตนเก่าของตัวเองไป แล้วมีชีวิตใหม่ ด้วยคุณค่าอันใหม่. การที่ฮาจิเมะนั้นเปลี่ยนไป สาเหตุเป็นเพราะ ความเจ็บปวด, ความหิว และ ความเกลียดชัง. เธอเองก็คงอยากจะเปลี่ยนแปลงด้วยความต้องการของตัวเอง. ก้าวแรกคือการได้รับชื่อใหม่.

Her eyes was shining with anticipation. Hajime scratched his head while thinking there was no helping it. He told her the new name.
แววตาของเธอเป็นประกายด้วยความคาดหวัง. ฮาจิเมะใช้มือเกาที่หัว ขณะที่คิดว่า ช่วยไม่ได้แฮะ แล้วเขาบอกชื่อใหม่กับเธอ.


“How is “Yue”? I don’t really have a sense for naming, if you want a different one…”
งั้นก็ยูเอะเป็นไง? ฉันไม่ค่อยจะมีเซ็นส์เรื่องการตั้งชื่อซะด้วย ถ้าต้องการชื่ออื่นละก็...”
“Yue?…Yue…Yue”
ยูเอะ? ...ยู..เอะ...ยูเอะ
“Ah, I didn’t mean Yue [romanji]. From my hometown the name means “Moon”. When I first entered the room, I thought those eyes that shined through your blonde hair looked like the moon floating in the night…how is it?”
อ่า ที่บ้านฉัน ชื่อนั้นมันมีความหมายว่าพระจันทร์น่ะ. ตอนที่เข้าไปในห้องนั้นครั้งแรก, ฉันนึกไปว่า ดวงตาคู่นั้นที่เป็นประกายมองผ่านเส้นผมสีทองของเธอ มันดูเหมือนกับพระจันทร์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนเลยน่ะ...คิดว่าไง?”

The girl was surprised by the response he gave and just blinked her eyes. As expected, her face remained expressionless but her eyes shined with joy.
เด็กสาวกระพริบตาประหลาดใจ กับคำตอบของเขา, ถึงสีหน้าจะไม่เปลี่ยน แต่แววตาก็เธอก็ส่องประกายด้วยความดีใจ.




“Yeah, from now on I’m Yue. Thank you.”
อือ จากนี้ไปเราคือ ยูเอะ. ขอบคุณ

“Oh, for the time being…”
อ่า แล้วก็นะ...”
“!?”
“…”

Yue undid their clasped hands and looked at Hajime. He started to take off his overcoat and gave it to her.
ยูเอะผละมือที่ประสานกันของทั้งคู่ออก แล้วมองไปที่ฮาจิเมะ. เขาถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกแล้วยื่นให้เธอ.

“Wear this. You can’t stay naked forever.”
ใส่นี่สิ เธอจะเปลือยเปล่าอยู่แบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะ
“…”
Yue reflexively took the offered overcoat while she looked at her state. She was really stark naked. All of her important parts were completely exposed. Hajime’s overcoat was quickly wrapped around her, while she turned bright red. Yue looked up at Hajime and murmured.
ยูเอะรับเสื้อที่ยื่นมาให้โดยอัตโนมัติ ขณะที่มองดูสภาพของตัวเอง. ร่างกายเปลือยเปล่าอย่างสิ้นเชิง, ส่วนสำคัญของร่างกายเผยให้เห็นจนหมด. เสื้อคลุมถูกนำมาห่อหุ้มตัวในทันที ขณะที่ใบหน้าเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ. ยูเอะมองไปที่ฮาจิเมะ แล้ว พึมพา.

“Hajime’s a pervert.”
ฮาจิเมะ ลามก

“…”
“…”

Hajime choose to stay silent, because saying anything would just make it worse. The overcoat was cheerfully put on by Yue. She was only 140 cm tall, so the overcoat was oversized for her. Her hands held the hems of the coat with a pleasant expression on her face.
ฮาจิเมะเลือกที่จะนิ่งเงียบ, เพราะขืนพูดอะไรออกไปมีแต่ยิ่งจะทำให้เรื่องมันแย่ลงกว่าเก่า. เสื้อคลุมที่ถูกสวมใส่โดยยูเอะ มีขนาดใหญ่กว่าคนใส่ เพราะเธอมีความสูงแค่ 140 cm เท่านั้น. นิ้วมือของเธอจับที่ริมขอบของเสื้อ พร้อมกับท่าทางที่ดูเหมือนกำลังดีใจอยู่.

During that moment, Hajime was drinking his “potion”. His vitality restored and his brain active again. Using “perception”…he froze. There was a sense of a terrible demon in the immediate area.
ในขณะนั้น ฮาจิเมะก็ดื่มโพชั่นเข้าไปอีก. พละกำลังก็ฟื้นฟูขึ้นมา สมองก็แล่นฉิวอีกครั้ง. พอลองใช้ ทักษะหยั่งรู้” ...เขาก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ. เขาสัมผัสได้ถึงปีศาจที่น่ากลัวในบริเวณใกล้ๆนี้อย่างฉับพลัน.


The location…right above!
สถานที่...ข้างบน!

When Hajime had noticed its presence, that was the moment it dropped from the ceiling. With every ounce of effort he picked up Yue and used “Flicker”. After executing his movement, he looked back at where he was. A thud came from the area he came from and saw what it was.
จังหวะที่ฮาจิเมะสัมผัสได้ถึงตัวตนของมัน ก็เป็นตอนที่มันหล่นลงมาจากเพดานพอดี. ฮาจิเมะ ใช้ [ย่นระยะ] พุ่งเข้าไปอุ้มยูเอะ เพื่อหลบอย่างสุดตัว. หลังจากที่ทำการหลบได้สำเร็จ เขาก็มองกลับไปที่บริเวณที่ตัวเองเคยนั่งอยู่. เสียงตกลงพื้นดังโครม จากพื้นที่ ที่เขาหลบมา แล้วก็เห็นมันอยู่ตรงนั้น.

The monster’s body was 5m in length. It had 4 huge-long-shear-like arms and 8 legs rustling around. A sharp needle was present on its two tails. Scorpions would be the best comparison to them. As for the two tails, it would be wise to assume it is poisonous. Hajime felt that compared to all the other demons he had faced so far, this one was clearly a strong warrior.
ร่างของมอนสเตอร์ ลำตัวยาว 5 เมตร, มีแขน ขนาดใหญ่ ยาว เหมือนกรรไกร 4 แขน, มีขา 8 ขา. มีเข็มที่ดูคมกริบอยู่ปลายหางทั้ง 2 ของมัน. ถ้าจะให้เทียบแมงป่องคงเป็นสิ่งที่จะอธิบายลักษณะของเจ้าตัวนี้ได้ใกล้เคียงที่สุด. รู้สึกได้เลยว่าเทียบกับมอนสเตอร์ที่เคยเจอๆมาแล้ว, เจ้านี่เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าอย่างชัดเจน.


Sweat streamed down his forehead. When he had entered the room earlier, his full powered “Perception” did not pick up anything; now it was going crazy. This meant that this scorpion-like demon was released after he released Yue’s seal. The last resort to prevent her escape. If he had left Yue by herself, he could most likely escape.
เหงื่อผุดขึ้นมาบนหน้าผากของฮาจิเมะ. ตอนที่ย่างเท้าเข้ามาในห้องนี้ตอนแรก ทักษะ [หยั่งรู้] ไม่สามารถตรวจจับมันได้เลย. แต่จู่ๆมันก็โผล่มาแบบนี้. หมายความว่าเจ้าแมงป่องนี่ถูกปลดปล่อยออกมาหลังจากที่ผนึกของยูเอะถูกทำลาย. มาตรการป้องกันด่านสุดท้ายเพื่อขัดขวางไม่ให้เธอหลบหนี. ถ้าปล่อยยูเอะทิ้งเอาไว้ เขาก็น่าจะหนีมันไปได้ไม่ยาก.

He set his glance to the girl in his arm. She was earnestly watching Hajime, and not minding the scorpion. Her eyes were like a calm water surface; resolving herself. The eyes that conveyed her feelings with eloquence. Yue had entrusted her fate to Hajime.
ฮาจิเมะมองไปยังเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา. เด็กสาวก็มองกลับมาที่เขาอย่างซื่อตรง โดยที่ไม่ได้สนใจเจ้าแมงป่องเลยแม้แต่น้อย. แววตาของเธอสงบดุจน้ำนิ่ง ราวกับตัดสินใจแล้ว. เป็นแววตาที่ส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดของเธอมาให้. ยูเอะได้ฝากชะตาชีวิตของเธอให้กับฮาจิเมะแล้ว.

The moment their eyes met, the corners of his mouth rose, and his usual fearless smile came into being. Hajime, who did not care about others, felt sympathy for Yue. Light stilled remained in his mostly broken heart. For this betrayed girl, he would commit himself. If he couldn’t reply to her pleas, he wasn’t a man.
ขณะที่ทั้งคู่สบตากัน, รอยยิ้มที่มุมปากของฮาจิเมะก็ผุดขึ้นมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด เหมือนอย่างเคย. ฮาจิเมะ คนนี้ที่ไม่คิดจะสนใจใยดีคนอื่น, แต่กลับรู้สึกเห็นใจยูเอะ. ในหัวใจที่แทบจะแตกสลายนั่นยังคงมีแสงสว่างอยู่. เพื่อเด็กสาวที่ถูกทรยศหักหลังคนนี้, จะต้องช่วยเธอให้ได้! ถ้าหากไม่สามารถตอบรับความคาดหวังของเธอคนนี้ได้แล้วล่ะก็ ฉันมันก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้ว!


“Bring it on! Try to kill me if you can!”
มาเลย! ถ้าคิดว่าจะจัดการฉันได้ก็เข้ามา!”


Hajime quickly took his “potion” out from his pouch, he embraced her and fed some of it to Yue; who was perched on his shoulders.
ฮาจิเมะรีบหยิบโพชั่นออกมจากกระเป๋า แล้วยัดป้อนให้ยูเอะที่อยู่ในอ้อมกอด.
“Umu!”
อุบ!”
The sacred water flowed into her body from the test tube-shaped container. Her eyes watered at being force fed an alien substance, but was surprised when her vitality was being restored.
น้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลจากภาชนะคล้ายหลอด ผ่านเข้าไปในร่างกายของเธอ. เพราะถูกบังคับป้อน จึงมีน้ำตาคลอเบ้าตาของเธอ. แต่เธอก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเมื่อร่างกายเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมา.

Hajime moved Yue from his shoulder to his back with his hand. Her feet were still weak, but it would recover soon. He did not want to fight while having to protect her.
ฮาจิเมะ ย้ายยูเอะไปแบกไว้ที่หลัง. เพราะเท้าของเธอดูจะยังไม่มีแรง, แต่ก็คงฟื้นฟูในไม่ช้า. เขาไม่อยากจะสู้โดยที่ต้องคอยปกป้องเธอไปด้วย.

“Hold on tight! Yue!”
จับให้แน่นล่ะ! ยูเอะ!”
Her body was far from recovered, but she used the power that returned to hold on tight to Hajime’s body with her limbs.
ร่างกายของเธอยังไม่ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ แต่เธอก็มีเรี่ยวแรงพอที่จะกอดฮาจิเมะไว้แน่น ด้วยแขนทั้งสองข้างของเธอ.

The scorpion started to make noise as it advanced towards them. Feeling Yue’s grip on his back, he declared with his bold smile.
เจ้าแมงป่องเริ่มทำเสียงดังขณะที่มันเริ่มขยับเข้าใกล้ทั้งคู่. พอรู้สึกว่ายูเอะกอดเขาไว้แน่นดีแล้ว ฮาจิเมะก็พูดประกาศออกมาด้วยรอยยิ้มห้าว.

“If you’re going to get in my way…I’m going to kill then devour you!”
ถ้าคิดจะมาขวาง...ฉันจะฆ่าแล้วกลืนกินแกซะ!”





#นิยายแนวฮาเร็ม#Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou #นิยายแปลไทย
Author(s)




3 ความคิดเห็น: