วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 326 – Dragon Bone Winged Tiger

Tale of the demon and god novel Chapter 326 – Dragon Bone Winged Tiger

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 326 - พยัคฆ์เหินกระดูกมังกร


บทที่ 326 - พยัคฆ์เหินกระดูกมังกร


Gu Bei was slow with his cultivation; in reality, that was what he deliberately showed others.
การบ่มเพาะพลังของเขานั้นช้าอย่างมาก,ในความเป็นจริง,นั่นเป็นสิ่งที่เขาจงใจที่จะให้คนอื่นเห็นเป็นอย่างนั้น

Actually, Gu Bei had spent the majority of his time cultivating sword intent under Gu Lan’s tutelage. His sword intent had already reached a frightening degree; if he didn’t intentionally suppress his cultivation, he’d immediately display his Heavenly Fate Realm strength. That was also why he could integrate with a Dragon Bloodline God Level growth rate demon spirit.
ความจริงแล้ว,กู่เป่ยนั้นได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของเขาในการบ่มเพาะเจตจำนงแห่งกระบี่ภายใต้คำชี้แนะของกู่หลาน.เจตจำนงแห่งกระบี่ของเขานั้นได้ไปถึงระดับที่น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก,ถ้าเขาไม่จงใจที่จะหยุดบ่มเพาะพลังของเขาแล้วล่ะก็,เขาก็สามารถที่จะแสดงความแข็งแกร่งระดับลิขิตสวรรค์ออกมาได้ในทันที.นั่นก็เป็นสาเหตุว่าทำใมเขาถึงได้สามารถรวมร่างเข้ากับจิตวิญญาณอสูรสายเลือดมังกรอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้าได้.




Just as Gu Kuan’s sharp claws were about to land on Gu Bei’s head, Gu Bei slightly shifted his body and dodged the attack. Simultaneously, he used both his hands to grab Gu Kuan’s claws and slammed him into the ground with thunder-like momentum.
ก่อนที่กรงเล็บที่แหลมคมของกู่ควนจะเข้าไปที่ศีรษะของกู่เป่ย,กู่เป่ยก็เบี่ยงตัวเล็กน้อยและหลบการโจมตี.ในขณะเดียวกันนั้น,เขาก็ใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับกรงเล็บของกู่ควนและกระแทกเขาลงไปบนพื้นด้วยการเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้า.

*Boom!*
*บูมม!*


Gu Kuan’s head smashed heavily into the ground and the inscription patterns on the stage started to glow. If it wasn’t for the inscription pattern arrays that’d been laid down beforehand, the impact probably would’ve shattered the entire stage. However, thanks to the inscription patterns arrays, the ground became extremely firm; therefore, Gu Kuan suffered heavier injuries.
ศีรษะของกู่ควนถูกทุบอย่างหนักลงไปในพื้นดินและรูปแบบอักขระบนพื้นเริ่มที่จะเปล่งแสงออกมา.ถ้าไม่ได้มีค่ายกลรูปแบบอักขระวางไว้หยู่ล่ะก็,ผลกระทบอาจจะทำให้ทั่วทั้งเวทีแตกออกเป็นเสี่ยงๆก็ได้,อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณรูปแบบอักขระ,ทำให้พื้นเวทีค่อนข้างที่จะแข็งแรง,ดังนั้นกู่ควนถึงได้บาดเจ็บสาหัส

Gu Kuan’s demon spirit transformation slowly vanished, leaving him lying on the ground, unconscious.
จิตวิญญาณอสูรที่กู่ควนร่วมร่างด้วยค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ.พร้อมกับตัวเขาที่นอนหมดสติอยู่

This was a thorough defeat in terms of strength!
นี่เป็นการพ่ายแพ้อย่างราบคาบในแง่ของความแข็งแกร่ง

Upon seeing this scene, a light lit up in the eyes several elders, including Gu Ya. Gu Bei’s strength had already reached the Heavenly Fate Realm! Otherwise, he wouldn’t have been able to defeat Gu Kuan in one strike. Gu Kuan had been integrated with the Iron Black Goshawk!
The clansmen were all stunned. They never expected Gu Bei to take care of Gu Kuan in just one strike. Didn’t that kid have light feet when he got up there?
เมื่อเห็นเหตุการเช่นนี้ ในดวงตาของเหล่าผู้อาวุโสพลันเกิดประกายวาบ นั่นรวมถึงกู่หยาด้วย.ความแข็งแกร่งของกู่เป่ยนั้นต้องถึงระดับลิขิตสวรรค์แล้วอย่างแน่นอน ,มิฉะนั้นเขาคงไม่สามารถที่จะล้มกู่ควนได้เพียงการโจมตีเดียว.กู่ควนนั้นรวมร่างเข้ากับเหยี่ยวทมิฬเหล็กปีกสั้น.เหล่าคนของตระกูลกู่ต่างตกตะลึง.พวกเขานั้นไม่เคยคาดหวังว่ากู่เป่ยจะสามารถคว่ำกู่ควนเพียงแค่การโจมตีเดียว.นั่นคือเด็กที่ไม่สามารถที่จะยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้กลับเติบโตขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

The entire area was silent. They felt like they’d just met Gu Bei for the first time.
ทั่วทั้งบริเวณต่างเต็มไปด้วยความเงียบ.พวกเขารู้สึกเหมือนว่าจะเพิ่งเคยพบเจอกับกู่เป่ยเป็นครั้งแรก

“It seems like that kid has been concealing his strength!” Gu Ya couldn’t help lightly smiling. He felt gratified now that he knew that this youth of his family wasn’t actually the good-for-nothing that everyone believed he was. Gu Kuan wasn’t able to test out the true potential of Gu Bei. Gu Ya glanced at Gu Heng and said, “Gu Heng, send a Heavenly Fate Realm up to test that kid.”
"มันดูเหมือนว่าเจ้าเด็กนั่นจะปกปิดความแข็งแกร่งของตัวเองไว้!" กู่หยาช่วยไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย.เขารู้สึกปลื้มใจที่รู้ว่าตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ของตระกูลเขานั้นที่ไม่ใช่คนไม่เอาไหนที่ทุกคนเข้าใจได้ว่า.กู่ควนไม่สามารถที่จะทดสอบความแข็งแกร่งของกู่เป่ยได้.กู่หยาเหลือบมองไปที่กู่เหิงและพูดว่า"กู่เหิง.ส่งคนระดับลิขิตสวรรค์ขึ้นไปทดสอบเด็กนั่น"

Gu Heng nearly lost himself with anger. He originally thought that sending Gu Kuan was enough to get Gu Bei beaten up. However, he never expected that this kid would’ve actually pretended to be prey while preying on the predator, and defeat Gu Kuan in just one strike. He could sense the appreciation contained in Gu Ya’s tone.
กู่เหิงแทบจะเสียสติด้วยความโกรธ.ตอนเริ่มแรกนั้นเขาคิดว่าจะส่งกู่ควนลงไปก็เพียงพอที่จะจัดการกู่เป่ยแล้ว.อย่างไรก็ตามเขาไม่คาดคิดว่าเจ้าเด็กนั้นแกล้งทำทีว่าเป็นเหยื่อขณะที่กลับกลายเป็นนักล่าซะเอง.และจัดการกู่ควนเพียงแค่การโจมตีเดียว.เขาสามารถรับรู้ได้ถึงความชื่นชมในโทนเสียงของกู่หยาอีกด้วย

Although Gu Bei’s strength wasn’t very outstanding, but he was still young. Once Gu Bei exhibited sufficient talent, the family would definitely pay closer attention to him. In one or two decades, when it came time to find a new Patriarch, Gu Bei might be the one threatening Gu Heng!
แม้ว่าความแข็งแกร่งของกู่เป่ยจะไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากนักแต่เขาก็ยังเด็กอยู่.การแสดงถึงพรสวรรค์ที่เพียงพอในครั้งนี้,ตระกูลของเขาต้องให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดอย่างแน่นอน.ในอีก1-2 ทศวรรษ,เมื่อถึงเวลาที่จะเลือกผู้นำตระกูลคนใหม่,กู่เป่ยอาจจะเป็นหนึ่งที่จะคุกคามกู่เหิงก็เป็นได้.

Gu Bei was Gu Lan’s brother; therefore, Gu Heng didn’t dare underestimate him again. Furthermore, Gu Heng could not tolerate it!
กู่เป่ยนั้นเป็นน้องชายของกู่หลาน,ดังนั้น,กู่เหิงจึงไม่กล้าที่จะประมาทเขาอีกครั้ง,นอกจากนี้กู่เหิงไม่สามารถที่จะทนมันได้อีกต่อไป

“Gu Yun, you go!” Gu Heng coldly snorted. Gu Yun belonged to the pinnacle of the 1-fate Heavenly Fate Realm.
"กู่หยุน,เจ้าไป!" กู่เหิงปล่อยเสียงหายใจอย่างเย็นชา.กู่หยุนนั้นเป็นผู้ที่มีระดับสูงของระดับ 1 ลิขิตสวรรค์

“Yes!” Gu Yun nodded as he leapt onto the stage.
"ขอรับ!" กู่หยุน พยักหน้าขณะที่เขากระโดดขึ้นไปบนเวที

Someone removed the fainted Gu Kuan from the stage.
มีคนนำกู่ควนที่สลบไสลอยู่ออกมาจากเวที

Gu Yun eyed Gu Bei and softly snorted, “I never expected trash like you to still have some ability. However, you have no chance of beating me!”
กู่หยุนมองไปที่กู่เป่ยและเปล่งเสียงอย่างอ่อนนุ่ม"ข้าไม่คาดคิดเลยว่าขยะอย่างเจ้าจะยังพอมีฝีมืออยู่บ้าง.อย่างไรก็ตาม,เจ้าไม่มีโอกาสที่จะชนะข้า!"

“What do you mean ‘some ability’? Didn’t you see me smash him into the ground with one strike?” Gu Bei mimicked a falling posture, which looked extremely odd. “Don’t you admire me even a little for that?”
"เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่า"มีฝีมืออยู่บ้าง"?เจ้าไม่เห็นรึว่าข้านั้นทุบเขาลงบนพื้นด้วยการโจมตีครั้งเดียวรึ?" กู่เป่ยทำท่าล้อเลียนล้มลง,มองดูแปลกพิเรนเป็นอย่างมาก"เจ้าไม่ได้ชื่นชมข้าสักนิดเกี่ยวกับมันเลยรึ?"

Towards Gu Bei, who was acting like an idiot, Gu Yun twitched his lips and said, “I’ll take a look at how capable you are!” Gu Yun bounced up and swung both hands towards Gu Bei. Those fists burst forth with blazing light as they grazed the air their with intense energy.
ด้วยที่กู่เป่ยนั้นได้ทำการแสดงเหมือนคนงี่เง่า.กู่หยุนถึงกับริมฝีปากกระตุกและพูดออกไปว่า"ข้าจะดูเองว่าเจ้ามีความสามารถขนาดใหน!" กู่หยุนกระเด้งและเหวี่ยงมือทั้งสองข้าไปยังกู่เป่ย.ด้วยหมัดเหล่านั้นได้ระเบิดออกมาเกิดแสงที่โชติช่วงขณะที่มันกรีดอากาศและเต็มไปด้วยพลังที่มากมาย

Gu Yun looked as though he didn’t plan to merge with his demon spirit. He was only a step away from 2-fate and could crush Gu Bei entirely!
กู่หยุนดูเหมือนว่าเขาจะไม่คิดวางแผนที่จะรวมร่างกับจิตวิญญาณอสูรเลย.อีกไม่กี่ก้าวเขาก็จะไปถึงระดับ 2 ลิขิตสวรรค์แล้วเขาจึงสามารถที่จะขยี้กู่เป่ยได้อยู่แล้ว

As Gu Yun took action, Gu Bei stood straight up and his expression turned serious. He positioned his right hand in front of his chest with two fingers pointing outwards.
ขณะที่กู่หยุนกำลังโจมตี,กู่เป่ยก็ยืนตรงและท่าทางของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง.ตำแหน่งของแขนขวาเขาวางอยู่ตำแหน่งหน้าอกชี้สองนิ้วไปข้างนอก

Right now, Gu Bei was being enveloped by the sword intent.
ตอนนี้,กู่เป่ยถูกห่อหุ้มด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่

His finger was a unsheathed sword. Ever since he’d received Nie Li’s ‘sword’, he’d gleaned an entirely new comprehension towards sword intent, so much that he’d reached a new level.
นิ้วมือของเขาเป็นเหมือนกับกระบี่ที่ออกจากฝัก.นับตั้งแต่ที่เขานั้นได้รับอักษร"กระบี่"จากเนี่ยหลี่,เขาก็สามารถที่จะรวบรวมความเข้าใจใหม่อย่างครบถ้วนและไปไปถึงระดับเจตจำนงแห่งกระบี่นั่นจึงทำให้เขาเข้าถึงระดับใหม่ได้อย่างมากมาย

The instant Gu Yun attacked him.
ทันทีที่กู่หยุนโจมตีไปยังเขา

*Woosh!*
*วู๊ซซ!*

Gu Bei’s body turned into a streak of light and shot past Gu Yun. He ran his opponent through with just the sword intent concentrated in his two fingers.
ร่างกายของกู่เป่ยก็เปล่งเป็นลำแสงและพุ่งผ่านกู่หยุน.เขาส่งมันพุ่งผ่านฝ่ายตรงข้ามแค่เพียงเจตจำนงแห่งกระบี่ที่เข็มข้นด้วยสองนิ้วมือของเขา

Originally, Gu Yun thought that he’d definitely be able to smash Gu Bei down. After all, he stood at the pinnacle of 1-fate. Therefore, he didn’t bother to merge with his demon spirit. He never thought that once they engaged in combat, he wouldn’t even be able to tell how Gu Bei had attacked him.
แต่เดิมนั้น,กู่หยุนคิดว่าเขาสามารถที่จะต่อยกู่เป่ยลงได้อย่างแน่นอน.อย่างไรก็ตามเขาก็ไปถึงระดับสูงสุดของระดับ 1 ลิขิตวิญญาณดังนั้นเขาจึงไม่ได้กังวลที่จะรวมร่างกับจิตวิญญาณอสูร.เขาไม่คาดคิดเลยว่ามันเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นในการต่อสู้,เขาไม่สามารถที่จะบอกได้ว่ากู่เป่ยนั้นได้โจมตีเขาได้อย่างไร.


Gu Bei didn’t even turn his head around to face Gu Yuan as he said in a deep voice, “Get off the stage. If this had been a real battle, you’d already be dead!”
กู่เป่ยไม่ได้หันหน้าของเขามามองกู่หยุนขณะที่เขากล่าวด้วยเสียงที่ลุ่มลึก,"ออกจากเวทีซะ.ถ้านี้เป็นการต่อสู้จริงแล้วล่ะก็,เจ้าได้ตายไปเรียบร้อยแล้ว!"

A faint breeze blew through Gu Bei’s long hair. His expression was faintly chilly and prideful.
สายลมอันแผ่วเบาพัดผ่ายปลายผมที่ตรงยาวของกู่เป่ย.ด้วยท่าทางของเขาที่ค่อนข้างเย็นชาและทระนง


Exclamations of excitement and admiration sounded from the girls standing below the stage. That move from Gu Bei was just too cool. They couldn’t tell how Gu Bei had done it either.
เสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นและชื่นชมดังไปทั่วจากหญิงสาวที่อยุ่ข้างล่างเวที.กระบวนท่าของกู่เป่ยนั้นช่างยอดเยี่ยมยิ่ง.พวกเขาบอกไม่ได้เลยว่ากู่เป่ยนั้นทำมันได้อย่างไร

Gu Ya’s eyes lit up when he saw Gu Bei’s attack. He never thought that Gu Bei’s sword intent would’ve reached such a level already. With sword intent alone, even a 2-fate expert might not make a proper opponent!
กู่หยาจ้องไม่วางตาเมื่อเขาเห็นการโจมตีของกู่เป่ย.เขาไม่คาดคิดเลยว่ากู่เป่ยนั้นสามารถที่จะสำเร็จเจตจำนงแห่งกระบี่ด้วยระดับที่สูงเรียบร้อยแล้ว.ด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่เพียงอย่างเดียว.แม้ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ 2 ลิขิตสวรรค์ก็อาจจะไม่สามารถเป็นคู่มือให้เขาได้!

Cultivations are easily raised, but things like sword intent were extremely difficult to bring up. But once it was achieved, Gu Bei’s cultivation would leap in soars and bounds!
การบ่มเพาะพลังนั้นง่ายที่จะยกระดับ,แต่สิ่งที่เรียกว่าเจตจำนงแห่งกระบี่นั้นมันยากนักที่จะยกระดับ.แต่หากสำเร็จมันแล้วล่ะก็,การบ่มเพาะพลังของกู่เป่ยนั้นจะก้าวกระโดดและพุ่งเกินขอบเขตเลยทีเดียว


It seemed like they’d underestimated Gu Bei far too much, thinking that he was a good-for-nothing. In reality, while they were unaware, Gu Bei had already cultivated a powerful sword intent!
มันดูเหมือนว่าพวกเขานั้นได้ประเมินกู่เป่ยต่ำกว่าความเป็นจริงเป็นอย่างมาก.ที่คิดว่าเขานั้นเป็นแค่คนไม่เอาไหน.ในความเป็นจริง,ขณะที่พวกเขานั้นไม่ทันได้รู้ตัว,กู่เป่ยก็สามารถที่จะบ่มเพาะพลังในเจตจำนงแห่งกระบี่อันทรงพลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


With just that sword intent alone, a spot had opened up for Gu Bei among the Patriarch’s successors.
แค่เพียงเจตจำนงแห่งกระบี่เพียงอย่างเดียว,ก็เปิดโอกาสให้กับกู่เป่ยที่จะเป็นผู้สืบทอดผู้นำตระกูลแล้ว

However, Gu Yun was still unresigned; he still hadn’t figured how Gu Bei had attacked him. He turned around, intending to continue the battle with Gu Bei.
อย่างไรก็ตาม,กู่หยุนยังไม่คิดจะยอมแพ้,เขายังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่ากู่เป่ยนั้นได้โจมตีเขาอย่างไร.เขาหมุนตัวไปรอบๆ,พร้อมกับมีความต้องการที่จะต่อสู้ต่อกับกู่เป่ย.

“Gu Yun, come back. You’re not his match!” Gu Ya said, as a trace of joy permeated his voice.
"กู่หยุน,กลับเข้ามา.เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!" กู่หยาพูด,ขณะที่มีร่องรอยแห่งความสุขในคำพูดของเขา

The elders exchanged glances and noticed the joy reflected in each other’s eyes. They felt like they’d just found a new genius who was rising to fame. And that person was Gu Bei, the good-for-nothing they’d never held any expectations towards.
ผู้อาวุโสต่างมองหน้าซึ่งกันและกันและสังเกตเห็นความสุขที่สะท้อนออกมาจากดวงตาพวกเขา.พวกเขารู้สึกเหมือนว่าเพิ่งได้พบกับอัจฉริยะคนใหม่ที่ได้ปรากฎตัวออกมา.และเขาคนนั้นคือกู่เป่ย,คนไม่เอาไหน.พวกเขานั้นไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น

Gu Heng tightly gripped the chair until veins popped from his arm. Only now did he realise that he’d seriously underestimated Gu Bei. It turned out that Gu Bei had been working hard all along, training his sword intent. Cultivating sword intent was most time-consuming. But once you succeeded in it, the results would be extremely shocking.
กู่เหิงกำขอบเก้าอี้แน่นจนเส้นเลือดโผล่ออกมาจากแขนของเขา.ณ ตอนนี้เห็นที่ว่าเขานั้นจะต้องประเมินกู่เป่ยอย่างจริงจังแล้ว.มันดูเหมือนว่ากู่เป่ยนั้นได้พยายามฝึกฝนอย่างหนักมาเป็นเวลานานแล้วเกี่ยวกับเจตจำนงแห่งกระบี่ของเขานั้น.การบ่มเพาะพลังในเจตจำนงแห่งกระบี่นั้นใช้เวลาเป็นอย่างมาก.แต่หากสำเร็จได้แล้วล่ะก็,ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก

Once Gu Bei successfully cultivated his sword intent, he would be able to challenge opponents of even higher ranks.
เมื่อกู่เป่ยนั้นสำเร็จในการบ่มเพาะเจตจำนงแห่งกระบี่ได้,เขาจะสามารถที่จะต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามที่มีระดับสูงกว่าได้

Although Gu Bei’s sword intent had yet to reach such great heights, it was already extremely shocking for his age.
แม้ว่าเจตจำนงแห่งดาบของกู่เป่ยนั้นจะยังไม่ถึงขั้นที่สูงมากนัก,มันก็เป็นที่น่าตกใจเป็นอย่างมากสำหรับอายุอย่างเขา

In that instant, Gu Heng felt threatened. If Gu Bei continued to show more of his powerful talent, he would definitely become a successor candidate. It’d be a problem if Gu Bei could pull Gu Heng, the current first successor, down from his seat.
ในทันทีทีกู่เหิงรู้สึกถึงการถูกคุกคาม.ถ้ากู่เป่ยยังคงแสดงพรสวรรค์ที่น่าทึ่งต่อไป.การที่เขาจะเป็นผู้สมัครรับเลือกเป็นผู้นำตระกูล.มันคงเป็นปัญหาถ้ากู่เป่ยสามารถที่จะดึงเขาลงมาซึ่งตอนนี้เขาเป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่ง

Nie Li lightly smiled. All of this was within his expectations. Gu Bei’s sword intent had also progressed further than before.
เนี่ยหลี่ยิ้มเล็กน้อย.ทุกอย่างอยู่ภายใต้การคาดการณ์ของเขา.เจตจำนงแห่งกระบี่ของกู่เป่ยนั้นได้พัฒนาขึ้นแต่ก่อนด้วยเหมือนกัน

Currently, Long Yuyin was quietly watching the stage from the part of the crowd where outsiders were allowed. When Long Yuyin saw Nie Li walking on the other side of the arena, she went over to observe and saw the scene of Gu Bei defeating Gu Yun.
ในตอนนี้,หลงยู่หยิ๋นมองดูข้างบนเวทีอย่างเงียบๆกับฝูงชนข้างนอกที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา.เมื่อหลงยู่หยิ๋นได้มองเห็นเนี่ยหลี่เดินเข้ามาข้างๆกับลานประลอง,เธอก็พยายามที่จะสังเกตและมองทุกภาพของกู่เป่ยที่ชนะกู่หยุน

She could easily confirm that Gu Bei’s strength had already surpassed her own. But earlier on, Gu Bei’s strength was obviously far from her’s. Was that sword intent comprehended from that ‘sword’ word of Nie Li’s? Both her hands clenched into fists. She wanted to see what kind of sword intent was hidden in that ‘sword’ word. However, Nie Li had already rejected her, which made her extremely depressed.
เธอสามารถที่จะยืนยันได้อย่างง่ายดายถึงความแข็งแกร่งของกู่เป่ยนั้นได้แข็งแกร่งกว่าเธอเรียบร้อยแล้ว.แต่ก่อนหน้านี้,ความแข็งแกร่งของกู่เป่ยนั้นได้ห่างไกลจากเธออย่างชัดเจน.ด้วยความเข้าใจในความหมายของเจตจำนงแห่งอักษร"กระบี่"ของเนี่ยหลี่อย่างนั้นรึ?แขนทั้งสองข้างของเธอก็กำหมัดแน่น.เธอนั้นต้องการที่จะเห็นว่ามีอะไรที่ซ่อนอยู่ในอักษร"กระบี่"อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่ก็ได้ปฏิเสธเธอ.ซึ่งมันทำให้เธอเสียใจเป็นอย่างมาก

However, the price of Nie Li’s ‘sword’ word was one hundred fifty thousand spiritual stones. How could she just go up ask for one from him?
อย่างไรก็ตาม,ราคาอักษร"กระบี่"ของเนี่ยหลี่นั้นก็เป็นจำนวนถึง 150,000 หินจิตวิญญาณ.เธอทำได้อย่างไรแค่เพียงไปขอจากเขาเท่านั้นรึ?
She was extremely depressed in her heart. She really wanted to get her hands on one of Nie Li’s words.
เธอรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมากในหัวใจเธอ.เธอนั้นต้องการที่จะได้รับตัวอักษรสักตัวจากเนี่ยหลี่มาอยู่ในมือจริงๆ

Gu Ya revealed a gratified smile at the corner of his mouth as he waved his hand. “Gu Bing, go up and spar with Gu Bei!”
กู่หยาเผยให้เห็นถึงความปราบปลื้มจากรอยยิ้มที่มุมปากของเขาขณะที่เขานั้นได้โบกมือของเขา"กู่ ปิง ขึ้นไปและรับมือกับกู่เป่ย!"

Gu Ya called up another of Gu Heng’s underlings. This Gu Bing was a 3-fate Heavenly Fate Realm expert.
กู่หยาเรียกลูกน้องของกู่เหิงคงหนึ่งขึ้นไป.นั่นคือกู่ ปิ้ง เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์ระดับ 3

An unwavering determination flashed through Gu Bei’s eyes as he moved around the stage. He was actually really excited inside. Ever since his sister had been disabled, he’d been pretending to be weak. Every time he sparred, he’d accept an awful beating. Now that he no longer had to suppress his strength, all the pent-up emotions burst forth. He wanted to mercilessly crush Gu Heng’s underlings beneath his feet!
ความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ผ่านออกมาจากแววตาของกู่เป่ยขณะที่เขานั้นเดินไปรอบๆเวที.เขารู้สึกตื่นเต้นอยู่ภายในจริงๆ.นับตั้งแต่ที่พี่สาวของเขานั้นไม่สามารถทำอะไรได้,เขาก็ต้องแกล้งทำว่าอ่อนแอ.ทุกๆครั้งที่มีการซ้อมต่อสู้,เขาก็จะยอมรับความพ่ายแพ้ในทุกครั้ง.ตอนนี้เขาจะไม่เหมือนก่อนที่เขาจะต้องทนกล้ำกลืนกับความแข็งแกร่งของเขาอีกต่อไป.ด้วยความรู้สึกที่ถูกกักเก็บไว้มันได้ระเบิดออกมา.เขาต้องการจะบดขยี้อย่างไร้ความปราณีกับผู้ใต้บัญชาของกู่เหิงให้อยู่ใต้เท้าของเขา

Gu Bing leapt onto the stage. Unlike the two before him, he didn’t dare to underestimate Gu Bei.
กู่ ปิ้ง กระโดดขึ้นมาบนเวที.ซึ่งไม่เหมือนกับ 2 คนก่อนเขา.เขาไม่กล้าที่จะประมาณกู่เป่ยเป็นแน่
Gu Bei’s sword intent made him feel fear.
เจตจำนงแห่งกระบี่ของกู่เป่ยนั้นทำให้เขารู้สึกกลัว
“I’ll admit that we’ve underestimated you. Your strength has surpassed all of our expectations. Since Elder Gu Ya sent me up here, I definitely won’t go easy on you!” Gu Bing said in a solemn voice.
"ข้าต้องยอมรับว่าพวกเรานั้นได้ประเมินเจ้าต่ำเกินไป.ความแข็งแกร่งของเจ้าเหนือกว่าที่พวกเราได้คาดการณ์เอาไว้.ตั้งแต่ที่ผู้อาวุโสกู่หยาได้ส่งข้าขึ้นมาที่นี้.ข้าคงจะไม่สามารถที่จะจัดการเจ้าได้อย่างง่ายๆ!"กู่ ปิ้งพูดด้วยเสียงที่เคร่งขรึม

“Suit yourself.” Gu Bei shrugged as he quietly looked at Gu Bing.
"ก็สมแล้วกับพวกเขา"กู่เป่ยยักไหล่ขณะที่เขามองไปยังกู่ ปิ้ง อย่างเงียบๆ

Gu Bing didn’t know why, but he felt a little more nervous at Gu Bei’s tranquil disposition. However, he coldly snorted the feeling away and merged with his demon spirit. He’d integrated with a God Level growth rate demon spirit, but it was one with an ordinary bloodline. It was only a 3-fate Scarlet-Titanic Flame Bear. His merged form was three meters tall and bursting with blazing flames.
กู่ ปิ้ง ไม่รู้ว่าทำใม,แต่เขากลับรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยกับอารมณ์สงบเงียบของกู่เป่ย.อย่างไรก็ตามเขาแค่นเสียงอย่างเย็นชาด้วยความรู้สึกออกมาพร้อมกับรวมร่างเขากับจิตวิญญาณอสูร.เขาได้รวมร่างเข้ากับจิตวิญญาณอสูรอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้า.แต่มันเป็นแค่เพียงสายเลือดสามัญเท่านั้น.มันเป็นแค่เพียงระดับ3 ลิขิตสวรรค์ หมียักษ์เพลิงสีชาด.เขารวมร่างกับมันทำให้มีความสูงถึง 3 เมตรและเปี่ยมไปด้วยเปลวไฟที่ลุกโชติช่วง

An overwhelming heatwave rolled over, accompanied by a terrifying aura. Gu Bing began pressuring Gu Bei.
คลื่นความร้อนที่ล้นหลามพุ่งม้วนออกมา,พร้อมกับปราณที่น่ากลัว.กู่ปิ้ง เริ่มที่จะกดดันกู่เป่ย

Finally, Gu Bei felt some pressure from the strength of this 3-fate expert before him. However, his heart was boiling as his fighting spirit soared into the sky. He no longer had to conceal his own strength, allowing his power to shoot towards the pinnacle of the 1-fate realm. However, Gu Bei’s aura didn’t stop there. Pressured by the 3-fate aura, the barrier within Gu Bei’s soul realm finally broke.
ในที่สุด,กู่เป่ยก็รู้สึกได้ถึงกับความกดดันจากความแข็งแกร่งของผู้เชี่ยวชาญลิขิตสวรรค์ระดับ 3 ต่อหน้าเขา.อย่างไรก็ตาม,หัวใจของเขารุ่มร้อนขณะที่จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาก็พุ่งทะยานไปบนท้องฟ้า.เขาจะไม่ทนต่อไปแล้วที่จะปกปิดความแข็งแกร่งของเขา,และยินยอมให้พลังของเขาพุ่งออกมาไปสู่ระดับสุดยอดของระดับ 1 ลิขิตสวรรค์.อย่างไรก็ตามปราณของกู่เป่ยไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น.ความกดดันจากปราณของระดับ 3 ลิขิต,ทำให้ตัวกั้นระหว่างเขตแดนวิญญาณในที่สุดก็แตกออกมา
Gu Bei issued a painfully deep howl as the energy inside his body surged. His cultivation had reached the 2-fate stage as the second fate soul slowly formed within his soul realm.
กู่เป่ยถึงกับครางออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างมากขณะที่พลังงานที่อยู่ภายในตัวเขาเริ่มที่จะพลุ้งพล่าน.การบ่มเพาะพลังของเขานั้นได้ไปถึงระดับ 2 ลิขิตวิญญาณ
ขณะที่ 2 ลิขิตวิญญาณได้ค่อยๆรวมตัวกันภายในเขตแดนวิญญาณของเขา

He’d finally obtained the opportunity for a breakthrough!
ในที่สุดเขาก็ได้เปิดโอกาสที่จะพัฒนาขึ้นมา

A light flashed through Gu Bei’s eyes and he suddenly merged with his demon spirit. His body rapidly grew larger, turning into the shape of a gigantic Dragon Bone Winged Tiger. The tiger was five meters tall with a huge pair of skeletal wings protruding from its back, burning with black soul flames and emitted heavy pressure.
ประกายความคิดบางอย่างก็ผ่านเข้ามาในตาของกู่เป่ยและทันใดนั้นเขาก็ได้รวมร่างเข้ากับจิตวิญญาณอสูร.ร่างกายของเขาค่อยๆใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว.กลายร่างเป็นรูปร่างที่สูงใหญ่ พยัคฆ์เหินกระดูกมังกร.พยัคฆ์นี้มีความสูงถึง 5 เมตรพร้อมด้วยคู่มหึมาของปีกกระดูกที่โผล่ออกมาจากหลังของมัน,แผ่ความร้อนออกมาจากเพลิงสีดำและส่งความกดดันอย่างหนักออกมา
A Dragon Bloodline God Level growth rate demon spirit: the Dragon Bone Winged Tiger. Gu Bei’s cultivation had just now reached 2-fate level and the Scarlet Titanic Flame Bear was still a stage above him. However, with that kind of demon spirit in his possession, Gu Bei had the absolute advantage.
สายเลือดมังกรอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้าของวิญญาณอสูรนี้,คือ พยัคฆ์เหินกระดูกมังกร.การบ่มเพาะพลังของกู่เป่ยไปถึงแค่เพียงระดับ 2 ลิขิตสวรรค์และหมียักษ์เพลิงสีชาด.จึงมีระดับขั้นที่สูงกว่าเขา.อย่างไรก็ตามด้วยชนิดของจิตวิญญาณอสูรที่ครอบครองต่างกัน,กู่เป่ยจึงได้เปรียบเป็นอย่างมาก

*Roar!*
*โฮกก!*
The Dragon Bone Winged Tiger’s furious roar made the Scarlet Titanic Flame Bear look like a child!
พยัคฆ์เหินกระดูกมังกรคำรามอย่างเกรี้ยวกราดใส่หมียักษ์เพลิงสีชาดที่ดูคล้ายกับเด็ก

They were of two completely different strengths!

พวกเขาทั้งคู่นั้นมีความแข็งแกร่งที่ต่างกันอย่างมาก!

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

36 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณมากๆๆครับ สุดจะบรรยาย

    ตอบลบ
  2. โอ้แม่เจ้า มาปลุกอารมณ์ แต่เช้าเลยยยย มี ต่อเลยไหมครับ 55555+

    ตอบลบ
  3. กะลังมันเลย ขอบคุณมากเลยครับ

    ตอบลบ
  4. ยากจะบรรยายเป็นคำพูดมีแต่เพียงความรู้สึกว่าขอบคุณ..

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณมากคับ เป็นกำลังใจให้นะคับ

    ตอบลบ
  6. ตั้งแต่ชื่อเรื่องครับ
    Dragon Bone Winged Tiger
    แปลให้ถูกคือ พยัคฆ์เหินกระดูกมังกร (Winged เป็น Verb แปลว่า บิน)

    ลองเรียงตำแหน่งคำขยาย ก็จะทราบว่านี่คือ พยัคฆ์ และปรากฏชัดในประโยค The tiger was five meters tall
    ไม่ได้บอกเลยว่าเป็นมังกรพยัคฆ์ครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. กงเล็ก ควรแก้เป็น กรงเล็บ

      ลบ
    2. Upon seeing this scene, a light lit up in the eyes several elders, including Gu Ya.

      เมื่อเห็นเหตุการเช่นนี้ ในดวงตาของเหล่าผู้อาวุโสพลันเกิดประกายวาบ นั่นรวมถึงกู่หยาด้วย

      ลบ
    3. Gu Heng อ่านว่า กู่เหิง
      ในภาษาจีนกลางไม่มีคำว่า เฮง นั่นออกไปทางแต้จิ๋วแล้วครับ

      ลบ
  7. ขอบคุณมากคับ เป็นกำลังใจให้นะคับแปลอีกซักตอนก็ดีอยากอ่านอีก เช้าตอน เย็นตอน ฟินๆครับ

    ตอบลบ
  8. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  9. ขอบคุณมากๆๆครับ

    ตอบลบ
  10. กรี๊ดดดดดดดดดดดด กราบบบบบ

    ตอบลบ
  11. ขอบคุณครับ ผู้แปล

    ตอบลบ
  12. ขอบคุณศิษพี่มากๆครับ ที่พยายามแปลให้พวกเราได้อ่าน

    ตอบลบ