วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou (WN) Chapter 11 Subjugation of an Arch-Nemesis

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou (WN) Chapter 11 Subjugation of an Arch-Nemesis

นิยาย แปลไทย Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou ตอนที่  11 พิชิตศัตรูเก่า 


บทที่ 11 พิชิตศัตรูเก่า 


Subjugation of an Arch-Nemesis บทที่ 11 พิชิตศัตรูเก่า

Campaign against the Bear.ปะทะกับปีศาจหมี
Hajime is not how he was before!
* * *
ฮาจิเมะหาได้ใช่ตัวเขาคนเดิมอีกแล้ว!
* * * "
“Chew, chew…Even the rabbit meat sucks.”
กรวบ กร๊วบ...ขนาดเนื้อกระต่ายก็ยังห่วยอยู่อีก!"


Hajime was the person currently eating the rabbit. That’s right, the rabbit demon. Once these kicking experts looked down on him but now they were just food to him. He had expected the meat to taste better since it was a rabbit, but it was still demon flesh. It was just bad like normal.
ฮาจิเมะตอนนี้กำลังเคี้ยวเนื้อกระต่ายอยู่. ใช่แล้ว ปีศาจกระต่าย. ครั้งหนึ่งที่ไอ้มอนสเตอร์จอมเตะนี่ เคยมองเขาด้วยสายตาดูถูก แต่ตอนนี้มันก็ได้กลายเป็นแค่อาหารของเขาเสียแล้ว. นึกว่าถ้าเป็นเนื้อกระต่ายจะอร่อยกว่านี้ซะอีก, แต่ยังไงก็ยังเป็นเนื้อมอนสเตอร์อยู่ดี. รสชาติก็ยัง ห่วยแตกเหมือนเดิม.


The rabbit’s whole body was consumed in one sitting. Once he acquired “Iron Stomach”, he proceeded to eat as much as he want and could. Hajime was especially hungry after he used his magic. In order to kill this rabbit, he had used quite a bit of power. He wouldn’t die since he had the sacred water, but he had to use his power carefully; the starvation sensation that could happen if he overused his power was not something he wanted.
กระต่ายทั้งตัวถูกกินไปจนหมดไม่มีเหลือ. พอได้ ทักษะ [กระเพาะเหล็ก] มาแล้ว, ก็สามารถกินเท่าที่จะอยากได้.ฮาจิเมะยิ่งเขาใช้เวทย์ก็ยิ่งทำให้เจ้าตัวหิวเป็นอย่างมาก. เพื่อที่จะฆ่ากระต่าย, เลยต้องใช้พลังเวทย์ไปมากพอดู. เขาคงไม่ตายหายว่าเขามี "วารีศักดิ์สิทธิ์" , แต่ถึงอย่างนั้นฮาจิเมะก็ใช้พลังอย่างระมัดระวัง. ความรู้สึกหิวกระหายที่เกิดจากการใช้พลังมากจนเกินไปเป็นสิ่งที่เจ้าตัวไม่อยากให้เกิด.

The rabbit was defeated because he had trapped it. Drawing the rabbit to the river was the starting point. When it passed by the river, he sprinkled water onto the rabbit. He produced an overpowered lightning afterwards. Donner was fired upon it and just as expected the rabbit blew up in a cloud of smoke.
กระต่ายถูกจัดการลงได้ เพราะถูกวางกับดักเอาไว้. เริ่มแรกโดยการล่อกระต่ายไปใกล้กับแม่น้ำ. พอมันผ่านมาบริเวณแม่น้ำ, ก็ทำให้กระต่ายเปียกน้ำ. หลังจากนั้นก็ปล่อยสายฟ้าอันรุนแรงโจมตี. ในขณะที่มันตัวชาและเต็มไปด้วยควันไหม้เพราะสายฟ้า


A bullet accelerated with electromagnetic force going at 3.2 km per second [Mach 9.3] was pretty hard to avoid; the rabbit’s head was blown to pieces when it collided with the bullet. Maybe it wasn’t necessary to use the electric shock. Donner’s firepower was tremendous.
ก็ยิงดอนเนอร์ซ้ำเข้าไปจากด้านหน้าโดยตรง. ความเร็วของหัวกระสุนที่เสริมด้วยแรงแม่เหล็กไฟฟ้า พุ่งไปด้วยความเร็ว 3.2 กิโลเมตร ต่อ วินาที (9.3 มัค) จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะหลบได้. หัวของกระต่ายที่ปะทะเข้ากับหัวกระสุน ถูกเป่ากระเจิงเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายไปทั่ว. บางทีคงไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าช็อตเลยด้วยซ้ำ. อำนาจการยิงของดอนเนอร์มันช่างน่ากลัวนัก.


“This is the first time I ate a rabbit…Status!”
"นี่เป็นครั้งแรก ที่กินเนื้อกระต่ายเข้าไปด้วยสิ...สเตตัส!"
ชื่อ
นากุโมะ ฮาจิเมะ
อายุ
17 ปี
เพศ
ชาย
เลเวล
12
อาชีพ
ศิลปินนักแปรสภาพ  (นักแปรธาตุ)
ความแข็งแกร่ง
200
พลังกาย
300
ความต้านทาน
200
ความว่องไว
400
เวทมนต์
350
ความต้านทานเวทมนต์
350
ทักษะ
  • แปรสภาพ
    -ประเมินแร่
    -แปรสภาพอย่างแม่นยำ
    -สืบหาแร่
  • ควบคุมเวทมนต์
  • กระเพาะเหล็ก
  • อาภรณ์สายฟ้า
  • ก้าวย่างแห่งพระเจ้า
    -เหยียบเวหา
    -ย่นระยะ
  • ความเข้าใจในภาษา

It seems his status goes up when he eats a demon. He noticed that repeatedly eating the same type of demon has a severe diminishing return on the improvements, and eating new type of demons greatly increased his stats.
ดูเหมือน ค่าสเตตัสจะเพิ่มขึ้นถ้าได้กินเนื้อมอนสเตอร์เข้าไป. ที่ได้เรียนรู้อีกอย่างก็คือ การกินมอนสเตอร์ประเภทเดียวกันช้าๆ ค่าประสบการณ์ที่ได้จะมีน้อยลง และ การกินมอนสเตอร์ประเภทใหม่จะทำให้ ค่าสเตตัสเพิ่มขึ้นอย่างมาก.

Hajime wanted to test out “Divine Step.” First, he had to picture an image of the skill, the steps the rabbit made. The focal point was speed; speed so fast that only a blur was seen. He had to guess what [Flicker] did. Hajime remembered that on earth it was known as a famous high-speed movement skill.
ฮาจิเมะอยากจะลองทอดสอบ ทักษะ [ก้าวย่างแห่งพระเจ้า] ดูก่อน, เขาพอจะเข้าใจรูปแบบของทักษะอยู่, มันเป็นเหมือนการย่างเท้าที่กระต่ายใช้. จุดสำคัญคือ ความเร็ว, ความเร็วที่เร็วพอ จนทำให้เห็นเป็นภาพเบลอ. ฮาจิเมะพอจะเดาได้ว่า ทักษะ [ย่นระยะ] มันเป็นยังไง. จำได้ว่าบนโลกเดิม มันเป็นที่รู้จักกัน ในรูปแบบของทักษะการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง.

An image of the ground exploding from the force of his movement was what he pictured. Magic was gathered instantly to his feet. His step caused a depression on the ground and he vanished. The next time he knew he dived face first into a wall.
ฮาจิเมะนึกภาพเหยียบพื้นที่ระเบิดจากแรงของการเคลื่อนเท้า. พลังเวทย์ถูกรวมไปอยู่ที่เท้าในพริบตา. การก้าวเท้าของฮาจิเมะ ทำให้พื้นที่เหยียบยุบตัวลงไป แล้วเขาก็หายไป. พอรู้ตัวอีกที หน้าเขาก็ชนเข้ากับฝาผนังอย่างจัง.


“Ouch! C-Controlling this is hard.”
"อูย...! ควบคุมยากเป็นบ้า"


Still, it was a success. If he kept practicing he should be able to move like the rabbit. With his firearm, this would make a powerful combination.
แต่ก็ทำสำเร็จ. ถ้าฝึกต่อไป ก็น่าจะเคลื่อนไหวได้เหมือนกับเจ้ากระต่าย. รวมกันกับอาวุธปืนพกที่มี มันจะต้องกลายเป็น การผสมผสานที่ทรงพลังมากแน่.

Next was [Air Walk]. This move wasn’t easily activated. Just knowing the name wasn’t enough to perform the skill. While trying stuff out, he remembered when the rabbit made a scaffold out of thin air. Immediately, Hajime started to imagine a transparent shield in the air. He leapt at it to test it.
ต่อไปคือ [เหยียบเวหา]. เจ้าทักษะนี่จะทำได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย. แค่รู้ชื่อมันเท่านั้นไม่เพียงพอที่จะใช้ทักษะได้.เขาพยายามนึกหาวิธี, ฮาจิเมะก็นึกถึงตอนที่ กระต่ายสร้างอะไรที่เหมือนที่นั่งร้านบางๆบนอากาศ. ทันใดนั้นเอง ฮาจิเมะก็เริ่มนึกภาพของ โล่โปร่งแสงขึ้นมาในอากาศ แล้วจากนั้นก็กระโดดขึ้นไปเพื่อทดลองใช้งานในทันที.



His face dove straight into the ground.
แล้วใบหน้าของฮาจิเมะก็ปักลงที่พื้นอย่างจัง.


“Guu!?”
"อุ๊ก!?"
Both his hands went up to hold his face as he trashed on the ground. Writhing in pain, he took a sip of the sacred water to reduce the pain.
ฮาจิเมะใช้สองมือจับที่หน้าอย่างอิดออด. ด้วยความเจ็บปวด ฮาจิเมะจึงหยิบเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์มาดื่มเพื่อบรรเทาความเจ็บ.


“Well, at least I did it…”
"อย่างน้อย....ก็ทำได้แล้วล่ะนะ..."


The reason he dived into the ground was because when he jump his lower body met the scaffold. What is important is the reason for his stumble. It seems like [Air Walk] was a Special Magic that allowed him to make transparent platforms in the air.
เหตุผลที่ฮาจิเมะหน้าทิ่มลงพื้น เป็นเพราะตอนกระโดด ร่างกายท่อนล่างดันไปชนเข้ากับโล่อากาศเข้า. แต่เรื่องที่สำคัญคือเหตุผลที่ทำให้ผิดพลาด. ดูเหมือนว่า [เหยียบเวหา] จะเป็นเวทย์พิเศษ ที่ทำให้สามารถสร้างแท่นเหยียบโปร่งแสงขึ้นมาในอากาศได้.

It was great to get two Special Magic in one go; these skills that were derived from “Divine Step.” With this feeling he started to train. His goal was the bear. Hajime would probably be able to defeat it with long distance shooting but he trained just in case. There was the possibility that an even stronger demon could appearการที่ได้ "เวทย์พิเศษ" สองอย่างในคราวเดียวนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก, ทักษะทั้งสองอย่างนี้คือ ทักษะย่อย ของ [ก้าวย่างแห่งพระเจ้า] ด้วยความรู้สึกนี้ ฮาจิเมะก็เริ่มทำการฝึกฝนอีกครั้ง. เป้าหมายคือปีศาจหมี, ถึงอาจจะสามารถโค่นมันลงได้ด้วยการโจมตีระยะไกล แต่ก็ต้องฝึกเผื่อเอาไว้. มันมีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าโผล่ออกมา.


. An optimistic person is a dead person in this labyrinth. Once he defeated the bear, he had to search for a way out of here.
คนที่เอาแต่มองโลกในแง่ดีในดันเจี้ยนแห่งนี้ก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วครึ่งตัวนั่นล่ะ. ถ้าหากจัดการล้มเจ้าหมีลงได้ เขาก็ยังต้องสำรวจหาทางออกจากที่แห่งนี้.


Hajime psyched himself up.
ฮาจิเมะปลุกเร้าจิตใจของตัวให้ฮึกเหิมขึ้น.
* * *

In the labyrinth passage, there was a shadow moving so fast that the only a blurry figure was seen.
ในทางเดินภายในดันเจี้ยน, มีเงาเงาหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงภาพเบลอ.

The figure was Hajime. Hajime had mastered all of “Divine Step.” He quick stepped around the passage. Using his Air Walk he created platforms to traverse on and repeated his high speed movement; as he searched for his nemesis. Usually a person would prioritizes escaping this area but no matter what Hajime wanted to kill that bear. His heart broke once, he couldn’t help but want to fight the monster that caused it.
เงานั้นก็คือฮาจิเมะ. ตอนนี้เขาเชี่ยวชาญ ในทุกทักษะของ ทักษะ [ก้าวย่างแห่งพระเจ้า] แล้ว. ฮาจิเมะก้าวเท้าอย่างรวดเร็วผ่านทางเดิน. เขาใช้ [เหยียบเวหา] สร้างแท่นเหยียบเดินผ่านสิ่งกีดขวาง และ ยังคงรักษาระดับความเร็วในการเคลื่อนไหว เพื่อตามหาศัตรูคู่แค้น. ปกติแล้วถ้าเป็นคนทั่วไปคงจะต้องอยากหนีจากที่นี่ในทันที. แต่ไม่ว่ายังไงสำหรับฮาจิเมะแล้ว ก็อยากจะล้มเจ้าปีศาจหมีให้ได้. เพราะหัวใจที่เคยแตกสลายไปครั้งหนึ่ง, มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่เขาอยากจะสู้กับปีศาจที่เป็นสาเหตุของเรื่องนั้น.


“Guru-ua!”
“Guru-ua!”


When he encountered a pack of wolves; one of them leapt at him. Using a wire he carefully fired off Donner, which was fixed to his right thigh, while he somersaulted in the air.
แล้วก็มาเจอเข้ากับฝูงของหมาป่าสองหาง. หมาป่าตัวหนึ่งกระโจนเข้าหาเขา. ฮาจิเมะยื่นมือไปจับดอนเนอร์ที่ถูกยึดด้วยสายรัดบริเวณขาขวา ซึ่งสร้างขึ้นมาด้วยทักษะแปรรูป แล้วยิงออกไปในขณะที่ตีลังกา พลิกตัวบนอากาศ.


Bang!
ปัง!

A bullet being propelled by the explosion of the powdered Combustion Stone and electromagnetic force struck true at its first target. The wolf’s head was crushed instantly. Using “Air Walk” he further in the air. He continuously discharged his firearm towards the jumping wolf. All the targets were not hit, but somehow all of his enemies perished before he emptied his chambers.
จากแรงระเบิดของดินขับที่สร้างจาก "หินเชื้อเพลิง" และ แรงส่งจากแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้หัวกระสุนถูกส่งออกไปด้านหน้า ทะลุผ่านเป้าหมายแรก. หัวกะโหลกของหมาป่าถูกบดขยี้ในทันที. โดยการใช้ [เหยียบเวหา] ฮาจิเมะรุดหน้าต่อไปในอากาศ. แล้วสาดกระสุนใส่หมาป่าที่กระโจนเข้าหา. ถึงจะไม่ได้ยิงใส่หมาป่าทั้งหมด แต่ดูเหมือนพวกมันจะตายเรียบโดยที่กระสุนยังไม่หมด.

Hajime placed Donner between his left armpit, and quickly reloaded. He continued on his mission without glancing back at the wolves’ corpses.
ฮาจิเมะ เหน็บดอนเนอร์ไว้ที่แขนช้าย แล้วโหลดลูกกระสุนเข้าไปอย่างรวดเร็ว. และ เริ่มตามหาปีศาจหมีต่อไปโดยไม่เหลียวหลังหันมามองยังซากของเหล่าหมาป่า.


After killing wolves and rabbits for a bit; he finally found his target.
หลังจากที่สังหาร หมาป่า และ กระต่ายไปจำนวนหนึ่ง ในที่สุดก็พบเป้าหมาย.

The bear was currently enjoying a meal. Its meal looked like one of those rabbits. When he confirmed it was his arch-nemesis, Hajime laughed fearlessly and advanced towards it.
ปีศาจหมีกำลังดื่มด่ำกับอาหารของมันอยู่. สิ่งที่มันกำลังกินอยู่ดูเหมือนจะเป็นกระต่าย. พอยืนยันแล้วว่ามันเป็นศัตรูคู่แค้นเก่า ฮาจิเมะก็ยิ้มออกมาอย่างไม่เกรงกลัว แล้วมุ่งหน้าเข้าไปหามัน.

The bear was the strongest monster on this level; you can even call it a Lord. There were many wolves and rabbits on this level, but there was only one bear. On this level the bear was invincible. All of the demons here payed extra attention to avoid it. A full retreat was in order if they ever encountered him; not even one thought of resistance. No one would voluntarily face it.
ปีศาจหมีเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของชั้นนี้. จะเรียกมันว่าเป็น บอส ก็คงไม่ผิด. ในชั้นนี้มีหมาป่าสองหาง กับ กระต่ายจอมเตะ อยู่มากมาย แต่ปีศาจหมีกับมีเพียงแค่ตัวเดียว. สำหรับชั้นนี้แล้วเจ้าหมีนั้นไร้เทียมทาน. มอนสเตอร์ทุกตัวที่อยู่ที่นี่ต่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงมัน. ถ้าเจอเข้ามีแต่ต้องหนีสุดชีวิตเท่านั้น. ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนที่คิดจะต่อต้าน. ไม่มีใครที่กล้าเผชิญหน้ากับมัน.


However, that was exactly was happening in front of its face.
ถึงอย่างนั้น, ก็เป็นความจริงที่มีคนยืนอยู่ตรงหน้าของปีศาจหมี.


“Yo, Bear. Long time no see. Was my arm delicious?”
"โย่, ไอ้หมี. ไม่เจอกันนานเลยนะ. แขนฉันถูกปากแกไหมล่ะ?"


The beast narrowed its sharp eyes. What kind of creature was in front of it? Why is it not showing its back? Why did it not freeze in fear or had despair in its eyes? For the situation to not carry out like usually, all the bear could do was be perplexed.
สัตว์ร้ายหลี่ตาที่แหลมคมของมันลง. สิ่งมีชีวิตประเภทไหนกันที่กล้ามายืนต่อหน้ามัน? ทำไมถึงไม่วิ่งหนี? ทำไมถึงไม่แข็งทื่อเพราะความกลัว หรือ มีดวงตาที่สิ้นหวัง? ต่อสถานการณ์ที่ผิดปกติ เจ้าหมียักษ์ทำได้แค่แสดงสีหน้าฉงนด้วยความงงงวย.

“It’s a revenge match. I’ll make you understand that I am an enemy, not a prey.”
"แมทซ์ล้างแค้นไงล่ะ. ฉันจะทำให้แกรู้เองว่าฉันเป็นศัตรูของแก, ไม่ใช่เหยื่อ!"


Hajime extracted Donner and pointed the muzzle at the bear. While in that pose, he questioned himself in his mind. Scared? No. His eyes do not fall into despair; his body did not shake in fear. There is only the earnest desire to survive and rid his adversary.
ฮาจิเมะหยิบดอนเนอร์ขึ้นมา แล้ว ยื่นปากกระบอกปืนไปที่ปีศาจหมี. ในท่านั้น ฮาจิเมะ ตั้งคำถามกับตัวเองในใจ. "กลัวรึเปล่า?" ไม่เลย, ดวงตาของฮาจิเมะในตอนนี้ไม่มีความสิ้นหวังอยู่, ร่างกายไม่ได้สั่นสะท้านเพราะความกลัว. มีเพียงแค่ความต้องการที่จะมีชีวิตรอด ที่ทำให้เขามายืนอยู่ต่อหน้าศัตรู.

Hajime’s lips raise and change into a fearless smile.
ริมฝีปากของฮาจิเมะยกขึ้น เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด.

“I’m going to kill you then devour you.”
"ฉันจะฆ่าแก แล้วเขมือบแกซะ!"

At that declaration, he discharged Donner. Bang! An explosive noise echoed and a bullet made of Tauru ore sped towards the bear at over Mach 9.
ต่อคำประกาศก้อง ฮาจิเมะยิงกระสุนดอนเนอร์ออกไป. ปัง! เสียงระเบิดดังก้อง แล้วหัวกระสุน ที่สร้างจาก "แร่ทอล" ก็พุ่งไปยังปีศาจหมี ด้วยความเร็วกว่า 9 มัค.

“Gu-uu!”
“Gu-uu!”


The bear instantly threw its body on the ground to avoid the shot. It avoided the bullet it could not see; the evasive action was earlier than the discharge. Most likely it anticipated the shot from the bloodlust coming off Hajime. As expected of the Lord of this level. For something over 2 m tall, it had a startling reaction speed. It was not able to fully avoided injury, and a part of its shoulder was gouged out; spraying blood onto its white fur.
ปีศาจหมีทิ้งตัวของมันลงที่พื้นอย่างรวดเร็วเพื่อหลบกระสุน. มันสามารถหลบกระสุนที่มันมองไม่เห็นได้. มันตั้งท่าหลบก่อนที่กระสุนจะถูกยิงออกไปเสียอีก. ดูเหมือนมันจะรู้สึกได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่ออกมาจากตัวของฮาจิเมะ. สมกับที่เป็นบอสของชั้นนี้จริงๆ. สำหรับไอ้ตัวที่มีรูปร่างมหึมาสูงกว่า 2 เมตร แต่กลับมี ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วจนน่าตกใจ. แต่ถึงอย่างนั้นมันก็หลบไม่พ้นทั้งหมด บนไหล่ของมันมีรอยถากจากกระสุนเหลือไว้ และ ทำให้มีเลือดไหลออกมาเปื้อนขนสีขาวของมัน.

Anger dwelled in the bear’s eyes. He had finally acknowledged Hajime as an enemy.
ความโกรธ ผุดขึ้นมาในดวงตาของปีศาจหมี. ในที่สุดมันก็ยอมรับว่าฮาจิเมะเป็นศัตรู.
“Gaaa!”
“Gaaa!”

Roaring, it rushed forward with tremendous speed. Seeing the figure of a 2 m tall beast with spread out stout arms, was a very imposing image.
มันปล่อยเสียงคำราม แล้วพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วอันน่าตกตะลึง. ได้เห็นตัวที่มีรูปร่างใหญ่ตัวสูงกว่า 2 เมตร กางแขนจ้ำม่ำของมันพุ่งเข้าใส่, มันช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง.


“Haha! That’s it! I’m your enemy! Not some prey you can hunt!”
"
ฮ่าฮ่า! ต้องงั้นสิ! ฉันเป็นศัตรูของแก! ไม่ใช่เหยื่อที่แกจะมาล่าได้!"


While taking in the frightful pressure from the bear, Hajime did not break his smile. Here was the turning point. Thoughts of his left arm and broken heart racked his brain. The cause of his apostasy was going down. A ceremony needed to move towards the future. If he didn’t, his heart would not compromise; this he believed in.
ขณะที่รับแรงกดดันอันมหาสารจากปีศาจหมี, ฮาจิเมะไม่ได้หุบยิ้มลงเลย. นี่เป็นจุดเปลี่ยน, ภาพระลึกถึงแขนช้าย และ หัวใจที่เคยแตกสลายผุดขึ้นมาในหัวของฮาจิเมะ. เหตุที่ทำให้เขาเลิกศรัทธาในทุกสิ่ง, งานพิธีที่จำเป็น เพื่อก้าวต่อไปสู่อนาคต. ถ้าหากไม่ทำ หัวใจของเขาก็คงไม่อาจจะยอมรับได้, นี่เป็นสิ่งที่เขาเชื่อ.


The bear comes rushing back. Donner is fired. A supersonic bullet drove towards the area in between the bear’s eyebrows, but somehow the charging bear was able to avoid it. How did he have such a reaction for such a massive figure?
ต่อหน้าปีศาจหมีที่พุ่งเข้ามา. ดอนเนอร์ก็ถูกเหนี่ยวไก. หัวกระสุนความเร็วเหนือเสียง พุ่งตรงใส่บริเวณหว่างคิ้วของหมี แต่ทว่ามันกลับหลบได้ซะอย่างนั้น. ตัวใหญ่เทอะทะขนาดนั้น ไหงมีปฏิกิริยาดีขนาดนี้ได้ล่ะเนี่ย?.

When the bear had entered its strike range, it brandished its claws. The Special Magic it had was activated, and its three claws seemed to distort. In Hajime’s mind, the memory of the bisected rabbit that tried to dodge that move; played in his mind. Instead of dodging at the last moment, he choose to back step in full force.
พอปีศาจหมีเข้ามาในระยะจู่โจม, มันก็ฟาดกรงเล็บลงมา. เวทย์พิเศษที่มันมีก็ทำงาน, และทำให้ กรงเล็บอากาศทั้งสามยืดระยะออกมาได้. ในหัวของฮาจิเมะ มีภาพของกระต่ายที่ร่างถูกฉีกเป็นเสี่ยงๆจากการพยายามหลบการโจมตีนี้ผุดขึ้นมา. แทนที่เขาจะหลบในจังหวะสุดท้าย ฮาจิเมะตัดสินใจ ก้าวย่นระยะถอยหลังเต็มแรง.

In a grand style, the bear’s claws passed the area Hajime left. The claws did not touch the ground at all; three groves were engraved into the ground.
ทั้งที่กรงเล็บไม่ได้แตะลงพื้น แต่รอยข่วนสามรอย ถูกสลักลงที่พื้น บริเวณที่ฮาจิเมะเคยยืนอยู่.


The bear gave an irritated roar at missing his target. Clang-clang, something rolled close to the bear. A dark green ball-shaped object about 5 cm in diameter caught the bears attention as it laid at its feet. The moment the bear was able to study it, the object emitted an intense light.

ปีศาจหมีส่งเสียงคำรามโกรธเกรี้ยวกับการโจมตีที่พลาดเป้าหมาย. ครึ่กกก ครึ่ก เสียงของอะไรสักอย่างกลิ้งมาใกล้ปีศาจหมี. ลูกบอลสีเขียวเข้ม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 cm ดึงดูดความสนใจของเจ้าหมีในขณะที่ลูกบอล กลิ้งมาหยุดอยู่ที่เท้าของมัน. ในจังหวะที่หมีกาลังจะตรวจดูว่ามันเป็นอะไร วัตถุประหลาดก็เปล่งแสงออกมา.

Hajime had made this flash grenade. The principle is simple. Fill a Green Light Stone’s magic to the brim. Coat the stone’s surface so the light does not escape. Powdered Combustion Stone is compressed into the center of the flash grenade. A line of Combustion Stone powder is used as a fuse; it leads to the hole into the center compartment. Using “Lightning Clad”, Hajime lights the outside powder that will fire up the compressed center. When the ignition reaches the center, we get the explosion. The moment it breaks, the stone will release all the light it had hoarded. Hajime had created the fuse to last 3 seconds. There were a lot of problems, but it was a gem of pride for Hajime.
ฮาจิเมะเป็นคนสร้าง [ลูกระเบิดแสง] อันนี้. หลักการก็ง่ายมาก แค่เติมพลังเวทย์เข้าไปในผลึกสีเขียวจนเต็ม. คลุมพื้นผิวของผลึกเพื่อไม่ให้แสงลอดผ่าน. นำผงหินเชื้อเพลิงอัดเข้าไปในใจกลางของลูกระเบิดแสง ต่อสายชนวนที่ทำจากหินเชื้อเพลิง จนไปถึงส่วนใจกลาง. โดยการใช้ ทักษะ "อาภรณ์สายฟ้า" ใส่สายชนวนที่อยู่ด้านนอกของลูกระเบิด มันจะทำให้เกิดการติดไฟ และเมื่อไฟลามไปถึงตรงกลาง มันก็จะระเบิด. ในจังหวะที่แตกออก ผลึกจะปล่อยแสงทั้งหมดที่มันสะสมเอาไว้ออกมา. ฮาจิมะ สร้างสายชนวนที่จะอยู่ได้ 3 วินาที. ถึงจะมีปัญหาหลายๆอย่าง แต่มันก็เป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจของฮาจิเมะ.


The bear had never encountered such a weapon, so it was completely blinded for a moment when it stared right at it. While flourishing his arm in chaos, it struggled to roar. Not being able to see anything caused it to panic.
ปีศาจหมีไม่เคยพบเจอกับอาวุธแบบนี้มาก่อน, ในจังหวะที่มองไปยังลูกระเบิด ตาของมันก็พล่ามัวไปชั่วครู่. ขณะที่มันกวัดแกว่งแขนของมันไปมาอย่างมั่วชั่ว มันก็ส่งเสียงคำรามออกมา. การที่ไม่อาจมองเห็นอะไรได้ทำให้มันตื่นตระหนก.


Hajime was not going to let this chance go. Donner was once again fired. The bullet that was electromagnetically accelerated hit the left shoulder of the bear, and blew it away from the base.
โดยที่ไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป. ดอนเนอร์ถูกยิงออกไปอีกครั้ง. หัวกระสุนที่ถูกเร่งด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า พุ่งประทะเข้าที่ไหล่ซ้ายของปีศาจหมี และ เป่าต้นแขนของมันจนกระจุย.

“Guru-uaaa!”
“Guru-uaaa!”

A terrified scream originated from the bear when it suffered a never known sensation in its pain free life. Abundant amount of blood started to flow from the wound. The left arm that was blown off was twirling in the arm, and fell on the ground with a thud.
เสียงกรีดร้องโหยหวนของปีศาจหมีดังขึ้น กับสัมผัสความเจ็บปวดที่มันไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต. เลือดปริมาณมหาสารหลั่งไหลออกมาจากปากแผล. แขนชายที่ถูกชัดปลิวออกไปหมุนเป็นวง และ ตกลงอยู่พื้นดังตุบ.


“Wow, what a coincidence…”
"โห บังเอิญจังแฮะ..."


That was not his intended aim. Hajime was still not an expert marksman. He had fought with many enemies that just rushed forward. Unless you had full knowledge of its movement, it was very difficult to fire a pinpoint shot. So the bullet taking the left arm was totally not planned.
ไม่ใช่ว่าตั้งใจจะยิงไปที่จุดนั้น. ฮาจิเมะยังไม่ใช่นักแม่นปืน. กับศัตรูที่ผ่านมามากมาย มีแต่พวกที่พุ่งโจมตีใส่โดยตรง. จนกว่าจะรู้จักการเคลื่อนไหวของมันดี การจะเล็งไปที่จุดตายนั้นมันทำได้ยากมาก. เพราะฉะนั้นการที่หัวกระสุนเป่าจนแขนของมันหลุด จึงไม่ใช่แผนที่วางไว้.

Hajime continued to fire at the rampaging bear that had not recovered. Even though the bear was confused, it instinctively reacted to the bloodlust that came with the shot; it jumped to the side to avoid it. Using his “Flicker”, Hajime landed near the bear’s fallen arm. To the slightly recovered bear, he lifted the left arm to show it off.
ฮาจิเมะเริ่มสาดกระสุนใส่ปีศาจหมีที่กำลังเดือดดาล และยังไม่ฟื้นตัว. ถึงแม้ว่ามันจะกำลังสับสน สัญชาตญาณที่ตอบสนองต่อ รังสีฆ่าฟันที่มาจากกระสุน ทำให้มันกระโดดไปด้านข้างเพื่อหลบ. ด้วยการใช้ [ย่นระยะ] ฮาจิเมะก้าวเข้าไปประชิดกับแขนซ้ายของปีศาจหมีที่ตกอยู่. ต่อหน้าปีศาจหมีที่เริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ, ฮาจิเมะยกแขนซ้ายของปีศาจหมีขึ้นมาให้เจ้าของดู. จะแสดงให้แกเห็นฝันร้ายที่แกเคยแสดงให้ฉันเห็นเอง.

A bit slowly, using his strengthened jaw from consuming demon flesh; he tore into the bear flesh. He was reproducing the nightmare that the bear showed him.
อย่างช้าๆ ฮาจิเมะอ้าปากกว้างแล้วใช้ขากรรไกรอันแข็งแกร่งจากการกินเนื้อของมอนสเตอร์ กัดเข้าไปที่เนื้อของปีศาจหมี แล้วเคี้ยวมันอย่างตะกละตะกลาม.


“Chew… Chew… As always, it sucks. How is it better than the other though?”
"
กรวบ... กร๊วบ...เหมือนเดิม ห่วยแตกชะมัดยาก! มันดีกว่ากันตรงไหนวะเนี่ย?"

While he said it, Hajime crouches down while being vigilant of the bear. Bear did not move. There was no fear in its eyes. Still, it couldn’t move carelessly because of its recovering eyesight and the show he just saw.
ขณะที่พูดอย่างนั้น, เจ้าตัวก็ย่อตัวลง พร้อมๆกับมองปีศาจหมีอย่างระมัดระวังไปด้วย. ปีศาจหมีไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว, ในสายตาของมันไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย. ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่อาจจะขยับชี้ชั้ว กับสายตาที่ยังมองไม่เห็นดี และ กับภาพเบื้องหน้าที่มันถูกแสดงให้เห็น.


At that intermission, he continued his meal. Then came the incident. The intense pain he felt the first time he ate demon flesh returned.
ในช่วงเวลาที่หยุดนิ่งนั้น ฮาจิเมะก็ยังกินอาหารของตัวเองต่อ. แล้วมันก็เกิดขึ้น, ความเจ็บปวดอย่างสาหัส ที่เคยรู้สึกในครั้งแรกที่กินเนื้อของมอนสเตอร์เข้าไป.

“Tsu!?”
อึก!?”

Hurriedly, Hajime tried to take the sacred water. Though it wasn’t as fierce as that time, he could not fully stand; he fell to one knee and his face distorted from the pain. Because the bear had so much more power than the wolf and rabbit; it was going to cause the pain.
ฮาจิเมะรีบหยิบน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาดื่มลงไปอย่างรวดเร็ว.ถึงมันจะไม่เลวร้ายเท่าครั้งที่แล้วก็ตาม, แต่ก็ไม่อาจจะทนรับไหว. ฮาจิเมะคุกเข่าลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด. เพราะว่าปีศาจหมีนั้นเมื่อเทียบกับหมาป่า กับ กระต่าย มันมีพลังเยอะกว่ามาก. นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทาให้ความเจ็บปวดนี้ผุดขึ้นมา.

The bear did not care about his situation. When it saw the chance, it started to charge again. Hajime did not move from his crouch. At this rate he would be trampled. When it seemed like it would be a reproduction of their first meeting; Hajime’s lips split into a grin.
ปีศาจหมีไม่ได้สนใจสภาพของมันเลย พอมองเห็นโอกาส มันก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง. ฮาจิเมะยังไม่ได้ลุกจากท่าหมอบ. ถ้ายังเป็นเช่นนี้คงถูกตะปบตายแน่. พอเหตุการณ์ดูจะกลับไปเป็นเหมือนกับครั้งแรก ที่ทั้งสองเจอกัน, ฮาจิเมะก็แสยะยิ้มกว้างออกมา.

He put Donner back in its holster, and pressed the ground with his right hand. His hand became clad with lightning. A maximum powered “Lightning Clad” traversed the liquid on the ground. When the bear stepped into the area, the power ruthlessly assaulted him.
ฮาจิเมะ วางดอนเนอร์ใส่ซองพก, แล้วใช้มือขวากดลงที่พื้น แขนขวาถูกคลุมด้วยสายฟ้า. พลังสูงสุดของ [อาภรณ์สายฟ้า] ส่งผ่านไปที่ของเหลวที่อยู่บนพื้น. พอหมีก้าวเข้ามาในบริเวณนั้น สายฟ้าก็จู่โจมร่างของมันในทันที.

The liquid on the ground was the bear’s blood. A sea of blood scattered like fountains. Hajime picked up the bear’s bleeding left arm, and scattered the blood to the winds. He connected the surrounding blood puddles with his. Eating in battle and showing off was not something he did. Although he did not factor in the possibility of pain from consuming the flesh. Hajime had already intended to lay a trap for it. He wanted to eat the arm to anger the bear enough to get it to rush straight at him. The plan went a little haywired, but the results were alright.
ของเหลวที่อยู่บนพื้นก็คือเลือดของปีศาจหมีนั่นเอง. เลือดที่ทะลักออกมาราวกับน้าพุ. ที่ฮาจิเมะหยิบแขนซ้ายที่มีเลือดไหลของหมีขึ้นมาก็เพื่อ สาดเลือดให้กระจายไปทั่วบริเวณ, ฮาจิเมะเชื่อมแอ่งเลือดรอบบริเวณนั้นเข้ากับตัวเอง. การที่กินแขนของศัตรูต่อหน้ามันไม่ได้ทำเพื่อโอ้อวด. ถึงเรื่องความเจ็บปวดจากการกินเนื้อของมันจะไม่ได้อยู่ในแผนก็ตาม. แต่ฮาจิเมะก็ตั้งใช้จะวางกับดักมันตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว. ที่กินแขนต่อหน้ามันก็เพื่อยั่วให้มันโกรธ แล้วมันต้องพุ่งเข้ามายังเขาโดยตรง. ถึงแผนจะ คลาดเคลื่อนนิดหน่อย แต่ผลก็ออกมาใช้ได้อยู่.

When the bear stepped into the sea of blood, the strong electric current and voltage violated its body. Nerve to nerve it ravished; grilled the muscles. Even at full power, Hajime’s Special Magic fall short of the original. He couldn’t launch his lightning and also his output was halved. At this moment, it was enough to temporarily paralyze. It wouldn’t be weird if this spell had enough power to vaporize a human.
พอปีศาจหมีก้าวเข้ามาเหยียบแอ่งเลือด, สายฟ้าที่รุนแรงจะแผ่ซ่านช็อตทำลายร่างกายของมัน. เส้นประสาทเส้นต่อเส้นถูกทำลาย, กล้ามเนื้อถูกเผาไหม้. ถึงจะบอกว่าเป็นเวทย์เต็มกำลัง แต่เวทย์ที่ฮาจิเมะใช้ก็ยังด้อยกว่าต้นฉบับ, ไม่สามารถปล่อยสายฟ้าออกไปเหมือนหมาป่าสองหางได้ และ พลังของมันก็มีแค่ครึ่งเดียวเมื่อเทียบของของต้นฉบับ. แต่ถึงอย่างนั้นมันก็สามารถทำให้ปีศาจหมีเป็นอัมพาตได้. ถ้าร่ายเวทย์นี้ใส่มนุษย์คงไม่แปลกเลยที่ร่างจะระเหยเป็นไอ.

“Rugu-uuuu!”
“Rugu-uuuu!”

The bear fell down with a thud into a puddle of its own blood. Its eyes were still bright and glaring at Hajime.
Hajime just returned the glare. Slowly he stood up while enduring the pain. Unholstering Donner, he placed the muzzle on the bear’s head.
ปีศาจหมี ล้มลงไปในแอ่งเลือดของมันเอง. ถึงอย่างนั้นสายตาของมันก็ยังคงเปล่งประกายจ้องเขม็งมายังฮาจิเมะ. ฮาจิเมะก็จ้องตากลับไป. แล้วค่อยๆลุกขึ้นยืนช้าๆ ขณะที่ทนต่อความเจ็บปวด.ดอนเนอร์ก็ถูกหยิบออกมา และ ปลายกระบอกปืนถูกวางไว้ที่หัวของปีศาจหมี.

“Become my chow.”
"จงกลายเป็นอาหารของฉันซะ"

After he said his words, he pulled the trigger. The bullet faithfully executed its master’s will; it pulverized the bear’s head.
หลังจากที่พูดออกไป นิ้วของฮาจิเมะก็ลั่นไกปืน. หัวกระสุนตอบสนองต่อประสงค์ของผู้เป็นนายอย่างซื่อสัตย์ และ เป่าหัวของปีศาจหมีกระจุย.

The gunshot ripped an echo through the labyrinth. Not for a moment did the bear takes its eyes off Hajime, not even till the end. Neither did Hajime.
เสียงปืนดังลั่นไปทั่วชั้นในดันเจี้ยน. ปีศาจหมีจ้องมองฮาจิเมะอย่างไม่วางตาจนวาระสุดท้าย, ฮาจิเมะเองก็เช่นกัน.

There was no exhilarating feeling like he imagined, but he didn’t feel empty either. He just did what he had to. In order to live, in order to earn the right to survive in this area.
หลังจากที่สังหารปีศาจหมีไป กลับไม่มีความรู้สึกดีใจอย่างที่คิดเลยแม้แต่น้อย, แต่ก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึกไปซะหมด. เขาแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ เพื่อจะมีชีวิต, เพื่อไขว่คว้าเอาเอกสิทธิ์ในการมีชีวิตรอดในนรกแห่งนี้มาไว้ในมือ.

Hajime closed his eyes, and faced his own heart. He determined he would live this way. Fighting was not something he liked. Pain was not his ideal companion. Starving was on the last of his to do list. Live, was what he wanted to do. He crushed unreasonableness, like he would to his enemies. All in order to survive.
ฮาจิเมะหลับตาลง, และ มองลึกเข้าไปในใจของตัวเอง. เขาตัดสินใจแล้วว่าจะมีชีวิตรอดด้วยวิธีนี้. การต่อสู้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ. ความเจ็บปวดไม่ใช่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่อยากจะมี. ความหิวโหยยิ่งเป็นอย่างสุดท้ายที่อยากจะเจอ. "มีชีวิต", คือสิ่งที่เขาอยากจะทำ. เพื่อการนั้นจะบดขยี้ซึ่งความไร้เหตุผลทั้งหมดทั้งมวล, เหมือนกับที่ทำกับศัตรู. ทุกอย่างก็เพื่อมีชีวิตรอด.

He will live that way…And…Return home.
เขาจะใช้ชีวิตด้วยวิธีนี้...แล้ว...กลับบ้าน

“Yeah, I want to return. Other things did not matter. I’ll find my own way home. I will fulfill my wish. Anyone that gets in my way, no matter the being…”
"ใช่แล้ว, จะต้องกลับไป. เรื่องอื่นไม่สำคัญ จะต้องหาหนทางกลับไปด้วยตัวเอง จะเติมเต็มความปรารถนาของตัวเอง. ใครหน้าไหนที่มาขวาง ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร..."

Hajime opened his eyes and broke into a fearless laugh.
ฮาจิเมะ เบิกตากว้าง แล้ว แสยะยิ้มหัวเราะอันไม่เกรงกลัวต่อสิ่งไร
” KILL”
"ต้องฆ่า"
ชื่อ
นากุโมะ ฮาจิเมะ
อายุ
17 ปี
เพศ
ชาย
เลเวล
17
อาชีพ
ศิลปินนักแปรสภาพ  (นักแปรธาตุ)
ความแข็งแกร่ง
300
พลังกาย
400
ความต้านทาน
300
ความว่องไว
450
เวทมนต์
400
ความต้านทานเวทมนต์
400
ทักษะ
  • แปรสภาพ
    -ประเมินแร่
    -แปรสภาพอย่างแม่นยำ
    -สืบหาแร่

    -แยกองค์ประกอบแร่
    -รวมแร่
  • ควบคุมเวทมนต์
  • กระเพาะเหล็ก
  • อาภรณ์สายฟ้า
  • ก้าวย่างแห่งพระเจ้า
    -เหยียบเวหา
    -ย่นระยะ
  • ความเข้าใจในภาษา
  • กงเล็บล่องหน


* * *



#นิยายแนวฮาเร็ม#Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou #นิยายแปลไทย
Author(s)



5 ความคิดเห็น:

  1. อันนี้มันมีคนแปลแล้วอ่าครับแปลไปหลายตอนละด้วยอย่าแปลซ้ำกับเขาเลยแปล tdg ต่อเถอะครับ;-;

    ตอบลบ
  2. แอดครับมีคนแปรถึงต้อง ที่90กว่าแล้วครับถ้าแอดแปร ตอนที่ 93เลยครับมันซ้ำไม่มีคนอ่านหลอกครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เว็บไหนเหรอครับ แปลถึงตอน 93
      ขอลิ้งหน่อยครับ

      ลบ
  3. ขอชี้แจงแทนแอดมินนะครับ ในตอนต้นก็เห็นแอดมินชี้แจงไปแล้วว่าแปล เพื่อความรู้(+บันเทิงเล็กๆ)
    เป้าหมายเพื่อฝึกแปล Eng -ไทย ท่านๆน่าจะสังเกตได้จากการอ้างถึง ฉบับ Eng โดยแปลแบบ ประโยค ต่อประโยค นะครับ

    ตอบลบ