วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou (WN) Chapter 10 Weapon Creation

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou (WN) Chapter 10 Weapon Creation

นิยาย แปลไทย Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou ตอนที่ 10 กำเนิดสุดยอดศาสตรา.


บทที่ 10 กำเนิดสุดยอดศาสตรา.

Weapon Creation   กำเนิดสุดยอดศาสตรา.
In the darkness, the light stones illuminate the surrounding area.
ในความมืด แสงไฟสลัวๆจากผลึกสีเขียว ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ. แสงทำให้เห็นเงาดำของอะไรบางอย่างอยู่,

The light projected a few shadows. One of the shadows, provided a silhouette of someone crouching in front of a beast while chewing could be heard.
ภาพเงาของคนบางคนที่กำลังนั่งหมอบ อยู่ต่อหน้าซากของสัตว์ร้าย. เสียงเคี้ยวอย่างตะกละตะกลาม ส่งออกมาอยู่เนื่องๆให้ได้ยิน.


“Augh, Guu, This seriously sucks.”
"อึก...อุ๊บ...รสแย่เป็นบ้า"
Hajime ate the wolf meat with a curse. The meat was very tough, and blood dripped off as he took a bite and swallowed. This had been his first meal for the past weeks. The stomach was surprised to suddenly receive the meat. Pains shot through his body at the stomach’s protest. Hajime knew he would get such a response and ignore it to keep eating.
ฮาจิเมะ กำลังกินเนื้อของหมาป่า. เนื้อของมันหยาบมาก, ตอนกัดลงไปก็มีเลือดไหลออกมา แล้วก็ถูกกลืนลงไป. นี่เป็นอาหารมื้อแรก หลังจากผ่านมาหลายอาทิตย์.กระเพาะที่จู่ๆก็ได้รับเนื้อเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งตัวเพราะการไม่ได้รับอาหารมาเป็นเวลานาน, มันเกิดการต่อต้านจนส่งผ่านความเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกาย. ฮาจิเมะรู้อยู่แล้วว่าอาจจะเจอผลกระทบแบบนี้ จึงทำได้แต่เมินไม่สนใจ แล้วเขมือบเนื้อต่อไป.

His appearance looked so feral. If any of the civilized humans saw what was going it they would be repulsed. The disgusting smell and taste would cause them to lose their appetite. Hajime did not even consider such a thought because he was happy to have a meal. He continued to eat in a daze.
สภาพของเขาในตอนนี้เหมือนกับสัตว์ป่า. ถ้ำหากประชาชนคนเมืองมาเห็นเข้าก็คงมีการขับไล่ไสส่งกันให้เห็นเป็นแน่. ทั้งรส และ กลิ่น ที่น่าขยะแขยง คงทำให้คนทั่วไปหมดความอยากอาหารไปกันหมด. แต่ฮาจิเมะไม่ได้สนใจคิดเรื่องพวกนั้นแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวตอนนี้กำลังมีความสุขที่ได้มีอาหารตกถึงท้อง. เจ้าตัวยังคงเคี้ยวเขมือบเนื้อต่อไป.


After eating so much of this meat that his belly swelled and drinking the sacred water that the Church of Saints would be envious of. An unusual phenomenon struck his body.
หลังจากกินเนื้อไปจำนวนมาก หนังท้องก็ตึง จากนั้นก็ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์เข้าไป นี่คงทำให้พวกคนในโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ต้องนึกอิจฉาเป็นแน่. ปรากฏการณ์ผิดปกติเริ่มเกิดขึ้นกับร่างกายของฮาจิเมะ.

“Ah?…Augh!?”
"อึก?...อั๊ก!?"

An intense pain suddenly wracked his body. Erosion, that was the best word to describe what horrible sensation he felt going through his body. The pain intensified as time passed.
ความเจ็บปวดแสนสาหัสจู่ๆก็นำหายนะมาสู่ร่างกาย. "การกัดกร่อน" นั่นคงเป็นคำพูดที่จะอธิบายความรู้สึกย่ำแย่ที่แผ่ลามไปทั่วร่างกายของเขา. ยิ่งเวลาผ่านไปความเจ็บปวดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น.

“Guaa! W-What…Guu!”
"อ๊ากกก! อะไร....อึก!"

Excruciating pain corroded his body. Hajime thrashed on the ground. This pain was so strong that it blew away his phantom limb pain.
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรง กัดกร่อนร่างกาย. ฮาจิเมะล้มกลิ้งเกลือกไปกับพื้น. ความเจ็บปวดนี้รุนแรงซะจนทำให้ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากแขนช้ายเลยแม้แต่น้อย.

With his trembling hands, Hajime reached into his breast pocket and took out a test-tube made of stone. He quickly chewed the edge of the tube and drank the contents inside. The sacred water quickly went to work and the pain subsided, but a short time later the agony continued.
ขณะที่มือสั่นระริก ฮาจิเมะใช้มือนั้นล้วงไปที่กระเป๋าที่ทรวงอก แล้วหยิบเอา หลอดทดลอง ที่สร้างจากหินขึ้นมา. เขารีบใช้ฟันเคี้ยวปลายหลอด แล้วดื่มของเหลวที่บรรจุอยู่ภายใน. น้ำศักดิ์สิทธิ์ทำงานอย่างรวดเร็ว แล้วทำให้ ความเจ็บปวดบรรเทาลง, แต่ทว่า เพียงแค่เวลาไม่นาน ความเจ็บปวดทรมานก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง.

“Higugaa! What the…it didn’t help? Augh!”
"อ๊ากกกกกกกก! อะไรกัน...น้ำช่วยไม่ได้เลยเรอะ? อั๊ก!"

His body started to pulsate with the pain. Thump, Thump, his body pulsed. Even the sounds could be heard coming from his body.
ร่างกายเริ่มเต้นเป็นจังหวะ เพราะความเจ็บปวด. ตึก ตึก เสียงเต้นจากภายในร่างกายที่สั่นเป็นจังหวะ. แม้แต่ภายนอกก็ยังได้ยินเสียงที่ออกมาจากร่างกายของฮาจิเมะ.

However the next moment, the sacred water’s healing properties started to restore his body. When it was done healing him, the pain returned. Then it was repaired again.
ทว่า ในเวลาต่อมา น้ำศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มซ่อมแซมร่างกายของเขาอีกครั้ง. พอรักษาเสร็จ ความเจ็บปวดก็กลับมาอีก. แล้วน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มรักษาอีก....

Even the sacred water could not stunt the effects. The tremendous healing ability was actually backfiring here.
แม้แต่วารีศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจหยุดยั้งผลของมันได้. ความสามารถในการรักษาอันน่าตกตะลึงของมัน ในที่นี้กลับส่งผลตรงข้าม.

Hajime screamed as he floundered on the ground. He banged his head repeatedly against the wall at the unending sight of his hell. Even if he wanted to die, there would be noone to grant his desire, so he had no choice but to endure it.
ฮาจิเมะกรีดร้องในขณะที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น. เขาใช้หัวโขกกับผนังซ้ำไปซ้ำมา กับ ความเจ็บปวดทรมาน ดุจเปลวไฟจากขุมนรกอันไม่มีทีทีท่าจะสิ้นสุด. ถึงอยากจะตาย แต่ก็ไม่อาจจะตายได้, สุดท้ายเจ้าตัวจึงได้แต่กัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด.

Changes started to form on Hajime’s body. First, his hair lost all color. Maybe because of a pain that broke his threshold, or another cause, his black Japanese hair turned white. Next, his muscles and skeleton started to thicken. Crimson lines started to emerge all over his body.
การเปลี่ยนแปลงเริ่มก่อตัวขึ้นกับร่างกายของฮาจิเมะ. อย่างแรก เส้นผมสูญเสียสีไปทั้งหมด. บางทีอาจเป็นเพราะความเจ็บปวดที่เป็นตัวการทำลายเม็ดสีผม หรือ อาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่น, ผมดำตามฉบับคนญี่ปุ่นถูกเปลี่ยนเป็นสีขาว. ต่อไป, กล้ามเนื้อ และ กระดูก เริ่มหนาขึ้น. มีลายเส้นสีแดงเข้มปรากฏขึ้นมาตามร่างกาย.

There is a phenomenon called overcompensation. This is the process the body goes through when training muscles. The muscles are broken down from the severe use and in order to compensate and adapt to the strain it creates stronger and more muscle when the body recovers. The same happens to the skeletal system. Hajime’s body was going through this phenomenon.
มีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Overcompensation" (การชดเชยเกิน). มันเป็นขบวนการที่เกิดขึ้นกับร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนกล้ามเนื้อ. เมื่อกล้ามเนื้อถูกทำลายจากการใช้งานอย่างหนัก, เพื่อเป็นการชดเชย และ ปรับตัวเข้ากับความเครียดของกล้ามเนื้อที่ต้องได้รับ มันจึงสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งกว่าเดิมขึ้นมาในตอนที่ร่างกายได้รับการฟื้นฟู, กับกระดูกเอง ก็มีระบบเดียวกัน. ร่างกายของฮาจิเมะได้ผ่านปรากฏการณ์ที่ว่ามานี้.

Demon meat was a deadly poison for humans. All of them had Magic Stones in their body, and this allowed for their wonderful physical ability with their magical power. Inside his body this magic was strongly permeating his muscles and bones.
เนื้อของมอสเตอร์เป็นเหมือนกับพิษร้ายถึงตาย สำหรับมนุษย์. พวกมันทุกตัวมีหินเวทมนต์อยู่ภายในร่าง และ สิ่งนี้เองที่ทำให้พวกมันมีความสามารถทางกายภาพที่ยอดเยี่ยม และ มีพลังเวทย์ในร่างสูงอีกด้วย. ภายในร่างของฮาจิเมะ เวทย์มนตร์ของพวกหมาป่าได้แผ่ซ่าน แทรกซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อ และ กระดูกของเขา.


This magic was the Special Magic that did not require the magic circles or incantation to cast, and his magic was getting altered. This kind of alteration would be fatal to a human. From the inside of the body the poison would erode the body and destroy the cells. In the past, anyone who had consumed demon flesh was broken to pieces and died. Hajime knew of this, but his starvation had caused him to be unable to recall this knowledge.
เวทย์มนตร์นี้ คือ "เวทย์พิเศษ" ที่ไม่จำเป็นต้องมีวงเวทย์ หรือ คำร่าย เพื่อร่ายเวทย์, และ เวทย์ของฮาจิเมะเองก็ได้รับการปรับเปลี่ยนไปด้วย. การปรับเปลี่ยนแก้ไขนี้ ปกติแล้วจะทำให้คนทั่วไปถึงตายได้. พิษที่ซึมผ่านอยู่ภายใน จะกัดกร่อน ร่างกาย และ ทำลายเซลล์ต่างๆ. ในอดีต, คนที่กินเนื้อของมอนสเตอร์สดๆเข้าไป ร่างกายจะฉีกออกเป็นชิ้นๆ แล้วดับอานาถ. ฮาจิเมะเองก็รู้เรื่องนี้, แต่ทว่า เพราะความหิวโหย เป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่อาจะระลึกถึงความรู้ในเรื่องนี้ได้.

If Hajime had just ate the demon flesh than he would have collapsed and died. However, there was an elixir that prevented that. Sacred water, it will restore immediately what once was broken. Because of this constant breaking and restoring, overcompensation, his body strengthened at an unbelievable speed.
ถ้าหากฮาจิเมะ กินเนื้อมอนสเตอร์เข้าไปอย่างเดียว เขาก็คงจะตายไปแล้ว. แต่ทว่า เพราะมีน้ำอมฤต ช่วยป้องกันเรื่องดังกล่าวเอาไว้. "วารีศักดิ์สิทธิ์",นี้ มันจะซ่อมแซมส่วนที่เสียหายไปอย่างรวดเร็ว. เพราะการพังทลาย และ ซ่อมแซม อย่างต่อเนื่องนี้เอง, "การชดเชยกันและกัน" จึงทำให้ร่างกายของเขา แข็งแกร่งขึ้นด้วยความเร็วอันไม่น่าเชื่อ.


Destroy, Repair, Destroy, then Repair. The body changed while pulsing. It looked like he was being reborn. A ceremony of birth to throw away the body’s weakness,a metamorphosis. Hajime’s screams was like the first cry of a newborn.
ทำลาย, ซ่อมแซม, ทำลาย แล้วก็ซ่อมแซม. ร่างกายเปลี่ยนไปขณะที่เต้นกระตุก, ราวกับร่างกายกำลังเกิดใหม่. พิธีแห่งการกำเนิดใหม่ ได้สลัดร่างกายที่อ่อนแอทิ้งไป, ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างที่สมบูรณ์. ฮาจิเมะร้องตะโกนราวกับเด็กทารกแรกเกิดที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาใหม่.


When the pulsation stopped, Hajime went limp. Pure white was his hair color now, and crimson lines formed on his body. He was just like the monsters that plagued this level.
เมื่อการเต้นกระตุกของร่างกายหยุดลง, ฮาจิเมะก็หมดซึ่งเรี่ยวแรง. ตอนนี้ผมของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวบริสุทธิ์, เส้นสีแดงเข้มปรากฏเป็นลวดลายอยู่บนร่างกาย. ตอนนี้เขาดูเหมือนกับ พวกมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในชั้นนี้.

Hajime’s right hand twitched. The closed eyes were opened slightly. His unfocused eyes settled onto his right hand. Grasping his hand into a fist, he scratched along the ground. Hajime slowly clasped and unclasp his hand to prove he was still alive. When he finished checking if he had control of his body, he stood up slowly.
มือขวาของฮาจิเมะสั่นกระตุก. ดวงตาที่ปิดไว้ค่อยๆลืมขึ้นอย่างช้าๆ.สายตาที่เหม่อลอย ได้มองไปยังมือขวา. ฮาจิเมะกำมือแน่น แล้วถูมันไปตามพื้น. เขาค่อยๆกำมือ แล้ว แบออก เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่. พอตรวจดูเสร็จว่าสามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้แล้ว เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ.


“…Oh, yeah. You weren’t suppose to eat demon meat…I’m an idiot…but he couldn’t help but eat it.”
"...นั่นสินะ. เนื้อของมอนสเตอร์ไม่ใช่สิ่งที่ควรกระเดือกลงไปนี่นา...โง่จริงฉัน...แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่น่า มีแต่ต้องกินเท่านั้น"

Completely exhausted, Hajime just snorted. Both his hunger and his phantom limb pain disappeared after this incident. On the contrary, his body felt strangely light and overflowed with power. Even though he just went through that, it was in its best condition. The most clearly developed muscles was his arm and abdomen. Hajime heights also increased by 10 cm, bringing the total height to 175 cm.
เพราะความเหนื่อยล้าอย่างสุดขีด, ฮาจิเมะได้แต่ถอนหายใจอย่างแรง. จากเหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งความหิวโหย และ ความเจ็บปวดที่แขนซ้ายหายไป. ยิ่งกว่านั้น ร่างกายก็รู้สึกเบา และ เต็มเปลี่ยมไปด้วยพลัง. ถึงจะผ่านเรื่องนั้นมา แต่ตอนนี้ก็ทำให้ร่างกายของเขาอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด. กล้ามเนื้อที่ถูกพัฒนาจนเห็นได้ชัดมากที่สุดก็คือ ที่แขน และ ช่วงท้อง. ความสูงของฮาจิเมะเพิ่มขึ้น 10 cm ทำให้ความสูงในตอนนี้คือ 175 cm.


“What happened to my body? There is some strang feeling…”
"เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายฉันละเนี่ย? รู้สึกแปลกๆแฮะ..."

Not only had his external body changed, but he felt something out of place inside. The strange feeling felt cold and hot at the same time. When more of his awareness came, he focused on the crimson lines on his arm.
ไม่ใช่แค่ร่างกายภายนอกที่เปลี่ยนไป, แต่รู้สึกได้ถึงสิ่งที่ต่างออกไปจากภายใน. ความรู้สึกแปลกๆที่ทั้งหนาว และ ร้อน ในเวลาเดียวกัน. พอเริ่มมีสติมากขึ้น ก็สังเกตเห็นเส้นสีแดงเข้มที่อยู่ตรงแขน.

“Wow, how unpleasant. Makes me feel like a demon…What a joke. Oh yeah, the Status Plate!”
"โว้วว, ไม่น่าอภิรมย์เลยแฮะ. อย่างกับตัวเองเป็นมอนสเตอร์ยังไงยังงั้น...เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย? เออ จริงสิ, แผ่นการ์ด สเตตัส!"


Exploring through his pockets, he searched for the forgotten status plate. Good thing he did not lose it. There on the plate was displayed Hajime’s current condition. Maybe it would show if something was wrong with his body.
ด้วยการสำรวจที่กระเป๋า,เขาได้ค้นหาแผ่นสถานะที่ลืม. ยังดีที่ไม่ได้ทำหาย. แผ่นการ์ดสเตตัสจะแสดงค่าสถานะของฮาจิเมะ,บางทีอาจจะแสดงอะไรบางอย่างที่ผิดไปกับร่างกายของเขา
ชื่อ
นากุโมะ ฮาจิเมะ
อายุ
17 ปี
เพศ
ชาย
เลเวล
8
อาชีพ
ศิลปินนักแปรสภาพ  (นักแปรธาตุ)
ความแข็งแกร่ง
100
พลังกาย
300
ความต้านทาน
100
ความว่องไว
100
เวทมนต์
300
ความต้านทานเวทมนต์
300
ทักษะ
  • แปรสภาพ
  • ควบคุมเวทมนต์
  • กระเพาะเหล็ก
  • อาภรณ์สายฟ้า
  • ความเข้าใจในภาษา


 “…Say What!?”
"....อะบ๊ะจะเฮ้ย!?"

Like always, whenever he is astonished he switches to Kansai dialect and performs a Tsukkomi. All his stats had increased significantly, and he had three new skills. He couldn’t believe it, and he was still just level 8. Levels were considered the amount of progression a person had, for Hajime, this meant he had a lot of potential to grow.
เหมือนเช่นเคย ถ้าเกิดตกใจเจ้าตัวก็จะพูดสำเนียงคันไชออกมา แล้วตบมุกเอาเอง. ค่าสถานะต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างมาก, แล้วยังมีทักษะใหม่เพิ่มขึ้นมา 3 ทักษะ. ไม่อยากจะเชื่อ, ทั้งที่ยังเลเวล 8 อยู่เนี่ยนะ?. เลเวลนั้นจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความก้าวหน้าของบุคคล, แต่สำหรับฮาจิเมะนั้น ดูเหมือนมันจะแสดงให้เห็นว่าเขายังมีความเป็นได้ที่จะพัฒนาขึ้นอีกมากโข.

“Magic Manipulation?”
"[
ควบคุมเวทย์มนตร์]?"

He wondered if he could directly control magic then. Hajime pondered if the earlier sensation he felt was magic. To verify his thoughts, he concentrated to attempt this “magic manipulation.” The crimson lines emerge again when Hajime concentrated on that sensation. He imagined an image where that sensation gathered into his right hand. Slowly the sensation returned and he could feel the movement of magic.
หมายความว่าจะสามารถควบคุมเวทย์ได้โดยตรงหรือเปล่า? ฮาจิเมะครุ่นคิดว่า สัมผัสที่รู้สึกก่อนหน้านี้อาจจะเป็นทักษะอันนี้. เพื่อยืนยันในสิ่งที่คิด, ฮาจิเมะตั้งสมาธิเพื่อทดลอง ทักษะ [ควบคุมเวทย์มนตร์] ที่ว่า. ในขณะที่ฮาจิเมะตั้งสมาธิถึงความรู้สึกนั้น ลวดลายสีแดงเข้มก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้ง. เขาจินตนาการถึงภาพของความรู้สึกนั้นให้มารวมตัวกันที่มือข้างขวา. ความรู้สึกนั้นกลับมาอีกครั้งอย่างช้าๆ และ ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของพลังเวทย์.

“Whoa!”
"โว้วว!"

When he attempted to raise his voice at the sensation, the magic started to gather around the magic formation on his glove. The surprised Hajime tried to transmute, and the ground rose easily.
พอลองส่งเสียงดังขึ้น ต่อความรู้สึกที่สัมผัสได้, พลังเวทย์ก็ไปรวมตัวกันอยู่ที่วงแหวนเวทย์รอบๆมือ. ฮาจิเมะที่ตกใจก็พยายามลองใช้เวทย์ [แปรสภาพ] แล้วพื้นดินก็ยกตัวขึ้นมาอย่างง่ายดาย.


“Seriously? I don’t need to chant? But the principle of magic said that direct manipulation of magic was impossible. Only demons could perform it. Maybe after consuming demon flesh I obtained the ability?”
"เอาจริงเรอะ!? ไม่ต้องร่ายเวทย์ด้วย? แต่หลักการของเวทย์มนตร์บอกว่า การใช้เวทย์โดยตรงมันเป็นไปไม่ได้นี่? มีแค่มอนสเตอร์ที่จะสามารถทำได้. หรือว่าเพราะการกินเนื้อมอนสเตอร์เข้าไป ก็เลยทำให้ได้ความสามารถนี้มา!?"

Right on the dot! Hajime had for sure gotten the ability of the of the demons. He wanted to test out “Lightning Clad” next.
ถูกเผง! ฮาจิเมะนั้นได้รับความสามารถของพวกมอนสเตอร์มาแล้ว. ต่อไปลอง [อาภรณ์สายฟ้า] ดูละกัน.

“How do I use it? If you mention “Lightning Clad”, it has to deal with electricity. Was it what the wolves casted with their tail?”
"จะใช้ยังไงหว่า? ถ้าพูดถึง [อาภรณ์สายฟ้า] ก็หมายถึงต้องจัดการกับไฟฟ้างั้นสิ? ใช่ไอ้ที่พวกหมาป่าใช้ร่ายด้วยหางของมันสินะ?"

He tried different ways to invoke it but nothing changed. Hajime did not know how the magic felt like, so he did not know what to do. Groaning, he remembered when he learned how to transmute, and recalled that imagination was important. Magic was not just about making a magical formation, another part was the image formed.
ฮาจิเมะลองพยายามใช้หลายๆวิธีที แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น. เขาไม่รู้ว่าเวทย์มนตร์ที่ว่ารู้สึกเป็นยังไง, ก็เลยไม่รู้ว่าจะทำยังไง. ฮาจิเมะทำเสียงกรอดในลำคอ, จำได้ว่าตอนเรียนเวทย์แปรสภาพ การจินตนาการเป็นสิ่งสำคัญ. เวทย์มนตร์นั้นไม่ใช่แค่การสร้าง วงแหวนเวทย์, การนึกถึงรูปร่างก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน.

Hajime imagined an image of static electricity crackling. On the tips of his right hands emitted an electric burst.
ฮาจิเมะ จินตนาการถึง เสียงปะทุของไฟฟ้าสถิต. แล้วที่ปลายมือขวาก็ปล่อยไฟฟ้าออกมา.


“Oh! It came out. Now I see. For demons, the most important part was to imagine its magic.”
"โอ้! ออกมาแล้ว! อย่างงี้นี่เอง. สำหรับพวกปีศาจ หรือ มอนสเตอร์ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการ จินตนาการถึงรูปร่างของเวทย์มนตร์ที่ใช้สินะ"


After he got a hang of it, he repeated created a discharge of electricity. Unlike the wolves, he could not launch his lightning. Maybe this is why it was called “Lightning Clad”, he was able to clad his body in lightning. Practice was necessary to control the current and voltage.
หลังจากที่ได้ทดสอบกับสิ่งดังกล่าวแล้ว,เขาก็พอเข้าใจหลักการแล้ว, ฮาจิเมะลองปล่อยสายฟ้าออกมา. ไม่เหมือนกับพวกหมาป่า ฮาจิเมะไม่สำมารถยิงสายฟ้าออกไปไกลๆได้. เพราะอย่างนี้ล่ะมั้งมันถึงถูกเรียกว่า [อาภรณ์สายฟ้า]. ฮาจิเมะสามารถใช้สายฟ้าห่อหุ้มร่างกายไว้ได้. การฝึกฝนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อควบคุมการไหลเวียน และ ความแรงของกระแสไฟ.


Lastly, the “Iron Stomach” skill. Maybe next time he ate demon flesh, he wouldn’t be wrecked with pain. There was no food in the labyrinth. Does he take starvation or the pain? This skill can maybe solve this question for him, and he anticipated it.
อย่างสุดท้าย, ทักษะ [กระเพาะเหล็ก]. บางทีถ้ากินเนื้อมอนสเตอร์ครั้งต่อไปคงจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกแล้วละมั้ง. ในดันเจี้ยนก็ไม่มีอาหารด้วย จะยอมหิว หรือ ยอมเจ็บ? ทักษะนี้อาจจะเป็นตัวช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้ได้, ซึ่งฮาจิเมะก็คาดหวังกับทักษะอันนี้.

Hajime took a piece of wolf meat and fired it with lightning. After his starvation was cured, he did not want to eat raw meat. He fired it until it was brown.
ฮาจิเมะ นำเนื้อหมาป่าจำนวนหนึ่งมา แล้วย่างมันด้วยสายฟ้า. หลังจากที่ความหิวโหยถูกทำให้หายไป ก็ไม่อยากจะกินแบบดิบๆอีกแล้ว. เขาย่างเนื้อจนกระทั่งเนื้อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล.

Making up his mind, he swallowed it. 10 seconds…1 minute…10 minutes passed and nothing. Hajime started to grill more meat and consumed them. There wasn’t any pain that assaulted him. He wondered if it was because of the skill or had he just developed a tolerance for it. Hajime did not know, but he rejoiced. With this he did not have to taste hell everytime.
พอทำใจสักพัก ฮาจิเมะก็กินเนื้อดังกล่าวเข้าไป. 10 วินาที... 1 นาที....10 นาทีผ่านไป ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น. ฮาจิเมะจึงเริ่มย่างเนื้อเพิ่มขึ้น แล้วกินเข้าไปอีก. ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดอะไรอีกแล้ว. ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ ทักษะใหม่ หรือ เป็นเพราะ ร่างกายที่พัฒนาจนทนมันได้แล้วกันแน่, แต่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี. ด้วยเหตุนี้ก็ไม่ต้องลิ้มรสความรู้สึกเหมือนตกนรกทุกครั้งที่ยัดอาหารลงท้องแล้ว.


Hajime ate until he was full, and decided to return to base. He finally had the possibility to beat that bear demon. Determined, he decided to work hard to develop his new skills.
ฮาจิเมะกินจนท้องอิ่ม, แล้วตัดสินใจกลับฐาน. บางทีตัวเขาอาจจะมีความสามารถพอที่จะล้มเจ้าปีศาจหมีนั่นแล้วก็ได้. ด้วยการตัดสินใจแบบนั้น, ฮาจิเมะจึงเริ่มฝึกฝนอย่างหนักเพื่อพัฒนา ทักษะใหม่ของตัวเอง.


Other wolves were carved for their meat. Compared to his first time with them, this time it was easy. He returned to the area with the God’s Crystal and created a storage to store the carved meat with this transmuting.
* * *
หมาป่าฝูงใหม่ถูกล่าเพื่อเอาเนื้อมาเป็นอาหาร. เทียบกับครั้งแรกแล้ว, ครั้งนี้มันช่างง่ายดายยิ่งนัก. ฮาจิเมะกลับมาฐานของเขา ที่มี "คริสตัลแห่งพระเจ้า"อยู่ แล้ว สร้างสถานที่เก็บรักษาเนื้อที่แล่ไว้ ด้วยทักษะแปรสภาพ.

A few days have passed since Hajime returned to the base, and all this time he had been training his transmuting and new skills.
* * * หลายวันผ่านไปหลังจากที่ฮาจิเมะกลับมาอยู่ที่ฐาน, เวลาที่ผ่านมาเขาใช้เวลาในการฝึกแปรสภาพ และ ทักษะใหม่.

Everything was going well, and all his skills were progressing well. His transmutation skill went through a change. The skill had acquired a derived skill from itself. “Mineral Appraisal” was the name of the skill. In the Royal Capital of the Kingdom, only high-ranking smiths had this skill.
ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี, และ ทักษะใหม่ๆของเขาก็ก้าวหน้าไปด้วยดี. ทักษะแปรสภาพของฮาจิเมะพัฒนาขึ้น. ทักษะที่ว่านั้น เป็นทักษะย่อยของทักษะเดิม, [ประเมินแร่] นั่นคือชื่อของทักษะที่ว่า. แม้แต่ในเมืองหลวงของราชอาณาจักร, มีเพียง ช่างตีเหล็กระดับสูงเท่านั้นที่มีทักษะนี้.


Usually the magical formations needed to power appraisal magic are much bigger than the formations used for offensive magic. The facilities that could perform these huge magical formations were limited. For those that had the skill, they could easily analyze any mineral with just a chant and magic formation as long as they touch it. This derived skill was acquired by training the transmutation skill for many years, it was not an innate skill.
โดยปกติแล้ว เวทย์ที่ใช้ประเมิน จะใช้วงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ กว่าเวทย์ที่ใช้ในการต่อสู้ซะอีก. การจะประเมินจึงต้องให้ทางโรงงานขนาดใหญ่ที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย.แต่สำหรับคนที่มีทักษะนี้แล้ว, พวกเขาจะสามารถทำการวิเคราะห์แร่ทุกอย่างโดยการใช้การร่ายเวทย์อย่างง่ายดาย. ทักษะนี้ จะได้รับมาก็จากการฝึกฝน ทักษะแปรสภาพ เป็นเวลานานหลายปี, มันไม่ใช่ทักษะที่จะได้มาตั้งแต่แรกเริ่ม.


Hajime decided to check the neighboring minerals with his newfound skill. When a person uses the skill the description will show up on their status plate. For example,
ฮาจิเมะ เริ่มตรวจสอบแร่ที่อยู่รอบๆด้วย ทักษะใหม่. พอใช้ทักษะนี้ จะมีหน้าต่างอธิบายโผล่ขึ้นมาที่ แผ่นการ์ดสเตตัสของพวกเขา ตัวอย่างเช่น,
Green Light Stone(ศิลาแสงเขียว)
This stone has the ability to absorb magic. Green light is produced with this saved up magic. If it is split, all the accumulated magic will be released in an instant.
ศิลาก้อนนี้มีความสามารถในการดูดซับเวทมนตร์ แสงสีเขียวที่ผลิดออกมานั้นจะใช้กักเก็บเวทมนตร์,หากมันถึงตัดหรือทำลาย,เวทมนตร์ที่ถูกกับเก็บไว้ทั้งหมดจะถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมดในทันที

What a very simple description; it did the job though. Hajime grinned and laughed as a thought came up. From here he could search for minerals to make powerful weapons that could be his trump card.
เป็นคำอธิบายที่เข้าใจง่ายดีแฮะ. ทำหน้าที่ของมันได้ไม่เลวจริงๆ. ฮาจิเมะยิ้มและหัวเราะ ด้วยความคิดบางอย่างได้ผุดขึ้นมา. จากนี้ไปคงสามารถหาแร่ที่จะนำมาสร้างเป็นอาวุธไว้ใช้เป็นไพ่ตายได้.
Combustion Stone หินเชื้อเพลิง
An inflammable ore. The structural component is used to fuel the combustion; continuously burning will reduce size until nothing is left. Explosion may occur if many are lit in a sealed area. Its power is equivalent to a higher level fire spell; this depends on the amount and rate of compression used in forging.
แร่ธาตุไวไฟ มีโครงสร้างและองค์ประกอบที่สามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้,ด้วยการเผาไหม้อย่างต่อเนื่องจะทำให้ขนาดของมันลดลงเรื่อยๆจนไม่เหลืออะไรทิ้งไว้,อาจเกิดการระเบิดได้หาใช้จำนวนมากในพื้นที่ปิดสนิท,พลังอำนาจนึ้นขึ้นอยู่กับระดับของเปลวเพลิง,ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับจำนวนและอัตราส่วนที่ใช้ในการบีบอัดและการหลอม

When he read the description, he felt a thought develop in his brain. This stone may play a similar role to gunpowder. If this was the case, then he could create a weapon with extreme firepower with his transmuting. Hajime was excited. There was going to be a lot of trial and error. The amount of effort needed to design it would not be small. Even though his transmuting had saved him many times before, it still lacked a real means of attack; the idea that he would get a real weapon had him rejoicing.
พออ่านคำบรรยายเสร็จเขาก็มีความคิดผุดขึ้นในหัวของฮาจิเมะ. หินนี้อาจจะใช้เป็นดินปืนได้.ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็อาจจะสร้างอาวุธที่มีอำนาจการยิงสูงขึ้นมาได้ ด้วยทักษะแปรสภาพของเขาได้, ฮาจิเมะรู้สึกตื่นเต้น. คงต้องมีการทดลอง กับ ล้มเหลวมากมายเกิดขึ้นแน่. ต้องใช้เวลาเพื่อทำการออกแบบ, อาวุธจะต้องไม่เล็กจนเกินไป. ถึงแม้ว่า ก่อนหน้านี้ ทักษะแปรสภาพจะช่วยชีวิตของฮาจิเมะมาหลายครั้ง แต่มันก็ยังขาดพลังในการโจมตี. ความคิดที่จะมีอาวุธที่มีอำนาจโจมตีจริงๆมาไว้ในมือทำให้ฮาจิเมะยิ้มด้วยความปลึ้มปิติ.

Ten days have passed since he ate the wolf, and finally he had succeeded producing his project.
สิบวันผ่านไปตั้งแต่ที่เขานั้นได้กินเนื้อหมาป่า,หลังจากความล้มเหลวนับพันๆครั้ง ในที่สุดผลงานการสร้างของฮาจิเมะก็เสร็จสมบูรณ์. เป็นอาวุธสร้างขึ้นในรูปแบบของอาวุธสมัยใหม่,

 With an attack that could exceed the speed of sound for a short distance, it was a modern weapon with great firepower. Overall length was 35 cm, it had a revolving magazine that held 6 bullets made from Tauru Ore; the hardest known ore in this area. The barrel was elongated. Bullets were made using Tauru Ore as the projectile and compressed powdered Combustion Stone was the propellant. Oversized revolver would accurately describe the firearm. Combustion Stone was not the only explosive to propel the bullet. Using his “Lightning Clad” skill, he could produce electromagnetic force to help accelerate the bullet; like a small rail gun. This equated to a power that was 10 times stronger than an anti-matter rifle. He called it
ด้วยการโจมตีมันมีความเร็วที่ทะลุผ่านความเร็วเสียง. มีอำนาจการยิงอันมหาศาลเพื่อทำลายเป้าหมาย. ด้วยความยาว 35 cm. มีรังกระสุนที่สามารถบรรจุลูกกระสุนได้ 6 ลูก ที่สร้างขึ้นมาจากแร่ทอล (Taüll Ore), แร่ที่แข็งแกร่งที่สุดที่จะหาได้ในบริเวณนี้. ลำกล้องเป็นรูปสีเหลี่ยม, ปลอกและหัวกระสุนถูกทำมาจาก"แร่ทอล" และ อัดดิบขับจาก"หินเชื้อเพลิง"เป็นแรงขับเคลื่อน. ถ้าจะให้อธิบายให้ถูกต้องคงต้องบอกว่าเป็นปืนพกลูกโม่ขนาดใหญ่ละมั้ง. "หินเชื้อเพลิง" ไม่ใช่แรงขับเคลื่อนอย่างเดียวเพื่อส่งหัวกระสุนออกไป. ด้วยการใช้ ทักษะ "อาภรณ์สายฟ้า", ฮาจิเมะสามารถสร้าง แรงแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อเร่งความเร็วของหัวกระสุน เหมือนกับ "เรลกัน"*. ซึ่งสิ่งนี้ทำให้มันมีอำนาจการยิง มากกว่าปืนไรเฟิลยิงรถถัง (Anti-Materiel Rifle) ถึง 10 เท่า. ฮาจิเมะเรียกมันว่า
* Railgun ปืนแม่เหล็กไฟฟ้า
“Donner”. Hajime wanted to have a partner to rely on.
"
ดอนเนอร์" เพื่อให้เป็นคู่หูที่จะสำมารถพึงพาได้.

“I did it! With this I will be able to deal with that monster!”
"สำเร็จ! ด้วยเจ้านี่ จะได้จัดการกับไอ้ปีศาจนั่นได้สักที!"

Hajime had designed “Donner” using modern firearms as the model: he looked at his masterpiece and laughed slightly. This world’s craftsmen only knew how to make a good sword or armor. Right now, a new weapon has been created in this world that was ruled by swords and magic
"ดอนเนอร์" ถูกออกแบบมาโดยใช้ ปืนสมัยใหม่เป็นต้นแบบ, ฮาจิเมะมองผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเองแล้วยิ้มเบาๆออกมา. ช่างฝีมือของโลกนี้รู้จักเพียงแค่การสร้างดาบ หรือ ชุดเกราะ ดีๆออกมาเท่านั้น. แต่ตอนนี้, บนโลกแห่งนี้ที่ถูกปกครองด้วย ดาบ และ เวทย์มนตร์ อาวุธแห่งยุคใหม่ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้แล้ว.
Tauru Ore แร่ ทอรัส
Hard black ore. Hardness 8 (On a scale of 10 being the hardest). Resistant to impact and heat. Vulnerable to cold. Becomes fragile if cooled. Binds if heated
เป็นแข็งสีดำ,ความแข็งระดับ 8 (เป็นสเกลวัดที่มีระดับ 10 เป็นความแข็งที่สุด)ทนต่อแรงปะทะและความร้อน,ถูกทำลายได้ง่ายด้วยความเย็น.จะเปราะบางเป็นอย่างมากหากได้รับความเย็น.ยิ่งแข็งหากได้รับความร้อน..









#นิยายแนวฮาเร็ม#Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou #นิยายแปลไทย
Author(s)



2 ความคิดเห็น: