วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 292 – Soul Scales

Tale of the demon and god novel Chapter 292 – Soul Scales

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 292 - เกล็ดวิญญาณ


บทที่ 292 - เกล็ดวิญญาณ

เนี้ยหลี่อยู่ในห้องของเขา

ในทุก ๆ วัน เขายังคงบ่มเพาะพลังของเขา และในตอนนี้หินจิตวิญญาณทั้งหมดของเขาได้ถูกใช้ไปจนหมดสิ้น แม้ว่าการบ่มเพาะพลังของเขาก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังคงห่างไกลจากผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์ การเข้าถึงระดับลิขิตสวรรค์นั้นยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาอยู่

มีเวลาเหลืออีกเพียงหนึ่งเดือน ก่อนจะถึงการมอบรางวัลของกระดานเทพวิญญาณหากมีหินจิตวิญญาณไม่เพียงพอ นั่นจะกลายเป็นเรื่องที่ลำบากมากขึ้นในช่วงเวลานี้

เขาจะต้องคิดหาวิธิอื่นเพื่อจะได้มาซึ่งหินจิตวิญญาณ

ในดินแดนซากมังกรนั้น ความเร็วในการบ่มเพาะพลังของคนคนหนึ่งจะช้าลงมาก ถึงแม้ว่าเขาจะเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ก็ตาม ก็จะไร้ประโยชน์หากขาดซึ่งทรัพยากรในการบ่มเพาะพลัง พลังสวรรค์ที่สถิตอยู่ในหินจิตวิญญาณหนึ่งก้อนนะ เทียบเท่ากับการบ่มเพาะพลังครึ่งเดือนหรือมากกว่านั้น !! จินแดน ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังจ้องมองเขา

ด้วยผนึกวิญญาณทำให้พวกเขามีสายสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ในท้ายที่สุดแล้วจินตันจะกลายเป็นจิตอสูรของเนี้ยหลี่ ส่วน ยุ๋หยาน นั้นนางฝึกฝนอยู่ภายในห้องของนาง หลายวันที่ผ่านมาการบ่มเพาะพลังของนางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่นางก็ต้องพบปัญหาเดียวกันกับเนี้ยหลี่ นั่นคือขาดแคลนซึ่งหินจิตวิญญาณ

*****ก๊อก **ก๊อก **ก๊อก *

“เข้ามา” เนี้ยหลี่กล่าวด้วยเสียงเรียบ

เซี่ยวหยู๋ก้าวเดินเข้ามาภายในห้อง

เขามองเนี้ยหลี่และยิ้มบางขณะกล่าวว่า “มันเพิ่งผ่านมาแค่ไม่กี่วันก่อนที่ข้าเห็นเจ้าสร้างปัญหา แล้วมาในตอนนี้เจ้าก็ยังจะมาสร้างปัญหาใหม่อีกแล้วรึ ?”

เนี้ยหลี่ยักไหล่อย่างจนปัญญาและกล่าวตอบว่า “ข้าไม่ได้เป็นคนสร้างปัญหา เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากผู้หญิงที่น่ารำคาญที่ชื่อ หลงยู่หยิน นั่น”

เซี่ยวหยู๋มองสีหน้าของเนี้ยหลี่และอดยิ้มไม่ได้ “เจ้าแน่ใจนะ ว่านางไม่ได้สนใจเจ้า ไม่เช่นนั้นนางจะสร้างปัญหาให้เจ้าเช่นนี้หรือ?”



เนี้ยหลี่ตอบอย่างใจเย็น “เจ้าคิดมากไปนะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนหัวสูง และไม่สามารถยอมรับได้หากว่ามีใครที่เหนือกว่านาง นั่นเป็นเหตุที่นางมาวุ่นวายกับข้า สิ่งเดียวที่ข้าสามารถทำได้คือการต่อสู้กับนาง ไม่เช่นนั้นแล้วนางจะคิดว่าไม่มีใครสามารถเทียบเคียงกับนางได้” เขาไม่ได้มีทัศนคติที่ดีต่อหลงยู่หยิน

เซี่ยวหยู๋กล่าวเตือนเขาว่า “ถึงอย่างไร ช่วงนี้เจ้าก็ควรจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น เจ้าไม่ได้ล่วงเกินเพียงแค่หลงยู่หยินเท่านั้น ข้าได้ยินมาว่าอัจฉริยะจากเขตตะวันออกกำลังจับตามองเจ้าอยู่ ก่อนหน้านี้พวกเขามุ่งความสนใจของเขามาที่หลงยู่หยินมาโดยตลอด แต่เนื่องจากนางมาจากตระกลูผนึกมังกร ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรนางได้ แต่ในตอนนี้เจ้าได้อยู่ในสายตาของพวกเขาแล้ว ไม่ต้องพูดถึงพื้นเพของเจ้าเลย มันช่าง………?”

เนี้ยหลี่พยักหน้ารับ “ข้าเข้าใจแล้ว” หากเขาอยู่ภายในอาณาเขตของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์เขาจะปลอดภัยอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะถูกหมายหัวจากคนอื่นๆก็ตาม ตราบเท่าที่พวกเขาไม่ดึงเอาสิ่งอื่นซึ่งเป็นอันตรายมาสู่เขา จนทำให้เขาเสี่ยงที่จะถูกไล่ออกจากสถาบัน ในชีวิตที่แล้วของเขา เขาได้พบผู้คนและเหตุการณ์ต่างๆมากมาย เขาต้องหนีเงื้อมมือแห่งความตายมานับครั้งไม่ถ้วน กับแค่ความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆภายในสถาบัน มันไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้เลย

เซี่ยวหยู๋มองเนี้ยหลี่และถามขึ้นว่า “เจ้าต้องการไปดูสนามทดสอบอื่นมั้ย”

เนี้ยหลี่ตอบอย่างมั่นใจว่า “เจ้าคิดอย่างไร ข้าก็คิดงั้น นอกจากนี้ยังมีรางวัลจากสนามทดสอบอื่น ๆ อีก รางวัลทั้งหมดต้องเป็นของข้า ไม่สิ ข้าต้องการมันต้องหมด ไม่สิ เออนั่นแหละ”

ในตอนนี้หินจิตวิญญาณเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับทุกคนมาก ด้วยพลังของหินจิตวิญญาณมันจะทำให้เขาประสบผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

เนี้ยหลี่ไปยังห้องพักของยุ๋หยาน และฝากจินแดนให้ยู่หยาน ดูแล จากนั้นเขาก็ไปตามหลู่เปียวมา จากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ไปยังสนามทดสอบพร้อมกับเซี่ยวหยู๋

พวกเขาทั้งสามคนมุ่งหน้าไปยังสนามทดสอบที่สอง ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นสถานโบราณที่น่ากลัว ก่อตั้งโดยหนึ่งในบรรพบุรุษของนิกายขนนกแห่งทวยเทพ ในสนามทดสอบเต็มไปด้วยผีดิบ ที่จะได้รับเกล็ดวิญญาณลงเมื่อมันตายลง นักเรียนแต่ละคนได้รับอนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกินสองวันเท่านั้น นักเรียนสามารถเก็บรวบรวมเกล็ดวิญญาณเพื่อนำมาแลกของรางวัลได้ในภายหลัง

อย่างไรก็ตามเกล็ดวิญญาณเหล่านี้จะหายไปเมื่อพวกเขาออกจากสนามทดสอบ ถึงแม้ว่าจะนำมันเก็บไว้ในแหวนมิติมันก็จะหายไป ดังนั้นพวกเขาจึงใช้ถุงผ้าเล็กในการจัดเก็บเกล็ดวิญญาณแทน และพวกเขาต้องทำการแลกเปลี่ยนในช่วงท้ายของการทดสอบ

นักเรียนแต่ละคนสามารถเข้าใช้งานสนามทดสอบนี้ ได้เพียงเดือนละครั้งเท่านั้น

ในการจัดอันดับของสนามทดสอบที่สองนั้น มีการบันทึกไว้ว่า ในระยะเวลาสองวัน หลงยู่หยินฆ่าผีดิบไปสามหมื่นตัว อยู่ในอันดับที่สิบ และอันดับที่หนึ่งคือ มู่หลงหยู่ ฆ่าไปกว่าเก้าหมื่นตัวในช่วงเวลาสองวัน

อย่างไรก็ตาม มู่หลงหยู่นั้นเป็นอัจฉริยะของรุ่นก่อน ส่วนหลงยู่หยินคืออัจฉริยะของรุ่นนี้

เนี้ยหลี่กำลังตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน เขาสามารถใช้ เกล็ดวิญญาณ 1000 ชิ้น แลกหินจิตวิญญาณได้ 30 ก้อน ดังนั้นในช่วงสองวัน หลงยู่หยินได้รับหินจิตวิญญาณไปทั้งหมด 900 ก้อน อย่างไรก็ตาม เกล็ดวิญญาณสามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นได้อีก เช่น จิตอสูร หินแก่นจิตวิญญาณ ศิลปะวัตถุ และรายการอื่นๆอีกมากมาย

หลู่เปียวกำลังตื่นเต้นขณะหันไปถามเนี้ยหลี่ว่า “ผู้หญิงที่ชื่อหลงยู่หยินนั่นฆ่าไปได้ สามหมื่นตัว เจ้าไม่ได้ด้อยกว่านางใช่ไหม ?, งานนี้เรารวยเละแน่”

เซี่ยวหยู๋กล่าวเตือนว่า “พวกเจ้าต้องระวังตัวให้ดีที่สนามทดสอบนี้อันตรายอย่างมาก หากเปรียบเทียบกับสนามจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังต้องคอยระวังว่าจะมีผู้อื่นมาแย่งชิงเกล็ดวิญญาณของพวกเจ้า นอกจากนี้ในสนามทดสอบนี่ พวกเรายังถูกวาร์ปไปยังส่วนต่าง ๆ ของสนามทดสอบ ซึ่งพวกเราจึงไม่สามารถช่วยเหลือกันได้ ดังนั้นพวกเจ้าจึงต้องระวังตัวไว้ให้มากขึ้น”

“เข้าใจแล้ว” เนี้ยหลี่และหลู่เปียวตอบ ในขณะนี้พวกเขาพอเข้าใจสถานการณ์ของสนามทดสอบที่สองนี่แล้ว

ที่ทางเข้าของสนามทดสอบนี้ถูกควบคุมโดยสองผู้เชี่ยวชาญ

*****วู้ช*****วู้ช*****วู้ช*****

เนี้ยหลี่และกลุ่มของเขา เข้าไปในน้ำวนที่หน้าสนามทดสอบ และหายไปจากบริเวณนั้น

หลังจากนั้นไม่นาน เนี้ยหลี่และกลุ่มของเขาก็มาปรากฏตัวที่หน้าประตูบานหนึ่งของทางเข้า

ฮูหยงกวาดตามองกลุ่มของเขาและกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “พวกเจ้าจำสิ่งที่ข้าบอกได้ใช่ไหม ? พวกเจ้าจำลักษณะของพวกนั้นได้ใช่ไหม”

“ไม่ต้องกังวลไป คุณชาย ถึงแม้พวกเขาจะกลายเป็นเถ้าถ่านพวกเราก็ยังคงจำได้ ตอนนี้พวกเราเข้าถึงระดับลิขิตสวรรค์แล้ว การดูแลเด็กคนเดียวนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องยาก”

“ดีมาก ! งั้น…ไปกันเถอะ”

กลุ่มของพวกเขาเข้าไปยังสนามทดสอบ

ฮวาหลิง มองไปทางที่ทั้งสามคนอยู่ ด้วยสายตาเยาะเย้ย “มันช่างน่าขันนัก เวลานี้เซี่ยวหยู๋ยากที่จะปกป้องตัวเอง และเพื่อนของมันยังดึงดูดศัตรูเข้ามาอีกมาก นี่มันช่างเป็นเรื่องง่ายสำหรับข้าที่จะจัดการพวกเจ้ายิ่งนัก” แต่ฮวาหลิงยังคงไม่มั่นใจนัก หลังจากพิจารณาคร่าว ๆ แล้วนั้น เขาจึงส่งคนของเขาสิบสองคนเข้าไปยังสนามทดสอบที่สอง

นอกจากนี้ยังมีคนอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึงเข้าไปยังสนามทดสอบที่สอง ไม่รู้ว่าพวกเขาเข้าไปเพราะเนี้ยหลี่และพรรคพวก หรือเข้าไปด้วยจุดประสงค์อื่น

ในขณะนั้น หนามเหมิน เทียนไห่ และ หวังยู่ ก็ได้จับตามองกลุ่มของเนี้ยหลี่ พลางยิ้มแหยๆ

“เมื่อพวกเขาเข้าไปยังสนามทดสอบที่สอง น่าจะต้องเผชิญกับปัญหาเป็นแน่แท้ เราควรยื่นมือเข้าช่วยเหลือหรือไม่” หวังยู่ถามขึ้น

หนานเหมิน เทียนไห่ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่และกล่าวว่า “ไม่ต้อง ปล่อยให้พวกเขาจัดการเอง ตราบใดที่ปัญหานี้ยังไม่ลุกลามใหญ่โต พวกเราจะยังไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย”

ในสนามทดสอบที่สอง

ลักษณะภายในของสนามทดสอบที่สองนั้น ภายในเป็นพื้นที่กว้างกว่าพันไมล์ ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง มีรูปปั้นขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในบางจุด แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้พวกมันถูกทำลายลง ท้องฟ้ามีสีซีดเผือด มีเสียงลมพัดหวีดหวิว บางครั้งจะเห็นเหล่าวิญญาณล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า พวกมันส่งเสียงและส่องแสงริบหรี่ออกมา

นั้นต้องเป็นผีดิบแน่ !!!

ผีดิบเหล่านี้รวมกลุ่มกันอยู่ในหลักพัน แม้ผู้ที่อยู่ในระดับเซียนคิดจะจัดการกับพวกมันยังเป็นเรื่องยาก ด้วยจำนวนที่มากมายขนาดนี้

พวกมันใช้วิธีสัมผัสกับออร่าของมนุษย์และพุ่งเข้าใส่ทันที

เขาสามารถเก็บเกี่ยวเกล็ดวิญญาณ จากการล่าผีดิบเหล่านี้

มุมปากของเนี้ยหลี่ปรากฏรอยยิ้มออกมา เขาผสานวิญญาณเข้ากับแพนด้าเขี้ยวอสูรเขี้ยวอย่างรวดเร็ว เขาอ้าปากและปล่อยระเบิดหยินหยางขึ้นสู่ท้องฟ้า

*บูมม*****บูมม*****บูม*

ระเบิดหยินหยางระเบิดออกในท้องฟ่า แรงระเบิดกลืนกินเหล่าผีดิบไปกว่าร้อยตัว ในขณะนั้นเกล็ดวิญญาณก็ได้ร่วงลงมาสู่พื้นราวกับสายฝน แม้ว่าเกล็ดวิญญาณเหล่านี้จะโดนแรงระเบิดแต่ก็ไม่ได้แตกออกหรือสูญสลายไป

ผีดิบที่เหลือแตกตัวกระจายออกไปรอบทิศทางทันทีด้วยความหวาดกลัวต่อแรงระเบิด

เนี้ยหลี่กระโดดขึ้นและเก็บกวาดเกล็ดวิญญาณทั้งหมด ก่อนที่เขาจะกลับมาบนซากปรักหักพังอย่างรวดเร็ว เขายิงระเบิดหยินหยางสู่ท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บเกล็ดวิญญาณ

มันเหมือนเป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการกับผีดิบเหล่านี้ ถ้าเขายังทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ภายในสองวันนี่เขาจะสามารถเก็บรวบรวมเกล็ดวิญญาณได้เท่าใดกัน เป็นที่น่าแปลกใจว่าผู้ที่ติดอันดับในกระดานศักดิ์สิทธิ์ของสนามทดสอบ เก็บเกี่ยวได้เพียงน้อยนิด

เนี้ยหลี่ไม่ทราบเลยว่าผีดิบเหล่านี้อยู่ในจุดสุดยอด และห่างจากระดับลิขิตสวรรค์อยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ภายใต้สถานการณ์ปกติย่อมเป็นเรื่องยากที่จะจัดการพวกมันเพียงลำพัง นอกจากนี้ยังมีความจริงที่ว่ากลุ่มของเขาถูกแยกออกจากกัน จึงทำให้ยากขึ้นในการล่า อย่างไรก็ตาม หลังจากเนี้ยหลี่เข้าสู่ดินแดนซากมังกรแล้วนั้น ความแข็งแกร่งของเขาเติบโตอย่างก้าวกระโดด อีกทั้งแพนด้าเขี้ยวอสูรเขี้ยวยังแข็งแกร่งกว่าตัวของเนี้ยหลี่เอง เพราะมันอยู่ในระดับลิขิตสวรรค์โดยสมบูรณ์ ดังนั้นความรุนแรงของระเบิดหยินหยางจึงรุนแรงขึ้นหลายเท่าตัว

เนี้ยหลี่ไม่ลังเลเลยที่จะปล่อยระเบิดหยินหยางเพื่อเก็บกวาดพวกผีดิบเหล่านั้นทันที

เนี้ยหลี่ไม่รู้เลยว่าทางด้านเซี่ยวหยู๋และหลู่เปียวจะไปด้วยดีหรือไม่ แต่ถึงอย่างไร ความแข็งแกร่งของเซี่ยวหยู๋ก็อยู่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์ขั้นที่ 4 ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีปัญหาในการล่า ส่วนหลู่เปียวนั้นเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะพบปัญหาบางอย่าง แต่ด้วยความมีกะล่อนของเขา น่าจะผ่านไปด้วยดี ดังนั้นเนี้ยหลี่จึงไม่มีความกังวลใด ๆ ต่อทั้งสองคน

เนี้ยหลี่ยังล่าผีดิบอย่างบ้าคลั่ง เกล็ดวิญญาณหนึ่งพันต่อหินจิตวิญญาณสามสิบก้อน มันช่างเป็นอัตราแลกเปลี่ยนที่เย้ายวนใจยิ่งนัก

ประมาณห้าชั่วโมงต่อมา เนี้ยหลี่รวบรวมเกล็ดวิญญาณไปกว่าสองหมื่นชิ้น ความเร็วดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่าตกใจ มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะอยู่เหนือหลงยู่หยิน เขาอาจจะติดหนึ่งในห้าอันดับแรกของกระดานศักดิ์สิทธิ์ของสนามทดสอบที่สอง เกล็ดวิญญาณเหล่านี้เป็นรูปธรรมที่สำคัญของเหล่าดิบ ถึงแม้มันจะไม่ถูกทำลายด้วยระเบิดหยินหยาง แต่เมื่อนำมันใส่ไว้ในแหวนมิติมันจะลายคล้ายกับก้อนน้ำแข็ง

โชคยังดีที่เมื่อรวบรวมเกล็ดวิญญาณครบทุกๆหนึ่งพัน มันจะรวมกันกลายเป็นเกล็ดวิญญาณขนาดใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่สะดวกสำหรับเนี้ยหลี่ที่จะจัดเก็บและพกพาพวกมันในถุงผ้า

เกล็ดวิญญาณเหล่านี้ เป็นวัสดุที่เหมาะสมในการนำไปตี สร้างเป็นอาวุธวิญญาณ แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถนำพวกมันออกจากสนามทดสอบได้ พวกมันสามารถใช้ได้เพียงแค่การแลกเปลี่ยนของตามรายการเท่านั้น

ในขณะที่เนี้ยหลี่กำลังล่าผีดิบอยู่นั้น บนท้องฟ้าก็ได้ปรากฏชายคนหนึ่งรอบ ๆ ตัวของเขาเต็มไปด้วยออร่าที่ทรงพลัง กำลังมองมาทางเนี้ยหลี่ ด้วยสายตาที่เฉียบแหลม ใบหน้าของเขาบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจและดาบขนาดใหญ่ที่ด้านหลังของเขา ออร่าของเขาเฉียบคนราวกับใบมีด

เนี้ยหลี่ตกใจเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้ กลิ่นอายของคนคนนี้แน่นอนว่าแข็งแกร่งกว่าเซี่ยวหยู๋ ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์ขั้นที่ 5 หรืออาจจะสูงกว่านั้น....

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น: