วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 298 – Master and Disciple

Tale of the demon and god novel Chapter 298 – Master and Disciple

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 298 - อาจารย์และศิษย์


บทที่ 298 - อาจารย์และศิษย์


บทที่ 298  อาจารย์และศิษย์


เนี่ยหลี่กลับไปที่ ลานหน้าบ้านของเขาและเริ่มที่จะกลั่นจิตวิญญาณอสูรอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้าอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากการดูดซับพลังงานที่เหลือจากกลั่นจิตวิญญาณอสูรอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้าอัตราความสำเร็จของหม้อจิตอสูรแห่งฝันร้ายดูเหมือนจะมีอัตราความสำเร็จเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากหกหมื่นจิตวิญญาณอสูร  Nie ได้จิตวิญญาณอสูรอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้าเกือบร้อยกว่าตัว

เนี่ยหลี่ได้เดินทางไปหากู่เป่ยที่ลานหลังบ้านของเขาตามลำพังและมอบจิตวิญญาณอสูรอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้าให้แก่เขา.เพื่อที่จะให้กู่เป่ยได้นำมันไปขายให้กับลูกพี่ลูกน้องของเขา ก่อนออกมาเขาก็ได้รับจิตวิญญาณอสูรสายเลือดมังกรมาด้วย

เนี่ยหลี่เดินทางออกมาจากสวนของกู่เป่ย,เขาระวังออกมาจากเส้นทางหลักเพื่อที่จะหลบสายตาจากคนอื่นๆ และเข้าไปในหุบเขาอย่างเงียบๆ

เขาเดินตามเส้นทางที่คดเคี้ยวที่ทอดยาวลงไปที่ค่อยแคบลงไปเรื่อยๆ เขาเดินผ่านเข้าไปในป่าทึบและเข้าไปถึงยังหุบเขาที่เงียบสงบ

ดอกพีชที่สวยงามทำให้บริเวณดังกล่างดูสวยงามเหมือนดังยูโทเปีย

มันเป็นเหมือนกับเหตุการณ์จริงที่ปรากฏในความทรงจำของเขาเลยทีเดียว

_______

"อาจารย์เคยบอกข้าการจะเข้าถึงสภาวะจิต ต้องจิตใจต้องสงบเหมือนดังสายน้ำที่ไม่ไหวติง,แต่ข้าต้องทำอย่างไรถึงจะสำเร็จล่ะ? ข้าเกิดมาในเมืองกลอรี่มีเพื่อนมีครอบครัว พวกเขาทุกคนล้วนแล้วแต่โดนสังหาร ข้าควรจะบอกกับศัตรูของข้าพร้อมกับบอกพวกเขาว่าจิตใจสงบนิ่งดั่งสายน้ำไหลอย่างนั้นรึ?ข้าเพียงแค่เชื่อในคำว่า 'ตาต่อตา ฟันต่อฟัน'แม้จะมีโอกาสเพียงน้อยข้าก็จักข้าพวกมันให้หมดไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว




อาจารย์ของเขามองมาที่เขาและยิ้ม"เจ้าศิษย์หัวแข็งนั้นไม่สามารถทำให้เจ้ารู้แจ้งได้"

"มันไม่ใช่ว่าข้าไม่สามารถรู้แจ้งได้,ทุกๆคนในนิกายขนนกแห่งทวยเทพมองมาที่ท่านด้วยความรังเกียจ ถ้าข้าแข็งแกร่งเพียงพอ,ข้าจะทำให้พวกมันคุกเข่าลงเพือแก้แค้นให้ท่าน,ข้าทำอะไรผิดอย่างนั้นรึ?"


อาจารย์ของเขามองไปยังท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ "ในโลกนี้ การต่อสู้ที่ข่มขื่นนั้นเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และแล้วมันก็จะกลายเป็นอดึต แต่น้ำนั้นสามารถไหลได้ไม่มีที่สิ้นสุด และหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทุกชนิด"

______________

แม้แต่ตอนนี้เนี่ยหลี่เองก็ยังไม่เข้าใจคำพูดของอาจารย์,แม้แต่ชีวิตนี้ก็ตามเขานั้นยังคงยึดกฏเดิมของเขา,ว่าความแค้นต้องชำระ,ตาต่อตา แม้ว่าเรื่องที่อันตรายที่เมืองกลอลี่จะถูกจัดการไปแล้ว,แต่เขาก็ยังมีความแค้นที่ยังไม่ได้ชำระอยู่,เจ้าอสูรและปราชญ์จักรพรรดิพวกเขายังไม่ตาย

ตราบใดที่ศักตูของเขายังไม่ได้ถูกจัดการ เนี่ยหลี่นั้นก็ไม่สามารถที่จะหาความสงลสุขได้ ไม่แม้แต่จะหาความสงบอยู่ทุกขณะ และทุกค่ำคืนในการนอนของเขา

เพื่อความถูกต้องเขาควรจัดการกับเจ้าอสูรกับปราชญ์จักรพรรดิด้วยใจที่เมตตา?ช่างเป็นเรื่องไร้สาระนัก


อย่างไรก็ตาม,อาจารย์ของเขานั้นเป็นคนดีอย่างแท้จริง

เนี่ยหลี่ยังคงเดินขณะที่เขานั้นจำทุกอย่างจากชีวิตก่อนหน้านี้ มันช่วนไม่ได้ที่จะทำให้น้ำตาของเขานั้นเอ่อล้นออกมา นองไปทั่วใบหน้า อาจารย์ของเขานั้นเป็นคนอ่อนโยนยิ่งนัก เป็นคนที่เนี่ยหลี่เคารพมากที่สุด มันเป็นกับคำกล่าวที่ว่า"แพ้เป็นพระ"อาจารย์ของเขาจึงอยู่ได้ไม่นานนัก,หลังจากที่อาจารย์ของเขาเสียชีวิตลง เนี่ยหลี่นั้นมีเพียงความต้องการที่จะสังหารทุกๆคนในนิกายขนนกแห่งทวยเทพ


แต่เขาก็ได้ได้กระทำเนื่องจากความต้องการของอาจารย์ของเขา เขาจึงทำได้เพียงแค่สร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่ และจัดการผู้เชียวชาญทุกคนในนิกายขนนกแห่งทวยเทพให้คุกเข่าลงกับพื้นเลยทีเดียว

แต่ถึงอย่างนั้นอาจารย์ของเขาก็ไม่ได้คืนชีพกลับมาได้
แต่ตอนนี้เขาได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทุกอย่างๆที่อยู่ด้านหน้าเขาล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ ที่คุ้นเคย

เขารีบก้าวเท้าของเขาไปยัง กระท่อมฟาง แล้วก็เคาะประตู

มีเสียงที่คุ้นเคยและไพเราะดังออกมา "เข้ามาซิ"

เนี่ยหลี่ก้าวขาเข้าไป เขาเห็นอาจารย์ของเขานั่งอยู่ที่พื้นการแสดงออกของเธอนั้นช่างสงบเยือกเย็นปราศจากการเคลื่อนไหวใดๆ เธอทำให้เธอนั้นกลมกลืนไปกับสิ่งรอบข้างเหมือนไม่มีตัวตน มันราวกับว่าเธอนั้นไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ เนี่ยหลี่มองไปที่อาจารญของเขาทำให้รู้สึกว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา และไม่ใช่เรื่องจริง ราวกับว่าเธอนั้นกำลังจะหายไปอีกเป็นครั้งที่สอง

อญิ๋ง หยู๋ เร่อ เปิดตาของเธอพร้อมทั้งมีรอยยิ้มจางๆ ผ่านออกมาจากใบหน้าของเธอ เธอกล่าวว่า "เป็นเจ้านั่นเอง นั่งลงก่อนซิ"

เนี่ยหลี่ รู้สึกว่า อญิ๋งหยู่ เร่อคนนี้เป็นคนเดียวกันกับคนที่อยู่ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ในขณะที่เขากำลังนั่งลงต่อหน้าเธอ

พวกเขาทั้งสองต่างมองหน้าซึ่งกันและกัน เนี่ยหลี่พยายามคิดว่าจะเริ่มพูดยังไงดี เขานั้นยังคงนั่งเงียบอยู่ ในขณะที่เขามองไปที่อาจารย์ของเขา เพียงแค่นี้นั้นเขาก็มากล้นด้วยความสุขแล้ว

อญิ๋งอยู๋เร่อ มองด้วยสายตาบริสุทธิ์ ไปที่เนี่ยหลี่ และยิ้มเล็กน้อย "ตอนนี้ ข้าจะบอกเจ้าบางอย่าง ห้ามถามข้าว่าทำใม หรือยังไง มีบางสิ่งที่เจ้าไม่ควรรู้ ถึงแม้ว่าเจ้าจะถาม ข้าก็ไม่สามารถบอกเจ้าได้ ถ้ามันจำเป็นหลังจากนั้น ข้าจะบอกเจ้าเอง แม้ว่าเจ้าจะไม่ถามก็ตาม"

เนี่ยหลี่ยิ้มรับในคำกล่าวของ อญิ๋ง หยู่ เร่อ "แล้วอะไรที่พี่สาวอญิ๋งต้องการจะบอกข้า?" เนี่ยหลี่ จดจำอดีตที่ผ่านมาได้อีกครั้ง ตอนนั้น มีอยู่หลายครั้งที่เขาเรียกอาจารย์ของเขาว่า "พี่สาว" เขาก็พบกับจุดจบด้วยหัวที่บวมโนก้อนโตบนหัวของเขาในการพูดแต่ละครั้ง

อญิ๋ง หยู๋ เร่อ ตีไปที่หัวของเขาและกล่าวว่า "เจ้าศิษย์อกตัญญู! ทำใมเจ้ากล้าเรียกข้าว่า 'พี่สาวอญิ๋ง' เจ้าไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการเคารพต่ออาจารย์ของเจ้าเลย" แต่ก็อดไม่ได้ที่จะปรากฏรอยยิ้มบนหน้าของเธอ

เนี่ยหลี่ตะลึงไปครู่หนึ่ง และมองไปที่อญิ๋งหยู๋เร่อ อย่างตกใจ คำว่า 'ศิษย์อกตัญญู' ถูกส่งกลับมาจากความทรงจำของเขาในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา เนี่ยหลี่รู้สึกตื้นตันใจ จึงได้ร้องไห้ออกมา จากความคุ้นเคย และใกล้ชิด

ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาเคยประสบการณ์ที่โศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ท้ายที่สุดเขาก็ถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง หัวใจที่รับแต่ความทุกข์ ในขณะนี้มันได้รับการเยียวยามาบ้างเล็กน้อย ภายใต้อการมองของอาจารย์ของเขา อญิ๋งหยู๋ เร่อ ยิ้ม "เจ้าพบว่ามันแปลกที่ข้ารู้เรื่องราวเหล่านี้ มันเป็นผลมาจากเทคนิค ทำนายชะตาสวรรค์ ที่ช่วยให้ข้าเห็นเรื่องราวทั้งหมด ในภาพนิมิต และทำนายโชคชะตาได้ แต่ในการทำนายนั้นข้าจำต้องเสียอายุไขไป 50 ปี"

หัวใจของเนี่ยหลี่นั้นเกิดความเจ็บปวดขึ้นมาทันที เขามองไปที่ อญิ๋ง หยู่เร่อ "ทำใมท่านถึงต้องใช้ 50 ปีไปในการแค่ทำนาย? ท่านเพียงแค่ถามข้า และข้าจะบอกท่านทุกอย่าง! "

อญิ๋ง หยู๋เร่อ เผยให้เห็นรอยยิ้มที่งดงาม"มันคงไม่มีความกระจ่างนอกจากข้าจะทำนายมันด้วยตัวข้าเอง เจ้าที่อยู่ในที่แห่งนี้ ได้ผ่านการทำนายของข้าแล้ว ข้ามองเห็นสิ่งเหล่านั้นผ่านมุมมองของบุคคลที่สาม"

เสียงของเธอเบาและสงบ ขณะที่เธอพูดต่อ "ไม่จำเป็นที่ต้องพูดอะไรอีกตามการทำนายของข้า เจ้ากำลังจะชิงตำแหน่งผู้นำแห่งนิกายแห่งทวยเทพ"

อาจารย์ของเขานั้นเปรียบได้กับเทพเจ้าที่เป็นอมตะ ที่ได้เห็นความทะเยอทะยานภายในจิตใจของเขา เพราะตั้งแต่ที่เขาเข้ามายังนิกายขนนกแห่งทวยเทพเขาก็ได้หมายมั่นในตำแหน่งผู้นำแห่งนิกายแห่งทวยเทพ มันเป็นวิธีเดียวที่จะรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครเลยที่สามารถทำร้ายอาจารย์ของเขาได้อีก นอกจากได้รับทรัพยากรสำหรับการบ่มเพาะพลังของเขาแล้ว เนี่ยหลี่มีเหตุผลอื่นอีกสำหรับการแสดงความสามารถที่น่าตกใจของเขา เขารอเวลาอีกไม่ได้แล้ว เขาจำเป็นต้องเริ่มวางแผนในตอนนี้

สำหรับคนอื่นๆนั้นคงคิดว่า การเป็นผู้นำแห่งนิกายขนนกแห่งทวยเทพนั้นเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต แต่สำหรับเนี่ยหลี่มันเป็นแค่บันใดขั้นแรกในแผนการของเขา

อญิ๋ง หยู๋ เร่อ ยิ้มไปทางเนี่ยหลี่ "ถ้าหากจ้าต้องการที่จะเป็นผู้นำนิกายขนนกแห่งทวยเทพ ข้าสามารถแนะนำเจ้าได้ เจ้าควรมีผู้ช่วย เธอจะเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดให้กับเจ้า" ในความเป็นจริง อญิ๋ง หยู่เร่อ หัวใจของเธอนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว นับตั้งแต่เธอนั้นใช้เทคนิคการทำนาย ทันใดนั้นเธอก็พบว่าตัวเองนั้นมีลูกศิษย์ที่มีสายสัมพันธ์กับเธออย่างลึกซึ้งกับตัวของเธอในชีวิตก่อนหน้านี้ แต่อย่างไร เธอยังคงอยู่ในชีวิตนี้ และไม่ชินเกี่ยวกับความคิดที่ว่าเธอนั้นมีลูกศิษย์ ทำให้เธอนั้นได้พบประสบการณ์ที่ลึกซึ้งมากมายนัก

"ใครกันรึ?"

อญิ๋งหยู่เร่อ จ้องเขม็งไปที่เขา"ศิษย์น้องของข้า หลงยู่หยิ๋น"

เนี่ยหลี่ปฏิเสธทันที "ใครก็ได้ แต่นาง ทุกๆครั้งที่ข้าเห็นนาง ใจจริงแล้วข้าอยากที่จะสังหารนางซะ"
"เหตุผลที่ว่าทำใมนางและตระกูลผนึกมังกร ถึงบังคับให้ข้าตายในชีวิตก่อนหน้านี้ ในสายตาของนางข้านั้นเป็นคนที่สังหารอาจารย์ของนาง" อญิ๋งหยู่เร่อ มองออกไปไกลพร้อมทั้งถอนหายใจ "เหตุผลและสาเหตุ ของโลกนี้มีความลึกซึ้งของมัน ข้าไม่สามารถอธิบายมันให้เจ้าเข้าใจในเวลาอันสั้นได้ เจ้าเกลียดนาง นางเกลียดข้า และความเกลียดชังกลายเป็นปมแน่น เจ้าเท่านั้นที่สามารถช่วยนางสลายความเกลียดชังที่นางมีต่อข้าได้"

ในขณะที่ อญิ๋งหยู๋เร่อพูด เนี่ยหลี่นึกเรื่องราวต่างๆ ออกมาจากอดีตและในที่สุดเขาก็เร่อมเข้าใจว่าทำใม หลงยู่หยิ๋นถึงต้องการให้อาจารย์ของเขาตาย ยังไงก็ตามจะบอกเขาว่าให้เขาปล่อยวางความเกลียดชังของเขาลงในเวลาอันสั้นนั้นคงเป็นไปไม่ได้สำหรับเขา หลังจากที่ เขาเป็นคนเดียวที่ได้เห็นการตายของ อญิ๋งหยู่ เร่อ และเขาที่เห็นว่า หลงยู่หยิ๋นนั้นเป็นคนเอาแต่ใจยังไงความคิดของเนี่ยหลี่ในตอนนั้นหัวใจของเขานั้นเต็มไปด้วยความแค้น ทุกครั้งที่เขาคิดถึงเธอ ตอนนี้ที่เขารู้ เขาต้องการปล่อยวางมัน แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่สามารถทำใด้

"ถ้าหากเจ้าต้องการให้นางปล่อยวางความเกลียดชังจากข้า เจ้าจะต้องปล่อยวางความเกลียดชังของเจ้าที่มีต่อนางเป็นอันดับแรก" อญิ๋ง หยู่เร่อ กล่างขณะที่มองไปยังเนี่ยหลี่ "นั่นก็คือ 'ความสงบดั่งสายน้ำ' ที่ข้าพูดถึง แต่หลังจากประสบการณ์ใน 2 ชีวิตของเจ้า เจ้าคงไม่เต็มใจที่จะปล่อยวางมันรึ?"

เนี่ยหลี่ต้องการกล่าวอะไรบางอย่างแต่ก็อึกอัก"แต่..."
เสียงของอญิ๋งหยู่เร่อ เป็นเหมือนน้ำในฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้หัวใจของเนี่ยหลี่สงบลง"ข้าไม่ได้คาดหวังให้เจ้าบรรลุถึงขั้น 'บริสุทธิ์ดั่งสายน้ำ' แต่หลงยู่หยิ๋นนั้น ไม่สามารถคุกคามข้าได้ ดังนั้นทำใม ไม่ปล่อยวางความเกลียดของเจ้าล่ะ?"

"ข้า..." เนี่้ยหลี่คิดเกี่ยวกับมันเล็กน้อยและสุดท้ายก็พยักหน้าตอบ
"ก็ได้" ดังนั้นมันกลับกลายเป็นว่าหลงยู่หยิ๋น และอาจารย์ของเขาเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน เนี่ยหลี่คิดขึ้นมาอีกครั้ง อาจารย์ของเขามีความรู้มากมายมหาศาล และสามารถทำนายดวงชะตาได้ ดังนั้นเธอจะต้องมีเหตุผลที่ของให้เขาทำเช่นนั้นทั้งชีวิตก่อนและชีวิตปัจจุบันของเขา เนี่ยหลี่มีความเลื่อมใสในคำพูดของอาจารย์ของเขาอย่างแท้จริง

อญิ๋งหยู่เร่อก็ยิ้มออกมา "เทคนิค ทำนายชะตาสวรรค์ ใช้ส่วนหนึ่งของอายุขัยทุกการทำนาย ถ้าเจ้าอย่างให้ข้ามีชีวิตที่ยืนยาว อย่าได้ถามมาก"
"ได้ครับ" จิตใจของเนี่ยหลี่นั้นว่างเปล่า ขณะที่จ้องมองรอยยิ้มของเธอ ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา อญิ๋งหยู่เร่อ ไม่ค่อยยิ้มบ่อยนัก แต่เขาจำได้ว่าหญิ่งหยู่เร่อในปัจจุบัน เป็นเพียงแค่หญิงสาวอายุ 16-17 ปีเท่านั้น เธอได้ทำการท้าท้ายสวรรค์ แต่นั่นเธอยังคงเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

อญิ๋งหยู่เร่อ มองไปที่เนี่ยหลี่และกล่าวว่า "เมื่อเจ้าออกจากที่นี้ไป เจ้าไม่ควรกลับมาอีกซักพัก การมาที่นี้ของเจ้ามันดึงดูความสนใจมากเกินไป" ตั้งแต่เธอเริ่มทำการทำนาย เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรกับเนี่ยหลี่ เธอยังเป็นเพียงหญิงสาวอายุ 16  ปี มันให้ความรุ้สึกที่แปลกๆ ที่จู่ๆก็มีลูกศิษย์เช่นเนี่ยหลี่

เนี่ยหลี่นั้นอดสงสัยไม่ได้ว่าอาจารย์ของเขาน่าจะรู้มากกว่าที่เธอได้บอกเขา อย่างไรก็ตาม เธอได้พูดออกมาเยอะแล้ว เขาไม่ต้องการถามอะไรเพิ่มอีก

เขารู้สึกสบายใจ ที่ตอนนี้เขาเห็นอาจารย์ของเขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ในหัวใจของเขา เขาเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดถ้าหากเขามาหาเธอน้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ เขากำลังติดอยู่ในวังวน มันจะดีที่สุดที่จะไม่ทำลายชีวิตที่สงบสุขของอาจารย์เขา

ดวงตาของเนี่ยหลี่เกิดแววตาที่หนักแน่น"เพราะเหตุนี้ ได้โปรดรอจนกว่าข้าจะกลายเป็นผู้นำแห่งนิกายขนนกแห่งทวนเทพ"เพียงแค่กลายเป็นผู้นำแห่งนิกายขนนกแห่งทวยเทพเขาก็สามารถที่จะปกป้องอาจารย์ของเขาได้

เนี่ยหลี่บิดตัวของเขาเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกมา

อญิ๋งหยู่เร่อมองเนี่ยหลี่เดินจากไป ในขณะที่เธอถอนหายใจเบาๆ เธออาจจะไม่สามารถรอจนกว่าเนี่ยหลี่กลายเป็นผู้นำแห่งนิกายได้ ตอนนี้เธอได้แค่มองเขาหายออกไปจากประตูทางเข้า

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

10 ความคิดเห็น:

  1. "วันใดที่เจ้าได้ทำงาน ขอให้เจ้าจงได้สิ่งที่เจ้าทำย้อนกลับไปยังตัวเจ้าเอง ขอให้เจ้าโดนก๊อปผลงาน ดังที่เจ้าก๊อปผลงานคนอื่นมาเป็นของตัวเจ้าเอง สิ่งใดที่เจ้าทำขอให้เจ้าได้รับกรรมนั้น เจ้ามีความสามารถ ไม่ว่าจะเรื่องทำ Blog , การแปล, หรือการเรียบเรียง เจ้านั้นล้วนสามารถ แต่เจ้าเลือกใช้วิธีที่ผิด จำไว้ว่าสักวัน หากเจ้าต้องการน้ำใจจากผู้คนรอบข้าง ขอให้เจ้านึกถึงความเห็นแก่ตัวในวันนี้"

    ตอบลบ
  2. "วันใดที่เจ้าได้ทำงาน ขอให้เจ้าจงได้สิ่งที่เจ้าทำย้อนกลับไปยังตัวเจ้าเอง ขอให้เจ้าโดนก๊อปผลงาน ดังที่เจ้าก๊อปผลงานคนอื่นมาเป็นของตัวเจ้าเอง สิ่งใดที่เจ้าทำขอให้เจ้าได้รับกรรมนั้น เจ้ามีความสามารถ ไม่ว่าจะเรื่องทำ Blog , การแปล, หรือการเรียบเรียง เจ้านั้นล้วนสามารถ แต่เจ้าเลือกใช้วิธีที่ผิด จำไว้ว่าสักวัน หากเจ้าต้องการน้ำใจจากผู้คนรอบข้าง ขอให้เจ้านึกถึงความเห็นแก่ตัวในวันนี้"

    ตอบลบ
  3. "วันใดที่เจ้าได้ทำงาน ขอให้เจ้าจงได้สิ่งที่เจ้าทำย้อนกลับไปยังตัวเจ้าเอง ขอให้เจ้าโดนก๊อปผลงาน ดังที่เจ้าก๊อปผลงานคนอื่นมาเป็นของตัวเจ้าเอง สิ่งใดที่เจ้าทำขอให้เจ้าได้รับกรรมนั้น เจ้ามีความสามารถ ไม่ว่าจะเรื่องทำ Blog , การแปล, หรือการเรียบเรียง เจ้านั้นล้วนสามารถ แต่เจ้าเลือกใช้วิธีที่ผิด จำไว้ว่าสักวัน หากเจ้าต้องการน้ำใจจากผู้คนรอบข้าง ขอให้เจ้านึกถึงความเห็นแก่ตัวในวันนี้"

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ปัญญาอ่อน. แค่แกมาอ่านก็ผิดแล้วถ้าเอาจิงๆโลกในตอนนี้สีขาวกับสีดำมันมองไม่ชัดเจนแล้วอย่างี้เง่าคิดว่าตัวเองเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมรึไง น่าเบื่อว่ะ

      ลบ
    2. ปัญญาอ่อน. แค่แกมาอ่านก็ผิดแล้วถ้าเอาจิงๆโลกในตอนนี้สีขาวกับสีดำมันมองไม่ชัดเจนแล้วอย่างี้เง่าคิดว่าตัวเองเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมรึไง น่าเบื่อว่ะ

      ลบ
    3. "ตราบใดที่ไม่มีหลักฐานมาอ้างอิง คำกล่าวของเจ้าก็ยังเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง ไม่มีทางเป็นความจริงไปได้ คนที่กล่าวหาผู้อื่นอย่างไร้เหตุผลก็ยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยที่ไร้สาระเท่านั้น"

      ลบ
    4. "วันใดที่เจ้า ยังมิเข้าใจคำว่าน้ำใจที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร ยังได้ติเตือนผู้อื่นว่า เขาเหล่านั้นเห็นแก่ตัว เพียงเพื่อที่จะให้ตัวเองกลายเป็นเจ้าของผลงานเพียงผู้เดียว แต่นั้นมิใช่เรื่อสำคัญ การแบ่งบันที่แท้จริง นั้นละสิ่งที่เรียกว่านำใจ"

      ลบ
  4. เอ่อ เป็นบ้าอะไรกันเนี่ย เอาเถอะขอบคุณมากที่แปลให้อ่านครับผม
    (อย่าบ่นมาก หากทำได้ไม่เหนือกว่า อย่ามางี่เง่านะโว้ย)

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณครับ ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมงานครับ

    ตอบลบ
  6. ขอบคุณครับเป็นกำลังใจให้ครับ

    ตอบลบ