วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 314 – Sword

Tale of the demon and god novel Chapter 314 – Sword

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 314 - กระบี่


บทที่ 314 - กระบี่


If anyone went up onstage now, they’d only get mocked by the crowd.
ถ้าใครขึ้นไปบนเวทีตอนนี้,พวกเขาคงมีเพียงแต่โดยเย้ยหยันจากฝูงชนเท่านั้น

Since it looked like no one else wanted to volunteer, Qin Yue was about to end the event. However, Nie Li suddenly stood up, casually smiled, and said, “May I give it a try?”
เมื่อมองดูแล้วไม่มีใครเลยที่กล้าจะเป็นอาสาสมัคร.ฉินหยู๋นั้นคงมีแต่จะต้องจบงานแล้ว,อย่างไรก็ตาม,เนี่ยหลี่ก็ลุกขึ้นยืนในทันดี,เขายิ้มแบบไม่แยแส,และพูดว่า"ข้าขอลองได้หรือไม่?"

Dead silence filled the side chamber. Everyone dumbfoundedly started at Nie Li.
ข้างๆห้องทุกคนต่างเงียบสนิท.ทุกๆคนนต่างแสดงอาการณ์ตื่นตะลึงและมองไปที่เนี่ยหลี่

What was going on?
มันเกิดอะไรขึ้น?
Who was this kid?
เจ้าเด็กนั่นเป็นใคร?


There was someone who dared to go up after Yan Yang, Mingyue Wushuang, and Long Tianming?
ยังมีใครที่กล้าที่จะออกมาแสดงหลังจากที่หยาน หยาง,หมิงหยู๋ วู่ซางและหลงเทียนหมิงได้ออกมาแล้วรึ?

“Just who is that guy? He must be an idiot who doesn’t know the height of the sky or the depth of the earth1!.
"เจ้านี้ยังเป็นคนอยู่อีกรึ?เขาต้องไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเป็นแน่

“I know who he is! He’s the number one genius from the Divine Feathers Sect’s youngest generation!”
"ข้ารู้ว่าเขาเป็นใคร! เขาเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของนิกายขนนกแห่งทวยเทพ

But even if he was the number one genius among the youngest generation, he was still being too arrogant to try and pit his own Dao intent against those three!
แต่แม้ว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ในหมู่ชนรุ่นใหม่ก็ตาม,เขายังคงอวดดีเกินไปที่พยามฝังตัวเขาเอง ด้วยเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้ของเขานั้นจะไปเปรียบเทียบกับเหล่าคนทั้ง 3 ได้รึ!

Yan Yang, Mingyue Wushuang, and Long Tianming all looked in Nie Li’s direction. This was an unexpected for them. However, they calmly observed as they tried to see what Nie Li was planning.
หยาน หยาง,หมิงหยู่ วู่ซาง และหลงเทียนหมิง พวกเขาทั้งหมดต่างมองมายังเนี่ยหลี่,มันเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาคาดไม่ถึงเลย.อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังคงสงบเงียบคอยสังเกตอยู่ห่างๆและพยายามที่จะมองดูว่าเนี่ยหลี่นั้นมีแผนการอะไรอยุ่

Ye Xuan looked at Nie Li with disdain. ‘He’s just displaying his pitiful skills before experts! Even if Nie Li has some ability, he should’ve showed it before those three. That way, no one would mock him. But he actually want to go after them. He’s thinking too highly of himself! It doesn’t matter how well he does, the audience will just keep comparing him to those three!’
เย่ซวนมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความรังเกียจ.การแสดงของเขานั้นเป็นแค่แสดงความน่าสงสารออกมามากกว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ แม้ว่าถ้าเนี่ยหลี่นั้นอาจจะพอมีฝีมืออยุ่บ้าง,เขาควรที่จะแสดงมันออกมาก่อนผู้เชี่ยวชาญทั้งสาม.นั่นเป็นทางเดียวที่จะไม่ทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะ.แต่เขากลับเลือกที่จะแสดงหลังพวกเขา.เขาประเมินตัวเองสูงเกินไป! มันไม่สำคัญเลยว่าเขาจะแสดงมันออกมาได้ดีแค่ใหนแต่ผู้ชมนั้นคงต้องนำเขาไปเปรียบเทียบกับเหล่าคนทั้งสามอยู่ดี


These thoughts went through Ye Xuan’s head. Nie Li probably wanted to display his skills in front of Xiao Ning’er; that was probably why he couldn’t back down from this!
ความคิดบางอย่างก็ผ่านเข้ามาในหัวของเหย่ซวน.เนี่ยหลี่อาจต้องการที่จะแสดงฝีมือของเขาต่อหน้าเสี่ยวหนิงเอ๋อ,นั่นอาจจะเป็นไปได้ว่าทำใมเขานั้นจึงต้องทำอย่างนั้น

Ye Xuan looked at Xiao Ning’er. She doesn’t seem to have a very good eyesight, to actually have found such a moron. Even if Nie Li was trying to compete with him, he should at least find a better time.
เย่ซวนมองไปยังเสียวหนิงเอ๋อ.เธอนั้นไม่ได้ดูเหมือนว่าจะรู้สึกยินดีชื่นชมในสายตา,หรือว่าความจริงแล้วมันจะเป็นเพียงแค่เหตุผลโง่ๆเท่านั้น.แม้ถ้าเนี่ยหลี่นั้นพยายามที่จะแข่งกับเขา,ก็ควรจะเลือกเวลาให้มันดีกว่านี้หน่อย


Murong Yu sneered in disdain. Did Nie Li really think that he could challenge people of Yan Yang’s level? He was grossly overestimating his own abilities!
มู่หลงหยู่ หัวเราะและเหยียดหยามเป็นอย่างมาก.เจ้าเนี่ยหลี่คิดจริงๆหรือว่าจะสามารถที่จะแข่งกับคนระดับอย่างหยาน หยาง?เขาคงจะเป็นคนที่ประเมินความสามารถของเขานั้นสูงเกินไปก็เท่านั้น

Li Xingyun sat to the side, staring at Nie Li in astonishment. Why did Nie Li chose to stand out now? Li Xingyun knew that Nie Li always had a reason behind his actions. He shouldn’t be going up there just to humiliate himself. So what was he planning? Li Xingyun couldn’t see through Nie Li anymore.
หลี่ชิงหยุนนั่งอยู่ข้างๆ,มองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความประหลาดใจ,ทำใมเนี่ยหลี่เลือกที่จะแสดงฝีมือตอนนี้กัน? หลี่ชิงหยุนนั้นรู้เป็นอย่างดีว่าเนี่ยหลี่นั้นเขาจะต้องมีเหตุผลทุกอย่างก่อนที่จะกระทำการใด,เขาไม่ควรที่จะทำการใดให้คนอื่นหัวเราะ,หรือว่าเขานั้นจะมีแผนการใด?หลี่ชิงหยุนอดไม่ได้ที่จะจ้องมองเนี่ยหลี่ไม่วางตา

Gu Bei was also stunned for a brief moment. Of course, he didn’t believe that Nie Li’s Dao intent could surpass those three’s. So what was he going up for?
กู่เป่ยรู้สึกตกตะลึงไปชั่วขณะสั้นๆ แน่นอนเขาไม่เชื่อว่าเจตจำนงของเนี่ยหลี่นั้นจะเหนือกว่าบุคคลทั้ง 3 คน,แล้วเขาต้องการทำสิ่งใดกันแน่?


However, Xiao Ning’er, Lu Piao, and Xiao Xue weren’t shocked in the slightest. They’d been with Nie Li for too long and were well aware that he wouldn’t make shots without an aim. Therefore, they weren’t worried about Nie Li humiliating himself.
อย่างไรก็ตาม,เสี่ยวหนิงเอ๋อ,หลู่เปี่ยว,และเสี่ยวเซี่ยนั้นไม่ได้ตกตะลึงไปกับเหตุการณ์ดังกล่าวเลย.พวกเขานั้นอยุ่กับเนี่ยหลี่เป็นเวลานาน.พวกเขานั้นตระหนักได้ดีว่าเรื่องราวดังกล่าวไม่ได้กระทำการใดไปโดยไร้ซึ่งจุดมุ่งหมาย,พวกเขาไม่ได้กังวลเลยว่าเนี่ยหลี่นั้นจะสร้างความอับอายให้กับตัวเอง


On the other hand, Long Yuyin was one of the people who were staring at Nie Li in astonishment. Ever since Nie Li started guiding her, she sensed that his cultivation in Dao intent was deep and unmeasurable. But even still, she didn’t think that Nie Li could win against those three. Just a little while ago, she’d witnessed their frightening strength and deep attainment on Dao intent. So why did Nie Li chose this timing? An intense curiosity rose within Long Yuyin’s heart!
ในอีกมุมหนึ่ง,หลงยู่หยิ๋น เป็นคนหนึ่งที่คอยมองไปยังเนี่ยหลี่ด้วยความประหลาดใจ.แม้ว่าที่ผ่านมานั้นเนี่ยหลี่จะได้ชี้แนะเธอไปหลายอย่าง.เธอรับรู้ว่าเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้ในการบ่มเพาะพลังของเนี่ยหลี่นั้นลึกซึ้งและประเมินไม่ได้ แต่ตอนนี้มันยังเร็วเกินไป, เธอจึงอดคิดไม่ได้ว่าเนี่ยหลี่นั้นจะสามารถที่จะแข่งขันกับบุคคลทั้ง 3 ได้อย่างไร.เธอสามารถเป็นพยานได้ว่าความแข็งแกร่งของเขาน่าหวาดหวั่นและความรอบรู้แห่งเจตจำนงนั้นล้ำลึก.แต่แล้วทำใมเนี่ยหลี่ถึงได้เลือกช่วงเวลานี้?ทำให้ความอยากรู้อยากเห็นนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมากในหัวใจของเธอ

Nie Li patted Gu Bei on the shoulder and said, “Watch carefully with all your heart and sense the intent within. It’ll be a great help to your cultivation.”
เนี่ยหลี่เดินไปตบไหล่ของกู่เป่ยและพูดว่า"เจ้าจงดูอย่างตั้งใจและรับรู้จุดมุ่งหมายที่อยู่ภายในให้ได้.มันจะช่วยเจ้าได้เป็นอย่างมากในการบ่มเพาะพลัง."

“Yes.” Gu Bei nodded in reply, even though his expression was still a little blank.
"ได้." กู่เป่ย พยักหน้ารับ.แม้สีหน้าของเขายังคงแน่นิ่ง

Long Yuyin’s heart slightly shook at Nie Lie’s words as she sat upright and still. Her expression turned serious. She wanted to take a good look at what Nie Li was going to do. If it was something that Gu Bei could comprehend, then why couldn’t she?
หัวใจของหลงยู่หยิ๋นนั้นสั่นเล็กน้อยกับคำพูดของเนี่ยหลี่ ขณะที่เธอนั้นยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น.สีหน้าของเธอเปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึม.เธอต้องการที่จะตั้งใจมองเนี่ยหลี่ว่าเขานั้นต้องการที่จะทำอะไร.ถ้ามันเป็นสิ่งที่กู่เป่ยนั้นสามารถที่จะเข้าใจได้.ดังนั้นทำไมเธอจะไม่สามารถทำได้ล่ะ?

Ye Xuan and Murong Yu snorted disdainfully. Did Nie Li really consider himself a master with that imprudent manner of his?
เหย่ซวนและมู่หลงยู่ หัวเราะเยาะดูหมิ่นเหยียดหยาม.เนี่ยหลี่นั้นเชื่อจริงๆหรือว่า เป็นผู้เชียวชาญเพียงพอ?

Li Xingyun looked at Nie Li in astonishment as his expectations rose.
หลี่ชิงหยุนมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความประหลาดใจขณะที่เขานั้นเต็มได้ด้วยความคาดหวังที่เพิ่มมากขึ้น.

Nie Li turned and walked to the front with Xiao Ning’er and everyone else’s attention focused on him.
เนี่ยหลี่หันหลังและเดินไปข้างหน้าเสี่ยวหนิงเอ๋อ ทำให้ทุกๆคนต่างให้ความสนใจมาที่เขา

Every pair of eyes in that side chamber were on Nie Li, including the eyes of the previous trio. They couldn’t help laughing to themselves when they realised that Nie Lie didn’t seem to have even reached the Heavenly Fate Realm. What kind of understanding towards the Heavenly Dao could someone of his level possibly have?
สายตาทุกคู่ของทุกคนที่อยู่ด้านข้างของห้องโถงต่างจ้องมองมายังเนี่ยหลี่,พร้อมทั้งของบุคคลทั้ง 3 ,พวกเขานั้นต่างอดที่จะหัวเราะไม่ได้ ยิ่งพวกเขาเห็นว่าเนี่ยหลี่นั้นดูเหมือนว่าจะยังไปไม่ถึงระดับลิขิตสวรรค์เสียด้วยซ้ำ.เขานั้นจะเข้าใจในเจตจำนงแห่งสวรรค์ประเภทใดและด้วยระดับอย่างเขาแล้วจะมีแค่ใหนกัน?

Qin Yue looked at Nie Li with a sweet smile. “This Junior Brother seems rather young. But since you’re willing to show us your skills, your courage is commendable! We can’t be too demanding either.”
ฉินหยู๋มองเนี่ยหลี่พร้อมกับยิ้มหวานให้"ศิษย์น้องคนนี้ดูเหมือนยังเด็กอยู่,แต่เมื่อเจ้ายินดีที่จะแสดงฝีมือ.ความกล้าหาญของเจ้านั้นน่ายกย่องนัก.พวกเราก็ไม่ต้องการให้เจ้าต้องฝืนตัวเองจนเกินไปเหมือนกัน"

A burst of laughter came from below the stage. It was obvious that Qin Yue was trying to leave Nie Li with a route for retreat.
เสียงหัวเราะดังมาจากด้านล่าง.มันเป็นการชัดเจนว่าฉินหยู่นั้นพยายามที่จะให้ทางเลือกกับเนี่ยหลี่โดยการล่าถอย



Nie Li didn’t have a single trace of stage fright as he calmly replied. “Earlier, someone wrote the word ‘love’. I’m untalented, but I can also offer to write a word and make a fool of myself.”
เนี่ยหลี่นั้นไม่ได้ปรากฎความรู้สึกหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกเวทีเลยขณะที่เขาพูดอย่างใจเย็นกลับไป"ก่อนหน้านี้,มีบางคนเขียนคำว่า 'รัก'. ข้านั้นไม่มีพรสวรรค์มากนัก,แต่ข้าก็สามารถที่จะเขียนอักษรและสร้างความโง่เง่าให้กับตัวของข้าเอง ได้เหมือนกัน"

An expression of understanding crossed Ye Xuan’s face. Nie Li was definitely aiming at him! That moron! Even if Nie Li wanted to compete with him, he should do it before Yan Yang and the other two. It didn’t matter how good he was. The fact that he was going after them ensured that he’d be mocked.
ด้วยท่าทางนั้นสามารถรับรู้ในใบหน้าของเหย่ซวน,เนี่ยหลี่นั้นจงใจที่จะเพ่งเล็งมาที่เขา! เป็นคนปัญญาอ่อน!แม้ว่าถ้าเนี่ยหลี่นั้นต้องการที่จะแข่งขันกับเขา,เขาก็ควรที่จะทำมันก่อนที่หยาน หยางและบุคคลอีก 2 คน.มันไม่เป็นการดีนักที่เขาทำเช่นนี้.หรือความจริงแล้วเขาต้องการทำมันหลังบุคคลเหล่านั้นเพราะมั่นใจที่จะสามารถเยาะเย้ยเขาได้

Even if Nie Li was intending to compete with Ye Xuan, instead of those three, that was also wishful thinking!
แม้ถ้าเนี่ยหลี่นั้นจงใจที่จะแข่งขันกับเย่ซวน,แทนที่จะเป็นพวกเขาทั้ง 3,นั่นมันก็เป็นสึ่งที่น่าคิดอยู่เหมือนกัน

Nie Li scanned the crowd below with a casual smile. “This word of mine is a gift to those who’re fated with it!”
เนี่ยหลี่มองไปยังฝูงชนรอบๆด้วยรอยยิ้มที่ไม่แยแส"สำหรับอักษรของข้า จะเป็นของขวัญสำหรับผู้ที่มีชะตาผูกพันกับมัน!"

Everyone within the side chamber exchanged glances. Did Nie Li really think of himself to be a figure? Among the people gathered in this side chamber, who wasn’t a powerful genius of one of the three major sects? Who would need his guidance? The crowd was just waiting to laugh at the joke that was Nie Li.
ทุกคนที่อยู่ด้านล่างต่างหันมามองสบตากัน,ไม่รู้จริงๆเลยว่าเนี่ยหลี่นั้นคิดจะทำอะไร?ท่ามกลางผู้คนที่มองอยู่ทั่วทั้งห้อง,เขาไม่ได้เป็นอัจฉริยะหนึ่งในบุคคลทั้งสามของนิกายหลัก?ใครกันต้องการคำชี้แนะจากเขา?ฝูงชนนั้นรอคอยแค่เพียงที่จะหัวเราะเยาะกับเรื่องตลกที่เนี่ยหลี่จะทำเท่านั้น

Nie Li approached the table, picked up the brush, and started writing.
เนี่ยหลี่เดินไปที่โต๊ะ พร้อมทั้งหยิบพู่กันขึ้นมาและเริ่มต้นเขียน.


Not a single ripple of Dao intent emanated from Nie Li’s body. He was just like an ordinary person, but at least you could say he was focusing on his strokes.
ไม่มีแม้แต่เจตจำนงแห่งญาณรอบรู้ออกมาจากร่างกายของเนี่ยหลี่.เขาทำได้แค่เพียงคนธรรมดาเท่านั้น.แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเขานั้นกลับมุ่งเน้นกับจังหวะลากพู่กันของเขา


Everyone dumbfounded exchanged glances.
ทุกๆคนต่างประหลาดใจและหันหน้ามองตากัน

The point of this event wasn’t to show your calligraphy skills. It was to display comprehension towards Dao intent! Nie Li didn’t have the slightest ripple of aura as he casually wrote his word. There was no way his word would contain any Dao intent!
จุดประสงค์ของการแสดงครั้งนี้ไม่ได้ให้เขานั้นแสดงความสามารถในการเขียนอักษร.มันเป็นการแสดงความเข้าใจต่อเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้! เนี่ยหลี่นั้นไม่มีแม้แต่สัญญาณและปราณดังกล่าเขานั้นเขียนออกมาแค่อักษรทั่วไปเท่านั้นไม่ได้มีเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้เลย!
“Is that guy a moron?”
"เจ้านี้เป็นคนปัญญาอ่อนรึ?"

“I’m really speechless. Where did such a moron come from?”
"ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ.เขาเป็นไอ้งั่งจากใหนกันนี่?"


The crowd conversed amongst themselves. At first, they were worried that their perceptions about Nie Li were actually wrong. But now that they were concentrating onto Nie Li, he was standing there peacefully writing without any Dao intent coming from him. Not even the slightest ripple.
ฝูงชนเปลี่ยนเป็นคุยกันเองระหว่างพวกเขา.ตอนนแรกนั้นพวกเขานั้นมีความกังวลว่าอาจจะเข้าใจเนี่ยหลี่ผิดไป,แต่ตอนนี้พวกเขานั้นกำลังจดจ้องไปยังเนี่ยหลี่.เขานั้นยังคงยืนนิ่งด้วยท่าทางที่สงบเขียนอักษรไปโดยที่ไร้ซึ้งเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้จากตัวเขา.ไม่มีแม้แต่สัญญาณอะไรเลย

Was he really up there just to display his calligraphy skills? Was he trying to make a joke?
เขานั้นคิดจริงๆหรือว่านี้เป็นแค่การแสดงความสามารถเขียนตัวอักษร?หรือเขาพยายามที่จะเล่นตลกอยู่รึ?

Murong Yu’s face was red from holding back his laughter. “That kid’s brain must be soggy. This competition is about one’s insight towards Dao intent. What is he trying to accomplish just by writing a word?”

ใบหน้าของมู่หลงยู่เปลี่ยนเป็นสีแดงหลังจากที่เขานั้นกลั้นหัวเราะเอาไว้"สมองของเด็กคนนี้คงมีแต่ขึ้เลี่อย.การแข่งขันในครั้งนี้นั้นมันเป็นเรื่องของการแสดงเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้.แต่เขากลับพยายามที่จะทำให้มันเป็นแค่เพียงการเขียนตัวอักษรอย่างนั้นรึ?


Ye Xuan also lightly smiled without speaking. Nie Li was indeed a joke, far inferior compared to Ye Xuan himself!
เหย่ซวนก็เผยยิ้มและหัวเราะเบาๆเช่นกัน.เนี่ยหลี่นั้นเพียงแค่จะสร้างความขบขัน,เขายังอ่อนด้อยมากถ้าจะเปรียบเทียบกับตัวเขา

The others at the same table calmly glanced at Murong Yu before turning back to the stage. No one batted an eye twice in his direction, Xiao Ning’er included. They all wanted to know what Nie Li’s word was. What did he mean by ‘this word is meant for those who’re fated with it’?
ทุกๆคนต่างก็เหลือบมองไปที่มู่หลงยู่เหมือนกันก่อนที่จะหันกลับมามองที่เวที.ไม่มีใครที่จะวางตาจากทิศทางดังกล่าวได้.รวมทั้งเสี่ยวหนิงเอ๋อด้วย.ทุกคนต้องการที่จะรับรู้ว่าคำของเนี่ยหลี่นั้นสื่อถึงอะไร.อะไรคือความหมายของคำๆนี้ที่เขาบอกว่ากุมชะตาตัวเองคืออะไร?


Even Long Yuyin was a little fidgety. She couldn’t hold back in her heart as curiosity constantly urged her to take a look. Was he really up there just to show his calligraphy skills? She knew Nie Li well enough to understand that he wouldn’t pull something like that, right?
แม้แต่หลงยู่หยิ๋นก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย.เธอไม่สามารถที่จะหยุดหัวใจของเธอที่มันกระตุ้นด้วยความอยากรุ้อยากเห็นจนไม่วางตา.นี่เขาคิดจริงๆหรือว่านี่เป็นแค่เพียงการเขียนตัวอักษร?เธอเข้าใจเนี่ยหลี่ดีอยู่แล้วว่าเขาไม่ทำอย่างนั้นโดยไม่มีเหตุผล,ใช่ใหม?

As for Gu Bei, his eyes were glued on Nie Li onstage. Thanks to Nie Li’s words earlier, he was filled with expectations.
สำหรับกู่เป่ยนั้น,ตาของเขาจ้องมองเนี่ยหลี่ไม่วางตาบนเวที,ด้วยความขอบคุณกับคำพูดของเนี่ยหลี่ก่อนหน้านี้.เขานั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง

Qin Yue couldn’t bear seeing Nie Li make such a fool out of himself, so she reminded him, “Junior Brother, in this event, we’re competing Dao intent by injecting our comprehension into calligraphy. Not just calligraphy skills!”
ฉินหยู๋นั้นไม่สามารถที่จะทนให้เนี่ยหลี่แสดงความโง่งมไปมากกว่านี้แล้ว,ดังนั้นเธอจึงเตือนเขาอีกครั้ง"ศิษย์น้อง,ในการแสดงครั้งนี้,พวกเรานั้นแข่งขันกันในเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้ที่ส่งออกมาจากความเข้าใจในการประดิษฐ์ตัวอักษร,มันไม่เหมือนกับฝึมือเขียนอักษรหรอกนะ! "

However, Nie Li didn’t even raise his head. His expression was serious and his aura calm and even as his wrist made precise movements. Stroke by stroke, a complex and ancient character appeared on the page. With one last forceful hook from the brush, he pull away from the paper and smiled. “My word is complete!”
อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลี่นั้นก็ไม่ได้ยกศีรษะของเขาขึ้น,เขายังคงแสดงท่าทางจริงจังและปราณที่สงบนิ่งในขณะที่ข้อมือของเขาก็เคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ ลากอย่างเป็นจังหวะ,และปรากฏข้อความตัวอักษรโบราณขึ้นบนหน้ากระดาษ,จังหวะสุดท้ายเหมือนดั่งตะขอเกี่ยวที่เต็มไปด้วยพลัง,เขาดึงพู่กันออกมาจากกระดาษแล้วยิ้ม,"ตัวอักษรของข้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว"

Qin Yue looked at the page and saw an extremely complicated ancient word. Although she’d never seen it before, but judging from its shape, the word was “sword”2. In terms of calligraphy skills, it was magnificent, composed of vigorous slashes and fine strokes, upright and strong. However, it was only an ordinary “sword” that contained no Dao intent.
ฉินหยู่มองไปที่หน้ากระดาษและเห็นอักษรโบราณที่มีความซับซ้อนมาก แม้ว่าเธอจะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ด้วยรูปร่างของมันสามารถที่จะอ่านได้ว่า" กระบี่" ในแง่ของการเขียนอักษรนั้นนับว่ามันงดงามเป็นอย่างมาก มีทั้งความแข็งแรงและการลากที่มันคง แข็งแรง อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นแค่เพียงคำธรรมดาสำหรับคำว่า "กระบี่" มันไม่ได้มีเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้แฝงอยู่เลย

Qin Yue couldn’t help shaking her head with a sigh. She originally thought that Nie Li might give her some surprises.
ฉินหยู๋อดไม่ได้ที่จะสั่นหัวพร้อมกับถอนหายใจ ,ตอนแรกนั้นเธอคิดว่าเนี่ยหลี่นั้นจะสร้างความประหลาดใจ บางอย่างให้เธอได้เห็น.


Nie Li’s brain couldn’t have actually gone soggy, right? Did he really go up there just to make a fool of himself?
สมองของเนี่ยหลี่นั้นคงจะไม่ได้เต็มไปด้วยขึ้เลื่อย,ใช่ใหม?เขาไม่รู้จริงๆหรือว่าเขานั้นขึ้นมาได้แค่เพียงสร้างความตลกขบขันให้กับตัวเองได้เท่านั้น?

However, Qin Yue kept her manners, so she still lifted the word and displayed it to the crowd. Qin Yue felt the situation rather funny. What was there to show anyways? Plain calligraphy skills?
อย่างไรก็ตาม,ฉินหยู๋ยังคงรักษามารยาทของเธอไว้,ดังนั้นเธอจึงได้ยกอักษรตัวนั้นแสดงให้แก่ฝูงชน.ฉินหยู่รู้สึกว่ามันค่อนข้างน่าขบขันเป็นอย่างยิ่ง.นี่มันคือการแสดงอะไร?ทักษะการประดิษฐ์อักษรธรรมดาอย่างนั้นรึ?

Even though Nie Li had completed his word, it had no Dao intent. What was there for others to evaluate?
แม้เนี่ยหลี่จะเขียนอักษรของเขาเสร็จแล้ว,มันก็ไม่มีเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้อยู่ภายใน,อะไรที่จะทำให้บุคคลทั้งสามและคนอื่นๆจะประเมินค่า?


The disciples sitting below exchanged glances with each other, a little speechless. This was just ordinary calligraphy. If they didn’t have any self-restraint, they would’ve already burst into laughter.
เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างนั่งสบตากันและกระซิบกระซาบ,นั่นมันเป็นแค่เพียงการเขียนตัวอักษรธรรมดา.ถ้าพวกเขานั้นไม่ข่มใจตัวเองเอาไว้,พวกเขานั้นคงจะระเบิดเสียงหัวเราะออกไปแล้ว



When Long Tianming saw that word, the corner of his mouth twitch upwards. He originally thought that an extraordinary genius had appeared among the newcomers. He never thought that this “genius” would actually turn out to be a moron. At such an occasion, Nie Li was throwing the Divine Feathers Sect’s face!
เมื่อหลงเทียนหมิงมองเห็นอักษรดังกล่าว,มุมปากของเขาก็ยกขึ้น.เขานั้นเหรอเป็นอัจฉริยะระดับมหัศจรรย์ที่ปรากฏขึ้นในนักเรียนใหม่,เขาไม่น่าจะเหมาะกับคำว่า"อัจฉริยะ"เลยน่าจะเหมาะกับคำว่าเจ้างั่งมากกว่า,ด้วยเหตุดังกล่าวนี้,เนี่ยหลี่คนนี้ช่างทำขายหน้านิกายขนนกแห่งทวยเทพซะจริง!

Long Tianming looked at it once, then turned away without a second glance.
หลงเทียนหมิงมองไปที่เขาอีกครั้งก่อนที่จะเมินหน้านี้โดยไม่หันมามองอีกเลย

Ye Xuan laughed. “I think Junior Brother Nie Li must be confused! I’ll admit that my calligraphy skills aren’t as good as his, but what’s the use of just calligraphy?” Ye Xuan’s words only contained mockery.
เหย่ซวน หัวเราะ"ข้าคิดว่าศิษย์น้อง เนี่ยหลี่นั้นคงยังสับสนอยู่เป็นแน่!  ข้าต้องยอมรับเลยว่าฝึมือในการเขียนอักษรของข้านั้นเทียบเขาไม่ติด, แต่นี้มันเป็นแค่เพียงการเขียนอักษรอย่างงั้นรึ? ด้วยคำพูดของเหย่ซวนนั้นเต็มไปด้วยความล้อเลียน

“Even Senior Brother Ye Xuan admits defeat. Junior Brother Nie Li’s calligraphy skills have indeed reached a high level!” Murong Yu laughed loudly. In his heart, he was insulting Nie Li. What a moron!
"แม้ศิษย์พี่เหย่ซวนยังยอมรับความพ่ายแพ้,ความจริงแล้วฝีมือในการเขียนอักษรของศิษย์น้องเนี่ยหลี่นี้ไปถึงระดับที่สูงมาก!" มู่หลงหยู่หัวเราะเสียงดัง,ในใจของเขานั้น เต็มไปด้วยความดูถูกเนี่ยหลี่ ว่าเขาเหมือนกับเจ้างั่ง


Long Yuyin attentively studied the word in Qin Yue’s hand, but no matter how she observed it, it looked like an ordinary word to her. She couldn’t help furrowing her brows. Did Nie Li’s word really not have any Dao intent?
หลงยู่หยิ๋นนั้นตั้งใจที่จะศึกษาความเข้าใจในอักษรในมือของฉินหยู๋,แต่ไม่ว่าเธอจะสังเกตุมันอย่างไร,มันก็ดูเหมือนเป็นแค่ตัวอักษรธรรมดาเท่านั้น,เธออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเข้าหากัน,ทำใมตัวอักษรของเนี่ยหลี่นั้นไม่ได้มีเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้แฝงอยู่ภายในกัน?


Gu Bei’s eyes were fixed on that word. His brows were locked together.
กู่เป่ยจ้องตาไม่กระพริบไปยังอักษรตัวดังกล่าว,คิ้วของเขานั้นก็แทบไม่ขยับเหมือนกัน

The majority of the disciples were discussing amongst themselves, mocking Nie Li for being ridiculous.
ส่วนใหญ่ของศิษย์ทั้งหลายต่างกำลังวิพากวิจารย์กันอยู่ และหัวเราะเยาะเนี่ยหลี่ด้วยความไร้ซึ่งสาระของตัวเขา


Nie Li calmly swept an eye over the crowd. Based on everyone’s expression, they were all looking down on him. However, Nie Li paid special attention the expression of Yan Yang and Mingyue Wushuang.
เนี่ยหลี่นั้นกวาดสายตาของเขาไปยังฝูงชน.ด้วยการแสดงออกของทุกคนนั้น,พวกเขาล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยการดูถูก.อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่นั้นให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการแสดงออกของ หยาน หยางและ หมิงหยู่ วู่ซาง เท่านั้น


Mingyue Wushuang was no longer as calm and tranquil as she had been. Her brows were locked together, as though she was pondering over an extremely difficult question.
หมิงหยู๋ วู่วาง ไม่สามารถที่จะสงบเงียบอีกต่อไปแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาขณะที่เธอจ้องมองอยู่นั้น,คิ้วของเธอก็ไม่ขยับเลย.ราวกับว่าเธอนั้นกำลังขบคิดกับคำถามที่ยากมากๆ


Yan Yang’s eyes flashed with traces of astonishment, admiration, and confusion. His brows momentarily locked, then smoothed out, then locked again.

ประกายตาของหยาน หยางนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความประหลาดใจ,ความชื่นชมและสับสน คิ้วของเขาแทบไม่ขยับ,แล้วคลายออกมา และหยุดนิ่งอีกครั้ง



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

22 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณครับ
    ค้างๆๆๆ มาก

    ตอบลบ
  2. ขอบคุนมากครัย นั่งรอทั้งวันเลย ^^

    ตอบลบ
  3. ขอบคุนคับ อีกตอนนนนน (ฝันแปบ)

    ตอบลบ
  4. ขอบคุนคับ อีกตอนนนนน (ฝันแปบ)

    ตอบลบ
  5. อีกตอนได้ไหมมมมมมมมมมมมมมมม ค้างงงงงงงงงงงงงงงงง
    ขอบคุณครับ ^_^

    ตอบลบ
  6. อยากให้มา ไวๆ หลายๆ ตอนเลยครับ แบบว่าค้างมาก ขอบคุณมากๆ ครับที่แปลมา

    ตอบลบ
  7. ขอบคุนครับ อยากให้แปลวันละ2ตอนมากกว่าครับ
    ผมชอบเรื่องนี้มาก

    ตอบลบ
  8. ค้างสุดๆ เหอะ เหอะ

    ตอบลบ
  9. บทนี้ตั้งแต่ชื่อบท ไปอ่านต้นฉบับแล้วใช้คำว่า 剑 - เจี้ยน แปลว่า กระบี่ ต่างกับดาบตรงที่ มีคมทั้งสองด้าน ตั้งตรง ไม่โค้งงอ และมีสันเหมือนดาบ

    ขอแก้ประโยคสั้น ๆ นะครับ

    Nie Li scanned the crowd below with a casual smile. “This word of mine is a gift to those who’re fated with it!”

    ประโยคหลังแปลไว้ว่า เป็นของขวัญสำหรับบุคคลที่ต้องการกุมชะตาตัวเอง
    ควรแปลว่า เป็นของขวัญสำหรับผู้ที่มีชะตาผูกพันกับมัน (หมายถึงคำนี้ ในที่นี้คือ วิถีแห่งกระบี่ ในที่นี้กู่เปยต่อไปจะได้เป็นจอมกระบี่ จึงมีชะตาผูกพัน)

    ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ สำหรับการใช้คำว่า กระบี่ ในที่นี้

      ลบ
  10. ขออีกประโยคครับ

    Murong Yu’s face was red from holding back his laughter.

    holding back คืออาการกลั้นหัวเราะครับ ยังไม่ได้หัวเราะออกมา มันเสียมารยาท แกหน้าแดงก็เพราะกลั้นหัวเราะนั่นแหละ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณครับ ช่วยได้เยอะเลย

      ลบ
  11. ขอบคุณหลาย ๆ เน้อ ฮักคนแปลแต้ ๆ

    ตอบลบ
  12. ขออีกตอนสิค้างนะค้าง

    ตอบลบ
  13. ดูถูกกันเข้าไปเด๋วคงรู้สึกนะพวกมิง บังอาจมาดูถูกเทพทรูเนี่ยหลี่ซะแล้ว ขอบคุณแอตมินที่แปลให้อ่านครับ

    ตอบลบ