วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou (WN) Chapter 08 Abyss

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou (WN) Chapter 08 Abyss

นิยาย แปลไทย Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou ตอนที่ 08 ขุมนรก


บทที่ 08 ขุมนรก


Gore Warning.
* * *
Zaa-the sound of running water. A cool breeze brushed against his cheeks and caused him to tremble. There was a solid sensation in contact with his face and a chill pierced his lower half of his body. Hajime raised a groan as he work up.
ซ่าาา... เสียงของน้ำไหล. ลมหนาวพัดกระทบที่ใบหน้า และ ทำให้รู้สึกหนาวสั่น. ที่หน้ารู้สึกถึงพื้นแข็ง และ ความหนาวเหน็บที่แทงทะลุร่างกายส่วนล่าง, ฮาจิเมะส่งเสียงครวญครางในขณะที่ลืมตาตื่น. ฮาจิเมะ พยายามพยุงตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างไม่รู้ตัว

Absentmindedly, he put forth effort to sit upright while his whole body scowl as it throbbed with pain.
ในขณะที่ทั้งร่างของเขาบิดงอ ราวกับว่ามันจะส่งเสียงร้องออกมาเพราะความเจ็บปวด.

“Ow, This is…For sure I…”
"อึก...ที่นี่มัน...เรา..."


Holding his unsteady head with one hand, he studied the vicinity whilst he recalled his memories. Even though the surrounding was dim, thanks to the emission from the green light stones, it was not like he was blinded by the darkness. In front of Hajime was a river about 5 m in width, and it was in this that his lower body was submerged in. Hajime’s upper body seems to have been caught and stranded by protruding rocks located at the side of the river.
ฮาจิเมะใช้มือข้างหนึ่งจับหัวที่ยังปวดเอาไว้แล้วมองดูรอบๆ พร้อมๆกับพยายามนึกย้อนความ. ถึงรอบๆจะมืดทึบ แต่ก็ต้องขอบใจแสงสลัวๆของ ผลึกสีเขียว ที่ทำให้พอมองเห็นในความมืดได้. ที่ตรงหน้า มีแม่น้ำกว้าง ราวๆ 5 เมตร, ที่รู้สึกหนาว ก็เป็นเพราะร่างกายท่อนล่าง ยังแซ่อยู่ในน้า ส่วนท่อนบนดูเหมือนจะเกยตื้นติดอยู่ที่ก้อนหินที่ยื่นออกมาข้างแม่น้า.

“Yeah…I fell down the broken bridge…thereupon…”
"ใช่แล้ว...เราร่วงลงมาพร้อมกับสะพานที่ถล่ม...เพราะงั้น..."


His head that had a fog clouding his mind finally started to turns its gears again. Hajime must have survived the drop by sheer luck. In the middle of his fall he encountered area where the cliff had a puncture, from this leak water sprouted out like a flood. There were numberless waterfalls here, and these waterfalls blew away Hajime time after time until gradually he was thrust to the wall. At the very end he was pushed out of a tunnel that was like a waterslide. It was an unbelievable miracle. When he was flying out of the tunnel Hajime hit his head and lost consciousness. Personally, Hajime did not know how such a miracle took place.
ในหัวที่เหมือนกับมีเมฆหมอก บดบัง ก็เริ่มจะทำงานขึ้นมาบ้างแล้ว. ที่รอดมาได้ดูเหมือนจะเป็นเพราะโชคช่วย. ตอนที่ตกลงมา ก็ไปเจอเข้ากับบริเวณที่มีรูอยู่ ที่รูนั้นมีน้ำไหลทะลักออกมาเหมือนน้ำท่วม. ที่บริเวณนั้นมีน้ำตกอยู่นับไม่ถ้วน, และน้ำตกพวกนี้เองที่พัดฮาจิเมะ ไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนในที่สุดก็ถูกชัดไปที่ผนังที่เป็นทางน้ำ ที่เป็นเหมือนกับ "วอเตอร์สไลด์". ราวกับปาฏิหาริย์, พอถูกพัดลอยออกจากทางน้ำ หัวก็ไปกระแทกกับของแข็งจนทำให้หมดสติไป. จะให้พูดเองก็ยังสงสัยเลยว่า ปาฏิหาริย์แบบนี้มันเป็นไปได้ยังไง.


“Anyway, I was saved…Achoo! I-It’s cold.”
"ยังไงก็ ดูเหมือนจะรอดแล้ว...ฮัดเช้ย! นะ...หนาวชะมัด".

He was submerged in the cold underground water this whole time, because of this his whole body was completely cold. At this rate there was a possibility that he could catch hypothermia, Hajime quickly picked himself up. Trembling and shivering he took off his clothes and wringed them.
Using his transmutation he created a single sheet of paper. On the hard stone floor he started to engrave a transmutation circle.
ร่างกายที่หนาวจัด เพราะจมอยู่ในน้ำมาเป็นเวลานาน. ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็อาจจะเกิด *"ไฮโปเธอร์เมีย" ได้. ฮาจิเมะจึงรีบพาตัวขึ้นจากน้ำ. เพราะ อาการสั่นจากความหนาว จึงต้องถอดเสื้อมา แล้วปั้นน้ำออก. *hypothermia การมีอุณหภูมิร่างกายต่ากว่าปกติ ฮาจิเมะสร้างแผ่นกระดาษขึ้นมาโดยใช้ทักษะแปรรูป. แล้วทำการสลักวงแหวนเวทย์ไว้ข้างบนหินแข็ง.



“It’s too cold to concentrate…”
"หนาวจนไม่มีสมาธิเลย..."


He wanted a “Spark” magic. This was a simple magic that even children could perform with a 10 cm magic formation. At this moment, there was no magic stones to increase the efficiency of the magic because Hajime needed it with his zero aptitude for magic. Hajime would have to make a complicated formula that would be 1 m in diameter to cast that “Spark”. After 10 minutes he was able to finished the magic formation and started his chanting to activate it.
เขาต้องการสร้าง "ประกายไฟ". นี่เป็นเวทย์พื้นฐานที่แม้แต่เด็กก็สามารถทำได้ด้วยการใช้วงเวทย์ขนาด 10 cm. แต่ตอนนี้ไม่มีหินเวทมนต์เพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพของเวทย์ เพราะฮาจิเมะที่มีความถนัดด้านเวทย์เป็นศูนย์จำเป็นต้องใช้มัน. เพราะอย่างนั้น เขาจึงต้องสร้างสูตรที่ซับซ้อน ด้วยวงเวทย์ขนาด 1 เมตร เพื่อสร้าง"ประกายไฟ" ที่ว่า. หลังผ่านไป 10 นาที ก็สามารกสร้างวงเวทย์เสร็จ แล้วเขาก็เริ่มร่ายเวทย์ เพื่อทำให้มันทำงาน.


“I seek fire,The power of light, Manifest, “Spark”…Why is there such an exaggerated chant just to create an ordinary flame? So embarrassing…Ha-a.”
"ข้าแสวงหาเปลวไฟ, พลังแห่งแสงสว่าง อันเป็นที่ประจักษ์ไปทั่ว [สปารค์]" (ประกายไฟ) "... แค่จะก่อประกายไฟนิดหน่อย ทาไมต้องพูดบทร่ายที่ดูเลยเถิดอะไรแบบนี้ด้วยนะ? น่าอายจริงๆ...เฮ้อ"

The sighing seems to have become a habit recently. Still he invoked the fist-sized flame and bathed in its warmth. He set his clothes side by side near the flames to dry it.
พักนี้การทอดถอนใจออกมาซักจะเริ่มติดเป็นนิสัย. แต่ยังไงก็สร้างเปลวไฟที่ใหญ่ราวๆกำปั้นขึ้นมาได้แล้ว เจ้าตัวจึงเข้าไปผิงไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย. แล้วก็ตากเสื้อผ้าไว้รอบๆเพื่อให้มันแห้ง.


“I wonder where this is…I think I fell a considerable height…can I return?”
"ที่นี่มันที่ไหนกัน...ยังไงก็ดูเหมือนจะตกมาสูงน่าดู...จะกลับขึ้นไปยังไงดี?"


Warming himself with the flame, he could feel himself calm. Gradually anxiety started to fill his heart. Hajime really wanted to cry, tears even started to accumulate in his eyes , but he bore with it because if he cried now he would fall apart. He wiped away the tears that had collected and slapped his own cheeks.
การใช้ไฟให้ความอบอุ่นกับร่างกาย, จึงทำให้รู้สึกใจเย็นลงได้บ้าง. แต่ความวิตกกังวลก็ค่อยๆลุกลามไปในใจ. ฮาจิเมะอยากจะร้องไห้, น้ำตาเองก็ดูเหมือนจะเริ่มเอ่อขึ้นมาในเบ้าตา, แต่ก็ต้องฝืนทนเอาไว้ เพราะถ้าหากร้องไห้ตอนนี้ล่ะก็ จิตใจคงแตกสลายเป็นแน่. ฮาจิเมะเช็ดน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นของตัวเอง แล้วใช้สองมือตบเข้าที่ใบหน้าเสียงดัง

“Got no other choice, I have to find a way back. It’s fine, I’m sure it will be fine.”
"ไม่มีทางเลือก, มีแต่ต้องหาทางกลับเองเท่านั้น, ไม่เป็นไร, ต้องไม่เป็นไรแน่".


Hajime’s face developed into a determined one after he muttered encouragements to himself, all while staring at the flames.
หลังจากพูดให้กำลังใจตัวเอง ขณะที่มองไปยังเปลวไฟ, สีหน้าของฮาจิเมะก็เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าของคนที่ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่.

After about 20 minutes the clothes were dry and warm, so Hajime set off. Hajime was not sure which level he was in but for sure he was still in the Dungeon. It wouldn’t be strange to have monsters lurking. He carefully proceeded to walk down into a huge passage that lead into the depths.
ผ่านไปยี่สิบนาที เสื้อผ้าก็แห้ง และ อบอุ่น, เพราะฉะนั้นฮาจิเมะจึงเตรียมตัวเพื่อเดินทางต่อ. ไม่รู้ว่าที่นี่มันชั้นไหน แต่คงจะเป็นข้างในดันเจี้ยนนั่นล่ะ. ถ้ามีมอนสเตอร์โผล่มาก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่. ฮาจิเมะ เดินอย่างระมัดระวังไปตามทางที่กว้างขวาง ที่นำไปสู่ส่วนลึก.

The passage that Hajime continued on felt like a cave. Rather than a low-rise square passage, the passage had rocks and walls protruding in many places and it winds around complicatedly. It was similar to the last room on the 20th floor, the only difference was the size. The complicated passage full of obstacles was 20 m in diameter. Even the more narrow places was still 10 m in diameter. Although it was not an easy path to treat, there were a lot of places to hide and Hajime advanced stealthily from hiding area to hiding area.
ทางเดินที่เดินผ่านให้ความรู้สึกคล้ายๆถ้ำ. ไม่เหมือนกับทางเดินที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมเหมือนตอนที่เข้ามาในดันเจี้ยน, ทางเดินนี้มีหิน และ ผนังที่ยื่นออกมาอยู่ทั่วทุกแห่ง แล้วยังวกวนอย่างสลับซับซ้อน. คล้ายๆกับห้องสุดท้าย ของชั้นที่ 20, ที่ต่างไปก็คือขนาด. ทางเดินที่วกวน เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 20 เมตร. ถึงจะเป็นบริเวณที่มีทางแคบลง ก็ยังมีสิ่งกีดขวางขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 10 เมตรอยู่. ถึงจะไม่ใช่ทางผ่านง่ายๆให้เดิน, แต่ก็ยังมีหลายที่ให้สามารถช่อนตัวได้ ฮาจิเมะเดินหน้าย่องจากที่ช่อนหนึ่ง ไปอีกที่ช่อนหนึ่ง ไปเรื่อยๆ.

He wondered how much he walked. Hajime started to feel tired, until he finally reached a fork for the first time. A huge crossroad was presented to him. Behind the boulder was Hajime hiding, he wondered which path he should take.
 เดินมานานแค่ไหนแล้วนะฮาจิเมะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจนในที่สุดก็เดินมาถึงทางแยกเป็นครั้งแรกมีทางแยกขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้ฮาจิเมะซ่อนอยู่หลังก้อนหินขนาดใหญ่ โดยที่คิดไปด้วยว่าจะไปทางไหนดี.

A moment was taken to think over it. He thought he saw something at the edge of his vision and he quickly hid behind a rock. Quietly he stuck his head out and waited to see. From the passage straight ahead, a white fur ball hopped into view. It had long ears, and it looked like a rabbit. However, it was about the size of a mid-sized dog and its hind legs were heavily muscled. The “rabbit” also had several dark red lines running along its body like blood vessels, the lines also pulsated like a heart. That was very creepy.
 พอหยุดคิดได้ครู่หนึ่ง. ก็เหลือบไปเห็นอะไรสักอย่างอยู่สุดสายตา ฮาจิเมะจึงรีบซ่อนตัวหลังก้อนหินในทันที. พอยื่นหัวออกมาช้าๆ มองดูไปที่ทางเดินเบื้องหน้า ก็มองเห็นมีลูกบอลขนปุยสีขาวอยู่. มันมีหูยาว, ดูเหมือนกระต่าย. แต่ทว่ามีขนาดเท่าสุนัขขนาดกลาง. ขาด้านหลังมีกล้ามขนาดใหญ่เป็นมัดๆ. เจ้า "กระต่าย" มีเส้นลวดลายสีแดงเข้มอยู่ทั่วตัว เหมือนกับเป็นเส้นเลือด. เส้นพวกนั้นเต้นกระตุกเหมือนกับเป็นหัวใจ. ดูแล้วรู้สึกน่าขนลุก.

Clearly, it was a dangerous demon. Hajime decided to avoid by going left or right instead of going straight. It looked like he wouldn’t be able to proceed to the right because the “rabbit” was near it. Hajime held his breath and waited for the time to move. At that moment, the rabbit turned around and started to sniff the ground. Right now! He tried to move at that.
ดูเหมือนจะเป็น มอนสเตอร์ในดันเจี้ยน. การจะไปต่อก็มีแต่ต้องเลือก ซ้าย หรือ ขวา เท่านั้น. แต่ดูเหมือนจะไปด้านขวาไม่ได้ เพราะ "กระต่าย" อยู่ใกล้ทางนั้น. ฮาจิเมะ กั้นหายใจ แล้วรอเวลาเพื่อเคลื่อนไหว. ในตอนนั้น กระต่ายมันได้หันไปรอบๆ แล้วเริ่มใช้จมูกดมกลิ่นรอบตัว. ตอนนี้แหละ! ฮาจิเมะเริ่มย่องไปอีกทาง.

The rabbit seemed to react to that and it quickly straighten its back to stand up. It’s vigilant ears rustled.
ราวกับว่ากระต่ายจะตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของฮาจิเมะ มันเหยียดหลังตรง แล้วหูที่ไวต่อเสียงของมันก็กระตุกไปมาอย่างฉับไว.


(Crap! D-Did it find me? I-I’m fine?)
(เวรล่ะ! โดนเจอเข้าซะแล้วงั้นเหรอ? คะ...คงไม่ใช่หรอกมั้ง?)

He clung his body to the boulder to hide himself, and he tried to gain control of his thumping heart. Those keen ear felt like they could pick up his throbbing heart, he broke out into a cold sweat at that thought.
ฮาจิเมะขยับเข้าไปชิดกับก้อนหินเพื่อซ่อนตัว และ พยายามจะสงบหัวใจที่กำลังเต้นแรง. หูที่แหลมของมันดูอย่างกับว่าจะได้ยินกระทั่งเสียงเต้นของหัวใจยังไงยังงั้น, พอคิดอย่างนั้นแล้วเหงื่อของฮาจิเมะก็แตกพลั่กๆออกมา.

Luckily, it was a different reason the rabbit was alert.
โชคดี, ที่กระต่ายรู้สึกไหวตัวเพราะสาเหตุอื่น.

“Guru~ua!”"กัลล-กัล!"

A wolf-like demon with white hair jumped out and growled at the rabbit. The white wolf had two tails and was about the size of a large dog. Just like the rabbit, the wolf had the same palpitating dark red lines all over its body. After that wolf jump out, two more wolves jumped out from behind different stones to join it.
มอนสเตอร์ที่เหมือนหมาป่า ขนสีขาว กระโดดออกมา แล้วปล่อยเสียงคำรามใส่กระต่าย. หมาป่าสีขาว มีสองหาง ขนาดเท่าๆกับสุนัขขนาดใหญ่. เหมือนกันกับกระต่าย หมาป่าก็มี เส้นเลือดสีแดงเข้มกระตุกไปทั่วร่าง. หลังจากนั้น หมาป่าก็กระโดดเข้ามา พร้อมๆกับ หมาป่าอีกสองตัวที่กระโดดมาสมทบ ออกมาจากก้อนหินคนละก้อนทางด้านหลัง.

Hajime peeked his head out and observed the situation. No matter how you look at it, the wolves were going to prey on the rabbit-chan (though it wasn’t cute enough to attach chan). With the cover of confusion Hajime half rose his feet.
ฮาจิเมะยื่นหัวออกมาเพื่อมองดูสถานการณ์. ไม่ว่าจะมองยังไง ก็ดูเหมือน หมาป่ากำลังล่ากระต่ายจัง อยู่ชัดๆ(ถึงจะไม่น่ารักขนาดจะเติมจังลงท้ายชื่อก็เถอะ). มองดูด้วยความสับสน ฮาจิเมะ จึงยกเท้าขึ้นมาหนึ่งข้าง

However…แต่ทว่า...

“Kyu!”
กิ้ว~!”
A cute cry leaked from it and jumped into the air with a rotation. The rabbit gave a roundhouse kick with its massive legs and smacked the first wolf.
เสียงร้องฟังดูน่ารัก ดังขึ้นมาจากกระต่าย แล้วมันก็กระโดดหมุนตัวขึ้นไปในอากาศ. แล้วกระต่ายก็ใช้ลูกเตะหมุน ด้วยขาอันใหญ่โตฟาดลงที่หมาป่าตัวแรก.

Dopan
"ตูมม"
The kick generated a sound that wasn’t thought possible. Rabbit-chan’s got a clean kick to the wolf’s head.
ลูกเตะทำให้เกิดเสียงที่ไม่น่าจะเป็นไปได้. กระต่ายจัง เตะลงกลางหัวของหมาป่าเต็มๆ.

Gogya
"เอ๋ง"

There was a resounding echo and Hajime could see that the wolf’s neck had been bent into the wrong direction.
มีเสียงร้องก้องสนั่นไปทั่วบริเวณ และฮาจิเมะได้มองเห็นหัวของหมาป่าหักงอผิดรูปผิดทาง.


Hajime went rigid at that display. Using the centrifugal force from the roundhouse kick, the rabbit rotated in the air until it was in an upside-down state. The rabbit stomped the air and fell towards the ground like a meteor. Just before landing, it rotated itself perpendicular to it and gave a powerful heel drop to the wolf close to the landing point.
ฮาจิเมะถึงกับตัวแข็งทื่อในสิ่งเห็น.โดยการใช้แรงเหวี่ยงจากศูนย์กลางของลูกเตะหมุน, กระต่ายหมุนตัวในอากาศจนกระทั่งอยู่ในสภาพกลับหัวกลับหาง แล้วกระต่ายก็ใช้ขา ถีบอากาศ แล้วพุ่งตัวไปยังพื้นราวกับเป็นอุกกาบาต. ก่อนจะถึงพื้น มันหมุนตัวเป็นมุมตั้งฉาก และ ใช้ส้นเท้าอันหนักหน่วงกระแทกลงใส่หมาป่าที่ยืนอยู่ตรงจุดลงพื้น.


Begya
"ตูมมม"


Without even getting the chance to give off a death throe, both the wolves heads were pulverized. Another two wolves appeared to jump at the rabbit when it landed. Hajime thought it was this moment that the rabbit would lose. The rabbit was able to do a handstand while rotating his legs, just like a break dancer. Both of the wolves were flung towards and slammed against it because of the tornado like rotating kicks. Blood splashed against the walls and their corpse trailed down.
โดยที่ไม่มีโอกาสให้ส่งเสียงร้อง, กะโหลกของหมาป่า ถูกบดขยี้. หมาป่าอีกสองตัว กระโดดเข้าใส่กระต่ายที่ร่อนลงมาบนพื้น. นึกว่านี่เป็นจังหวะที่กระต่ายจะแพ้แล้วซะอีก. แต่กระต่ายกลับใช้ขาหน้ายันพื้นแล้วหมุนขาเตะ, ราวกับนักเต้นเบรกแดนช์. หมาป่าทั้งสองตัวถูกเหวี่ยงไปคนละทิศคนละทางจากลูกเตะหมุนที่เหมือนกับพายุทอร์นาโด. เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วผนัง และ ร่างของเหล่าหมาป่านอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น.

The last wolf ruffled its tail as it growled. Soon the tails started to discharge electricity. It was trying to cast a Special Magic.
หางของหมาป่าตัวสุดท้ายที่รอดตายจากลูกเตะหมุน ชี้ฟูขึ้นในขณะที่ส่งเสียงกรอดในลำคอ. ไม่ช้าหางทั้งสองของมันก็เริ่ม ปล่อยไฟฟ้าออกมา. มันกำลังร่ายเวทย์พิเศษอยู่นั่นเอง.

“Guru-ua!”
"กัลล-ลล!"

Lightning fly at the rabbit with a howl. As the high-speed lightning approached, the rabbit avoided it splendidly by performing zigzagging steps. When the lightning dissipated the rabbit drove a somersault kick into the wolf’s jaw in one go. The kick blew the wolf away and it landed on the ground backwards and bent. It seemed like its neck broke from the force.
สายฟ้าวิ่งผ่าอากาศตรงไปยังกระต่าย พร้อมกับเสียงหอนของหมาป่า. กับความเร็วระดับสายฟ้าที่พุ่งเข้ามา, กระต่ายหลบมันได้อย่างงดงาม โดยการใช้สเต็ปเท้าหลบซิกแซก. พอสายฟ้ากระจายหายไป กระต่ายก็พุ่งเข้าประชิด แล้วเตะเสยคางของหมาป่าในคราวเดียว. แรงเตะส่งหมาป่าลอยไปไกล แล้วตกหงายหลังตกลงที่พื้น ด้วยร่างที่หงิกงอ. ดูเหมือนจากแรงเตะจะทำให้คอของมันหักในทันที.

“Kyu!”

A victory cry? The rabbit raised its forelimbs and brushed off its ears.
เสียงร้องแห่งชัยชนะของกระต่ายดังขึ้นมา? กระต่ายยกขาหน้าสั้นๆขึ้นแล้วเอามาปัดหูเรียวยาวของมันอย่างน่ารักน่าเอ็นดู.

“Mommy, tell me it’s a lie.”
"แม่จ๋า บอกทีเถอะ เมื่อกี้โกหกกันใช่มั้ย!?"

Hajime who was still stiff can only give a dry smile. Isn’t this dangerous? The Traum Soldier that the students had trouble with looked like toys compared to this bunny. This rabbit may be stronger than the Behemoth, who could only do simple monotonous attacks.
ฮาจิเมะที่ยังตัวแข็งทื่ออยู่ได้แต่ส่งรอยยิ้มแห้งๆออกมา. แบบนี้มันอันตรายสุดๆไปเลยไม่ใช่เหรอ? พวก"ทรัม โซล์เยอร์" ที่พวกนักเรียนลำบากรับมือกันแทบตาย พอมาเทียบกับเจ้ากระต่ายนี่ ดูเป็นของเล่นไปเลย. เจ้ากระต่ายนี่อาจจะแกร่งกว่า "เบฮีมอธ" ที่ทำได้แค่การเคลื่อนไหวแบบง่ายๆซะอีก.

He knew that if he was caught it would be certain death, this fretting caused him to unconsciously step back. That was an error.
เขารู้แล้วว่าถ้าถูกจับได้ละก็ตายแหงมๆ, ความรู้สึกกังวลใจนี้เริ่มทำให้ก้าวถอยหลังไปอย่างไม่รู้ตัว และนั่นก็คือข้อผิดพลาด.

Karan  [กึก]
[Tap] [กึก]

That noise echoed throughout the whole cave. Hajime had kicked a pebble near his feet that fell and created that racket. Such a cliché grave mistake. A large amount of cold sweat streamed down his face. The rabbit turns its head like a machine that wasn’t oiled to the sound.
เสียงเหมือนเหยียบอะไรเข้าสักอย่างดังไปทั่วภายในถ้ำ. ดูเหมือนฮาจิเมะดันไปเหยียบก้อนกรวดที่อยู่ใกล้เท้าเข้า แล้วทำให้เกิดเป็นเสียงเสนาะหูไปทั่วบริเวณแบบนี้. ขุดหลุมตายได้น่าอานาถอะไรขนาดนี้!. เหงื่อจำนวนมากไหลผ่านบนใบหน้าของฮาจิเมะ. กระต่ายหันหน้าของมันมาทางเขาอย่างช้าๆเหมือนเครื่องจักรกลที่ไม่ได้ใส่น้ำมัน.

Hajime was definitely seen.
ฮาจิเมพถูกเห็นเข้าซะแล้ว

It’s ruby red eyes narrow as it caught sight of Hajime. He froze like a frog hypnotized by a snake. Alarms bells started to go off in his head and his soul told him to run for his life, but his body did not listen to him.
ดวงตาของมันแคบลงเพ่งเล็งมายังฮาจิเมะ. ร่างของเขาแข็งทื่อเหมือนกับกบที่ถูกงูจ้องสะกด. เสียงร้องเตือนดังสนั่นในหัว ไปจนถึงวิญญาณ บอกให้เขาหนีเพื่อเอาชีวิตให้รอด, แต่ทว่าร่างกายมันกลับไม่ยอมฟังคำสั่ง.


Finally, the rabbit that had only been looking back at Hajime with his head, orientated its whole body towards him. It started to pour energy into its legs.
ในที่สุด, กระต่ายก็หันหน้ากลับหลังเหลือบมองมายังฮาจิเมะ จากนั้นก็หันทั้งร่างมาทางเขา. มันเริ่มทุ่มพลังไปที่ต้นขาหลัง ทั้งสองข้าง.


“It’s coming!”
"จะมาแล้ว!"


He instinctively knew that. Rabbit demon exploded towards him, it dashed at him at an absurd speed that left afterimages behind it.
ฮาจิเมะรู้ได้โดยสัญชาตญาณ. กระต่ายปีศาจพุ่งตรงมาที่เขา, มันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ถึงขนาดเหลือภาพติดตาของตัวมันไว้ข้างหลัง.

When he noticed it, he jumped aside with all his might.
พอรู้สึกถึงเรื่องนั้น ฮาจิเมะก็กระโดดไปด้านข้างสุดชีวิต.


The place where he was just at exploded like a cannonball had just struck it. It gouged out the ground as it detonated. Hajime rolled while the earth rumbled, and stopped with his backside on the floor. He retreated from the epicenter with a pale face.
ตรงที่ที่เคยยืนอยู่ เกิดระเบิดขึ้นมาเหมือนถูกยิงด้วยลูกปืนใหญ่ หินระเบิดกลายเป็นรูจากแรงพุ่งชนของมัน. ฮาจิเมะกลิ้งไปบนพื้นในขณะที่พื้นสั่นกระเพื่อม, แล้วหยุดลงหลังจากที่เขาไถลไปบนพื้น. เขาหนีรอดจากศูนย์กลางการสั่นสะเทือนด้วยสีหน้าซีดเผือด.


Slowly the rabbit stood up with a slack attitude, after it continued its assault. Hajime quickly constructed a stone wall with his transmutation. Stone wall met the rabbit’s kick and easily the kick pierced through it. By pure reflex he brought up his left arm to block. Good thing his face was not crushed, but the impact launched him to the ground. Pain coursed through his left arm when he gathered himself.
กระต่ายลุกยืนด้วยท่าทางอย่างขี้เกียจ, พอมันจะจู่โจมเข้ามาอีกครั้ง. ฮาจิเมะรีบสร้างกำแพงหินขึ้นมากันด้วยทักษะ "แปรรูป". กำแพงหินเจอเข้ากับลูกเตะของกระต่าย มันก็ถูกเจาะทะลุผ่านได้อย่างง่ายดาย. ด้วยปฏิกิริยาอัตโนมัติ ฮาจิเมะยกแขนซ้ายขึ้นมาป้องกัน. โชคยังดีที่ใบหน้าไม่ถูกเตะกระจุยไปด้วย, แต่ทว่าแรงกระแทกจากการถูกเตะทำให้ตัวเขากระเด็นไปหมอบที่พื้น. ความเจ็บปวดแล่นผ่านแขนซ้าย และพอจะตั้งสติ.

“Augh”
"อึก"


When he looked at his left forearm, it was broken and bent in a funny angle. Looks like it was totally crushed. Crouching in pain, he desperately sought out the rabbit. What he found was the rabbit walking in a relaxed manner, a total inverse of its earlier attitude. It must have been his imagination, but its eyes were staring at him in a condescending. Looks like it was having fun messing with him.
มองไปที่แขนซ้ายที่ส่วนปลายแขนหัก และ งอในมุมที่น่าขบขัน. ดูเหมือนจะถูกขยี้อย่างหมดจด. กับส่วนของร่างกายบิดงอด้วยความเจ็บปวด, ฮาจิเมะ หันสายตามองไปยังกระต่ายอย่างสิ้นหวัง. เขามองเห็นกระต่ายที่เดินเข้ามาอย่างสบายใจเฉิบ, ท่าทีตรงกันข้ามกับที่มันแสดงออกมาเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง. หรือจะแค่คิดไปเอง, แต่ดวงตาของมันมองมายังเขาอย่างจองหอง. ดูเหมือนจะกำลังสนุกกับการล้อเล่นกับเขาไม่น้อย.

Since he was on his backside, he couldn’t even retreat that well. There standing in front of Hajime was the rabbit. It looked down on him, like he was some worm crawling on the earth. The rabbit brandished its foot to show it off.
เมื่อเขาอยู่ในตำแหน่งหันหลังนั่งอยู่ การจะหนีจึงทำได้ลำบาก. ที่อยู่ตรงหน้าคือกระต่าย. มันมองลงมายังเขา อย่างกับว่าตัวเขาเป็นหนอนแมลงที่คลานอยู่บนพื้น กระต่ายแกว่งเท้าของมันให้ดู อย่างกับว่าจะโอ้อวด.


(…I wonder if this is the end…)
(...จบเท่านี้แล้วสินะ...)


Despair assailed Hajime. He adopted a dazed looked and gave up as he stared at the rabbit’s feet. Eventually the kick of instant death was swung.
ความสิ้นหวังถาโถมเข้าสู่ความคิดของฮาจิเมะ. เขายอมแพ้ ด้วยแววตาที่หม่นหมอง มองไปที่เท้าของกระต่าย. แล้วในที่สุด ลูกเตะพริบตาแห่งความตาย ก็ถูกกวัดแกว่งมาที่เขา.

Hajime shut his eyes, horrified at the impending doom.
ฮาจิเมะหลับตาลง เพื่อรับกับความตายที่ใกล้เข้ามา.
No matter how much time passed, the expected blow never came. He fearfully opened his eyes and in front of his face was the rabbit’s foot. The kick was stopped just before it made impact. It can’t be, was it still playing with him and trying to instill even more anguish in him? Hajime noticed something though, when he looked closely the rabbit was trembling.
ทว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน, ลูกเตะที่คิดว่าจะฟาดลงมาแต่กลับไม่มาถึงสักที. ฮาจิเมะจึงลืมตาขึ้นมาอย่างกลัวๆ และ ที่อยู่ตรงหน้าก็คือเท้าของกระต่าย. ลูกเตะถูกหยุดไว้กลางครันก่อนที่จะกระแทกเข้าเป้าหมาย. ไม่จริงน่า นี่มันยังคิดจะเล่นตลกกับเขาอยู่อีกเหรอ? คิดจะทำให้รู้สึกทุกข์ทรมานไปมากกว่านี้อีกงั้นเหรอ? แต่ทว่า ฮาจิเมะก็สังเกตเห็นบางสิ่ง, เจ้ากระต่ายกำลังตัวสั่นอยู่.


(W-What? Why is it trembling…it seems scared…)
(หะ...หะ? ทำไมมันถึงตัวสั่นอยู่....ดูเหมือนจะกลัวอะไรอยู่ด้วย...)


No, not “seem”, it really was afraid. Hajime tried to run for the right passage, but he caught sight of a new demon.
ไม่สิ ไม่ใช่ "ดูเหมือน" มันกำลังกลัวอยู่จริงๆ. ฮาจิเมะ พยายามวิ่งไปที่ทางแยกด้านขวา แล้วก็มองไปเห็นปีศาจอีกตัว.

Huge, was a word that could describe it. The beast was 2 m tall and its whole frame covered in white fur. Like all the other monsters he met here, this beast also had pulsating dark red lines wrapping its body. If he could compare it to another animal then a bear came to mind. One differences were that its arm extended all the way down to its feet, and these arms had 3 claws protruding out almost 30 cm.
"มหึมา" นั่นเป็นคำพูดที่พอจะอธิบายถึงมันได้. สัตว์ร้ายสูง 2 เมตร ทั้งร่างปกคลุมไปด้วยขนสีขาว. เหมือนกันกับพวกมอนสเตอร์ตัวอื่นๆที่เจอที่นี่, เจ้าปีศาจตัวนี้ก็มีเส้นเลือดกระตุกสีแดงเข้มอยู่ทั่วร่าง.ถ้าจะให้เทียบกับสัตว์อื่น ก็คงจะดูคล้ายๆหมี. ที่แตกต่างก็มีเพียงแขนของมันที่ยาวลงไปถึงเท้า, และ ที่แขนก็มีกรงเล็บ 3 อัน ยาวเกือบ 30 cm.

Before he knew it that bear was nearby, while it glared at its prey. Silence surrounded the area. Both Hajime and the rabbit was frozen and could not move. No, would not move. Just like how Hajime was earlier. The bear’s stare had stopped them.
ก่อนที่จะรู้ตัว เจ้าหมีก็เข้ามาใกล้แล้ว, ในขณะที่มันมองมายังเหยื่อ. ความเงียบก็บังเกิดขึ้นรอบๆบริเวณ, ทั้งฮาจิเมะ กับ เจ้ากระต่าย ต่างตัวแข็งทื่อไม่ไหวติง. ไม่สิ ขยับไม่ได้ต่างหาก. เหมือนกับฮาจิเมะก่อนหน้านี้. แค่การมองของเจ้าหมีก็ทำให้ฮาจิเมะกับ กระต่ายตัวแข็งทื่อไปหมดแล้ว.

“…Gururu.”
Tired of the situation, the bear started to growl.
อาจจะเป็นเพราะเบื่อหน่ายกับความเงียบ ปีศาจหมีจึงส่งเสียงร้องออกมา.

“Tsu!”
“!”
This caused the rabbit to return to reality. It quickly turned tail and instantly retreated at top speed. All that speed it used to crush its enemies was now being used to escape. Too bad it was all for naught.
เสียงร้องของปีศาจหมีทำให้กระต่ายฟื้นคืนสติกลับสู่ความเป็นจริง. มันรีบหันหลังเตรียมตัวใช้ความเร็วเต็มสปีด ที่เคยใช้เพื่อจัดการกับศัตรูเพื่อหลบหนี.

Using speed that didn’t suit its size, the bear aimed it’s sharp claws at the rabbit. The rabbit used its agility to twist his body to dodge the blow. Hajime was certain the bear’s claws had missed their target, and he saw the rabbit finish dodging.
ทว่ากลับเป็นความพยายามที่ไร้ประโยชน์. หมีใช้ความเร็วที่ไม่สมกับขนาดตัวของมันไปดักหน้า กระต่ายที่พุ่งตัวลอยออกไปด้วยความเร็วสูง, แล้วใช้กรงเล็บฟาดลงที่กระต่าย. กระต่ายใช้ความว่องไวของมันหลบการโจมตีนั้นไปด้านหลังอย่างงดงาม. ฮาจิเมะคิดว่า กรงเล็บของหมีคงพลาดเป้าหมายไปแล้ว แต่เขากลับเห็นกระต่ายหยุดเคลื่อนไหว.

When it landed, blood started to gush from its body as multiple cut wounds emerged on its body. More and more blood poured out of its wound until Hajime noticed that its body wasn’t whole anymore. Piece by piece sections of the rabbit slipped off in different direction and a fountain of blood sprayed when the largest section was set free.
พอลงถึงพื้น, เลือดสาดกระเซ็นออกจากแผลตัดที่ถูกฝังลงบนตัวของกระต่าย. เลือดไหลออกมาเรื่อยๆจากบาดแผล ร่างของกระต่ายค่อยๆฉีกออกไปคนละทิศละทาง แล้วน้ำพุเลือดก็พุ่งกระฉูดออกมา.


The gore show disgusted Hajime. A rabbit demon that powerful was taken down so easily without it being able to do anything. Now he knew why it was so scared. That bear demon was extraordinary. This guy would destroy any person Hajime knew of.
ภาพละครเลือดทำให้ฮาจิเมะถึงกับรู้สึกขยาดขึ้นมา. ปีศาจกระต่ายที่แข็งแกร่งขนาดนั้นกลับถูกจัดการอย่างง่ายดาย โดยไม่อาจจะโต้ตอบอะไรได้เลย. เข้าใจแล้วว่าทำไมมันถึงได้กลัวขนาดนั้น. ปีศาจหมีมันเป็นตัวตนที่พิเศษออกไป. เจ้านี่สามารถทำลายสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่ฮาจิเมะเคยรู้จัก.

Lumbering its huge body, the bear approached the fresh corpse. Sounds of gorging could be heard from the bear.
ร่างอันมหึมาของหมี เดินเข้าหาร่างไร้วิญญาณของกระต่าย. มันใช้กรงเล็บแทงร่างเนื้อของกระต่ายแล้วยัดเข้าปากเคี้ยวอย่างตะกละตะกลาม.


Hajime could not move. Still consumed by fear, the beast eyes pin down Hajime with its eyes.
ฮาจิเมะ ขยับไม่ได้. ทั้งร่างถูกครอบงำด้วยความกลัว, ร่างของฮาจิเมะถูกสายตาของสัตว์ร้ายตรึงเอาไว้.


Nothing was left of the rabbit after the bear took 3 mouthful of it. It turned around and growled at Hajime. The beast’s eyes said it all, “You are next.”
หลังจากที่มันเคี้ยวอย่างเต็มปากเต็มคำอยู่แค่สามครั้ง ร่างของกระต่ายก็ไม่มีเหลือ. ปีศาจหมีหันมองไปรอบๆ แล้วเปล่งเสียงคำรามมาที่ฮาจิเมะ. ดวงตาของมันราวกับจะบอกว่า "แกเป็นรายต่อไป".

Presented with the eyes of a predator all he could do was despair.
ถูกจ้องมองด้วยแววตาของนักล่า ฮาจิเมะทำได้มีแต่ผวาด้วยความสิ้นหวัง.

“Uwaaa-” [Ah!]
"เหวอออ"

Hajime ran the opposite direction of the bear while screaming madly and forgetting about his broken arm.
If something like that rabbit couldn’t escape then it did not look good for Hajime. The wind howl and from his left he felt pain explode in his body as he was flung against the wall.
ฮาจิเมะ ตะโกนลั่นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมวิ่งหนีไปคนละทางกับที่หมียืนอยู่ ลืมกระทั่งความเจ็บปวดจากแขนที่หักงอ. ถ้ากระทั่งเจ้ากระต่ายก็ยังหนีไม่ได้ สำหรับฮาจิเมะก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่. จู่ๆคลื่นกระแทกจากด้านช้ายก็ส่งตัวฮาจิเมะกระเด็นไปติดที่ฝาผนัง ความเจ็บปวดที่รู้สึกได้จากแขนช้ายแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง.

“Gah!”
แค่ก!”

The blow had knocked all the air out of his lungs. He trailed down the wall as he collapsed into a fit of coughs. Hajime was swaying from the impact but he kept his eyes on the bear. Then he noticed the bear was chewing on something.แรงอัดกระแทกอากาศแทบทั้งหมดดันออกมาจากปอด. ร่างของฮาจิเมะตกลงมาตามกำแพง แล้วทรุดลงที่พื้น พร้อมกับเสียงไอแค่กๆออกมา. เพราะผลจากแรงกระแทกทำให้ร่างกายโซซัดโซเซอย่างหมดแรง แต่พอเหลือบสายตามองไปที่เจ้าปีศาจหมี ก็สังเกตเห็นว่ามันกำลังเคี้ยวอะไรบางอย่างอยู่.


What the hell was it chewing on? The rabbit was already consumed. Somehow the arm it was eating was very familiar. Hajime was confused at the event, because he felt lighter on his left side. To be precise, his left arm…
เคี้ยวอะไรของมันอยู่? กระต่ายน่าจะถูกกินไปหมดแล้วนี่. แต่พอดูดีๆแล้วแขนที่มันกำลังเคี้ยวอยู่ก็ดูคุ้นๆตายังไงไม่รู้. จากภาพที่เห็นทำให้ฮาจิเมะรู้สึกสับสน, เพราะว่าแขนด้านช้ายก็รู้สึกเบาๆด้วย. หรือพูดให้ถูกก็คือ แขนช้ายของเขานั้น...


“A-Are?” [What]
"หะ...หา?"

Hajime’s face stiffened. Why is there no arm? Why was blood spurting out? He tilt his head. Hajime could not make sense of what happened. The reality of the situation finally hit him. Pain was the reminder that this was no dream.
สีหน้าของฮาจิเมะแข็งทื่อ. แขนหายไป? เลือดไหลออกมา? ฮาจิเมะเอียงคองงงวยด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น. แต่ในที่สุดความเป็นจริงของสถานการณ์เบื้องหน้าก็ถาโถมใส่ตัวของฮาจิเมะ ความเจ็บปวดที่รู้สึกทำให้ตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน.

“Ahhhhhhh!!!!”
"อ๊ากกกกกกกก!!!"

His shriek echoed in the passage. Everything below his left elbow had disappeared.
เสียงร้องดังลั่นสะท้อนไปทั่วทั้งทางเดิน. ทุกอย่างที่อยู่เลยจากข้อศอกนั้นหายไปหมดแล้ว.


The beast still had its Special Magic. His three claws were able to create blades of wind that could extend up to 30 cm. If you thought about it losing just one arm was fortunate. The bear was playing with Hajime and it begged the question if Hajime was lucky. Considering that the rabbit earlier had been dealt with so quickly
มันคือเวทย์พิเศษของสัตว์ปีศาจ. กรงเล็บทั้งสามของมันสามารถสร้างใบมีดสายลมที่ยืดออกไปได้ 30 cm. ถ้าคิดดูแล้ว การที่เสียแค่แขนไปก็นับว่าโชคยังดี. ทว่ามันไม่ใช่เพราะโชคช่วย เมื่อเทียบกับกระต่ายที่ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนเจ้าหมีจะกำลังหยอกล้อ เล่นกับเขาอยู่..


After he was finished with his meal, the bear advanced towards Hajime. His eyes was not condescending like the rabbit’s. The beast just looked at Hajime as food.
หลังจากที่กลืนอาหารของมันลงไปหมดแล้ว, เจ้าหมีก็เดินเข้ามาหาฮาจิเมะ. ในแววตาของมันไม่มีความจองหองเย่อหยิ่งเหมือนกับแววตาของกระต่าย มันแค่มองดูฮาจิเมะในฐานะของอาหารเท่านั้น.


The beast extended its forelimbs toward Hajime. It looked like it was going to eat Hajime alive.
สัตว์ร้ายยื่นแขนของมันมาที่เขา ดูเหมือนมันกำลังจะลงมือกินฮาจิเมะแล้ว.


“A, A, Guu, Re “Rensei”!” [Transmute]
"อา...อา....ปะ...[แปรรูป!]"


While tears and mucus flowed, drool escaped from his mouth, he transmuted the wall with his only arm. It was an unconscious action. The only power that was available to the Hajime that had such low specs. Using magic that is usually only used to process weapons. This class was without a doubt a crafting class. Thought of as useless in combat, but another worlder showed the knights a new application for its skill. A skill that saved the lives of his classmate. On the brink of death, he choose to rely on that skill, and it answered him with a means of escape.
ขณะใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา, น้ำมูก, ฮาจิเมะ แปรรูปผนังที่อยู่ด้านหลังแขนขวา. มันเป็นการกระทำโดยไม่รู้ตัว, พลังเพียงอย่างเดียวที่ฮาจิเมะมีถูกนับว่าเป็นแค่พลังที่ไร้ความสามารถ. ปกติมันจะเป็นแค่เวทย์ที่ใช้สำหรับสร้างอาวุธ เช่น ดาบ, หอก หรือ ชุดเกาะ. ดูยังไงก็เป็นเพียงแค่เวทย์สายผลิต. ถึงจะคิดว่าไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้ แต่ก็ได้แสดงให้พวกอัศวินเห็นแล้วว่า สามารถนำทักษะมาใช้ต่อสู้จริงได้. ทักษะที่เคยช่วยชีวิตเหล่าเพื่อนร่วมชั้นของเขา. ในชั่วขณะของความตาย, ฮาจิเมะเลือกที่จะพึ่งพาทักษะนี้, และมันก็ตอบรับเขาด้วยการสร้างทางหนีขึ้นมา.

A hole 50 cm in height, 120 c in width, and 2m in depth formed in the wall. Hajime rolled into the hole and narrowly escaped the bears paws reaching towards him.
โพรงสูง50 cm, กว้าง 120 cm และ ลึกราว 2 เมตร จากผนัง. ฮาจิเมะมุดเข้าไปในโพรง แล้วรอดจากกรงเล็บที่ยื่นเข้ามาทางเขาได้อย่างหวุดหวิด.

It was overwhelmed with anger from losing a prey.
เจ้าสัตว์ร้ายคำรามลั่นออกมาด้วยความโกรธจากการที่เหยื่อหลุดมือไป.

“Guruaa!!”

The beast casted its Special Magic while it roared. It aimed its magic towards the hole Hajime made. A terrible destruction followed as the wall was shaved off my the powerful claws.
เจ้าสัตว์ร้ายมันร่ายเวทย์พิเศษของมันในขณะที่ส่งเสียงคำราม. แล้วเล็งเวทย์ไปที่โพรงที่ฮาจิเมะสร้างขึ้น. พลังทำลายล้างอันน่ากลัว จากกรงเล็บเฉือนผนังให้พังลง.

“Ahhhh–! “Rensei”! “Rensei”! “Rensei”!”
"อาาาาา! [แปรรูป!] [แปรรูป!] [แปรรูป!] [แปรรูป!]…."

Pancing from the monster that was gradually getting closer, Hajime started to continuously cast his transmuting and delved deeper into the wall. He did not even bother to look back. Recklessly he repeated the magic, and advanced with a crawl. All his pains or any other thoughts were put in the backseat. Mana was consumed over and over again as his survival instinct had control over him.
เพราะความกลัวต่อปีศาจที่ใกล้เข้ามา, ฮาจิเมะ จึงใช้ทักษะแปรรูป ขุดผนังเข้าไป ลึกขึ้นเรื่อยๆ. โดยไม่สนใจจะหันหลังกลับไปมอง, ฮาจิเมะใช้แปรรูปไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อหนีจากกรงเล็บ. ทั้งความเจ็บปวด และ ความนึกคิด ถูกทิ้งไปจนหมด, พลังเวทย์ถูกใช้ไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับสัญชาติญาณเข้าควบคุมทุกการกระทำ.

How much did he progress? Hajime did not know, but he couldn’t hear the terrible sounds. In reality, he did not progress that much. Each cast of his “Rensei” allowed him to advance 2 m (This was twice as strong as his earlier days). The main problem was his bleeding, he would not be able to move soon.
ขุดมาลึกแค่ไหนแล้ว? ไม่รู้เลย, แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรน่ากลัวอีกแล้ว. ในความเป็นจริง ฮาจิเมะไม่ได้ขุดมาลึกมากนัก.การใช้ "แปรรูป" แต่ละครั้งทำให้เจ้าตัวขุดลึกเข้าไปได้ทีละ 2 เมตร (เป็นสองเท่าของปกติที่เคยทำได้). ปัญหาในตอนนี้คือเลือดที่ไหลไม่หยุด, อีกไม่ช้าก็คงจะทำให้ขยับตัวไม่ได้แล้ว.

His awareness was already gone from the excessive bleeding. Still his body pushed forward.
การรับรู้สิ่งรอบตัวหายไปสิ้นจากการเสียเลือดมากเกินไป ถึงอย่างนั้น ร่างกายก็ยังคงมุ่งไปข้างหน้าต่อ.

“”Rensei”… “Rensei”… “Rensei”… “Rensei”…”
" [แปรรูป!] [แปรรูป!] [แปรรูป!] [แปรรูป!]…."


No matter how many times he chanted, the wall did not change. His magic ran out before his body gave out. Exhausted, his hands fell from the wall.
ไม่ว่าจะร่ายเวทย์ไปเท่าไหร่ ภาพของผนังที่ขวางอยู่ตรงหน้าไม่เคยเปลี่ยน. พลังเวทย์หมดลงก่อนที่ เรี่ยวแรงจะหดหาย. เพราะความเหนื่อยล้า ทำให้เขาละมือลงจากผนัง.

Hajime fell on his back and his last strand of consciousness was going out. He just aimlessly started to the heavens, but all he saw was darkness.
ฮาจิเมะ หงายหลังนอนลง แล้วในที่สุดเส้นใยสุดท้ายที่ประคองสติของเขาเอาไว้นั้น กำลังจะขาดสะบั้นลง.พยายามใช้สายตาเหม่อมองไปยังท้องฟ้า แต่ภาพที่เห็นกลับมีเพียงความมืดมิด.


Hajime at this time recalled some past memories. It was like a Revolving Lantern(*). His life flashed before his eyes. His nursery and elementary school, middle school, and high school days. Various memories flooded his mind until his last memory. In that bedroom illuminated by the moonlight. The chat he had with a goddess and the promise they made. Her smiling face.
ในตอนนี้ฮาจิเมะ นึกถึงภาพความทรงจำในอดีต. ราวกับเงาของแสงเทียนที่วูบเคลื่อนไหวยามใกล้จะสิ้นแสง ภาพฉายในอดีตของเขาวิ่งผ่านไปมาข้างในหัว. ภาพสมัยตอนที่อยู่อนุบาล, ประถม, .ต้น แล้วก็ ชีวิตช่วง .ปลาย. ความทรงจำต่างๆหลั่งไหลออกมา จนกระทั่งถึงความทรงจำสุดท้าย. ภาพของห้องนอนที่ส่องสว่างใต้แสงจันทร์. การพูดคุยเรื่อยเปื่อยของเขา กับ เทพธิดา และ คำสัญญาที่ทั้งคู่ที่ได้ให้ไว้แก่กัน, ภาพรอยยิ้มของเธอ.
[* Revolving Lantern is a show where a lantern has some cutouts done in them and in the center a candle or light source is placed. The shadow casted by the light and cutouts could provide a show. Usually the light is directed to one direction so a story could be told.]

After remembering that beautiful sight, the darkness engulfed him. Just before sleep claimed him, he felt a drop of water on his cheek. Like someone had shed a tear for him.หลังจากที่นึกถึงความทรงจำอันงดงามเหล่านั้น, ความมืดมิดก็กลืนกินร่างของฮาจิเมะ. ก่อนที่จะหลับไป เขารู้สึกถึงหยดน้ำกระทบที่ใบหน้า ราวกับว่าเป็นหยดน้ำตาที่หลั่งออกมาเพื่อเขา.







#นิยายแนวฮาเร็ม#Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou #นิยายแปลไทย
Author(s)




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น