วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 293 – The Sin of Greed

Tale of the demon and god novel Chapter 293 – The Sin of Greed

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 293- บาปของความโลภ


บทที่ 293 - บาปของความโลภ


ผู้ชายคนนี้ชื่อว่า มู่หลงยู่ ตอนนี้เขากำลังฝึกวิชาดาบจากการฆ่าผีดิบ

ในสนามทดสอบที่สองนั้น มู่หลงยู่อยู่ในอันดับแรกของกระดานวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เนิ่นนานมากแล้วที่ไม่มีใครกล้ามาท้าทายกับอันดับของเขา

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขาฝึกฝนอยู่นั้น เขาได้ถูกรบกวนด้วยเสียงระเบิด เขาจึงติดตามเสียงของระเบิดนั้นมาเพื่อสังเกตุการณ์

เมื่อเขามาถึงจุดกำเนิดของเสียง เขาก็ได้รู้ว่าเสียงระเบิดนั้นดังมาจากเนี้ยหลี่ที่กำลังไล่ล่าเหล่าผีดิบ ในขณะนั้นเนี้ยหลี่ยังคงอ้าปากและปล่อยลูกกลม ๆ สีขาวและดำออกมา เมื่อพวกมันปะทะเข้ากับผีดิบมีนก็ระเบิดออก กวาดเหล่าผีดิบนับร้อย นับพันตัว มันเป็นการล่าที่รวดเร็วจนน่าใจหาย

ในด้านความแข็งแกร่งเนี้ยหลี่ไม่ได้ด้อยกว่ามู่หลงยู่แต่ความเร็วในการล่านั้น เนี้ยหลี่ถือว่าเร็วกว่ามาก


มู่หลงยู่ขมวดคิ้ว เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนที่ผสานวิญญาณเข้ากับจิตอสูรชั้นต่ำอย่างแพนด้าเขี้ยวอสูร แม้แต่ในโลกใบเล็ก แพนด้าเขี้ยวอสูรก็ยังถือเป็นอสูรชั้นต่ำที่ไม่มีใครต้องการ ใครจะไปคิดว่าแพนด้าเขี้ยวอสูรจะทรงพลังและยังมีระเบิดที่มีอานุภาพการทำลายสูง

ในขณะนั้น ระดับของเนี้ยหลี่ยังคงห่างชั้นจากเขาอยู่มาก

เนี้ยหลี่มองไปยังมู่หลงยู่เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังที่แผ่ออกมาจากมู่หลงยู่ในขณะที่พวกเขาสบตากัน เนี้ยหลี่ก็ได้คิดแผนเพื่อเตรียมรับมือไปด้วย

ทั้งสองจ้องมองกันและกัน หนึ่งคนคืออัจฉริยะผู้แข็งแกร่งจากปีก่อน อีกหนึ่งคือผู้ที่มากด้วยความสามารถของรุ่นใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา การเผชิญหน้ากันของทั้งสองคนเป็นแรงกระตุ้นความสนใจของใครอีกหลายคนในบริเวณใกล้เคียง นอกจากฮูหยงลูกน้องของฮวาหลิงแล้วนั้น พรรคพวกในกลุ่มไม่มีผู้ใดเลยที่เข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจน เขาจึงไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวใดๆเลย เช่น การเข้าไปใกล้ๆกับทั้งสองคน ความแข็งแกร่งของมู่หลงยู่นั้น เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถต้านทานได้เลย



“เจ้าคือเนี้ยหลี่?” มู่หลงยู่มองฝ่ายตรงข้ามของเขา พร้อมทั้งพิจารณาข้อเท็จจริงบางอย่าง ถึงแม้เนี้ยหลี่ยังไม่ได้เข้าถึงระดับลิขิตสวรรค์ แต่ความสามารถของเขาในรุ่นนี้นั้นถือว่าโดดเด่นมาก

เนี้ยหลี่มองไปยังมู่หลงยู่“ใช่ !! แล้วเจ้าคือใคร” ถึงแม้เนี้ยหลี่จะรู้สึกถึงแรงกดดันที่ส่งมายังเขา แต่เขาก็ไม่ได้มีทีท่าจะอ่อนข้อให้แต่อย่างใด

“ข้าคือ มู่หลงยู่” เขาภูมิใจที่จะประกาศชื่อของเขาออกไป เพราะส่วนมากของรุ่นน้องนั้น ย่อมรู้จักชื่อของเขาเป็นอย่างดี

เมื่อได้ยินคำตอบ เนี้ยหลี่ก็ตระหนักดีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ก่อนที่เขาจะเข้ามาในสนามทดสอบที่สองนี้ ชื่อของอีกฝ่ายติดอยู่ในอันดับแรกของกระดานวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

แต่ในตอนนี้มู่หลงยู่ปรากฏตัวออกมา ไม่รู้ว่าเขาวางแผนอะไรไว้

ในขณะนั้น หนึ่งในลูกน้องของฮวาหลิงก็ได้ตะโกนออกมาว่า “ศิษย์พี่มู่หลง พวกเรารอคอยที่จะได้พบท่าน! พวกเราทุกคนล้วนเคารพท่าน แต่มีเด็กใหม่บางคนที่ไม่เคารพศิษย์พี่มู่หลง ไอ้เจ้าเนี้ยหลี่มันกล่าวว่าท่านก็เหมือนสุนัขตัวหนึ่ง ที่ในไม่ช้าจะต้องถูกบดขยี้อยู่แทบเท้าของมัน!! พวกเราไม่สามารถยอมรับกับคำกล่าวนั้นได้จึงทำให้เกิดข้อพิพาทขึ้น แต่ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราจึงไม่อาจต้านทานมันได้เลย”

มู่หลงยู่หรี่ตาของเขาลง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาส่งคลื่นพลังของเขากดลงมาที่เนี้ยหลี่พร้อมทั้งถามขึ้นว่า “จริงหรือไม่”

การบ่มเพาะพลังของเขาอย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์ขั้นที่ 5 หรืออาจจะมากกว่านั้น แรงกดดันนั้นราวกับภูเขาลูกใหญ่ มันเหมือนกับว่าแรงกดดันนั้นพยายามฉีกร่างเนี้ยหลี่ออกจากกัน ระดับพลังของเนี้ยหลี่นั้นยังไม่เข้าถึงระดับลิขิตสวรรค์ ดังนั้นช่องว่างระหว่างเขาและมู่หลงยู่ยังห่างอยู่มาก

เนี้ยหลี่พลันเข้าใจถึงความตั้งใจของมู่หลงยู่ทันที ด้วยสติปัญญาของมู่หลงยู่นั้น เขาไม่ได้เชื่อคำพูดของลูกน้องฮวาหลิง แต่มู่หลงยู่ต้องการข้ออ้างในการใช้กำราบเขา และลูกน้องของฮวาหลิงก็ได้มอบข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบให้แก่มู่หลงยู่เป็นที่เรียบร้อย

อัจฉริยะของแต่ละชั้นปีมักจะกลัวความท้าทายจากอัจฉริยะรุ่นต่อไป ถ้าพวกเขาชนะก็ไม่ได้ผลอะไร แต่หากพวกเขาพ่ายแพ้พวกเขาก็จะถูกตราหน้าว่าอ่อนแอลง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมู่หลงยู่ถึงเอาแต่คอยท้าทายอัจฉริยะในรุ่นก่อนหน้าของเขา หลี่ชิงหยุน

เนี้ยหลี่เป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในชั้นปีของรุ่นต่อจากเขา ส่วนมู่หลงยู่นั้นเป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งและโดดเด่นอยู่ก่อนแล้ว แน่นอนว่าอีกไม่นานเนี้ยหลี่จะต้องมาท้าทายเขา ดังนั้นเขาจึงต้องกำราบเนี้ยหลี่ก่อนที่เนี้ยหลี่จะมาท้าทายเขา

“หากเจ้าต้องการที่จะกำราบใครสักคน เหตุใดจึงต้องหาข้ออ้าง !! ด้วยสติปัญญาของเจ้า เจ้าย่อมรู้ซึ้งถึงข้อเท็จจริง?” เนี้ยหลี่กล่าวพลางรวบรวมพลังงาน เพื่อต่อต้านแรงกดดันของมู่หลงยู่ตอนนี้เนี้ยหลี่เข้าใจจุดสำคัญแล้ว เขาจึงเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

น่าเสียดายที่การบ่มเพาะพลังของเขาหยุดอยู่ที่จุดสุดยอด ก่อนที่จะเข้าสู่ระดับลิขิตสวรรค์

ถึงแม้การบ่มเพาะพลังของเนี้ยหลี่จะเป็นไปด้วยความรวดเร็วมาก และเขาอยู่ในจุดสูงสุดของระดับเซียน แต่ความแตกต่างของพลังยังคงห่างจากมู่หลงยู่อยู่มาก

เมื่อมู่หลงยู่ส่งแรงกดดันมายังเนี้ยหลี่ มันก็แน่นอนแล้วว่ามู่หลงยู่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าตัวเขา ในช่วงเวลานั้น ไม่มีอะไรที่เนี้ยหลี่จะสามารถทำการแก้ไขเกี่ยวกับมันได้

ภายในดินแดนซากมังกร ไม่มีที่ยืนสำหรับผู้ที่อ่อนแอ !! เนี้ยหลี่ได้แสดงความสามารถที่สูงส่งออกมา ทำให้เขาได้รับความสนใจที่หลากหลายจากผู้ที่อยู่เหนือกว่าเขา แต่ในขณะเดียวกันเขาก็มีศัตรูมากมายจากรุ่นของเขา พวกเขาทุกคนปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะเอาชนะและก้าวข้ามเนี้ยหลี่

โดยทั่วไปแล้วหากต้องการจะก้าวขึ้นไปข้างบน เราต้องเหยียบย่ำกองกระดูกของผู้อื่นนับพัน !! มู่หลงยู่ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี การเหยียบย่ำเนี้ยหลี่นั้น จะทำให้เขาได้รับความสนใจ และทรัพยากรเป็นอย่างมาก

ศักดิ์ศรีมาพร้อมกับความแข็งแกร่งเท่านั้น ผู้ที่อ่อนแอแม้จะตะโกนดังเท่าไรก็ไม่มีใครได้ยิน

มู่หลงยู่สูดหายใจเข้าลึกๆและกล่าวว่า “เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า พวกเขาเหล่านี้ใส่ร้ายเจ้าอย่างนั้นรึ ?”

*****ปัง*****

กระแสของพลังถาโถมเข้าครอบงำเนี้ยหลี่ เขารู้สึกราวกับว่ามีคนตอกตะปูบนหน้าอกของเขา เขาแทบจะหายใจไม่ออกภายในความกดดันนั่น

ความโกรธ !!

ทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุดของความกราดเกรี้ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนี้ยหลี่กำหมัดแน่น เขาผสานวิญญาณเขากับแพนด้าเขี้ยวอสูร ขนของมันพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะมั่นใจมากซินะ” มู่หลงยู่มองลงไปที่เนี้ยหลี่อย่างเย็นชา “ถ้าเช่นนั้น วันนี้จะสอนบทเรียนดี ๆ แก่เจ้า หากเจ้าต้องการที่จะอยู่ในสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ เจ้าต้องรู้จักสัมมาคารวะ” เมื่อมู่หลงยู่คำราม คลื่นเสียงของเขากลายเป็นใบมีดและพุ่งตรงไปยังเนี้ยหลี่

แม้มู่หลงยู่ยังไม่ได้ใช้ดาบของเขา แต่คมดาบกลับปรากฏออกมาในคลื่นเสียงของเขา

เนี้ยหลี่รู้สึกถึงความตายที่ติดมากับใบมีดเสียงนั่น

เนี้ยหลี่คำรามและปล่อยระเบิดหยินหยาง เข้าปะทะกับใบมีดเสียงทันที

**บูมม***

ระเบิดหยินหยางระเบิดออกในอากาศ แรงระเบิดกวาดเอาใบมีดเสียงไปหลายใบทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านไปชั่วอึดใจหนึ่งจากการปล่อยระเบิดหยินหยางของเนี้ยหลี่ เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

เมื่อเขาเห็นใบมีดเสียง เขาพลันหลบออกไปด้านข้าง “บ้าเอ้ย !!! ความแตกต่างของการบ่มเพาะพลังของเรามากเกินไป ยกเว้นกรณีที่ข้าใช้เทคนิคลับมันจะเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะจัดการกับเขา

*****วูบ*****

ใบมีดเสียงถากผ่านเขาไป เกิดเป็นแผลเปื้อนเลือดสดยาว 3-4 นิ้ว

คลื่นกระแทกส่งผลให้เนี้ยหลี่กลิ้งไปหลายตลบก่อนที่เขาจะตั้งหลักได้อย่างมั่นคง เขาจับแผลของเขาและจ้องมองไปยังมู่หลงยู่ความแตกต่างของพลังมีมากเกินไป มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เนี้ยหลี่จะชนะ ถ้าเขายังอยู่ที่นี่ต่อไป เขาจะต้องได้รับความอัปยศมากกว่านี้แน่

นี่เป็นโลกที่ผู้อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง ตั้งแต่มู่หลงยู่เริ่มลงมือ เขาย่อมไม่ปล่อยให้เนี้ยหลี่หลบหนีไปอย่างง่ายดายแน่นอน

มู่หลงยู่มองเนี้ยหลี่จากตำแหน่งของเขาในอากาศ และยังคงโจมตีเนี้ยหลี่อย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าพยายามที่จะบดขยี้ร่างกายของเนี้ยหลี่ เขากวักมือของเขาเล็กน้อย ถุงผ้าที่เก็บเกล็ดจิตวิญญาณของเนี้ยหลี่ก็ลอยไปหาเขา

มู่หลงยู่จับถุงในมืออย่างเย็นชาและหัวเราะออกมา “พลังของเจ้าอยู่ในระดับปานกลาง เจ้ายังไม่ได้เข้าถึงระดับลิขิตสวรรค์ เจ้าใช้วิธีโกงในการเก็บรวบรวมเกล็ดจิตวิญญาณเหล่านี้ ดังนั้นพวกมันทั้งหมดจึงไม่ใช่ของเจ้าด้วยความชอบธรรม ข้าจะยึดมันไว้”

เนี้ยหลี่ใช้เวลากว่าห้าชั่วโมงในการรวบรวมเกล็ดวิญญาณทั้งหมดนั่น อะไรคือวิธีโกง? ในสนามทดสอบนี่ไม่ได้มีกฏระเบียบใดๆต่อวิธีการเก็บรวบรวมเกล็ดจิตวิญญาณ ปริมาณเกล็ดจิตวิญญาณที่ได้รับในครั้งแรกนั้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถอย่างแท้จริง มู่หลงยู่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฏของสถาบันวิญญาณสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถยึดเกล็ดจิตวิญญาณของเนี้ยหลี่ได้

อย่างไรก็ตามนี่เป็นโลกที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด

ในสถานะปัจจุบันความแข็งแกร่งของเนี้ยหลี่นั้นยังไม่เพียงพอ ที่จะต่อต้านมู่หลงยู่ได้

แข็งแกร่ง !! แข็งแกร่ง !!

ไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง เราจะไม่สามารถปกป้องศักดิ์ศรีและเกียรติยศของเราได้ นั่นคือกฎของดินแดนซากมังกร ในชีวิตก่อนหน้าของเขา เนี้ยหลี่ได้ประสบกับความอัปยศมามากมาย

เนี้ยหลี่หรี่ตาของเขาลงเล็กน้อย สักวันหนึ่งเขาจะเอาทุกอย่างที่มู่หลงยู่ได้ไปจากเขาในวันนี้คืนมา พร้อมทั้งดอกเบี้ยที่มู่หลงยู่จะต้องจ่ายสำหรับความอัปยศของเขาในครั้งนี้

มู่หลงยู่ยิ้มเยาะ ในขณะที่เขากำลังเคลื่อนไหว เขากวาดมือไปทางเนี้ยหลี่และกล่าวว่า “น้องชาย ดูเหมือนเจ้าจะไม่ค่อยพอใจนะ ตอนนี้ข้าแน่ใจแล้วว่าเจ้าได้เรียนรู้วิธีการเคารพศิษย์พี่แล้ว มิฉะนั้นแล้วมันเสียความตั้งใจของศิษย์พี่เช่นข้าที่มีต่อเจ้า”

มู่หลงยู่จะไม่ปล่อยให้เรื่องจบลงอย่างนี้ เขาตั้งใจที่จะฉีกหน้าเนี้ยหลี่ จนกว่าเนี้ยหลี่จะไม่กล้าเผชิญหน้ากับใครอีก เขาตั้งใจที่จะทิ้งเงาของเขาไว้ภายในจิตใจของเนี้ยหลี่เพื่อขัดขวางการบ่มเพาะพลัง ไม่ให้เพิ่มขึ้น

เนี้ยหลี่ผิวปากขึ้น ขณะที่มู่หลงยู่ลดการป้องกันของเขาลง ประกายตาของเนี้ยหลี่เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ เขาปลดการผสานวิญญาณจากแพนด้าเขี้ยวอสูร และผสานวิญญาณเข้ากับอสูรเงาพรายอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งใช้งานรูปแบบล่องหนทันที

ร่างของเนี้ยหลี่หายไปในอากาศ มู่หลงยู่ส่งพลังไปยังจุดที่เนี้ยหลี่เคยยืนอยู่ พลังกระแทกเข้ากับพื้นเกิดเป็นหลุมลึก

มู่หลงยู่ขมวดคิ้วของเขา เพียงช่วงสั้นๆ เมื่อเขาเห็นพลังของเขาพลาดเป้าลงสู่พื้นดิน เขารีบตรวจจับพลังรอบตัวเขาทันที แต่เขาก็ไม่สามารถค้นหาตำแหน่งของเนี้ยหลี่ได้พบ เป็นไปได้อย่างไรกันที่จู่ๆเจ้านั่นก็หายไป

ในเสี้ยววินาทีที่เนี้ยหลี่จะหายไป ดูเหมือนเขาจะผสานวิญญาณเข้ากับจิตรอสูรอีกตนหนึ่ง เป็นไปได้อย่างไร ไม่เคยมีใครผสานจิตวิญญาณเข้ากับจิตอสูรได้ถึงสองตน ??

ใครจะคาดคิดว่าเนี้ยหลี่มีวิธีการดังกล่าว มู่หลงยู่ไม่เคยปล่อยให้เป้าหมายหลบหนีไปได้ เขารู้สึกโกรธมากและยังคงค้นหาร่องรอยของเนี้ยหลี่ต่อไป

ตั้งแต่การบ่มเพาะพลังของเนี้ยหลี่เพิ่มขึ้น ระยะเวลาในการคงสภาพของรูปแบบล่องหนก็เพิ่มมากขึ้น เนี้ยหลี่เคลื่อนที่ไปยังจุดที่มีซากปรักหักพังของอาคารอยู่มาก ถึงแม้ว่าสภาพล่องหนจะสามารถคงอยู่ได้นานขึ้น แต่ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ ดังนั้นเขาจึงต้องคิดหาวิธีอื่นในการซ่อนตัวจากมู่หลงยู่….

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: