วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 312 – The Four Arts

Tale of the demon and god novel Chapter 312 – The Four Arts
นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 312 - ศิลปะทั้ง 4

บทที่ 312 - ศิลปะทั้ง 4


ศิลปะทั้ง 4
(ศิลปะทั้ง 4 ของจีนนั้นประกอบด้วย พิณ,หมากล้อม,การประดิษฐ์ตัวอักษรและการวาดรูป)

“Two hundred twenty thousand spiritual stones!” Yan Yang continued raising the price.
"220,000 หินจิตวิญญาณ"หยาน หยางได้พยายามเพิ่มราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง


“Two hundred thirty thousand spiritual stones!” Gu Bei calmly bidded.
"230,000 หินจิตวิญญาณ"กู่เป่ยประมูลต่ออย่างใจเย็น


Everyone’s hearts were shocked. Just how much money did Gu Bei have? Even Grand Elders would be pretty good to save up a few hundred thousand spiritual stones over several years. Had Gu Bei discovered some treasure?
หัวใจของทุกคนตกตะลึงแทบหยุดเต้น.ตอนนี้เงินที่กู่เป่ยมีนั้นจำนวนเท่าใดกัน?แม้แต่ผู้อาวุโสหลักที่มีฐานะการที่จะเก็บเงินเป็นจำนวนหลายแสนหินจิตวิญญาณนั้นก็ต้องใช้เวลาหลายปี.หรือว่ากู่เป่ยนั้นจะค้นพบสมบัติบางอย่าง?



Yan Yang went silent. After cultivating for years and years, he only had two hundred fifty thousand spiritual stones saved up. The price was already pretty high, but Gu Bei was still increasing it.
หยาน หยางเงียบไป,หลังจากที่เขานั้นบ่มเพาะพลังมาหลายปี,เขามีเพียงแค่ 250,000 หินจิตวิญญาณเท่านั้นที่เขาเก็บไว้.สำหรับราคาดังกว่าวนั้นค่อนข้างสูงทีเดียว,แต่กู่เป่ยก็ยังคงเพิ่มราคามันขึ้นไปอีก



Yan Yang had heard of Gu Bei; he was only supposed to be an ordinary descendant of the Gu Clan. How could he possess such frightening wealth? The way things were going, it didn’t look like Yan Yang would be able to win against Gu Bei, even if he continued bidding.
หยาน หยางเคยได้ยินชื่อของกู่เป่ย,เข้านั้นควรที่จะเป็นแค่ลูกหลานธรรมดาสำหรับตระกูลกู่.ทำอย่างไรถึงได้มั่งคั่งเช่นนี้?มันมีอะไรเกิดขึ้นกันแน่,มันไม่ควรที่หยาน หยางไม่สามารถที่จะชนะกู่เป่ยได้,แม้ว่าเขาจะเสนอราคาต่อก็ตาม

After remaining silent for a brief moment, Yan Yang opened up. “I’ll back out of the competition. Junior Brother Gu can have this Myriad Miles Rivers and Mountains Painting!” Although Yan Yang felt slightly regretful, he still calmed himself very quickly.
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง,หยาน หยาง ก็พูดออกมา"ข้ายอมที่จะถอยให้เจ้า.ศิษย์น้องกู่เจ้าสามารถที่จะรับจิตรกรรมหมื่นแม่น้ำและขุนเขาไปได้" แม้ว่าหยาน หยางจะรู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก,เขาก็ยังสงบใจได้อย่างรวดเร็ว



Everyone was utterly shocked that even Yan Yang couldn’t win against Gu Bei. He was going to give it up just like that? They couldn’t help giving Gu Bei a glance. That guy’s wealth was simply too frightening.
ทุกคนรู้สึกตกใจอย่างสุดๆกับเหตุการณ์ที่ หยาน หยางไม่สามารถที่จะแข่งขันกับกู่เป่ยได้.เขากำลังจะยอมแพ้แล้วนี่มันอะไรกันนี้? พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองที่กู่เป่ย. ผู้ชายคนนี้ช่างร่ำรวยเกินธรรมดาจนน่ากลัวเลยทีเดียว



“Then, many thanks, Senior Brother Yan Yang!” Gu Bei lightly smiled as he cupped his hands towards Yan Yang.
"ถ้าอย่างงั้น,ต้องขอบคุณ,ศิษย์พี่หยาน หยางเป็นอย่างมาก"กู่เป่ยยิ้มเล็กน้อยขณะที่เขาประสานมือคารวะไปที่หยาน หยาง




After the painting came a few other items that were worth quite a bit of money. Nie Li summed everything up. They’d sold twenty Dragon bloodline Extraordinary Level growth rate demon spirits, and bought the Myriad Miles Rivers and Mountains Painting, thirty bottles of Heavenly Note Dew, the Demon Soul’s Essence, and various other items. After all that, Nie Li still made a net gain of one hundred thirty thousand spiritual stones.
หลังจากที่ได้ภาพจิตรกรรมมาอีกอันในกลุ่มสิ่งของต่างๆมันช่างคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป.เนี่ยหลี่คำนวณทุกอย่างแล้ว.พวกเขาขาย 20 จิตวิญญาณอสูรสายเลือดมังกรอัตราการเจริญเติบโตระดับมหัศจรรย์,และซื้อจิตรกรรมหมื่นแม่น้ำและขุนเขา,30 ขวดขวดหยดน้ำค้างสวรรค์,แก่นจิตวิญญาณอสูร,และสิ่งของต่างๆอีกมากมาย,เนี่ยหลี่ยังคงได้กำไรสุทธิที่ 130,000 หินจิตวิญญาณ



Adding to the one hundred thousand spiritual stones currently stored in his interspatial ring, he was still left with two hundred thirty thousand spiritual stones.
บวกเพิ่มกับอีก 100,000 หินจิตวิญญาณที่อยู่ในแหวนมิติของเขา,เขาก็ยังมีหินจิตวิญญาณคงเหลือทั้งหมดถึง 230,000 ก้อนเลยทีเดียว



Indeed, selling high growth rate Dragon Bloodline demon spirits was such an easy way to earn money!
ในความเป็นจริงนั้น,การขายจิตวิญญาณอสูรระดับสูงสายเลือดมังกร มันช่างง่ายที่จะหากำไรจริงๆ




Fortunately, he’d encountered this auction, which made selling the demon spirits much easier. Normally, it’d be difficult to find a suitable buyer.
เขาช่างโชคดีเป็นอย่างมาก,ที่เขาได้พบกับการประมูลเช่นนี้,ทำให้มันง่ายมากที่จะขายจิตวิญญาณอสูร,ซึ่งโดยปรกติแล้วมันเป็นเรื่องยากมากที่จะหาคนซื้อที่เหมาะสมได้




The auction continued and quite a number of items were sold. The majority of these goods weren’t terribly eye-catching; therefore, Nie Li didn’t compete. Excitement was raised in his heart, after he’d obtained the Myriad Miles Rivers and Mountains Painting secretly. Once he got home, he’d definitely find a way to open it!
การประมูลยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนสิ่งของต่างๆที่ถูกขายออกไป.แต่สิ่งของเหล่านั้นกลับไม่มีชิ้นใหนที่จะสะดุดตาเนี่ยหลี่เลย,ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เข้าร่วมประมูลด้วย.ด้วยตอนนี้นั้นเขารู้สึกตื่นเต้นในหัวใจอย่างมาก.หลังจากที่เขาได้ซื้อจิตรกรรมหมื่นแม่น้ำและขุนเขาลับๆ,เมื่อเขากลับไปถึงที่พักของเขา,แน่นอนว่าเขาจะเปิดมันออกมาดูในทันที



Was this item the same as the one in the records, and possessed endless uses?
สำหรับสิ่งของดังกล่าวนี้มันเป็นอย่างหนึ่งที่ได้บันทึกเอาไว้และมีวิธีใช้งานมันที่ไม่คณานับอย่างไร?



Even that higher-up was unable to open the Myriad Miles Rivers and Mountains Painting; Nie Li had no idea if he could do it either.
แม้แต่ผู้เชียวชาญระดับสูงยังไม่สามารถที่จะเปิดใช้งานจิตรกรรมหมื่นแม่น้ำและขุนเขานั่นได้,เนี่ยหลี่คิดไม่ออกเลยถ้าเขาไม่สามารถที่จะใช้งานมันได้เหมือนกัน



He didn’t have absolute confidence that he could unseal it, but based on his understandings towards various inscription patterns, there was still a high possibility. Even if he could only unlock ten percent of its potential, it would still be worth the money.
เขาก็ไม่มั่นใจแน่นอนนักว่าจะสามารถเปิดการใช้งานมันได้,แต่ด้วยการที่เขานั้นมีความรู้มากมายเกี่ยวกับอักขระอาคมและม้วนคัมภีร์,นั่นจึงยังพอเป็นเป็นไปได้สูงที่จะใช้งานมันได้.แม้ถ้าเขาสามารถปลดการใช้งานเพียงแค่ 10 เปอร์เซนต์ในประสิทธิภาพของมัน,ก็ยังคงคุ้มค่าเงินที่เสียไปอย่างมาก



Items continued to sell by the dozens before the auction finally came to an end. Occasionally, bursts of laughter and loud conversation drifted from afar.
หลังจากขายสิ่งของต่างๆไปเป็นสิบอย่างก่อนการประมูลจะมาถึงจุดสุดท้ายก็มีเสียงหัวเราะออกมาเป็นครั้งคราวและเสียงการสนทนาที่ค่อนข้างดังผ่านออกมาค่อนข้างไกล




Qin Yue stood at the front and lightly smiled. “We have come to the end of our auction. Following will be the next segment, with the rather interesting theme of the Four Arts by injecting understanding of dao into the four arts and have it evaluated by everyone here.”
ฉินหยู๋ยืนอยู่ด้านหน้าและเผยยิ้มออกมา"พวกเราได้มาถึงจุดสุดท้ายของการประมูล,สำหรับช่วงต่อไปนั้น,นับว่าค่อนข้างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งจะเป็นการแสดงศิลปะทั้ง 4 โดยผู้เชียวชาญที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งของศิลปะแขนงต่างๆและจะได้ให้ทุกท่านที่อยู่ที่นี้ได้ประเมินมันด้วยตาของตัวเอง"




Workers were already moving a zither, a Go board2, a brush, some paper, an ink-stone, and various other objects onto the stage up front.
พนักงานได้ย้าย พิณ,กระดานหมากล้อม,พู่กัน,กระดาษ,ที่ฝนหมึก,และอีกหลายอย่างขึ้นไปบนเวทีด้านหน้า



All the disciples focused their attention on these items as their hearts trembled with excitement. This was indeed an interesting event. If they’re able to witness the four arts of people like Yan Yang and Mingyue Wushuang while sensing their Dao in it, who knows if it might let them improve further in Martial Dao!
เหล่าบรรดาศิษย์นั้นต่างเพ่งความสนใจของพวกเขาไปยังสิ่งของต่างๆขณะที่หัวใจของเขาเริ่มที่จะสั่นด้วยความตื่นเต้น.มันเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก.ถ้าพวกเขาสามารถที่จะเป็นสักขีพยานในเกี่ยวกับศิลปะทั้ง 4 ให้กับบุคคลเช่น หยาน หยางและ หมิงหยู๋ วู่ชาง ขณะที่รับรู้เกี่ยวกับความรอบรู้ของพวกเขา,ใครจะรู้ล่ะว่ามันอาจจะช่วยพวกเขาพัฒนาขึ้นอีกเกี่ยวกับความรอบรู้ในศิลปะการต่อสู้ด้วยก็ได้



Qin Yu walked up to the zither and lightly smiled. “Since I initiated this event, then I shall be the first to show my humble skills. Please offer your opinions!”
ฉินหยู๋เดินไปข้างหน้าที่มีพิณวางอยู่และเผยยิ้มให้เห็นเล็กน้อย"ในเมื่อข้านั้นเป็นผู้ดำเนินรายการในเรื่องดังกล่าว,ดังนั้นข้าจะเป็นคนแรกที่จะแสดงทักษะอันอ่อนด้อยของข้า.ขอให้ทุกท่านแสดงความคิดเห็นด้วยนะ"



When Qin Yue announced that she would start the event, the crowd of disciples applauded loudly.
เมื่อฉินหยู๋ประกาศว่าเธอจะเป็นคนเริ่มงานดังกล่าว เหล่าฝูงชนก็เริ่มปรบมือเสียงดัง

Qin Yue gracefully sat behind the zither, extended her beautiful hands, and began strumming lightly with her slender fingers.
ฉินหยู่เข้าไปนั่งอย่างสง่างามข้างหลังพิณ,เธอขยายมือที่สวยงามออก,และเริ่มที่จะดีดมันเบาๆด้วยมือที่เรียวเล็ก


Mellow and soulful music echoed throughout the area. The sound reminded one of fine rain tapping on the leaves of a banana tree. If you listened from afar, nothing could be heard. But listening quietly, the sound seemed as though it sounded by the ears. The music contained a trace of anxiousness and sentimentality. It was gentle, sad and beautiful.
บทเพลงที่กลมกล่อมและเต็มไปด้วยอารมณ์สะท้อนไปทั่วบริเวณ  เสียงเพลงประหนึ่งสายฝนหยดลงบนใบตองกล้วย.หากนั่งฟังอยู่ไกลจะได้ยินไม่ครบแต่หากฟังอยู่ใกล้ๆแล้วดูเหมือนในหูจะเต็มไปด้วยรองเสียง ที่มีร่องรอยของความเงียบเหงาและเห็นอกเห็นใจ มันอ่อนโยนและสวยงามมาก



Suddenly, the zither’s music suddenly changed, like silver bottle splashing. The notes moved quickly, but instead of killing intent, it contained a dignified calmness.
ทันใดนั้น,เสียงพิณก็บันเลงเปลี่ยนอารมณ์  ดูเหมือนขวดเงินที่กระทุ่มน้ำ ทุ้มทำนองดนตรีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว,แต่เหมือนว่าจะปลุกเร้าคนฟัง,มันกลับแสดงถึงความสงบและน่าภาคภูมิใจ


The crowd couldn’t help being intoxicated by such beautiful music as their soul realms fluttered to the melody. It was like they’d instantly emerged into a utopia bathed in warm sunlight.
เหล่าฝูงชนอดไม่ได้ที่จะเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเพลงที่เป็นบทเพลงที่งดงามยิ่งมันผ่านเข้าไปยังเขตแดนวิญญาณของพวกเขา เหมือนกับจะโผบิน ทันที่ที่พวกเขาดิ่งลึกลงไปมันเหมือนกับจะโผล่ออกมาจากยูโทเปียแล้วออกมาข้างนอกเพื่อรับแสงแดดที่อบอุ่นทีเดียว



Over at Nie Li’s table, Ye Xuan had an intoxicated expression on his face as he lightly tapped on the table. As the music calmed, so did he, but he couldn’t help sighing. “She plays like a celestial being, pleasing and relaxing the hearts of all her listeners. The Dao intent contained in her music is even more mesmerising!”
ที่โต๊ะของเนี่ยหลี่,เย่ซวน กำลังเพลิดเพลินกับเสียงดนตรีใบหน้าของเขานั้นแสดงออกถึงอารมณ์ดังกล่าว เขาเคาะโต๊ะเบาๆเป็นจังหวะ ขณะที่บทเพลงบรรเลงอย่างสงบเงียบ,แต่กลับทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะแสดงอารมณ์ออกมา,เธอบรรเลงได้เหมือนกับอยู่บนสวงสวรรค์,มันเต็มไปด้วยความยินดีและผ่อนคลายหัวใจเมื่อได้ยิน.เจตจำนงที่อยู่ภายในดนตรีของเธอนั้นชวนให้น่าหลงไหลยิ่งนัก"


After her piece ended, praises sounded from everywhere in the crowd.
หลังจากเธอได้บรรเลงเสร็จสิ้น,เสียงแห่งความชื่นชมก็ดังมาจากทุกที่ของฝูงชน


“Miss Qin Yue’s zither is as smooth as water, delivering her Dao intent through emotions. Truly extraordinary!”
"เสียงพิณของแม่นางฉินหยู๋เปรียบเสมือนน้ำไหลริน ได้ส่งต่อเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้ของเธอด้วยอารมณ์ความรู้สึก.เป็นความจริงที่มหัศจรรย์เลยทีเดียว"

“Miss Qin Yue’s zither was rich and resounding, truly mesmerising!”
"เสียงพิณของแม่นางฉินหยู๋นั้นเต็มไปด้วยคนชื่นชมและทำให้คนหลงไหล,ช่างเป็นความจริงทีดึงดูดและสะกดใจคนฟังยิ่ง"

Voices of praise echoed; however, Long Tianming, Mingyue Wushuang, and Yan Yang still silently maintained their calm and tranquil dispositions. After all, Qin Yue’s understanding towards the Dao was too basic and inferior compared to them.
เสียงชื่นชมที่กึกก้องไปทั่ว,อย่างไรก็ตาม,หลงเทียนหมิง,หมิงหยู๋ วู่ชาง,และหยาน หยาง ยังคงนิ่งและสงบเงียบ,ถึงอย่างไร,ฉินหยู๋จะส่งต่อเจตจำนงแห่งญาณรอบรู้ออกมาแต่มันยังธรรมดาเกินไปและยังด้อยกว่าที่จะเปรียบเทียบกับพวกเขา


After hearing the zither music, Nie Li lightly smiled. The emotions within her music were somewhat similar to his Master’s Ethereal Note. However, the distance between them was too wide. Although Nie Li wasn’t an expert at the zither, he was still pretty good at evaluating.
หลังจากได้ยินเสียงบรรเลงพิณ,เนี่ยหลี่ยิ้มเล็กน้อย,อารมณ์และความรู้สึกในบทเพลงของเธอนั้นดูคล้ายกับบทเพลงของอาจารย์ของเขามาก.อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีความห่างชั้นกันอยู่มากนัก แม้ว่าเนี่ยหลี่จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในเพลงพิณ,เขาก็ยังสามารถที่จะประเมินมันได้


Qin Yue stood up as she slightly bowed. “I, Qin Yue, have made a fool of myself, a joke for others. Qin Yue has already displayed my pitiful skills. Next, I pass the stage to those sitting below!”
ฉินหยู๋ลุกขึ้นยืนขณะที่เธอโค้งคำนับเล็กน้อย"ข้า,ฉิน หยู๋ ได้ทำเรื่องที่น่าตลกของข้า,และเป็นเรื่องน่าขำแก่ทุกคน, ฉินหยู๋รู้สึกถึงทักษะของข้านั้นช่างน่าอนาจใจนัก.ต่อไป,ข้าขอส่งเวทีนี้สำหรับคนที่อยู่ด้านล่างแทนแล้วกัน"



At Qin Yue’s words, many couldn’t help turning slightly red. Qin Yue’s zither had already reached such a level, going up now would just make a fool of themselves. For this event, it’d be best to let the real experts show their skills. That way, the members of the crowd could benefit.
สิ้นคำกล่าวของ ฉินหยู๋,หลายคนอดที่ได้ที่ใบหน้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดง,เพลงพิณของฉินหยู๋นั้นนับว่ามีฝีมือที่สูงทีเดียว.แต่มันกลับเป็นเพลงที่เหมือนกับไม่ได้ความสำหรับพวกเขา.การขึ้นไปบนเวทีตอนนี้ จะเป็นการแสดงความโง่ของพวกเขาเอง.มันจึงน่าจะเป็นการดีที่แท้จริงที่จะให้ผู้เชียวชาญต่างๆได้แสดงฝีมือที่แท้จริง.นั้นน่าจะทำให้ทุกๆคนได้รับประโยชน์



Suddenly, Ye Xuan glanced in Xiao Ning’er’s direction, then stood up and walked to the front. “Since Miss Qin Yue has displayed her zither skills, then let me present my skills as well.”
ทันใดนั้น,เหย่ซวน เหลือบไปมองไปในทิศทางของเสี่ยวหนิงเอ๋อ,จากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินไปข้างหน้า"แม่นาง ฉินหยู๋ เมื่อท่านได้แสดงทักษะเพลงพิณแล้ว,งั้นข้าก็ขอนำเสนอทักษะของข้าด้วยเหมือนกัน"

The corner of Gu Bei’s mouth twitched as he appeared slightly restless. He didn’t have any expectations from Ye Xuan.
ทีมุมปากของกู่เป่ยถึงกลับกระตุก เขาแสดงอาการเหนื่อยหนาย.เขานั้นไม่ได้คาดหวังอะไรเลยจากเหย่ซวน.


“Senior Brother Ye Xuan, please!” Qin Yue smiled very politely as she continued, “I wonder which of the Four Arts Senior Brother Ye Xuan will display for us?”
"ศิษย์พี่ เหย่ซวน,เชิญได้!" ฉินหยู๋ยิ้มแสดงออกถึงความสุภาพขณะที่เธอกล่าวต่อว่า"ข้ารู้สึกสงสัยจังเลยว่าใน ศิลปะทั้ง 4 ศิษย์พี่ เหย่ซวนจะแสดงอะไรให้กับพวกเรา?"


“Calligraphy.” Ye Xuan lightly smiled.
"การเขียนอักษรจากพู่กัน"เย่ซวนเผยรอยยิ้มเล็กน้อย


“Then I’ll help grind the ink for Senior Brother Ye Xuan!” Qin Yue smiled as she walked to one side of the table and started on her task.
"ถ้าอย่างนั้น ข้าขอช่วยท่านฝนหมึกแล้วกันศิษย์พี่ เหย่ซวน"ฉินหยู๋ยิ้มและเดินไปข้างโต๊ะและเริ่มฝนหมึก

“A beauty’s company, what an honour!” Ye Xuan laughed as he picked up a writing brush from the table, dipped it in the ink, and stared at the paper with his brows furrowed. Then, he leaned forward slightly, brandished the brush, and began writing, his brush coiled around the paper like snakes and dragons.
"เป็นผู้ช่วยที่สวยงามยิ่งนัก,ช่างเป็นเกียรติต่อข้ายิ่งนัก"เหย่ซวนหัวเราะ ขณะที่เขาหยิบพู่กันจากบนโต๊ะและจุ่มมันลงไปในหมึก,และเริ่มที่จะขมวดคิ้วย่น.จากนั้นเขาก็เริ่มโน้มตัวไปด้วนหน้าและตวัดพู่กันไปมาเขียนลงไปบนกระดาษลายเส้นเหมือนดังงูและมังกร


A brief moment later, a single, vigorous word appeared on the paper: love .

ในช่วงเวลาไม่นาน,ก็เกิดอักษรคำหนึ่งที่มีพลังปรากฏมาบนกระดาษ:  รัก


Each brush stroke of that word was a fantastic realm of its own.
ทุกๆการลากเส้นของพู่กันเพื่อสร้างคำนั้นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมและมีพลังแฝงอยู่ในตัวมันเอง

Qin Yue’s eyes couldn’t help lighting up as she lifted up the page. The crowd below applauded loudly.
สายตาของฉินหยู่นั้นอดไม่ได้ที่จะกระพริบไปมาบนแผ่นกระดาษดังกล่าว.ฝูงชนด้านล่างต่างตบมือเสียงดัง

“Senior Brother Ye Xuan’s insight towards the Dao of Love is indeed much greater than Miss Qin Yue’s!”
"ศิษย์พี่ เหย่ซวนดูเหมือนว่าท่านจะเผยเจตจำนงแห่งความรักเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มากกว่าของข้าฉินหยู๋ทีเดียว"


“A fantastic word, Senior Brother Ye Xuan!”
"เป็นคำที่ยอดยเยี่ยมมาก,ศิษย์พี่ เหย่ซวน!"

Many of the Heavenly Note Sect girls couldn’t help raising their eyebrows with splendor in their eyes. Within this one word were the profounds for both love and Dao. That alone was more than enough to make many blush in shame.
หญิงสาวหลายคนในนิกายบันทึกฟ้าอดไม่ได้ที่จะตาค้างไปด้วยความงดงามที่ผ่านสายตาของพวกเขา.ภายในคำหนึ่งคำที่เห็นนั้นมันลึกซึ้งเป็นอย่างมากทั้งความรักและเจตจำนง.เพียงแค่คำคำเดียวมันก็มากพอที่จะทำให้เกิดอาการขวยเขินขึ้นมาทีเดียว

Ye Xuan disregarded everyone else’s looks as he indistinctly looked at Xiao Ning’er.
เหย่ซวนไม่ได้ใส่ใจกับสายตาของทุกคนที่จับจ้องไปทีเขา,เขานั้นมองตรงไปยังแค่เพียงเสียวหนิงเอ๋อเท่านั้น

Nie Li couldn’t help whispering to Xiao Ning’er in a soft voice, “Ning’er, look how deep this Ye Xuan’s feelings for you is!”
เนี่ยหลี่อดไม่ได้ที่จะกระซิบข้างหูของเสี่ยวหนิงเอ๋อด้วยเสียงที่อ่อนโยน"หนิงเอ๋อ,ดูเหมือนว่าเหย่ซวนจะมีความรู้สึกที่ลึกซึ้งต่อเจ้านะ!"


“Nie Li, you’re making fun of me!” Xiao Ning’er shyly lowered her head.
"เนี่ยหลี่,เจ้าอย่าล้อข้าสิ!"เสี่ยวหนิงเอ๋อแสดงถึงความขวยเขินและก้มหน้าของเธอลง


Nie Li couldn’t help laughing at Xiao Ning’er’s reaction. “Since this Ye Xuan went up there, I’ll also have to show a skill or two. Otherwise, I’d look weak!”
เนี่ยหลี่อดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเสี่ยวหนิงเอ๋อ"ตั้งแต่ เหย่ซวนนั้นได้ขึ้นไปแสดง,ข้าคงต้องแสดงอะไรบ้างสักอย่างสองหย่าง,ไม่เช่นนั้น,ข้าคงดูอ่อนแอเป็นแน่"


Li Xingyun looked at Nie Li in shock. If Nie Li was being so confident, then that meant he believed himself not to be inferior compared to Ye Xuan. Li Xingyun couldn’t help the expectation that was rising in his heart as he wondered what Nie Li was going to show. After all, Nie Li had just stepped into the Heavenly Fate Realm and he was already claiming insight comparable to Ye Xuan’s?
หลี่ชิงหยุนมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความตกใจ.หากเนี่ยหลี่นั้นมีความเชื่อมั่นว่าตัวของเขาเองนั้นก็ไม่ได้ด้อยเมื่อเปรียบเทียบกับ เหย่ซวน.หลี่ชิงหยุนอดไม่ได้ที่จะคาดหวังกับสิ่งเหล่านั้นที่ปรากฏขึ้นข้างในหัวใจเขาเขาสงสัยว่าเนี่ยหลี่จะแสดงความสามารถใดออกมา.หลังจากที่เขาเพิ่งจะก้าวขึ้นสู่ระดับลิขิตสวรรค์เมื่อไม่นานมานี้และเขายังมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะสามารถเทียบเคียงได้กับเหย่ซวน?


Xiao Ning’er was busy chatting and laughing softly with Nie Li. She didn’t even look over. Ye Xuan couldn’t help feeling dejected as he walked off stage and returned to his seat.
เสี่ยวหนิงเอ๋อ ยุ่งอยู่กับการพูดคุยและหัวเราะอย่างอ่อนหวานกับเนี่ยหลี่.เธอไม่ได้มองมายังเหย่ซวนเลยขณะที่เขาเดินกลับมาที่นั่งของเขาทำให้เขานั้นรู้สึกเศร้าสลดใจเป็นอย่างมาก

After Ye Xuan’s calligraphy, everyone quickly calmed down.
หลังจากที่เย่ซวนนั้นแสดงการเขียนอักษรเสร็จสิ้นทุกๆคนก็เริ่มที่จะเงียบลง


Someone from the crowd shouted, “Among the disciples in the side chamber, the leaders are Senior Brother Yan Yang, Senior Sister Mingyue, and Senior Brother Long Tianming. Please go up and enlighten us!”
มีเสียงของใครบางคนตระโกนขึ้นมาจากฝูงชน "ในบรรดาศิษย์ในห้องนี้,มีผุ้นำอย่างศิษพี่หยาน หยาง,ศิษย์พี่ หมิงหยู๋ วู่ชาง,และศิษย์พี่หลงเทียนหมิง,โปรดกรุณาขึ้นมาชี้แนะพวกเราด้วยเถิด"


The rest of the crowd parroted after that person.
ฝูงชนต่างรอการตอบรับเมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว


Yan Yang, Mingyue Wushuang and Long Tianming’s understandings on the Martial Dao had reached an absolutely astonishing degree. If they were willing to showcase a bit, then the rest of the crowd would definitely benefit.
หยาน หยาง,หมิงหยู๋ วู่ชาง,และหลงเทียนหมิงเป็นคนบุคลที่รอบรู้ในเจตจำนงแห่งการต่อสู้และอยู่ในระดับที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง.ถ้าหากพวกเขาแสดงออกมาแม้เพียงน้อย,นั่นก็เพียงพอที่จะให้ฝูงชนได้รับผลประโยชน์อย่างแน่นอน


Long Tianming glanced at Yan Yang and Mingyue Wushuang, and laughed. “Among us three, I am the weakest. Since that’s so, I’ll be the first to make a fool of myself. After me, I’d like to ask Senior Sister Mingyue and Senior Brother Yan Yang to go onstage and display your talents as well!”
หลงเทียนหมิงเหลือบมองไปยังหยาน หยางและ หมิงหยู๋ วู่ชาง,พร้อมกับหัวเราะ"ระหว่างพวกเรา 3 คน,ข้านั้นอ่อนด้อยที่สุด.ถ้าเป็นอย่างนั้น,ข้าขอเป็นคนแรกที่จะแสดงความอ่อนด้อยของคาเป็นคนแรก.หลังจากข้าแล้ว,ข้าหวังว่าศิษย์พี่ หมิงหยู๋ วู่ชางและศิษย์พี่ หยาน หยางจะแสดงอะไรให้เห็นถึงความสามารถของพวกท่านเช่นกัน"

Everyone couldn’t help inwardly praising Long Tianming for his words. The three of them were well-known figures among the three major sects; competition between them was unavoidable as the relationship between them definitely isn’t that harmonious. However, Long Tianming had taken the initiative to admit that he was the weakest among them; that wasn’t something everyone could accomplish.
ทุกๆคนอดไม่ได้ที่จะชื่นชมหลงเทียนหมิงในคำพูดของเขา.ด้วยทั้งสามนั้นทุกคนต่างก็รู้ดีว่าตัวตนของพวกเขานั้นเป็นที่รู้จักกันดีในทั้งสามนิกายที่มีการแข่งขันกันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขาที่ไม่ได้ลงรอยกันสักเท่าไหร่.อย่างไรก็ตาม,หลงเทียนหมิงกับชิงความได้เปรียบไปก่อนว่าเขานั้นอ่อนแอที่สุดในกลุ่มพวกเขา.นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเข้าใจกันไปนั่นเอง


From a distance, Nie Li looked at Long Tianming with a cold smile. Long Tianming was indeed full of schemes. Since the three of them were required to give a show or two, it was unavoidable that they’d be compared with each other. Rather than a display, it’d be more fitting to call it a competition.
จากระยะไกล,เนี่ยหลี่มองไปที่หลงเทียนหมิงด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา.หลงเทียนหมินั้นเต็มไปด้วยแผนการที่แยบยล,ตั้งแต่พวกเขาทั้งสามคนถูกเรียกร้องให้ออกไปแสดง.มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พวกเขาจะถูกเอามาเปรียบเทียบกัน,มากกว่าการแสดงความสามารถซะอีก.หรือให้เรียกว่าเป็นการแข่งขันน่าจะเหมาะสมมากกว่านั่นเอง


He had gone and admitted that he was the weakest, so that even if he didn’t do as well as the others, the crowd wouldn’t see it as shameful. But if he could perform better than the two of them, then it’d be extremely applaudable. As of now, Long Tianming stood in an invincible position.
เขานั้นได้ยอมรับแล้วว่าตัวเองนั้นด้อยกว่าคนอื่นถ้าเขาแสดงออกมาได้ไม่ดีคนอื่นก็จะคิดว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร แต่ถ้าเขาสามารถที่จะทำได้ดีกว่าคนอื่นแล้วล่ะก็มันจะทำให้เขาได้รับการชมเชยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว.ในขณะนี้นั้น,หลงเทียนหมิงนั้นได้อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่าคนอื่นอยู่


Yan Yang’s mouth twitched in disdain as he stared at Long Tianming’s back. How could he not see through Long Tianming’s intentions? In reality, he just couldn’t be bothered with such petty tactics.
หยาน หยางรู้สึกปากกระตุกทีถูกหมิ่นประมาทอยู่ขณะที่เขาจ้องไปที่เหลงเทียนหมิงกลับคืน.ทำใมเขาจะไม่รู้ความตั้งใจของหลงเทียนหมิงล่ะว่ากำลังจะทำอะไร?ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเขาก็ไม่ได้ใส่ใจมันมากนักมันช่างเป็นกลยุทธ์ที่เล็กน้อยมาก


As for Mingyue Wushuang at one side, she appeared calm and tranquil as ever. Winning or losing held no significance to her.
ขณะที่ หมิงหยู๋ วู่ชาง ที่อยู่อีกข้างหนึ่ง,เธอยังคงสงบและนิ่งเหมือนอย่างที่เป็นมา ซึ่งไม่ว่าจะชนะหรือแพ้นั้นหาได้ให้เธอใส่ใจกับมันไม่

Under the watchful eyes of the crowd, Long Tianming walked to the front.

ภายใต้สายตาของฝูงชน,หลงเทียนหมิงกำลังเดินไปยังข้างหน้า

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


23 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณครับ ขออีก5 ตอน

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณครับ สมกับที่รอคอย ครับ

    ตอบลบ
  3. แปลได้ดีทีเดียวครับ แต่บางท่อนแปลเคลื่อนไป กลายเป็นตรงข้ามทีเดียว ถ้ามีเวลาก็ปรับแก้ด้วยจะดีมากครับ เช่น ผีมือพิณของฉินหยู (ชื่อนี้ ไม่ต้องมีไม้จัตวา) ตรงข้ามกับคำว่า "ไม่ได้ความ"

    At Qin Yue’s words, many couldn’t help turning slightly red. Qin Yue’s zither had already reached such a level, going up now would just make a fool of themselves.

    ประโยคท้ายสุด แปลไว้ว่า แต่มันกลับเพลงที่มันเหมือนกับไม่ได้ความสำหรับพวกเขา.

    ควรแปลว่า การขึ้นไปบนเวทีตอนนี้ จะเป็นการแสดงความโง่ของพวกเขาเอง (เมื่อฝีมืออันสูงส่งของฉินหยูนั่นเอง)

    หลายชื่อออกเสียงผิดเพี้ยน ไม่เป็นภาษาจีน เช่น กู่บวร์ก ออกไปทางเยอรมันมั้งครับ ที่จริงคือ กู่เปย เป็นชื่อเดียวกับ หลิวเปย หรือ เล่าปี่ ในสามก๊กนั่นเอง

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ส่วนชื่อตัวละคร google translate มันแปลมาครับ บางทีก็คิดคำจีนไม่ออกก็เลยปล่อยตามเลย

      ลบ
  4. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  5. รำคาญตัวอิงค์จังค่ะ เผลอไปอ่านทุกที 555

    ตอบลบ