วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou Chapter 17 Chat at Ease

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou Chapter 17 Chat at Ease

นิยาย แปลไทย Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou ตอนที่ 17 พูดคุยสบายๆ


บทที่ 17 พูดคุยสบายๆ





Hajime had brought back materials and meat from the scorpion and cyclops back to his base. He was struggling with the bulk. When the exhausted Yue got to taste blood again, she revived in a flash and her body displayed a splendid strengthening as she got back her superhuman strength. The two were able to bring the items back.
หลังจากโค่นปีศาจแมงป่องได้แล้ว พวกวัตถุดิบ และ เนื้อ ของแมงป่อง กับ ไซคลอป ก็ถูกนำกลับมาที่ฐาน. เพราะขนาดตัวของพวกมันใหญ่มากเลยทำให้ลำบากไม่น้อย. ยูเอะที่อ่อนแรง ได้ดื่มเลือดเข้าไปอีกครั้งจึงทำให้เธอฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ร่างกายก็แข็งแรงขึ้นอย่างน่าตกใจ กลับกลายมีพละกำลังเหนือยิ่งกว่ามนุษย์. ด้วยเหตุนั้นพวกเราทั้งสองคนจึงนำไอเท็มต่างๆที่จำเป็นกลับมาได้หมด.


They could have used the sealed room, but when it was proposed Yue adamantly refused. No wonder. It was natural to hate the place you were sealed up into for so long. When he replenished his supplies they would not be able to move, so the sooner they left the better for her mental health. At the moment, they were talking each other while they resupplied.
อันที่จริงจะใช้ห้องผนึกเป็นฐานก็ได้ แต่พอเสนอไป ยูเอะกลับยืนกรานปฏิเสธ. ไม่น่าแปลก มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะต้องเกลียดสถานที่ที่ผนึกตัวเองไว้เป็นเวลาช้านาน.ตอนนี้ยังไปไหนไม่ได้เพราะต้อง เติมกระสุน และจัดการพวกวัตถุอุปกรณ์ต่างๆอยู่, เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของเธอแล้ว การรีบออกไปให้เร็วที่สุดจะเป็นการดีกว่า. ในขณะที่เตรียมอุปกรณ์อยู่นี้, พวกเขาก็พูดคุยกันไปด้วย.

“So…in conclusion Yue is at least 300 years old?”
งั้น...สรุปแล้ว ยูเอะ อายุอย่างต่ำก็ 300 ปีแล้ว งั้นสิ?”

“…Breach of etiquette.”
“...มารยาท แย่..."

Yue watched Hajime with reproachful eyes full of criticism. A talk of age seems to be a taboo for any woman in any world.
ยูเอะ มองมาที่อาจิเมะด้วยสายตาเชิงตำหนิอย่างสุดกู่. พูดเรื่องอายุนี่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับผู้หญิงไม่ว่าจะโลกไหนแฮะ.

From his memories, Hajime remembered that the vampire tribe perished after a massive war 300 year ago. Yue probably did not know her real age because there was no sense of time in the dark room. It wouldn’t be surprising if she didn’t know how much time has passed because of the sealing. She was sealed when she was 20 years old, this would make her a little over 300 years old.
เท่าที่จำได้, เผ่าพันธุ์แวมไพร์สูญสิ้นไปหลังจากสงครามใหญ่ เมื่อ 300 ปีก่อน. บางที ยูเอะ อาจจะไม่รู้อายุที่แท้จริงของตัวเอง เพราะในห้องที่มืดมิดนั้น ทำให้ไม่อาจรู้ถึงเวลาได้.ไม่น่าแปลกใจ ถ้าเธอจะไม่รู้ว่าเวลามันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว เพราะการที่ถูกผนึก. เธอถูกผนึกในตอนที่อายุได้ 20 ปี, ซึ่งก็หมายความว่า เธอมีอายุมากกว่า 300 ปี.

“Do all vampires live long?”
แวมไพร์นี่มีอายุยืนกันหมดทุกคนรึเปล่า?”

“I’m special. “Regeneration” prevent my aging.”
เราพิเศษออกไป ความสามารถ[ฟื้นฟู] หยุดการชราภาพได้

At the age of 12, her direct magic manipulation and “Auto Regeneration” woke up and stopped her aging. Because common vampire tribes consumed blood, they lived longer than other races. Still 200 years was the limit. Humans lived on average for about 70 years. Devils around 120 years. For demi-humans it depended on the tribe. Elves could live for several hundred years.
ในวัย 12 ปี ความสามารถควบคุมเวทย์โดยตรง และ [ฟื้นฟูอัตโนมัติ] ของเธอได้ตื่นขึ้น และ ทำให้เธอหยุดการเติบโต. เพราะเผ่าพันธุ์แวมไพร์โดยทั่วไปจะดื่มเลือดเป็นอาหาร พวกเขาจึงมีอายุยืนยาวกว่าเผ่าพันธุ์อื่น. แต่ อายุ 200 ปี คือขีดจำกัด. เผ่ามนุษย์มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ปี. เผ่าปีศาจ อยู่ที่ราวๆ 120 ปี. เผ่ากึ่งมนุษย์นั้นขึ้นอยู่กับเผ่านั้นๆ. เผ่าเอลฟ์ มีอายุยืนยาวหลายร้อยปี.


Yue was considered one of the strongest in only a few years after she awoke her atavistic powers. At age 17 she suited to the throne. The magic that had melted the scorpion’s shell was shot in no time. She also had an almost immortal body. To the point she would be called “God” or “Monster”. Yue said that it was the latter.
ยูเอะได้ถึงตัดสินว่าเป็หนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุด,ไม่กี่ปีหลังจากที่พลังที่สืบทอดจากบรรพบุรุษตื่นขึ้นมา เมื่ออายุได้ 17 ปี ก็ได้ขึ้นครองบัลลังก์. ทั้งมีเวทย์ที่ละลายเกราะของปีศาจแมงป่องได้ง่ายๆ. ทั้งยังมีร่างกายเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นอมตะ. จนถึงขนาดที่ถูกเรียกว่า พระเจ้าหรือ สัตว์ประหลาด”. ส่วนมากมักจะถูกมองเป็นอย่างหลังมากกว่า ยูเอะบอกมาอย่างนั้น.

Her uncle who was blinded with greed, spread rumors around to view her as a monster. They tried to kill her for a “just” cause, but her “Auto Regen” didn’t allow her to die. That was when they choose to seal her instead. She was shocked with the sudden betrayal. Too confused, she did not resist and they placed the seals on her. She regained herself when she was in the sealed room. That is why she did not know about the sealing method, scorpion, or location of her sealing. Hajime thought he found someway home. He was disappointed.
เพราะถูกความละโมบบังตาท่านลุงของเธอ ได้ปล่อยข่าวลือเพื่อให้คนรอบข้างมองเธอเป็นสัตว์ประหลาด. พวกนั้นพยายามจะสังหารเธอ เพียงเพราะเรื่องแค่นั้น, แต่เพราะ ความสามารถ [ฟื้นฟูอัตโนมัติ] ทำให้เธอไม่อาจตายได้. นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะผนึกเธอเอาไว้. ด้วยความตื่นตะลึงจากการถูกทรยศอย่างกะทันหัน. และตกอยู่ในความสับสน เธอจึงไม่ได้ขัดขืนการผนึก ตอนที่อยู่ในห้องอันมืดมิดนั่นเอง เป็นตอนที่เธอเริ่มรู้สึกตัว. เพราะอย่างนั้นเธอถึงไม่รู้เรื่องวิธี ที่พวกนั้นใช้ผนึกเธอ, เรื่องปีศาจแมงป่อง หรือ แม้กระทั่งสถานที่ที่ตัวเธอถูกผนึก. ตอนแรกนึกว่าห้องนี้จะเป็นทางออก แต่ก็ต้องผิดหวังไปตามระเบียบ.

They talked how Yue’s powers. She seemed to have an aptitude to all the attributes. Hajime was amazed with her cheat, but she mentioned she was weak in close combat. All she could by herself is run around with her strengthened body while she rapidly fired off spells. Because she had such power magic, it wasn’t that big of a handicap.
พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับพลังของยูเอะ. ดูเหมือนว่าเธอจะมีความถนัดเวทย์ทุกสาย,ฮาจิเมะรู้สึกประหลาดใจกับความโกงของเธอ, แต่เธอก็บอกว่าเธอมีจุดอ่อนในเรื่องการต่อสู้ระยะประชิด. วิธีรับมือก็คือเธอจะหลบไปห่างๆ ด้วยร่างกายที่เสริมพละกำลัง แล้วใช้ การยิงเวทย์รัวๆ. เพราะการที่มีเวทย์ทรงพลังแบบนั้นอยู่ มันจึงไม่ใช่เรื่องที่หนักหนาอะไรมากนัก.

She was able to use magic without any incantation, but she mentioned the names from habit. There were a lot of people that used speech and behavior to clarify the image needed to supplement their magic. Yue was not an exception.
เธอสามารถใช้เวทย์ได้โดยไม่ต้องร่าย, เธอบอกว่าการที่พูดชื่อของเวทย์ออกมาเป็นเพราะความเคยชิน. มีหลายคนที่ต้องใช้คำพูด และ ท่าทาง เพื่อนึกภาพของเวทย์มนต์ที่จะใช้ให้เข้าใจง่ายขึ้น. ยูเอะเองก็ไม่ต่างกัน.


Her “Auto Regen” can be classified as a Special Magic. If her magic remained, she would not die unless they could disintegrate her into dust in an instant. Conversely, any injuries she suffered while her magic was depleted could not be healed. Her magic had been drained after all those years of being sealed. Yue would have died if the scorpion had hit her.
ความสามารถ [ฟื้นฟูอัตโนมัติ] จัดได้ว่าเป็นเวทย์พิเศษ. ตราบเท่าที่ยังมีพลังเวทย์เหลืออยู่ เธอจะไม่มีวันตาย นอกซะจากว่าจะมีใครที่สามารถทำให้เธอกลายเป็นเถ้าธุลีได้ในพริบตา. กลับกัน, อาการบาดเจ็บต่างๆที่ได้รับในตอนที่ พลังเวทย์ไม่มีเหลือ จะไม่ได้รับการรักษา. การถูกผนึกมานานหลายร้อยปี ทำให้พลังเวทย์ของเธอสูญเสียไปจนหมด.ถ้าปีศาจแมงป่องโจมตีใส่ เธอก็คงตายไปแล้ว.

“So…it is a crucial discussion, do you know anything about this place? Any escape routes to the ground.”
งั้น...เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก, เธอพอจะรู้เรื่องอะไรเกี่ยวที่แห่งนี้หรือเปล่า? อย่างเส้นทางหนีไปข้างบน?”

“…I don’t know. But…”
“...เราไม่รู้ แต่ว่า...”

She also seemed to not know anything about this labyrinth. While apologetic, she continued her story with what she knew.
ดูเหมือนเธอเองก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับดันเจี้ยนนี่. พร้อมกับที่แสดงความขอโทษ เธอเล่าเรื่องที่เธอรู้ออกมา.

“…It is said that one of the traitors made this labyrinth.”
“...ดูเหมือนว่า หนึ่งในผู้ทรยศ...เป็นคนสร้างเขาวงกตแห่งนี้

“Traitors?”
ผู้ทรยศ?”

Hajime stopped his transmutation work at the unaccustomed word, and glanced at Yue. She was watching him work and when he stopped she looked up at him. He nodded to her to continue with her story.
 ฮาจิเมะถึงกับหยุดทำงานการแปรรูปที่ทำอยู่ เมื่อได้ยินคำพูดที่ผิดปกติ แล้วจ้องไปที่ยูเอะ.เธอจ้องกลับมาพร้อมเฝ้ามองเขาขณะทำงานและเมื่อเขาหยุดหล่อนจ้องมองไปที่เขาอีก,เขาพยักหน้าให้เธอแล้วจากนั้นเธอก็เล่าต่อ.

“Traitors…they were the followers of God that challenged him in ancient times…they created it to destroy the world.”
ผู้ทรยศ...เคยเป็นผู้ติดตามของพระเจ้า...ที่หันมาต่อกรพระเจ้าในสมัยโบรา...พวกเขาคิดจะทำลายล้างโลก

Since Yue was an expressionless girl who didn’t talk much, her explanations took time. Hajime still needed more time to resupply. He realized he needed to develop new weapons to combat his weak offensive ability that was evident in the fight against the scorpion. While working carefully, he was poised to listen to her.
เพราะการที่ยูเอะเป็นเด็กสาวที่มีสีหน้าไร้ความรู้สึก และ พูดน้อย การอธิบายของเธอจึงต้องใช้เวลา. ยังไงซะก็ต้องการเวลามากกว่านี้เพื่อจัดเตรียมอาวุธอยู่แล้ว. จากการต่อสู้กับแมงป่องทำให้ตระหนักได้ว่า ต้องพัฒนาอาวุธใหม่ เพื่อกลบจุดอ่อนในด้านของพลังโจมตีที่มีไม่มากพอ. ในตอนที่เขาก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างประณีตอยู่นั้น ก็ฟังเรื่องเล่าของยูเอะไปด้วย.

Yue continued with her story. 8 of them existed. 8 of them rebelled against God to destroy the world. However, when they failed they fled to the ends of the world. The places they fled to were the current 8 Great Dungeons. One of them was “Orcus Dungeon”, the current Dungeon they were in. It is said that in the deepest part of the abyss was where one of the traitor lived.
ยูเอะเล่าเรื่องที่ตัวเองรู้ต่อ เธอเล่าว่า ผู้ทรยศมีทั้งหมด 8 คน. ผู้ทรยศทั้ง 8 ที่หันหน้าต่อกรกับพระเจ้า เพื่อทำลายล้างโลก. แต่ทว่า พอพวกเขาล้มเหลว พวกเขาก็หลบหนีไปสุดขอบโลก. สถานที่ที่พวกเขาหนีไปซ่อนตัวก็คือ มหาดันเจี้ยนทั้ง 8”. หนึ่งในนั้นก็คือ [ออคัส ดันเจี้ยน] ดันเจี้ยน ที่พวกเรากำลังอยู่ในตอนนี้. ว่ากันว่า ในส่วนลึกสุดของขุมนรกแห่งนี้ จะมีสถานที่ที่ผู้ทรยศอาศัยอยู่.

“…If it is there, there will be a road out…”
“...ที่นั่น อาจมีทางออก...”

“I see. I did not think that this abyss was created with such great effort. If it is a magician from the age of gods, it wouldn’t be surprising that they had some transportation magic to lead them out.”
อย่างงี้เอง. ไม่นึกเลยว่านรกแห่งนี้จะถูกสร้างมาเพื่อเหตุผลแบบนั้น. ถ้าเป็นจอมเวทย์ในยุคโบราณล่ะก็, การจะมีเวทย์เคลื่อนย้ายที่จะนำตัวออกไปข้างนอกได้ ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
Hajime loosen his cheeks when the possibility was present. He returned his eyes back to his hand and continued his work. Yue’s eyes returned to his hand too, and stared.
เขาได้คลายความกังวลที่ใบหน้าลงเมื่อรู้ว่ามีความเป็นไปได้อยู่ในตอนนี้ .เขาจึงได้หันเหสายตาของเขากลับไปทำงานของเขาต่อ.สายตาของยูเอะก็จ้องมองกลับไปที่มือของขเด้วยเหมือนกันและแล้วจ้องเขม็งเลย.


“…Is it that interesting?”
 
“...มันน่าสนใจอย่างงั้นเหรอ?”

Yue just nodded at that question. The image of her wearing that oversized coat and having her small hands hold her knees was charming. Her unbelievably well-featured appearance combined with her cuddle-ability made her really cute.
ยูเอะพยักหน้าตอบรับกับคำถาม. ภาพของเธอที่สวมเสื้อขนาดใหญ่ไม่พอดีตัว และ มือเล็กๆสองข้างก็กอดเข่าของเจ้าตัวเอาไว้นั้น มันช่างน่าหลงใหล. รูปโฉมเรือนร่างที่ได้รูป อย่างไม่น่าเชื่อ บวกกับ ท่านั่งกอดเข่านั้นทำให้เธอดูน่ารักจริงๆ.


(But she is 300 years old. As expected of another world. Loli-baba is real…)
(แต่ว่า... อายุ 300 กว่างั้นเหรอ. สมกับที่เป็นต่างโลก. คุณยายโลลิ มีอยู่จริงๆด้วย...)

Even if his personality had changed, he still had his Otaku knowledge. As he unintentionally thought that unpleasant thought, Yue reacted to it.
ถึงแม้ว่าบุคลิกจะเปลี่ยน แต่ก็ยังมีความรู้ของโอตาคุอยู่วันยันค่ำ. ขณะที่คิดเรื่องไม่สมควรแบบนั้นอย่างไม่ตั้งใจ, ยูเอะ ก็แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบออกมา.


“…Hajime, you just thought of something strange.”
“...ฮาจิเมะ... คิดอะไรแปลกๆอยู่

“Nope, nothing.”
ไม่นิ,ไม่ได้คิดอะไร...”

Pretending ignorance was too late, he started to sweat because of her sharp woman intuition. He tried to deceive her by working quietly. Yue left that when she wanted to ask a question.
จะแกล้งทำเป็นเซ่อตอนนี้ก็สายไปแล้ว, เหงื่อเริ่มแตกพลั่กออกมา เพราะสัญชาตญาณของผู้หญิงอันแหลมคมของเธอ. เพื่อพรางตา ฮาจิเมะก็เลยทำงานเงียบๆไป. ยูเอะ ก็ปล่อยผ่านเรื่องนั้นไป เพราะเธออยากจะถามคำถาม.

“Hajime, why are you here?”
ฮาจิเมะ ทำไมมาอยู่นี่?”

It was a natural question. Here in this abyss. Unless you were a demon, this wasn’t a place to live in. Yue wanted to ask about so much. Why can he manipulate magic directly? Why can he use magic that are like Special Magic? How can he eat demon flesh and be okay? What happened to his left arm? Is he human? What weapon is he using?
เป็นคำถามที่ไม่น่าแปลก. การที่มาอยู่ในขุมนรกแห่งนี้ ถ้าไม่ใช่มอนสเตอร์ สถานที่แห่งนี้ก็ไม่ใช่ที่ที่ควรจะมาอยู่. ยูเอะมีคำถามมากมายอยากจะถาม. ทำไมฮาจิเมะถึงควบคุมเวทย์โดยตรงได้? ทำไมถึงใช้เวทย์ที่เหมือนเวทย์พิเศษได้? ทำไมทั้งที่กินเนื้อมอนสเตอร์เข้าไปแล้วยังไม่เป็นอะไร? เกิดอะไรขึ้นกับแขนช้ายของเขา? อาวุธที่เขาใช้อยู่นั่นมันคืออะไร?

Bit by bit, Hajime answered the questions dutifully. He might have been craving for a conversation after all this time alone. The conversation went on and Hajime did not even look troubled at her questions. Yue was probably someone Hajime wanted to be sweet on. Maybe she was the last resort to prevent his complete fall into heartlessness. He felt that about her unconsciously.
ทีละเล็กทีละน้อย, ฮาจิเมะ ตอบคำถามของยูเอะอย่างเชื่อฟัง. ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่อยู่อย่างโดดเดียว ตัวเขาอาจจะอยากพูดคุยกับใครสักคนมาโดยตลอด. บทสนทนา ดำเนินต่อไป และ ฮาจิเมะก็ไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญต่อคำถามของเธอเลยแม้แต่น้อย. ยูเอะ คงเป็นคนที่ฮาจิเมะอยากจะอ่อนโยนด้วยก็ได้. บางทีเธออาจะเป็น ที่พักพิงแห่งสุดท้ายที่ ป้องกันเขาไม่ให้กลายเป็นคนไร้หัวใจอย่างสมบูรณ์. เขารู้สึกแบบนั้นกับเธออย่างไม่ทันรู้ตัว.


Hajime started with when his class was summoned to this world. How he was called incompetent by everyone. Next was his battle with the Behemoth and the betrayal of his classmate that caused him to fall into this abyss. Eating various types and amounts of demons. The desire to fight the bear. What the potion could do. He talked about how he developed the weapons by basing them on weapons he seen at his homeworld. Sniffles could be heard from Yue gradually. What? When he looked at her, she was weeping. Startled, Hajime instinctively reached out and wiped off her tears.
ฮาจิเมะ เริ่มเล่าจากตอนที่ถูกคนในห้องของเขา ถูกอัญเชิญมาที่โลกนี้. เรื่องที่เขาถูกคนในห้องตราหน้าว่าเป็นคนไร้ความสามารถ. เรื่องการต่อสู้กับเบฮีมอธ และ ถูกหักหลังจากเพื่อนร่วมชั้น จนทำให้เขาต้องตกมายังขุมนรกแห่งนี้. การที่ต้องฝืนกินเนื้อของ มอนสเตอร์. ความต้องการต่อสู้กับปีศาจหมี. ความสามารถของโพชั่นที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้. วิธีที่เขาใช้เพื่อพัฒนาสร้างอาวุธ โดยอิงจากอาวุธที่มีในโลกเดิม. จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงสะอึกสะอึ้นที่ค่อยๆดังขึ้นจากยูเอะ. “เอ๋?” พอมองไปที่ยูเอะ เธอกำลังร่ำไห้อยู่. ฮาจิเมะถึงกับสะดุ้ง รีบเข้าไปเช็ดน้าตาให้เธอโดยสัญชาตญาณ.


“What happened suddenly?”
จู่ๆเป็นอะไรไป?”

“…Kusu…Hajime…painful…just like me…”
“...ฮึก...ฮาจิเมะ...เจ็บปวด...เหมือนเรา...”

Apparently, she was crying for Hajime. He started to stroke her head with a bitter smile after he got over his shock.
กลายเป็นว่า เธอร้องไห้เพื่อเขา. หลังจากหายตกใจ ฮาจิเมะก็วางมือลูบหัวเธอเบาๆ พร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ.

“Forget about it. The business with my classmate is inconsequential. Don’t worry about the small stuff. After getting my revenge, then what would I do? Rather than that, I want to put all my energy in surviving and finding a way home.”
ไม่ต้องสนใจหรอก. ปัญหากับเพื่อนร่วมชั้นมันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก. อย่าใส่ใจเรื่องเล็กน้อยพวกนั้นเลย. แก้แค้นไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา? แทนที่จะทำอย่างนั้น สู้เอาแรงไปใช้เพื่อเอาชีวิตให้รอด แล้วหาทางกลับบ้านยังจะดีกว่า


While a snort sounded, Yue who looked like a pleased cat at the caressing Hajime was doing, she reacted to his words of returning home.
ขณะที่ส่งเสียงสะอึ้น, ยูเอะที่ดูเหมือนแมวน้อยกำลังดีใจ ต่อการสัมผัสของฮาจิเมะ ก็มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำพูดว่าจะกลับบ้านของเขา.

“…Going home?”
“...กลับบ้าน?”

“Yeah? To my original world? Of course. I want to return…I changed a lot but…home…I want to return home.”
ใช่? กลับไปโลกเดิมของฉันน่ะ? ยังไงก็อยากจะกลับไป...ถึงฉันจะเปลี่ยนไปมาก...แต่ว่า...บ้าน...ฉันอยากจะกลับไปที่นั่น

“…I see.”
"...งั้นรึ."
Yue looked down with a sunken expression. Then muttered to herself.
ยูเอะจ้องมองต่ำลงไปด้วยท่าทางเศร้าซึม,จากนั้นก็บ่มพึมพำกับตัวเอง.

“…I don’t have a place…to return…”
“...เรา ไม่มี...สถานที่ให้กลับ...”

“…”
“...”

Hajime started to scratch his head with his retracted hand that was brushing Yue’s head. He wasn’t that dense. Yue was looking for a new place to belong, is what he felt. That was the reason she wanted a new name. If Hajime left this world, Yue would be alone again.
ฮาจิเมะยกแขนที่จะลูบหัวของยูเอะเมื่อก่อนหน้านี้ มาเกาหัวตัวเองแกรกๆ. เขาไม่ใช่คนหัวทึบถึงขนาดที่จะไม่รู้. ยูเอะน่ะ ต้องการสถานที่แห่งใหม่เพื่อพักพิง นั่นคือสิ่งที่เจ้าตัวรู้สึก. นั่นเป็นเหตุผลที่เธอต้องการชื่อใหม่. ถ้าหากตัวเขาจากโลกนี้ไป เธอก็ต้องอยู่ลำพังอีกครั้ง.


Hajime thought to himself: “Even after I decided to only reach my goals, I guess I’m still soft,” while he stroke Yue’s head.
ฮาจิคิดอยู่ในใจ (ทั้งที่ตัดสินใจว่าจะสนใจแต่การบรรลุเป้าหมายของตัวเองแล้วแท้ๆ ดูเหมือนว่าฉันจะยังใจอ่อนอยู่แฮะ). ขณะที่เขานั้นลูบหัวของยูเอะไปมา

“If thats so, want to come with me?”
ถ้าอย่างนั้น จะมาด้วยกันกับฉันไหม?”

“Eh?”
เอ๋?”

Yue opened her eyes wide in surprise at Hajime’s words. He couldn’t came down after he saw the red eyes wet with tears. This caused him to speak rapidly.
ยูเอะเบิกตากว้างด้วยความตกใจต่อคำพูดของฮาจิเมะ. เพราะไม่อาจะทนได้หลังจากได้เห็นดวงตาสีแดงนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา จึงทำให้เจ้าตัวรีบพูดต่อ.


“No, I mean, to my homeworld. A world with only average humans, though it would be tight without a family registration…also with my state. I’m not sure what will happen…but if Yue wishes for it.”
อ่า หมายถึง ไปที่โลกของฉันน่ะ. โลกที่มีแค่มนุษย์ปกติ, ถึงอาจจะลำบากเรื่อง ทะเบียนครอบครัวก็เถอะ...แล้วก็ยังสภาพของฉันตอนนี้อีก. ก็ไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น...แต่ถ้า ยูเอะต้องการละก็...”

Yue was stunned for a while, but eventually her mind caught up. She timidly asked “is that okay?” Her eyes couldn’t hide the expectations dwelling in them. The eyes were sparkling and Hajime nodded. Like until now her expressionless was a lie, a smile bloomed on her face. Hajime was mesmerized. When he noticed himself he panicked and shook his head.
ยูเอะตะลึงงันไปสักพักหนึ่ง แต่ในที่สุดเธอก็ทำความเข้าใจได้. เธอถามออกมาอย่างกลัวๆว่า ได้เหรอ?” สายตาของเธอไม่อาจจะปกปิดความคาดหวังที่มีอยู่ได้. ต่อสายตาที่เป็นประกายนั้น ฮาจิเมะพยักหน้าตอบรับ. ราวกับว่า ใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของเธอตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องโกหก, รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ จนทำให้ฮาจิเมะถึงกับตะลึง พอรู้ตัวว่าตัวเองทำสีหน้าแปลกๆอยู่เจ้าตัวก็เลยส่ายหัวไปมา.


Unable to look at Yue, Hajime devoted himself to his work. Yue took great interest in his work. The amount of distance between them shortened. Hajime persuaded himself to not mind it.
เพราะไม่อาจจะมองหน้ายูเอะตรงๆได้, ฮาจิเมะจึงหันไปทุ่มเททำงานต่อ. ยูเอะก็มองดูฮาจิเมะทำงานอย่างสนอกสนใจ. เทียบกับก่อนหน้าตอนนี้ระยะห่างของทั้งคู่สั้นลงมากแล้ว. ฮาจิเมะก็กล่อมตัวเองไม่ให้สนใจเรื่องนั้นมากนัก.

“…What is this?”
“...นี่ คือ?”
Little by little Hajime was finishing different parts with transmutation. On the side there was a 1 m long cylindrical pipe, a red bullet about 12 cm in length, and others parts scattered around.
ทีละเล็กทีละน้อย ฮาจิเมะทำชิ้นส่วนต่างๆเสร็จสิ้นด้วยเวทย์แปรรูป. ที่ด้านข้างมี ท่อรูปทรงกระบอกยาว 1 เมตร, กระสุนสีแดง ยาว 12 cm และ ชิ้นส่วนอื่นๆ กระจัดกระจายอยู่รอบๆ.

This was the weapon Hajime started to develop as his new trump card, since Donner was lacking in necessary power.
นี่คืออาวุธที่ฮาจิมะ เริ่มพัฒนาขึ้น ในฐานะ ไพ่ตายใบใหม่, เพราะการที่ดอนเนอร์ยังมีอำนาจการยิงไม่มากพอ.

“This is…An Anti-matter rifle: Railgun version. You saw my gun, right? This is a more powerful version. The bullet is specially made.”
นี่คือ...ไรเฟิลต่อต้านวัตถุ เวอร์ชั่นปืนแม่เหล็กไฟฟ้า (ไรกัน). เห็นดอนเนอร์แล้วใช่ไหมล่ะ? ไอ้นี่เป็นเวอร์ชั่นที่มีอำนาจการยิงมากกว่า. ลูกกระสุนก็สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ


When all the parts were assembled, the rifle’s full length was 1 m 50 cm. Hajime was considering what he could do to increase the firepower of his guns. Electromagnetic acceleration and combustion charge was the limit for Donner. Donner couldn’t be improved by much anymore because of its design. So he had to make a new gun.
พอนำทุกส่วนมาประกอบกัน, ปืนไรเฟิลมีความยาวทั้งหมด 1.5 เมตร. มันเป็นผลจาการขบคิดว่าจะทำยังไงให้ปืนมีอำนาจการยิงมากขึ้น. ด้วยกระบวนการเผาไหม้ และ การเร่งความเร็วด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า ที่จำกัดของดอนเนอร์. มันจึงไม่สามารถพัฒนาให้ดียิ่งไปกว่านี้ได้อีก ซึ่งก็เป็นเพราะการออกแบบของมันนั่นเอง. ดังนั้นเขาจึงต้องสร้างปืนใหม่ขึ้นมา


Naturally the answer to increase the power was a bigger caliber, and also lengthen the barrel for acceleration. He arrived at an Anti-matter rifle. It could only load one shot but its theoretical power is enormous. Donner already has a destructive power 10 times of that a regular gun. A monster gun that would crush a normal persons body if they shot it.
โดยปกติ คำตอบสาหรับการเพิ่มอำนาจการยิงก็คือ ลำกล้องปืนต้องมีขนาดใหญ่ขึ้น และ มีความยาวของกระบอกปืนมากขึ้น เพื่อเพิ่มความเร็ว. คำตอบที่ได้ก็คือ ปืนไรเฟิลต่อต้านวัตถุ (Anti-matter rifle). โหลดกระสุนได้แค่หนึ่งนัดต่อหนึ่งครั้ง แต่อำนาจการยิงนั้นเหลือล้น. แค่ดอนเนอร์ก็มีอำนาจการยิงเหนือกว่าปืนธรรมดาทั่วไปถึง 10 เท่าแล้ว, นับเป็นปืนปีศาจที่จะเป่าร่างของคนที่เป็นเป้าหมายให้กระจุยหากโดนยิง.

The gun’s name: Schlagen. In theory, it was 10 times more powerful than Donner…theoretically. Scorpion shell was the material used to make it. When he had analyzed the shell with “Mineral Appraisal” it said this…
ชื่อของปืนนี้ก็คือ ชลาเก้น” (Schlagen). ในทฤษฎีแล้ว มันมีอำนาจการยิงมากกว่าดอนเนอร์ 10 เท่า...ในทฤษฎีอ่ะนะ. เปลือกนอกของปีศาจแมงป่อง ถูกนำมาเป็นวัตถุดิบในการสร้างปืน. ในตอนที่วิเคาะห์ดูเปลือกนอกของมันด้วย สกิล [ประเมินแร่] ก็มีข้อมูลตามนี้...
Stall Ore แร่สตอล
High magic affinity. A special ore where its hardness is increased by the amount of magic power used.  แร่ที่มีสัมพรรคภาพทางเวทย์มนตร์สูง. เป็นแร่พิเศษที่ความแข็งจะเพิ่มขึ้นตามพลังเวทย์ที่ใช้

This ore was probably how the scorpion had such a hard shell. It probably had an enormous reserve of magic to fuel his armor.
แร่นี้เองที่เป็นต้นเหตุทำให้เปลือกของแมงป่องแข็งเป็นอย่างมาก. บางทีมันอาจจะมีพลังกักตุนเวทย์ไว้จำนวนมหาสาร เพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้กับเกราะของมัน.

If it was ore, then Hajime could process it. When he tested his transmutation on it was simple. With his transmutation it was possible to breakthrough it. He remembered how hard it was to deal with when he fought the beast.
ตราบใดที่เป็นแร่ ฮาจิเมะก็สามารถแปรรูปมันได้. ในตอนที่ทดสอบแปรรูปดู ด้วยเวทย์แปรรูป ทำให้สามารถเจาะทะลุมันได้อย่างง่ายดาย. ทั้งที่ตอนสู้กัน ต้องลำบากแทบตายเพื่อรับมือกับมันแท้ๆ.


Hajime had his hands on a lot of good materials to work with, so he guess it worked out. Using these materials he started his development of Schlagen’s barrel. Since he had become a lot more skilled than when he made Donner, the work progressed smoothly.
ฮาจิเมะมีวัตถุดิบมากมายขนาดนี้แล้วดังนั้นเขาจึงได้คิดว่าคงจะสร้างอะไรดีๆออกมาได้แน่. ด้วยการใช้วัตถุดิบพวกนี้.ฮาจิเมะเริ่มพัฒนาสร้าง กระบอกปืนของ ชลาเก้น ขึ้นมา. ด้วยมีทักษะจากการสร้างดอนเนอร์มาก่อน การทำงานก็เลยเป็นไปได้อย่างราบรื่น.
He obsessed over the bullet. The bullet that was made out of Tauru ore was coated with Stall ore. It could be called a full metal jacket-like. In each cartridge a suitable amount of ratio and compression of combustion powder was installed. In one stretch, with[Replica Transmutation], he was able to mass-produce the bullets with ease.
เขาได้พินิจเกี่ยวกับลูกกระสุน. ลูกกระสุน ถูกสร้างจาก แร่ทอลโดยที่เคลือบพื้นผิวด้วย แร่สตอล”. จะเรียกว่าเป็นกระสุนหุ้มเกราะก็คงได้. ในกระสุนปืนแต่ละลูก มี อัตราส่วนที่เหมาะสม และ การบีบอัดของดินขับ ที่ถูกติดตั้งเข้าไป. ด้วยสกิล [แปรสภาพจำลอง] ทำให้สามารถสร้างลูกกระสุนจำนวนมากได้อย่างไม่ยากเย็น.


Hajime talked with Yue while he carefully worked, then Schlagen was finished. The gun had a very powerful and brutal form. He was satisfied with himself and the gun. After he finished the gun, he noticed that he was hungry now. They decided to have grilled scorpion and cyclops meat for a meal.
ฮาจิเมะได้คุยกับยูเอะ ที่ทำงานอย่างขะมักเขม้นไปด้วย และแล้ว ชลาเก้น ก็เสร็จสมบูรณ์. ปืน ที่มีอำนาจการยิงล้นเหลือ และ มีรูปร่างอันดุดัน. ฮาจิเมะพอใจกับตัวเอง และ ผลงานเป็นอย่างมาก. หลังจากสร้างเสร็จ ก็รู้สึกท้องหิวขึ้นมาแล้ว. เจ้าตัวก็ตัดสินใจ ย่างแมงป่อง และ เนื้อไซคลอปเป็นอาหาร.

“Yue, meals ready…is it bad? Would eating this meat cause any pain…are vampires fine with it?”
ยูเอะ อาหารเสร็จแล้วล่ะ...มันย่ำแย่ไปรึ? ถ้ากินเนื้อพวกนี้เข้าไปจะมีอาการปวดไหม...เผ่าพันธุ์แวมไพร์นี่ กินเนื้อพวกนี้ได้ไหม?”

Demon meat had become the daily meal. Hajime invited Yue to eat with him, but was wondering if it was alright for her to eat it.
เนื้อมอนสเตอร์กลายมาเป็นมื้ออาหารประจำวันของเจ้าตัว. ฮาจิเมะจึงชวนยูเอะมากินด้วยกันกับเขา แต่เจ้าตัวก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เธอจะกินได้หรือเปล่า.


Yue shook her head to say: “I don’t need the meal” to Hajime.
ยูเอะส่ายหัว บอกกับฮาจิเมะเราไม่ได้ต้องการเนื้อ

“Well you have been sealed for 300 years without eating and lived…Don’t you feel hungry?”
ก็นั่นสินะ ยังไงก็ถูกผนึกมาตั้ง 300 กว่าปี โดยที่ไม่ได้กินอาหาร แล้วยังมีชีวิต...อ้าว แล้วจะไม่รู้สึกหิวบ้างเรอะ?”

“I feel it…but I’m okay.”
รู้สึก...แต่ฉันไม่เป็นไร."
 “Fine? Did you eat something?”
ไม่เป็นไร? กินอะไรเข้าไปแล้วงั้นเหรอ?”
Hajime looked at her belly with a questioning gaze. Yue pointed to Hajime.
ฮาจิเมะ มองไปที่ท้องของยูเอะ ด้วยความสงสัย. ยูเอะก็ชี้นิ้วมาที่ฮาจิเมะ.

“Hajime’s blood.”
เลือดของ...ฮาจิเมะ

“Ah, my blood. That would mean that a vampire’s whole meal is blood?”
อ่า เลือดของฉันนี่เอง. งั้นหมายความว่า อาหารของแวมไพร์นี่ มีแค่เลือดก็พอสินะ?”


“…We can also eat…but drinking blood is more effective.”
อาหารทานได้ ...แต่เลือดได้ผลดีกว่า

Seems that as long as they drank some blood, vampires were okay with it. She had sucked Hajime blood earlier and was satisfied. When he was convinced with the answer he looked at Yue. For some reason Yue was licking her lips.
ดูเหมือนตราบเท่าที่มีเลือดให้ดื่ม, แวมไพร์ก็อยู่ได้แล้ว. ก่อนหน้านี้เธอดื่มเลือดไป ก็ดูเหมือนจะพอใจ. พอถูกตอบคำถามกลับมาอย่างนั้น ฮาจิเมะก็มองไปที่ยูเอะ. ด้วยเหตุผลบางประการยูเอะเองก็กำลังเลียริมฝีปากของตัวเองอยู่.


“…Why are you licking your lips?”
“...เลียริมฝีปากทาไมละนั่น?”

“…Hajime…delicious…”
  “ฮาจิเมะ...อร่อย...”

“D-Delicious you say. I thought that I would taste bad considering I’ve eaten so much demon flesh.”
อะ...อร่อยเรอะ? นึกว่าตัวเองจะรสแย่ซะอีกนะ ก็เล่นกินเนื้อมอนสเตอร์เยอะขนาดนั้นด้วยสิ


“…Mature taste…”
“...รส ผู้ใหญ่...”

“…”
“...”

From Yue description, his blood had a heavy, deep taste similar to a soup. His soup was a dense one filled with many kinds of vegetables and meat. The first time he had his blood sucked, she fell into a trance. This wasn’t his imagination. Any dish would be the finest after starving for so long.
จากที่ยูเอะว่ามา เลือดของฮาจิเมะมีรสชาติ จัดจ้าน นุ่มลึก คล้ายๆ กับ น้ำซุป. เป็นซุปที่อัดแน่น ไปด้วยพืชผักและเนื้อนาๆชนิด. ครั้งแรกที่ได้ดื่มเลือดของเขา ทำให้เธอถึงกับตกอยู่ในภวังค์. มันไม่ใช่แค่เรื่องที่คิดไปเอง. เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหารจานไหนก็ต้องมีรสเลิศ ถ้าหากต้องทนหิวมาเป็นเวลานาน.

Hajime wanted to stop her bewitching lip licking. He realized Yue was older. However, that did not calm him when he saw that childish figure displaying such an immoral act, such a supreme combination.
ฮาจิเมะอยากจะให้เธอเลิกเลียริมฝีปากที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มนั่นสักที. ถึงจะรู้ว่ายูเอะ แก่กว่า. ถึงอย่างนั้น การที่เห็นรูปร่างเด็กสาวทำท่าทางชวนให้คิดในทางผิดศีลธรรมแบบนั้นแล้ว ก็ไม่อาจจะทำให้สงบใจได้เลย, ช่างเป็นการผสมผสานที่เหลือเกินจริงๆ.


“…Delicacy.”
“...ละมุน...”

“…Please pardon me.”
“...ขอทีเถอะ
His partner might be a little dangerous in many ways. Hajime broke out a cold sweat.
คู่หูคนนี้ดูจะอันตรายอยู่นิดหน่อยในหลายๆความหมายเลยทีเดียว. พอคิดอย่างนั้น ฮาจิเมะก็เริ่มมีเหงื่อแตกพลั่กออกมา. * * *
ชื่อ
นากุโมะ ฮาจิเมะ
อายุ
17 ปี
เพศ
ชาย
เลเวล
51
อาชีพ
ศิลปินนักแปรสภาพ  (นักแปรธาตุ)
ความแข็งแกร่ง
980
พลังกาย
1090
ความต้านทาน
970
ความว่องไว
1260
เวทมนต์
980
ความต้านทานเวทมนต์
980
ทักษะ
  • แปรสภาพ
    -ประเมินแร่
    -แปรสภาพอย่างแม่นยำ
    -สืบหาแร่

    -แยกองค์ประกอบแร่
    -รวมแร่
    -แปรสภาพจำลอง
  • ควบคุมเวทมนต์
    -ผ่านถ่ายเวทมนต์
    -บีบอัดเวทมนต์
  • กระเพาะเหล็ก
  • อาภรณ์สายฟ้า
  • ก้าวย่างแห่งพระเจ้า
    -เหยียบเวหา
    -ย่นระยะ

    -เท้าคชสาร
  • กงเล็บล่องหน
  • มองเห็นกลางคืน
  • หยั่งรู้
  • ต้านทานกลายเป็นหิน
  • มองเห็นจากระยะไกล
  • รับรู้เวทมนต์
  • ซ่อนตัวตน
  • ต้านทานพิษ
  • ป้องกันอัมพาต
  • ทะลวงด้วยเวทมนต์
  • ร่างวัชระ(ร่างที่คลุมด้วยสายฟ้า.)
  • ความเข้าใจในภาษา


* * *
Omake (No relations to the main story)ตอนพิเศษ (ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องหลักแต่อย่างใด)
“…Tsk.” “...ชิ
“K-Kaori? You clicked your tongue…”
คะ...คาโอริ? ตะกี้พูดว่า ชิเหรอ...”

“Eh? What’s the matter Shizuku-chan?”
เอ๋? มีอะไรเหรอ ชิซึกุจัง?”

“N-No. Nothing…”
ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร...”

“…Thieving Cat.”
ยัยแมวขโมย

“Kaori!?”
คาโอริ!?”
“Fufu, its all right, Shizuku-chan. I felt like someone was threatening my position.”

หุหุ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ชิซึกุจัง. แค่รู้สึกเหมือนมีใครกำลังคุกคามตำแหน่งของฉันอยู่น่ะจ้ะ


#นิยายแนวฮาเร็ม#Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou #นิยายแปลไทย
Author(s)




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น