วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou Chapter 19 Beyond the Past (Classmate Side 2 Part II)

Chapter 19  Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou Beyond the Past (Classmate Side 2 Part II)


นิยาย แปลไทย Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou ตอนที่ 19 ด้านเพื่อนร่วมชั้น II ก้าวข้ามอดีต


บทที่ 19 ด้านเพื่อนร่วมชั้น II ก้าวข้ามอดีต



Kouki made the first move.
โคคิชิงเคลื่อนไหวก่อน

“Myriad of Soaring Wings, Reach the Heavens, “Soaring Flash””
"ปีกแห่งเวหา อันเหนือคณนานับ จงพุ่งทะยานสู่สรวงสวรรค์ [ซอร์ริ่งแฟลช]"


The curved slash of light struck the Behemoth with a roar. Before he wasn’t even able to injury the Behemoth with his strongest skill “Might of Heaven”. However, he wanted to show that he wasn’t the same as back then, and it was proven.
เส้นแสงโค้งจากการตวัดดาบ พุ่งปะทะ เบฮีมอธ เกิดเป็นเสียงดังสนั่น. คราวก่อนแม้จะใช้สกิล ที่แข็งแกร่งที่สุด [เฮฟเว่น ไมท] ก็ยังไม่อาจจะสร้างบาดแผลอะไรให้กับเบฮีมอธได้เลย. แต่คราวนี้, เขาอยากจะแสดงให้เห็นว่าตัวเขาไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้แล้ว และ เรื่องนั้นก็ได้รับการพิสูจน์.

“Guurugaa!!”
"กัลลล!!"

A diagonal sword line ran appeared on the Behemoth’s chest. It scraped the ground and screamed as its dark red blood dripped onto the ground.
เส้นตัดเป็นมุมทแยง ปรากฏขึ้นที่อกของเบฮีมอธ. มันใช้กรงเล็บขูดพื้น และ ตะโกนกรีดร้อง พร้อมๆกับเลือดสีแดงเข้มที่หยดลงที่พื้น.


“We can do it! We are certainly stronger! Nagayama left side, Hiyama take the rear, Meld take the right side! Rear guard ready magic! High grade magic!”
ทำได้แล้ว! ฉันแข็งแกร่งขึ้นแล้วจริงๆ! นากายามะ ไปด้านช้าย, ฮิยามะ ไปด้านหลัง, คุณเมลด์ ฝากด้านขวาด้วย! แนวหลังเตรียมร่ายเวทย์! ยิงเวทย์ขั้นสูงใส่มันเลย!”

Kouki gave out instructions rapidly. The results of Meld’s officer training.
โคคิออกคำสั่งอย่างลื่นไหล ซึ่งเป็นผลมาจากการฝึกของเมลด์นั่นเอง.

“Oh, he gave good instruction without hesitation. Did you hear? All hands, follow Kouki’s command!”
โฮ่ ออกคำสั่งได้อย่างไม่มีความลังเลเลยรึ. ได้ยินแล้วสินะ? ทุกคน, ทำตามที่โคคิบอก!”

Meld shouted and ran to wrap the right side of the Behemoth with his knights. Everyone started to move at that moment and encircle the Behemoth.
เมลด์ตะโกน และ วิ่งไปประจำตำแหน่งด้านขวาของเบฮีมอธ ร่วมกันกับเหล่าอัศวิน. ทุกคนเริ่มเคลื่อนไหว และ ตีกรอบล้อมเบฮีมอธ.
The vanguard quickly devised a line of defense that was desperate in preventing the raging Behemoth from reaching the rear guard.
แนวหน้าสร้างแถวป้องกัน เพื่อต้านเบฮีมอธที่เดือดดาล ไม่ให้แตะต้องแนวหลัง.

“Guruuaa!”
"กัลล!"

With the roar the Behemoth stepped into the ground and pulverized it as it charged.
เบฮีมอธส่งเสียงคำราม แล้วกระทืบพื้นจนละเอียด ขณะที่มันพุ่งเข้ามา.

“Like I’ll let you!”
ดูเหมือนว่าฉันคงปล่อยแกไปไม่ได้!”

“I won’t allow it!”
ไม่ปล่อยให้เข้ามาได้หรอกน่า!”

Ryutaro and Jugo, the two biggest members of the class, quickly huddled the Behemoth and started to wrestle with it.
เรียวทาโร่ กับ จูโก สมาชิกตัวใหญ่ที่สุดของห้อง, ก้าวเท้าเข้ามาต้านการพุ่งชนของเบฮีมอธ อย่างรวดเร็ว และ เริ่มประลองกำลังกับมัน.

“”The power to break the earth! “Herculean Strength”!””
Using their physical strength, strengthened by magic, they took the Behemoth’s rush while they feet slide on the ground.
พละกำลัง ที่จักแบ่งแยก ผืนปฐพี! [พละกำลัง แห่ง เฮอร์คิวลิส]” โดยการใช้พลังกาย ที่เพิ่มพูนขึ้นจากการใช้เวทย์, ทั้งคู่เข้ารับการพุ่งชนของเบฮีมอธ พร้อมๆกับปลายเท้าที่ขูดไถลไปกับพื้น.

“Gaaa!”
“Gaaa!”
“Raaaa!”
ย้ากกกกส์!”

“Oooooh!!”
โอ้วววววว!”
Each of the three gave out a yell and strained their muscles. The smaller humans was not able to completely stop the Behemoth but it was enough to kill its momentum. It stomped on the ground in anger at that.
สองคน กับ หนึ่งตัว ส่งเสียงร้องตะโกน เพื่อใช้แรงจากกล้ามเนื้อ. ถึงจะไม่สามารถจะหยุดเบฮีมอธได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็เพียงพอที่จะทำลายจังหวะการพุ่งชนของมันได้แล้ว. เบฮีมอธกระทืบเท้าลงพื้นอย่างโมโห.

The other members did not miss the chance this brought.
สมาชิกคนอื่นๆ ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้พลาดไป

“Supreme flash that cuts all, “Absolute Sever”!”
ประกายแสงพริบตาอันขีดสุด จักตัดผ่าซึ่งทุกสรรพสิ่ง [แอบโซลูท เซฟเวอร์]” (การตัดผ่าอันเด็ดขาด)

Shizuku’s battojutsu hit the Behemoth in the horn. Even with a sword artifact that added to the sharpness of the magic, it stopped midway and couldn’t complete the sever.กระบวนท่าชักดาบสไตล์บัตโตจุทสึของชิซึกุ พุ่งตัดเข้าที่เขา ของเบฮีมอธ. แต่ถึงแม้จะเป็นดาบอาร์ติแฟค ที่เพิ่มความคมด้วยเวทย์มนตร์ ก็ยังหยุดกลางครัน คมดาบไม่สามารถตัดเขาของเบฮีมอธให้ขาดสะบั้นลงได้อย่างสมบูรณ์.



“As hard as ever.”
แข็งเหมือนเคยเลยนะ

“Leave it to me! Grind, Crush, Blast, “Grand Hammer”!”
ให้ข้าจัดการเอง!” “จงบดขยี้ ให้แหลกลาญ [แกรนด์ แฮมเมอร์]!”

Meld jumped and flung his own sword at Shizuku’s sword that was stuck in the middle. The sharp, heavy blow enhanced by magic helped strengthen Shizuku’s sword and pushes it forward.
เมลด์กระโดดเข้ามา แล้วขว้างค้อนของตัวเองไปที่ดาบของชิซึกุที่ติดอยู่ตรงเขาของเบฮีมอธ. ความหนักหน่วงของแรงกระทบ ผลักให้ดาบของชิซึกุ ตัดผ่าไปต่อได้.


With that one of the Behemoth’s horn is severed.
ด้วยเหตุนั้น หนึ่งในเขาของเบฮีมอธจึงถูกสะบั้นขาด.

“Gaaaa!?”
"กัลล!?"

The Behemoth goes on a wild rampage with all its might after the cut. This rampage blew the four people away.
หลังจากที่เขาของมันถูกตัด เบฮีมอธก็เข้าสู่โหมดคลุ้มคลั่ง และ ทำให้คนทั้งสี่ถูกชัดกระเด็นออกไป.


“The gentle light that embraces all, “Halo”!”
ประกายแสงอันอ่อนโยน จงโอบกอดทุกสรรสิ่ง, [ฮาโล่]!”





An innumerable amount of nets made of light sprang forth and wrapped the four gently, after they had struck the floor and lost their breath. What Kaori used was a shape-shifting defensive light magic that killed the shock.
หลังจากที่ทั้งสี่ปะทะลงที่พื้น การหายใจก็ติดขัด, ตาข่ายแสงสว่างจำนวนนับไม่ถ้วน เข้าปกคลุมร่างของทั้งสี่คนอย่างอ่อนโยน. เวทย์ที่คาโอริใช้คือเวทย์ปรับเปลี่ยนอารมณ์. เวทย์สายป้องกันที่จะช่วยทำให้อาการช็อคหายไป.

In a flash, Kaori started to chant a healing spell.
ไม่กี่วินาทีต่อมา คาโอริก็เริ่มร่ายเวทย์รักษาต่อ.

“Heaven’s Blessing, heal universally, “Restore Heaven”!”
คำอวยพรแห่งสวรรค์, จงรักษาเหล่าบุตรแห่งพระเจ้าทั้งมวล [รีสตอร์ เฮฟเว่น]” (การฟื้นฟูแห่งสรวงสรรค์)

Even though all four did not experience at the same time, they were all being healed. The spell was a ranged recovery spell that was at an intermediate level. It could heal multiple people at the same time. “Restore Heaven” was a higher rank version of the “Heaven’s Blessing” she used before.
ถึงจะไม่ได้พร้อมกัน แต่ทั้งสี่คนก็ได้รับการฟื้นฟูกันทุกคน. เวทย์ฟื้นฟู ที่มีระยะการรักษาเป็นเป็นวงกว้างนั้น เป็นเวทย์ระดับกลาง, ซึ่งทำให้สามารถรักษาคนหลายๆคนในทีเดียวได้. [รีสตอร์ เฮฟเว่น] นั้นเป็นเวอร์ชั่นของเวทย์ ที่มีขั้นสูงกว่า [เฮฟเว่น เบลชซิ่ง]* ที่เธอเคยใช้เมื่อก่อนหน้านี้. *เวทย์รักษา ที่คาโอริใช้รักษา โคคิ ตอนสู้กับเบฮีมอธ คราวก่อน.

Kouki took a thrusting stance and rushed straight for the rioting Behemoth. He stabbed his sword into the previous wound as he finished an aria.
โคคิตั้งท่าย่อตัวลง และ พุ่งทะยานเข้าไปหาเบฮีมอธที่กำลังพิโรธ. เขาตวัดดาบไปยังแผลที่สร้างไว้เมื่อก่อนหน้า พร้อมๆกับร่ายเวทย์.

“”Light Burst!””
[ไลท์ เบิร์สท] (ลำแสงระเบิด)

The enormous magic stored in the Holy Sword flowed into the wound and caused an explosion.
พลังเวทย์มหาสารที่อัดแน่นในดาบศักดิ์สิทธิ์ ถูกฟาดลงไปยังแผลเก่าของเบฮีมอธ แล้วระเบิดออก.


“Gaaa!!”
"กัลล!!"
A large quantity of blood gouged out of the wound. The Behemoth brandish its sharp claws at Kouki during the slight pause after he executed the skill.
เลือดปริมาณมาก ไหลออกจากปากแผล. ด้วยความโกรธ เบฮีมอธหวดกรงเล็บของมันลงไปยังโคคิ ที่กำลังชะงักเล็กน้อยหลังจากใช้สกิล.

“Kuuu!”
คึก!”

Kouki raised a groan and was blown away. The St. Armour he worse reflected the claws, but the impact still passed through and caused a coughing fit for him. The pains was just a moment. Kaori quickly followed up with a heal.
โคคิส่งเสียงกรอด ในขณะที่ถูกซัดกระเด็นออกไป. เกราะเสริมกำลังกายที่เขาสวมใส่ สะท้อนการโจมตีจากกรงเล็บของเบฮีมอธไปได้, แต่แรงกระแทกก็ยังส่งผ่านไปที่ร่าง จนทำให้เขาสำลักไอออกมา. พอรู้สึกเจ็บปวดได้เพียงครู่เดียว คาโอริก็ตามมาร่ายเวทย์รักษาให้ทันที.





“Heaven’s Blessing, restore his strength, “Restless Heaven”!”
คำอวยพรแห่งสรรค์ จงฟื้นฟูพละกำลังแด่คนผู้นี้ [เรสลิส เฮฟเว่น]! (การเร่งรีบแห่งสวรรค์)


This spell has lost the efficiency of healing multiple people, but it increased its power for single targets. Kouki recovered instantly the light enveloped him.
เวทย์นี้ ไม่สามารถรักษาได้หลายๆคนในทีเดียว แต่จะสามามารถ เพิ่มพลังให้กับเป้าหมายหนึ่งคน. โคคิฟื้นตัวในชั่วพริบตาหลังจากที่แสงห่อหุ้มตัวเขา. ขณะที่โคคิ ถูกชัดปลิวไป,

The Behemoth was blown other members away when Kouki was knocked back. Without minding its injury it started to glow red hot.
เบฮีมอธ ก็ซัดสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นๆกระเด็น. โดยที่ไม่สนใจอาการบาดเจ็บของมันเลยสักนิด หมวกเหล็กของมันก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงร้อนระอุ.

“…Even if its horn is gone, it can use the spell. Here it comes!”
“...ขนาดเขาโดนตัดไปแล้ว, มันยังใช้เวทย์ได้อยู่อีก?. จะมาแล้ว!”

Shizuku’s warning and the Behemoth leap came at the same time. Everyone had already experienced the Behemoth’s Special Magic. However, the jump distance of this Behemoth was unexpected. The beast easily leap over the vanguard and advanced to the rear guard. It never jumped like that on the bridge and they didn’t even dream it could jump that much. Vanguard members showed an impatient expression.
พร้อมๆกับที่ ชิซึกุ ร้องเตือน, เบฮีมอธก็กระโดดจู่โจมเข้ามาในเวลาเดียวกัน. ทุกคนต่างเคยเห็นเวทย์พิเศษของเบฮีมอธกันหมดแล้ว. แต่ทว่า, ระยะกระโดดของเบฮีมอธตัวนี้นั้นเหนือกว่าที่คาด. สัตว์ร้ายกระโดดข้ามแนวหน้า ไปถึงแนวหลังได้อย่างง่ายดาย. ตอนที่อยู่บนสะพานคราวก่อน มันไม่เคยกระโดดแบบนี้ และ ทุกคนก็ไม่คิดว่ามันจะกระโดดได้ไกลขนาดนี้ด้วย. เหล่าแนวหน้าพากันทำสีหน้าแตกตื่น.


One of the rear guard stop their chant and stepped forward. It was Taniguchi Suzu.
หนึ่งในแนวหลังหยุดแล้วก้าวไปข้างหน้าแล้วร่ายเวทย์. เธอก็คือ ซึสึ.

“Herein a Sanctuary, enemies of god shall not pass, “Absolute Virtue”!”
ที่แห่งนี้คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ศัตรูแห่งพระผู้เป็นเจ้าห้ามมิให้มากล้ำกราย! [แอปโซลูท เวอร์ทิว]”

The dome of light appeared just as the Behemoth landed like a meteor. A terrible sonicboom and shockwave spread from the area and the surrounding floor broke into cobwebs.
แสงสว่างทรงโค้งเว้า ปรากฏขึ้นมาต้านการพุ่งชนที่เหมือนกับลูกอุกกาบาตของเบฮีมอธ. เสียงการปะทะดังลั่น ส่งคลื่นกระแทกไปทั่วบริเวณ จนทำให้พื้นเหยียบบริเวณรอบๆแตกร้าวเป็นรอยเหมือนใยแมงมุม.

However, the absolute defense Suzu made took the force of the Behemoths blow. But her version was the 2 verse version of the shield, not the 4 verse, so it didn’t have its original power.
แต่ทว่า การป้องกันอันเป็นที่สุดของซึสึ ก็สามารถรับแรงกระแทกของเบฮีมอธได้. เพราะคำร่ายที่ใช้ เป็นเวอร์ชั่นที่มีแค่ 2 บท, ไม่ใช่ 4 บทเหมือนคราวที่แล้ว พลังป้องกันจึงมีไม่เท่ากับของเดิม.

The shield already had cracks in it. If Suzu’s class wasn’t “Barrier Master” it wouldn’t have even formed. Suzu grit her teeth as she poured 2 verse worth of magic into a spell that usually didn’t use that amount. She continued to picture the spell’s image in her mind as she raised both hands desperately. The barrier that showed cracks disappeared. She believed her defense was absolute.
โล่เวทย์มีรอยแตกร้าวไปทั่ว. ถ้าหาก อาชีพของซึสึ ไม่ใช่ บารเรีย มาสเตอร์แล้วล่ะก็ คงพังไม่เหลือชิ้นดีไปแล้ว. ซึสึกัดฝันแน่น พร้อมกับร่ายคาถา 2 บทสำหรับเวทย์ดังกล่าว ที่ปกติไม่จำเป็นต้องใช้. เธอเริ่มจินตนาการภาพของเวทย์ในใจ พร้อมกับยกแขนทั้งสองข้างขึ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย. รอยร้าวที่มีบนบาเรียเริ่มหายไป. ซึสึนั้นเชื่อว่า การป้องกันของเธอนั้นเป็นที่สุด.

“Uuu! I won’t lose!”
อุ! ไม่ยอมแพ้หรอก!”

From the Behemoth, eyes full of murderous intent pierced the barrier and landed on Suzu. Her body was struck with fear and her hands shaked. She shouted desperately to convey her limit. The Behemoth continued its attack and she wouldn’t be able to hold for more than 10 seconds.
เบฮีมอธ ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันผ่านบาเรียมาที่ ซึสึ. ร่างกายของเธอชะงักเพราะความกลัว และ ทำให้แขนของเธอสั่น. เธอตะโกนออกมาอย่างเมื่อเข้าตาจน ซึ่งแสดงออกให้เห็นว่าถึงขีดจำกัดแล้ว. เบฮีมอธยังคงโจมตีต่อไป เธอคงจะทนต่อไปได้อีกแค่ 10 วินาที กว่าๆเท่านั้น.

Its going to break! When Suzu thought that in her heart.
จะพังแล้ว! เสียงกู่ร้องตะโกนออกมาในใจของซึสึ.

“Heaven’s Blessing, a mystery here, “Yielding Heaven”!”
คำอวยพรแห่งสวรรค์, จงมอบปาฏิหาริย์ในที่นี้ [ยีลดิ่ง เฮฟเว่น]” (สวรรค์ประทานพร)


Suzu’s body was wrapped in light, and with it the amount of magic poured into her spell increased. This was Kaori’s spell to recover magic. Originally, it was a spell to restore others magic, moves according to the magic directed in its formula, inflow can be made to amplify to original amount. That how this spell works. Kaori could only use it because of her “Healer” class.
ร่างกายของซึสึ ถูกโอบล้อมด้วยแสงสว่าง แล้วพลังเวทย์ที่ส่งไปให้เวทย์ของเธอก็เพิ่มมากขึ้น. นี่เป็นหนึ่งในเวทย์ฟื้นฟูของคาโอริ. เป็นเวทย์ที่ช่วยฟื้นฟูพลังเวทย์ในร่างกาย. โดยการเคลื่อนไหวตามพลังเวทย์ไปยังวงเวทย์โดยตรง, พลังเวทย์ที่ไหลเพิ่มเข้ามานั้นจะไปเพิ่มพลังเวทย์ให้มีเท่ากับปริมาณที่มีอยู่แต่เดิม. นั่นเป็นขบวนการทางานของเวทย์นี้. ที่คาโอริสามารถใช้ได้นั้นก็เป็นเพราะ อาชีพ ฮีลเลอร์ของเธอนั่นเอง.

“If its this! I love you Kaorin!”
ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ไหวแน่! รักเธอที่สุดเลยคาโอริน~”

Suzu poured the original 4 verse worth of magic into the shield and it was restored perfectly. All the cracks were repaired in an instant. Frustrated that it couldn’t break through the barrier, it gave an angry scowl at the impertinent caster. She didn’t budge at the stare and returned one instead.
ซึสึร่ายคาถา ที่มีอยู่ 4 บท ใส่ในโล่เวทย์ ซึ่งก็ทำให้มันฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์. รอยร้าวทั้งหมดที่เคยมีได้รับการซ่อมแซมในอึดใจ. เพราะความผิดหวังจากการที่ไม่อาจจะฝ่าบาเรียเข้าไปได้ เบฮิมอธ ถลึงตาเกรี้ยวโกรธใส่คนที่เข้ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง. คาโอริไม่ได้ เกรงกลัวแววตาที่จ้องมาเลยแม้แต่น้อย กลับกันเธอกลับจ้องตากลับไปเสียด้วยซ้ำ.


Finally, the horn started to lose its red hot effect. The Behemoth loses its momentum and falls to the ground. Suzu’s barrier ceased to exist at the same time.
ในที่สุด ผลของเวทย์พิเศษบนหมวกเหล็กของเบฮีมอธก็หยุดลง. จากการสูญเสียแรงผลักทำให้มันหล่นลงที่พื้น. บาเรียเวทย์ของซึสึก็หายไปในเวลาเดียวกัน.

Behemoth tried to aim at the breathing Suzu, but the vanguard was already on top of it.
เบฮีมอธพยายามจะ พุ่งโจมตีไปที่ซึสึที่กำลังเหนื่อยหอบ แต่แล้ว แนวหน้าก็มาอยู่ต่อหน้ามันแล้ว.

“Rear guard retreat!”
แนวหลัง ถอย!”

The back group fell back at Kouki’s direction, and the advance guard enclosed upon the monster. A hit and evade strategy was used on the Behemoth, until the rear guard finished their chant.
แนวหลังถอยย่นไปทางที่โคคิยืนอยู่ ส่วนแนวหน้าก็เข้าปิดล้อมรอบตัวมอนสเตอร์. กลยุทธโจมตีแล้วถอยถูกนำมาใช้กับเบฮีมอธ, จนกระทั่ง แนวหลังร่ายเวทย์เสร็จ.

“Step Back!”
ถอยออกมาได้แล้ว

Eri, the rear guard representative, signaled. Kouki and the others at that signal distanced themselves from the Behemoth.
เอริ ตัวแทนของกลุ่มแนวหลัง, เป็นคนให้สัญญาณ. โคคิ กับ คนอื่นๆเมื่อได้ยินสัญญาณก็พากันถอยห่างออกมาจากเบฮีมอธ.

After they retreated, an advanced fire based magic spell went off.
หลังจากที่ทุกคนถอยออกมาหมดแล้ว, เวทย์ไฟขั้นสูง ก็ถูกร่ายออกไป.


“””””Scorching Sun”””””
[[[[[ สคอร์ซิ่ง ชัน ]]]]] (ดวงอาทิตย์แผดเผา)

Five people performed this advanced spell. High-temperature flames gathered into a sphere, and burned the surrounding area like the sun. The “Scorching Sun” was made directly above the Behemoth and was 8 m in diameter; immediately after it swelled it was dropped onto the beast.
เวทย์ขั้นสูงนี้ มีจอมเวทย์ถึง 5 คน เป็นคนร่าย. เปลวเพลิงความร้อนสูงหลอมรวมกันกลายเป็นรูปทรงกลม และ เผาไหม้บริเวณรอบๆราวกับ ดวงอาทิตย์. เวทย์ [สคอร์ซิ่ง ชัน] ที่ลอยอยู่เหนือหัวของเบฮีมอธ มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 8 เมตร. ในทันทีที่มันพองตัวขึ้น ดวงอาทิตย์ขนาดย่อมก็ร่วงหล่นลงสู่สัตว์ร้าย.

A tremendous amount of heat attacks the Behemoth. The magnitude of the power was too much that an ally might have gotten damaged. So, they quickly put up a barrier. “Scorching Sun” did not give any spare time for the Behemoth to escape, and soon its strong outer crust started to melt.
กลุ่มก้อนของความร้อนอันสุดจะทานทน โจมตีเข้าใส่เบฮีมอธ. ขนาดของพลังนั้นมากมายมหาสาร จนแม้กระทั่งพวกเดียวกันก็อาจจะโดนหางเลขไปด้วย. เพื่อการนั้นพวกเขาถึงกางบาเรียออกมาเพื่อป้องกัน. [สคอร์ซิ่ง ชัน] ไม่ปล่อยทางให้เบฮีมอธหลบหนี. ไม่ช้าผิวนอกของมันก็ถูกเผาจนละลาย.

“Guuruagaaa!!”
“Guuruagaaa!!”

The Behemoth’s death throes filled the hall. A familiar scream from that day. Its cries were earsplitting, but soon it was exhausted like it was burnt away by the flames.
เสียงร้องแห่งความตายของเบฮีมอธดังก้องไปทั่วห้อง. เสียงที่คล้ายคลึงกับเสียงร้องในวันนั้น. เป็นเสียงกรีดร้องที่ดังจนแสบแก้วหู, แต่ในไม่ช้าเสียงก็สงบลง ไปพร้อมๆกับร่างมอดไหม้เพราะเปลวเพลิง.

In the center of the blacken area, all that remained of the beast were ruins.
ใจกลางของพื้นที่สีดำเกรียม เหลือไว้เพียงเศษซากของสัตว์ร้ายให้เห็น.

“D-Did we win?”
ชะ..ชนะแล้วหรือเปล่า?”
“I think we won…”
ฉันว่าคงชนะแล้วล่ะ...”

“We won…”
ชนะแล้ว...”

“Seriously?”
จริงเหรอเนี่ย?”
“Serious?”
จริงๆเหรอ?”

Everyone was looking stunned at the area the Behemoth was. Bit by bit mutters of victory spread throughout. Kouki was stunned, and when he regained himself; he hoisted his Holy Sword above his head and straightened his back.
ทุกคน มองดูตรงที่เบฮีมอธเคยอยู่ อย่างยังไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง. ทีละเล็กทีละน้อยเสียงจอแจแห่งชัยชนะก็ดังขึ้นไปทั่วห้องโถง. โคคิเองก็ทำสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน แต่หลังจากเรียกสติตัวเองกลับมาได้ เขาก็ยืดตัวตรง ยกดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเหนือศีรษะ.


“That’s right! It’s our victory!”
ใช่แล้วล่ะ! นี่คือชัยชนะของพวกเรา!”

The sword seemed to respond to his feelings as it started to sparkle. At his victory cry, the others came to the same realization and cheers arose. Guys were patting each other shoulders, while the girls hugged each other. Meld and the knights were impressed.
ดาบเหมือนจะตอบสนองต่อคำพูดของเขา มันส่องแสงสว่างออกมา. กับการประกาศก้องถึงชัยชนะของโคคิ คนอื่นๆก็ตระหนักได้ในสิ่งเดียวกัน แล้วส่งเสียงเชียร์โห่ร้องออกมา. พวกผู้ชาย วางมือไว้บนบ่าของกันและกัน ส่วนพวกผู้หญิงก็โอบกอดกันด้วยความดีใจ. เมลด์ และ เหล่าอัศวินต่างก็ทำสีหน้าประทับใจ.

Shizuku called out to Kaori, who was still staring at the place the Behemoth occupied.
ชิซึกุ เรียกหาคาโอริ ที่กำลังจ้องมอง บริเวณที่เคยมีร่างของเบฮีมอธอยู่.





“Kaori? What’s the matter?”
คาโอริ? มีอะไรเหรอ?”

“Eh, Ahh, Shizuku-chan…Yeah, it’s nothing. I was just thinking how far we came.”
อ่า คือ...ชิซึกุงจัง...อือ, ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ. แค่กำลังคิดว่าพวกเรามาไกลกันขนาดไหนกันแล้ว น่ะจ้ะ

Kaori answered Shizuku with a wry smile. She was immersed in her emotions after defeating her previous nightmare and confirming she was stronger now.
คาโอริ ตอบชิซึกุ ด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ. เธอจมไปกับอารมณ์ความรู้สึก หลังจากที่ได้กำราบฝันร้ายในอดีตของตัวเธอเอง และ ยืนยันว่า ตัวเธอนั้นแข็งแกร่งขึ้นแล้ว.

“That’s right. We did get stronger.”
ใช่แล้วล่ะ, พวกเราแข็งแกร่งขึ้นแล้ว

“Yeah…Shizuku-chan. Further ahead is Nagumo-kun…”
อือ...ชิซึกุจัง. ที่รออยู่ในทางข้างหน้าคือ นากุโมะคุง...”

“You are going to check, right? It was for that reason you tried your best.”
จะไปดูให้แน่ใจใช่ไหม? นั่นเป็นเหตุผลที่เธอพยายามอย่างหนักมาตลอดนี่นะ

“Ehehe, that’s right.”
แฮะแฮะ, ใช่แล้วจ้ะ

To move forward. To ascertain Hajime’s state, because of possible specifics. Scared that there would be no answer, she became faint-hearted. Shizuku sympathized, and held Kaori’s hand.
เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า. เพื่อยืนยันสภาพของ ฮาจิเมะ, เพราะอาจมีความเป็นไปได้ที่พิเศษลงไป. ความกลัวกับ เรื่องที่ใฝ่หาอาจไม่มีคำตอบรออยู่, หัวใจของเธอจึงเกิดความสับสนลังเล. ชิซึกุเข้าใจในเรื่องพวกนั้นเป็นอย่างดี, เธอจึงยื่นมือไปกุมมือของคาโอริเอาไว้.

Kaori showed a smile at her forceful grip.
คาโอริกุมมือของชิซึกุกลับไป พร้อมกับยิ้มให้.

Kouki started to gather around the two.
แล้วโคคิก็เดินเข้ามาหาทั้งสองคน
“Are you two safe? Kaori, your heals were the best. If you are here, I fear nothing!”
ทั้งสองคนปลอดภัยดีนะ? คาโอริ, เวทย์รักษาของคาโอริยอดเยี่ยมจริงๆ. ถ้ามีเธออยู่ด้วย ฉันก็ไม่กลัวอะไรแล้ว!”

A refreshing smile dawned on his face as he thanked the two.
รอยยิ้มเบิกบานเผยออกมาให้เห็นที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม ในขณะที่พูดขอบคุณต่อเด็กสาว.

“Eh, I’m fine. Are you fine too, Kouki?”
อ่า, ฉันไม่เป็นไรหรอก. แล้วนายล่ะ, โคคิ?”


“Yeah, no problems. Kouki-kun, I was glad to have been helpful to everyone.”
จ้ะ ไม่มีปัญหาอะไร. โคคิคุง, ฉันก็ดีใจนะที่ได้เป็นประโยชน์กับทุกคน

The two also gave a smile in return. However, Kouki’s words casted a small shadow over their hearts.
ทั้งสองคนยิ้มกลับไปให้เขา. แต่ทว่า, คำพูดต่อมาของโคคิ ก็ฝังเงามืดเล็กๆเข้าไปข้างในจิตใจของหญิงสาวทั้งสอง.

“With this, Nagumo-kun can rest in peace. Because the classmates he defended was able to defeat the beast that killed him.”
ทีนี้, นากุโมะคุงจะได้ตายตาหลับสักที. เพราะเพื่อนร่วมชั้นที่เขาปกป้องเอาไว้ จัดการปราบเจ้าสัตว์ร้ายที่ฆ่าเขาได้แล้ว

“”…””
““…””

Kouki did not notice the expression Kaori and Shizuku had, as he was immersed with his emotions. In Kouki’s mind, the only reason Hajime fell into the abyss was the Behemoth. There was no mistake. The direct cause of the bridge collapsing was the shock from the Behemoth’s attacks. However, the magic that hit Hajime was the real reason.
ขณะที่จมไปกับอารมณ์ความรู้สึกนั้นของตัวเอง, โคคิก็ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่า คาโอริ กับ ชิซึกุนั้นตอนนี้ทำสีหน้าแบบไหนอยู่. ในใจของโคคิ, เบฮีมอธเป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้ฮาจิเมะต้องตกลงไปยังเหวนรก. มันก็ไม่ได้ผิดไปซะทั้งหมด, เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้สะพานถล่มลงเป็นเพราะแรงกระแทกจากการโจมตีของเบฮีมอธ. แต่ถึงอย่างนั้น, เหตุผลจริงๆนั่นก็คือเวทย์ที่ยิงใส่ฮาจิเมะ.

Right now there was an unspoken agreement to not talk about what happened, but the fact does not change. Kouki seemed to just forget or was unaware about this fact, and thought that defeating the Behemoth would allow Hajime to rest in peace. For he unconditionally believed in the good will of people. Those that were negligent would not be blamed forever. Besides, he would never dream that someone had done it intentionally.
แม้ตอนนี้จะมีการตกลงกันว่าจะไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น, แต่ความเป็นจริงก็ไม่เปลี่ยนไปอยู่ดี. โคคิดูเหมือนจะลืมไปแล้ว หรือ ไม่ได้รู้สึกตัวถึงข้อเท็จจริงอันนี้ และ คิดแค่ว่าการปราบเบฮีมอธจะทำให้ฮาจิเมะไปสู่สุคติได้. เพราะความเชื่ออย่างไม่มีเงื่อนไงในความดีของผู้คน. ความผิดพลาดนั้นจะไม่ถูกกล่าวว่าตำหนิอะไรทั้งนั้น. อีกอย่าง เจ้าตัวก็ไม่เคยที่จะคิดฝันเลยแม้สักนิดอยู่แล้วว่า จะมีใครตั้งใจทำเรื่องแบบนั้นได้.

However, even if she didn’t mind it, she won’t forget about it. Since she did not know “who”, she just tolerated. She would certainly torture severely(*) if she knew. That is why she is shocked at how Kouki forgot that fact.
ถึงอย่างนั้น สำหรับคาโอริ ถึงเธอจะไม่ได้เก็บมาไว้ในใจ, แต่เธอจะไม่ลืมเด็ดขาด. ถึงจะไม่รู้ว่าเป็น ใครก็ตามที. เธอแค่อดทนเอาไว้เท่านั้น. ถ้ารู้ว่าเป็นใครแล้วล่ะก็ เธอจะต้องลงทัณฑ์คนผู้นั้นให้เจ็บปวดทรมานอย่างสาสม. เพราะอย่างนั้น เธอถึงรู้สึกช็อคกับการที่โคคิลืมข้อเท็จจริงนั้นไป.

Shizuku dropped a sigh. She wanted to complain reflexively, but Kouki did not mean anything bad with it. Rather, his speech was his best at thinking about Hajime and Kaori. In a sense, that is why standing up to him would be bad. In addition, the classmates were celebrating. Shizuku was woman who could read the atmosphere, so talking about this out loud was not the time.
ชิซึกุ ถอนหายใจออกมา. เธออยากจะบ่นกลับไป แต่ว่า เพราะโคคินั้นไม่ได้คิดร้ายอะไร. กลับกัน คำพูดที่เขาพูดมานั้น เป็นสิ่งที่เจ้าตัวคิดอย่างดีที่สุดแล้วเพื่อ ฮาจิเมะ และ คาโอริ. ตามเหตุผลแล้ว จะไปต่อว่าเขาก็คงจะดูไม่ดี. อีกอย่าง ตอนนี้พวกเพื่อนร่วมชั้นก็กำลังอยู่ในอารมณ์ฉลองชัยชนะกันอยู่. เพราะ ชิซึกุนั้นเป็นคนที่รู้จักอ่านบรรยากาศ, เวลานี้จึงไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องอะไรแบบนั้นออกมา.

An energetic girl flew in this delicate atmosphere.
แล้วเด็กสาวผู้ร่าเริง ก็กระโดดเข้ามาในวงสนทนาที่มีบรรยากาศไม่สู้ดี.

“Kaorin!”
คาโอริน~!”
Suzu embraced Kaori after calling her out with such a weird way.
หลังจากที่ส่งเสียงเรียกชื่อแบบแปลกๆ ซึสึก็โผเข้ากอดคาโอริจากด้านหลัง.

“Fuwa!?”
ว้าย!?”
“Ehehe, Kaorin, I super love you. If Kaorin didn’t support me, I would have been flattened.”
ฮิฮิฮี่, คาโอริน รักที่สุดเลย. ถ้าไม่ได้คาโอรินช่วยไว้ละก็, ซึสึคงโดนเหยียบเละไปแล้ว
“M-Mou, Suzu-chan. Where are you touching!”
” “ธะ...โธ่...ซึสึจัง จับตรงไหนอยู่น่ะ!?”


“Gehehe, is this place okay? I guess this place is no good?”(*)
ฮึ ฮึ ฮื่อ, งั้นตรงนี้ล่ะ? แต่ตรงนี้คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะว่าไหม?”

She was embarrassed by what Suzu was saying, Suzu got carried away and started to fondle Kaori’s body like an old pervert. In response, Shizuku gave a chop. An intense tsukkomi smashed into Suzu’s head.
พอซึสึพูดมาอย่างนั้น คาโอริก็หน้าแดงขึ้นมา, ซึสึ ได้ใจใหญ่ แล้วเริ่มลูบไล้ร่างกายของคาโอริเหมือนกับตาเฒ่าลามก. แล้ว ชิซึกุ ก็ใช้สันมือ สับเข้าให้. ฝ่ามือตบมุกผ่าลงกลางกระบาล ของ ซึสึ.

“Stop it. Who is Suzu’s?…Kaori is mine.”
หยุดเลย ซึสึ...คาโอริน่ะของฉันต่างหาก


“Shizuku-chan!?”
ชิซึกุจัง!?”

“Fu, I won’t allow it~. Only Suzu will get to do those things with Kaorin.”
ฮึ ไม่ยอมหรอก. ซึสึเท่านั้นที่จะทำเรื่องอย่างว่ากับคาโอรินได้

“S-Suzu-chan!? What are you thinking of!?”
ซะ...ซึสึจัง!? คิดจะทาอะไรเนี่ย!?”

Kaori was stuck between Shizuku and Suzu, so she quickly did a tsukkomi. The delicate atmosphere was gone.
คาโอริ ที่ติดอยู่ตรงกลางระหว่าง ชิซึกุ กับ ซึสึ รีบพูดทักท้วงออกไป, บรรยากาศมาคุที่มีอยู่ก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้ว.

From this point on, they would be entering unexplored territory. They had shaken off their past and advanced.
ตั้งแต่จุดนี้ไป พวกเขาจะต้องสำรวจ อาณาเขตที่ไม่เคยมีการสำรวจมาก่อน. พวกเขาสลัดทิ้งซึ่งอดีต และ ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า.





#นิยายแนวฮาเร็ม#Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou #นิยายแปลไทย
Author(s)




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น