วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 294 – Settling for Second

Tale of the demon and god novel Chapter 294 – Settling for Second

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 294 - เริ่มใหม่ครั้งที่สอง


บทที่ 294 - เริ่มใหม่ครั้งที่ 2

การบ่มเพาะพลังของเนี้ยหลี่นั้น ได้รับการยอมรับแล้วว่ารวดเร็ว

ในชีวิตก่อนหน้าของเขา เขาได้บ่มเพาะพลังกว่าหลายร้อยปีก่อนที่เขาจะสามารถเข้าถึงระดับลิขิตสวรรค์ได้ อย่างไรก็ตามในขณะนี้นั้น เขาใช้เวลาเพียงหนึ่งถึงสองปี เขาก็เกือบจะเข้าถึงระดับลิขิตสวรรค์แล้ว

ยิ่งเขามีการบ่มเพาะพลังที่รวดเร็วเท่าไร ยิ่งทำให้เขาสามารถปีนขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้นได้มากเท่านั้น

แต่ตอนนี้เขายังคงอ่อนแอเกินไป เขายังไม่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของเขาเองได้

เนี้ยหลี่ถูกกดดันจากสภาวะเร่งด่วนจากรอบข้าง การทำงานอย่างหนักและความสามารถของเขา ดูไร้ประโยชน์เมื่อเขามาถึงดินแดนซากมังกร เขายังคงต้องการความร่วมมือ เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรในปริมาณมาก โดยเฉพาะหินจิตวิญญาณ

อัจฉริยะจากอาณาจักรขนาดเล็ก จะถูกคัดเลือกจากตระกูลที่ทรงอำนาจแตกต่างกันและกลายเป็นลูกสมุนของพวกเขา ผู้ที่มีความสามารถที่จะเติบโตจากการสนับสนุนจากตระกูลเหล่านั้นมีน้อยมาก เนี้ยหลี่ไม่ต้องการเข้าร่วมกับตระกลูใด เพราะนั่นจะทำให้เส้นทางของเขายากลำบากขึ้นในภายหลัง

ทุกคนรอบๆตัวเขา รวมทั้งมู่หลงยู่ จะหยุดยั้งและขัดขวางไม่ให้เขาได้มาซึ่งทรัพยากรในการบ่มเพาะพลัง

เป็นคนของฮวาหลิง ที่ทำให้มู่หลงยู่มีข้ออ้าง แต่ที่สำคัญในตอนนี้เนี้ยหลี่ยังคงอ่อนแอและขาดคนหนุนหลัง จึงทำให้มู่หลงยู่กล้าที่จะระรานเขา

มู่หลงยู่ตรวจหาไปทั่วบริเวณ แต่เขายังคงไม่สามารถค้นหาเนี้ยหลี่พบ ไม่ใช่ว่าเนี้ยหลี่ใช้เทคนิคพิเศษทำให้เขาเคลื่อนย้ายไปที่อื่นแล้วหรือ?



ในขณะนั้นลูกน้องฮวาหลิง คนที่ใส่ร้ายเนี้ยหลี่ก็ได้ออกคนหาร่องรอยของเนี้ยหลี่เช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถค้นหาเนี้ยหลี่พบ

ลูกน้องของฮวาหลิงมองไปยังมู่หลงยู่ด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเด็กเนี้ยหลี่นั่นต้องวิ่งหนีไปแน่ ศิษย์พี่มู่หลง !! มันยังคงไปได้ไม่ไกลนัก เราสามารถไล่ล่ามันกลับมาได้”

มู่หลงยู่มองไปทางลูกน้องฮวาหลิงพร้อมทั้งรอยยิ้มจางๆ มู่หลงยู่เดินไปทางเขาและชกเข้าที่ท้องพร้อมทั้งกล่าวว่า “ข้าไม่ชอบเจ้าเด็กเนี้ยหลี่นั่นจริง ๆ นั่นแหละ แต่เจ้าเองก็เช่นกัน ข้าเกลียดการถูกหลอกใช้จากผู้อื่นที่สุด”

หลังจากถูกมู่หลงยู่ชก ลูกน้องของฮวาหลิงก็ตัวงอคล้ายกุ้ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

“เจ้า……” เขาพยายามจ้องมองมู่หลงยู่ ถึงแม้ความแข็งแกร่งของเขาจะเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์ขั้นที่ 2 แต่นั่นก็ยังคงห่างไกลจากความแข็งแกร่งของมู่หลงยู่

“เจ้ากล้าจ้องหน้าข้า ?” มู่หลงยู่ยกขาขึ้นและบดลงบนศีรษะของชายคนนั้นด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา “เจ้าต้องแสดงความเคารพ เมื่อเจ้าพบกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเจ้า เข้าใจไหม”

“ศิษย์พี่มู่หลง…..ข้าขออภัยด้วย” ลูกน้องคนนั้นพยายามพูดด้วยปากของเขา เขารู้สึกเหมือนศีรษะของเขากำลังจะระเบิดออกมา

“ดี…งั้นไปได้” มู่หลงยู่สูดหายใจเข้า เขาคว้าเอาถุงเก็บเกล็ดจิตวิญญาณของลูกน้องฮวาหลิงมา พร้อมทั้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามว่า “เจ้าล่าพวกผีดิบได้แค่สองพันกว่าตัว !! เจ้าสวะ” เมื่อเขาพูดจบ มู่หลงยู่ก็เก็บถุงเกล็ดจิตวิญญาณนั้นไป

ชายคนนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ในขณะนั้นศีรษะของเขายังอยู่ใต้เท้าของมู่หลงยู่ เขาพยายามกลั้นเสียงหัวเราะของเขาด้วยความยากลำบาก “ศิษย์พี่ ข้ามีเกล็ดจิตวิญญาณเพียงเท่านั้น ท่านยังจะเอาไปอีกหรือ?”

มู่หลงยู่หัวเราะออกมาพร้อมทั้งเตะไปที่ชายคนนั้นและกล่าวว่า “ถูกต้อง เจ้าจงแสดงเป็นสุนัข และเห่าสามครั้งให้ข้าดู แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป”

ชายคนนั้นลังเลเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงแรงกดที่มากขึ้นและมากขึ้นจากเท้าของมู่หลงยู่ ในท้ายที่สุดเขาเปิดปากของเขาและเห่าออกมาสามครั้ง “โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง”

มู่หลงยู่หัวเราะออกมา “ ไม่เลว ! ไม่เลว ! เกือบเหมือนของจริง”

เนี้ยหลี่ซึ่งอยู่ในสภาวะล่องหน เขาเห็นได้ชัดเจนกับฉากนี้ มู่หลงยู่น่ารังเกียจมากกว่าหลงยู่หยิ๋นจากชาติที่แล้ว โชคดีที่เขาไม่ได้ใช้รูปแบบล่องหนเพื่อหลบการโจมตีนั่น ไม่เช่นนั้นจุดจบของเขาอาจจะเลวร้ายกว่าชายคนนั้น

หากไม่แข็งแกร่ง ย่อมได้รับความอัปยศจากผู้อื่น

เนี้ยหลี่กำหมัดของเขาแน่น และค่อยๆเคลื่อนย้ายไปยังจุดอื่นของซากปรักหักพังนี่ ภายใต้โครงสร้างนี้ เนี้ยหลี่คลายสภาวะล่องหนลง และเรียกใช้ความสามารถในการต่อสู้แทน

ในขณะนั้น มู่หลงยู่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเนี้ยหลี่ เขาขมวดคิ้วของเขาชั่วครู่ ก่อนจะสูดหายใจเข้าอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ใคร ๆ คงคิดว่าเจ้าหลบหนีได้อย่างรวดเร็ว แต่หากเจ้าคิดจะหลบหนีจากเงื้อมมือของข้า มันไม่ง่ายนักหรอก”

ในขณะที่เขากำลังจะไล่ล่าเนี้ยหลี่ ก็ได้มีความคิดหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในหัวของเขา ที่มุมปากของเขาเผยให้เห็นรอยยิ้มที่ชั่วร้าย “ในเมื่อเจ้าเก่งในการล่าผีดิบ ในตอนนี้ข้าจะให้เจ้าได้ไปล่าพวกมันก่อน แล้วข้าค่อยไปจัดการกับเจ้าในภายหลัง”

ถ้ามู่หลงยู่จับเนี้ยหลี่ได้ในขณะนี้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือการทรมานเนี้ยหลี่ หากเขาทำรุนแรงเกินไปอาจมีใครบางคนออกมาปกป้องเนี้ยหลี่ ถ้าเขาอดทนรอมากกว่านี้สักนิด แล้วค่อยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเนี้ยหลี่ในภายหลังมันย่อมจะดีกว่า

เนี้ยหลี่บินไปได้ไม่กี่ร้อยไมล์ เมื่อมู่หลงยู่ไม่ได้ติดตามมาเพื่อจับตัวเขา เขาขมวดคิ้วขึ้น ด้วยความแข็งแกร่งของมู่หลงยู่นั้น หากเขาต้องการที่จะจับเนี้ยหลี่จริง มันย่อมเป็นเรื่องยากสำหรับเนี้ยหลี่ที่จะหลบหนี อย่างไรก็ตาม เนี้ยหลี่ก็คิดออกทันทีหลังจากครุ่นคิดเพียงชั่วครู่

“พยายามจะใช้ประโยชน์จากข้าอย่างนั้นรึ !!! ไม่มีทาง”

เขาเลือกที่จะยอมตายมากกว่าที่จะรับความอัปยศ ! หากมู่หลงยู่วางแผนเกี่ยวกับเขาไว้แล้ว ! เขาจะออกจากสนามทดสอบนี่ ! ถ้าเขายังคงล่าเหล่าผีดิบอยู่มีโอกาสสูงมากที่การลงแรงของเขาจะจบลงโดยการถูกมู่หลงยู่แย่งชิงผลงาน

เนี้ยหลี่ไม่เคยคาดคิดเลยว่า เขาจะประสบกับความล้มเหลวอย่างมาก หลังจากที่เขาได้เข้ามาสู่สนามทดสอบที่สองนี้แล้ว มันดูเหมือนว่าการเก็บรวบรวมหินจิตวิญญาณด้วยการล่าผีดิบแล้วนำไปแลกสิ่งของมัน เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาอีกต่อไป นอกเหนือจากมู่หลงยู่แล้ว ยังมีคนอื่น ๆ อีกที่จับตาดูเขาอยู่ แม้ว่าเขาจะสามารถจัดการกับบางคนเพื่อรวบรวมเกล็ดจิตวิญญาณได้อย่างง่ายได้ก็ตาม แต่ก็อาจจะถูกฉกชิงได้อีก เมื่อมู่หลงยู่ยุ่งอยู่กับเนี้ยหลี่ และหนานเหมิน เทียนไห่กับหวังยู่ ไม่ได้ปรากฏตัวออกมา สองคนนั้นคงไม่ทำอะไร หากเรื่องราวทั้งหมดยังอยู่ภายใต้กฏระเบียบ

นอกจากนี้ลูกน้องของฮวาหลิงและฮูหยงยังรวมตัวกันในสนามทดสอบที่สองอีก การจะหาความสงบคนเป็นได้เพียงแค่ความฝันสำหรับเนี้ยหลี่

แล้วหลู่เปียวกับเซียวหยูจะเป็นอย่างไรบ้างนะ อย่างไรก็ตามการหาตัวพวกเขาย่อมเป็นเรื่องยาก เนื่องจากขนาดพื้นที่ของสนามทดสอบนั้นกว้างใหญ่มาก อย่างน้อยพวกเขาก็คงไม่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต พวกเขาอาจจะแค่พบกับปัญหาบางอย่าง แต่ก็ทำได้เพียงทำให้พวกเขาเสียเวลาเล็กน้อย เนี้ยหลี่เคลื่อนย้ายตัวของเขาที่ทางออกขอสนามทดสอบที่สอง

เนี้ยหลี่ออกมาจากทางเข้าของสนามทดสอบสู่โลกภายนอก

มีกลุ่มคนมากมายภายนอกสนามทดสอบที่สองนั้น พวกเขาจ้องมองมาที่เนี้ยหลี่ ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเนี้ยหลี่จะกลับออกมาเร็วขนาดนี้

“พวกเจ้าได้ยินมั้ย ที่ว่าเด็กเนี้ยหลี่ที่ล่าผีดิบอยู่ในสนามทดสอบนั่น ถูกซ้อมโดยมู่หลงยู่ และถูกเขาแย่งชิ่งเอาเกล็ดจิตวิญญาณไปอีก”

“อย่างน้อยเขาก็ค่อนข้างฉลาด เขารู้ว่าเขาจะยิ่งขายหน้าหากเขายังอยู่ภายในสนามทดสอบนั่น”

“มันเป็นความผิดของเขา ที่ทำให้คนจำนวนมากโกรธเคือง”

“มู่หลงยู่เป็นอัจฉริยะของรุ่นก่อน ดีมากแล้วที่เนี้ยหลี่ไม่ตาย”

ใครหลายๆคนต่างดีใจ เมื่อรู้ว่าเนี้ยหลี่ได้รับความวุ่นวายภายในสนามทดสอบ เนื่องจากการแสดงความสามารถที่น่าตกตะลึงของเขา นักเรียนทุกคนต่างมองว่าเขาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว โดยการขัดขวางไม่ให้เนี้ยหลี่ได้รับหินจิตวิญญาณ พวกเขาจะสามารถชะลอการบ่มเพาะพลังของเนี้ยหลี่ได้

เขาจะไม่ได้รับรางวัลจากกระดานเทพวิญญาณ เนี้ยหลี่ทิ้งความฝันที่สูญเปล่าเกี่ยวกับสนามทดสอบที่สองในทันที

หากเขาต้องการหินจิตวิญญาณมากกว่านี้ เขาจะต้องมุ่งหน้าสู่โลกภายนอก แต่โลกภายนอกนั้นยิ่งอันตรายมากกว่าสนามทดสอบทั้งสองสนาม

เนี้ยหลี่รู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับคนเหล่านี้ เขารู้ได้ทันทีว่าคนเหล่านี้จะไม่ยอมหยุดที่จะขัดขวางไม่ให้เขาได้รับหินวิญญาณมากขึ้น

หากไม่หินจิตวิญญาณการบ่มเพาะพลังของเขาย่อมเป็นเรื่องยาก นอกจากนี้ระดับการบ่มเพาะพลังของเขายังจำเป็นต้องใช้หินจิตวิญาณในปริมาณมาก เนี้ยหลี่คิดถึงวิธีการที่เขาจะได้รับหินจิตวิญญาณมากขึ้นขณะที่เดินออกมา

ในปัจจุบันเขายังคงอ่อนแอเกินไป มีอีกหลายวิธีที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ด้วยเหตุผลต่างๆ แม้ว่าเขาจะสามารถได้รับหินจิตวิญญาณจากการรักษาคนที่เจ็บป่วย แต่นั่นต้องใช้เวลานานมาก อีกปัญหาหนึ่งคือ มันไม่ใช่ทางของเขา

เขาไม่สามารถทำมันได้

เขาคิดกลับไปเกี่ยวกับ มู่หลงยู่และเจ้าปิศาจที่หยิ่งยโส ยังคงเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น เขานึกถึงปราชญ์จักรพรรดิ และเหตุการณ์ที่เขาจะต้องพบเจอในอนาคต

ถ้าเขาไม่แข็งแกร่งขึ้น เขาจะอยู่ที่ปลายเชือกของเขาเมื่ออนาคตมาถึง และถ้าเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นล่ะก็……..

เนี้ยหลี่คิดถึงสิ่งต่างๆอย่างรอบคอบ เขาคิดที่จะใช้หม้ออสูรฝันร้าย เขาไม่ต้องการให้คนอื่นรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน แต่ด้วยสถานการณ์ที่ทุกวิธีที่จะได้รับหินจิตวิญญาณได้ถูกปิดกันจนหมดในขณะนี้ แม้ว่าเขาจะก้าวเข้าสู่ระดับลิขิตสวรรค์และมุ่งหน้าสู่โลกภายนอก ก็ยังมีคนที่จะจัดการกับเขาอยู่อีกมาก

เนี้ยหลี่ไม่มีทางเลือก

หากเขาต้องการใช้หม้ออสูรฝันร้าย เซี่ยวหยู๋ และ หลู่เปียวคงช่วยอะไรเขาไม่ได้มากนัก คนเดียวที่จะสามารถช่วยเหลือเขาได้ก็คือ กู่เป่ย !!

จากที่เนี้ยหลี่ได้เห็นการกระทำของกู่เป่ย และความจริงที่ว่าเนี้ยหลี่ได้รักษาพี่สาวของเขา อาจกล่าวได้ว่ากู่เป่ยเป็นคนที่รักษาสัญญาของเขา

ในขณะที่เนี้ยหลี่ เดินไปรอบๆสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ บางช่วงเขาตัดสินใจผสานวิญญาณกับอสูรเงาพราย และใช้รูปแบบล่องหน เพื่อหลบสายตาพวกสอดรู้สอดเห็นของคนอื่นเมื่อเขาเข้ามาหากู่เป่ย

เมื่อเนี้ยหลี่เข้ามาที่สนาม เขาสังเกตเห็น กู่หลานนั่งฝึกอยู่บนเก้าอี้อย่างเงียบๆ

นางสวมชุดผ้าไหมสีขาว และมีผ้าขนหนูพาดอยู่ที่ขาของนาง เมื่อนางมาถึงจุดสุดยอดของการบ่มเพาะได้ปรากฏหมอกสีขาวแผ่ตัวออกมาจากร่างกายของนาง เสื้อผ้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อเผยให้เห็น สีผิวขาวไข่มุก และแสงสีชมพูที่ห่อหุ้มบริเวณหน้าอก ทำให้เห็นได้เลือนราง

วันนี้กู่หลานยังคงมีใบหน้าที่ขาวซีด แต่มือเรียวงามของนางถูกเติมเต็มด้วยสีชมพูเหล่านั้น

เนี้ยหลี่ถอนสายตาของเขาออกอย่างเชื่องช้า เขาตั้งใจยืนรออยู่ที่ด้านข้าง ตั้งแต่ไม่พบกู่เป่ยเขาทำได้เพียงรอให้กู่หลานเสร็จสิ้นการบ่มเพาะพลังของนาง

ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา กู่หลานลืมตาขึ้น เมื่อเห็นเนี้ยหลี่นางยิ้มบางและกล่าวว่า “คุณชาย ท่านรอนานไหม”

เนี้ยหลี่ถือถ้วยในมือของเขาพร้อมทั้งกล่าวทักทาย “ไม่นานเท่าใดนัก คฤหาสก์นี้ไม่ค่อยปลอดภัยนัก เพราะมันเป็นเรื่องง่ายสำหรับข้าที่จะแอบเข้ามา แต่ก็ต้องขออภัยด้วยที่ข้าไร้มารยาท”

กู่หลานยิ้มขึ้นขณะกล่าวว่า “ข้าพิการมานาน จนไม่มีใครเห็นค่าใดๆในตัวข้าอีก แต่มันก็เป็นเรื่องวุ่นวายหากว่าข้าตาย นั่นจึงเป็นเหตุผลทำให้ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวกับข้า”

เนี้ยหลี่เข้าใจความหมายของกู่หลานทันที เขาอดไม่ได้ที่จะกวาดตามองไปทั่วร่างกายของกู่หลาน พลันเขารีบละสายตาออกมาและกล่าวถามด้วยเสียงสั่นๆว่า “ข้าสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของพี่สาวกู่หลานว่า มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร”

กู่หลานก้มหน้าของนางเพื่อมองดูตัวเอง นางจึงตระหนักได้ว่าในขณะนี้ร่างกายของนางชุ่มไปด้วบเหงื่อ และบนใบหน้าที่ซีดเซียวของนาง นางรวบรวมพลังเพื่อจะระเหยหยาดเหงื่อทั้งหมดออกไปพร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า “ขอบคุณสำหรับความห่วงใย หลังจากกินยาแล้วนั้น ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก”

เนี้ยหลี่พยักหน้ารับ “อืม” ที่นี่มีเพียงพวกเขาสองคน ช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะรู้สึกอึดอัด และเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อไหร่กันที่กู่เป่ยจะกลับมา

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น:

  1. "วันใดที่เจ้าได้ทำงาน ขอให้เจ้าจงได้สิ่งที่เจ้าทำย้อนกลับไปยังตัวเจ้าเอง ขอให้เจ้าโดนก๊อปผลงาน ดังที่เจ้าก๊อปผลงานคนอื่นมาเป็นของตัวเจ้าเอง สิ่งใดที่เจ้าทำขอให้เจ้าได้รับกรรมนั้น เจ้ามีความสามารถ ไม่ว่าจะเรื่องทำ Blog , การแปล, หรือการเรียบเรียง เจ้านั้นล้วนสามารถ แต่เจ้าเลือกใช้วิธีที่ผิด จำไว้ว่าสักวัน หากเจ้าต้องการน้ำใจจากผู้คนรอบข้าง ขอให้เจ้านึกถึงความเห็นแก่ตัวในวันนี้"

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณครับ ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมงานครับ

    ตอบลบ