วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 291 – Senior and Junior Apprentices

Tale of the demon and god novel Chapter 291 – Senior and Junior Apprentices

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 291 - ศิษย์พี่ ศิษย์น้อง


บทที่ 291-ศิษย์พี่ ศิษย์น้อง

กู่เป่ยและหลู่เปียวได้แต่ยืนงง เนี้ยหลี่จิตใจเย็นชาเหลือเกินตอนที่เขาหันหลังเดินจากไป

กู่เป่ยรู้สึกสงสารจิตใจเขาเหลือเกิน น่าเสียดายยิ่งนัก เนี้ยหลี่เพื่อนข้ากลายเป็นคนไร้หัวใจไปแล้ว หลงยู่หยิ๋นยินดีตกลงทำตามที่เขาต้องการ นั่นคือการอยู่ให้ห่างเขาเท่าที่จะทำได้ นั่นเป็นโอกาศที่ดียิ่งนัก ถ้าทำได้ เขาก็อยากให้นางฟ้าหลงยู่หยิ๋นหันมาสนใจเขาบ้าง ใครจะรู้ล่ะ เธออาจสนใจเขาบ้างหลังจากที่ถูกหลายต่อหลายคนคัดค้าน

เสียดายโอกาศดีๆแบบนี้นัก

กู่เป่ยได้แต่ส่ายหัว

แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาก็เทิดทูนเนี้ยหลี่เหลือเกิน

หลังจากที่เนี้ยหลี่และกลุ่มจากไป ข่าวกระจายไปอย่างรวดเร็วเรื่องที่เนี้ยหลี่ต่อสู้กับหลงยู่หยิ๋น ไม่แปลกใจเลยที่เขามีความสามารถโดดเด่นในห้องเรียนและดึงดูดความสนใจคนหมู่มากได้ โดยเฉพาะนักเรียนอัจฉริยะคนอื่นๆ ที่ก็ลงความเห็นว่าเขาเป็นคู่แข่งที่สุดแสนจะน่ากลัว

ที่ลานฝึกของหลงยู่หยิ๋น

ฮูหยงรออยู่ที่นี่ได้สักพักแล้ว แต่หลงยู่หยิ๋นยังคงไม่ได้กลับมาอาจเพราะยังโกรธอยู่

หลงยู่หยิ๋นนั้นทำลายศักดิ์ศรีความเป็นชายของฮูหยงไปรอบนึงแถมยังหักหน้าอีก แม้ว่าฮูหยงจะหายดีแล้ว ก็ยังเพ้อถึงหลงยู่หยิ๋นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หลงไหลอยากจะเห็นหลงยู่หยิ๋นใส่ชุดรัดติ้วโชว์ทรวดทรงองเอว และยังคงอยากเห็นหุ่นอันเย้ายวนใจของเธอ

ถึงแม้หลงยู่หยิ๋นจะโกรธเขาแค่ไหน แต่ฮูหยงก็มีวิธีทำให้เธอหายได้ ฮูหยงหลงไหลในความงามของเธอ แม้ในยามที่เธอโมโหเกรี้ยวกราด

เธอเทพธิดาแสนสวยของเขาถูกไอ้เด็กหน้าใหม่ฉีกหน้า

เหลืออดแล้วนะ



ข้าอยากจะฉีกไอ้เด็กเปรตนั่นเป็นชิ้นๆยิ่งนัก

ตอนที่หลงยู่หยิ๋นกลับมาถึงที่ลานฝึก ตัวของเธอเปื้อนไปหมด หน้าเศร้าหมองเหม่อลอย

มัวแต่คิดถึงคำพูดของเนี้ยหลี่ที่ยังคงดังก้องกังวานอยู่ในหูของเธอ “ไสหัวไปซะ ยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี” ตั้งแต่เล็กจนโต นี่เพิ่งเป็นครั้งแรกที่มีคนมาพูดอย่างนี้กับเธอ ครั้งแรกที่มีคนโกรธเกลียดเธอมากขนาดนี้ ครั้งแรกที่โดนดูหมิ่นหักหน้าขนาดนี้

เธอก็ยังไม่รู้ว่าเพราะอะไรอยู่ดี ในใจยังคงสับสนงงงวย

เขาก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอและเอาชนะเธอได้ โดยใช้เพียงแค่พละกำลังน้อยนิด แทบไม่ต้องพูดเลย ว่านี้คือความพ่ายแพ้อันย่อยยับ เลยทำให้เธออยากรู้ความไม่ชอบมาพากลของชายคนนี้ยิ่งนัก เธออยากจะแข็งแกร่งและแกร่งขึ้น จนเนี้ยหลี่หันมามองว่าเธอคือคู่ต่อสู้ที่คู่ควร

ยังไงเขาก็ยืนยันว่าอยากให้เธอไปให้พ้น ยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี หรือหลงยู่หยิ๋นนั้นเป็นคนไร้ค่า แล้วถ้าเธอจะหันหลังกลับล่ะ เธอสมควรได้รับความอัปยศนี้เหรอ

หัวใจเธอเต็มไปด้วยความสับสน

ฮูหยงเห็นว่าหลงยู่หยิ๋นกลับมาแล้ว แม้ว่าตัวจะเปื้อนแต่เธอคงยังเปล่งปลั่งและสวยสดงดงามไม่เปลี่ยน ใจฮูหยงร้อนลุ่ม เขารีบเข้าไปหาเธอ และถาม... “หยินเอ๋อกลับมาแล้วเหรอ  เป็นอะไรมากไหม  นี่เป็นยาที่ดีที่สุดที่ข้าพอหาได้ในตระกูลล่ะ”

หลงยู่หยิ๋นแสดงถึงความรังเกียดฮูหยงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพบหน้าเขา “ฮูหยงเจ้าไม่ต้องมาหาข้าอีกได้ไหม อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก และอย่าหาว่าข้าไม่เตือน ข้าจะเตะเจ้าให้ไปโลกหน้าเลย”

“หยินเอ๋ออย่าทำอย่างนี้กับข้าเลย” ฮูหยงรู้ว่าเธอโกรธอยู่ เขาจึงรีบเอาใจเธอต่อ “หยินเอ๋อยิ่งข้าเห็นเจ้าเป็นเช่นนี้ ข้าก็ยิ่งเจ็บปวดหัวใจของข้ายิ่งนัก เจ้าควรที่จะทายาก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องเนี้ยหลี่นั้นปล่อยให้ข้าจัดการเจ้านั่นเองเอง เจ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก”

“ตอนที่มันออกมาจากสนามเทพวิญญาณ ข้าจะสอนให้มันเข็ดหลาบสักหน่อย แต่ดันถูกขัดขวางโดยหนานหมิน เทียนไห่และหวังยู่ ผู้ดูแลของมัน แต่ไม่เป็นไรนะ เจ้าวางใจได้  ครั้งนี้เนี้ยหลี่คงได้แค่ฝันที่จะหนีรอดเงื้อมมือข้าไป”

เมื่อได้ยินคำพูดของฮูหยง หลงยู่หยิ๋นก็ยืนนิ่งไปพักใหญ่ เจ้าฮูหยงพาลูกน้องไปสร้างปัญหาให้เนี้ยหลี่มาหรอกเหรอ  เธอจ้องเขม็งตาลุกโชนด้วยความเกรี้ยวกราด ใครให้เจ้าไปหาเรื่องเนี้ยหลี่ “เจ้าบอกว่าข้าเป็นคนส่งเจ้าไปงั้นเหรอ”

ฮูหยงส่ายหัว “ป่าวนะ.... ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าส่งไปซะหน่อย ”

หลงยู่หยิ๋นทำตาขวางเย็นชา “ฮูหยงเอาแต่ใช้ความได้เปรียบของตระกูลเอามาใช้  ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูล เจ้ามันก็แค่ขยะชิ้นนึง การต่อสู้ระหว่างข้ากับเนี้ยหลี่ที่เกิดขึ้นเป็นการต่อสู้กันตัวต่อตัว ซึ่งข้าหลงยู่หยิ๋นแพ้แล้ว.... แต่แล้วไงล่ะ ข้ายอมรับความพ่ายแพ้นี้ ถ้าเจ้ายังอยากเสี่ยงเพื่อข้า ก็เชิญเลย ตามหาเนี้ยหลี่และสู้กับเขาสักยก ถ้าเจ้าชนะกลับมาได้ ข้าหลงยู่หยิ๋นคนนี้ จะเทิดทูนเจ้าจนวันตาย แต่ในชีวิตจริง เจ้ามันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ ไสหัวไปไกลๆ ข้า  อย่ามาให้เห็นหน้าอีกนะ ไปสิ มัวรอบ้าอะไรอยู่”

“หยินเอ๋อ ข้า...” ฮูหยงอยากพูดอะไรบางอย่าง

“ฮูหยง ไปให้พ้น” หลงยู่หยิ๋นตะโกน

“เจ้า....” ฮูหยงหมดความอดทน จึงตอกหน้าเธอกลับ “หลงยู่หยิ๋น เจ้าคิดว่าตัวเลิศเลอนักรึไง เจ้าก็แค่ผู้สืบทอดตระกูลผนึกมังกรลำดับที่7 การที่เจ้าจะได้เป็นผู้สืบทอดตระกูลลำดับที่ 1 ก็ต้องแต่งกับข้าไม่ใช่รึ ไม่ต้องเขินอายหรอกน่า ตอนที่เห็นหน้าข้า”

“ไส-หัว-ไป!!!!” หลงยู่หยิ๋นกระโดดเตะจนเขาตัวลอยบินไปไกล

ฮูหยงเจ็บใจพร้อมครวญครางที่หลงยู่หยิ๋นเตะเอวเกือบหัก ได้แต่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นและวิ่งไปด้วยความเสียใจ

หลงยู่หยิ๋นเมินหน้าหนี เมื่อเนี้ยหลี่ออกมาจากสนามเทพวิญญาณ ฮูหยงนำกลุ่มออกเสาะหาเนี้ยหลี่ เนี้ยหลี่เข้าใจหลงยู่หยิ๋นผิดและคิดว่าเธอส่งฮูหยงและพรรคพวกมา การกระทำของฮูหยงทำให้หลงยู่หยิ๋นต้องซวยรับเคราะห์ไปแทน จิตใจของเธอจมอยู่ในความทุกข์ทรมาน ยังไงก็แล้วแต่เธอก็ไม่ต้องการอธิบายอะไรให้เนี้ยหลี่ฟัง

มีแต่คนอ่อนแอเท่านั้นแหละที่ต้องไปอธิบาย

วันนี้เธอก็พ่ายแพ้เนี้ยหลี่อีก แม้ว่าครั้งนี้ใจเธอเหมือนดั่งผู้พ่ายแพ้ เธอไม่เต็มใจยอมรับความปราชัยที่ประกาศอยู่บนกระดานเทพวิญญาณ แต่ครั้งนี้เป็นการเผชิญซึ่งหน้าและผลคือเธอแพ้ แพ้หมดท่า ตลอดเวลาเธอภูมิใจในความแข็งแกร่งกล้าที่เธอมี แต่ถึงยังไงเธอก็ยังพ่ายอยู่ดี

หลงยู่หยิ๋นอยากจะร้องไห้ เธอกระหายความแข็งแกร่ง ไม่ยอมให้ใครทีเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเธอแกร่งกว่า แต่คราวนี้ ความพ่ายแพ้ยับเยินของเธอตกอยู่ในกำมือเนี้ยหลี่แล้ว ความทะนงตนของเธอถูกเขาเหยียบย่ำ

น้ำตาเธอเอ่อล้นเบ้า เธอเหมือนหมาจรจัดบาดเจ็บ ที่ต้องคอยเลียแผลโดยไม่มีใครเหลียวแล

เธอคิดถึงตอนที่ต่อสู้กับเนี้ยหลี่แล้วกัดฟันแน่น เธอยังคงไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้นั้น

ตอนที่เธอเดินเข้าห้อง ในห้องโถงมีร่างนึ่งปรากฏขึ้น เธอคนนี้สวยงามไร้การแต่งเติมใดๆ แต่ก็ยังไม่มีปรากฏตัวตนที่แท้จริงทำให้เธอเหมือนดั่งนางฟ้า เธอคือ อญิ๋ง หยู๋ เร่อเธอยิ้มอย่างมีเลศนัยที่มุมปาก

เมื่อเห็นเธอ หลงยู่หยิ๋นรีบเช็ดน้ำตาบนใบหน้าและแสดงท่าทีที่เย็นชา “เจ้ามาที่นี่ทำไม”

อญิ๋ง หยู๋ เร่อ ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ศิษย์น้องนี้ก็เป็นเวลานานแล้ว ที่เราไม่ได้พบกัน”

หลงยู่หยิ๋นจ้องอญิ๋ง หยู๋ เร่อด้วยท่าทีที่เย็นชา แผ่รังสีฆ่าฟันออกมา แม้ว่าเธอจะรู้ว่าเป็นคู่แข่งของอญิ๋ง หยู๋ เร่อไม่ได้ก็ตาม “นางมาร เจ้าทำให้อาจารย์ข้าตาย แล้วยังจะมีหน้ามาให้ข้าเห็นอีกรึ ถ้ามันไม่ใช่คำสั่งเสียสุดท้ายของอาจารย์ละก็ ข้าจะฆ่าเจ้าซะเดี่ยวนี้เลย”

“ก็บอกไปแล้วหนิว่าข้าไม่ใช่คนที่ฆ่าอาจาร์ยของเจ้า! แต่ชะตากรรมของอาจารย์เจ้า แค่มาจบลงในมือของข้า” อญิ๋ง หยู๋ เร่อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “อาจารย์เจ้าได้รับการสอนจากท่านบรรพจารย์ จนกระทั่งเธอบ่มเพาะจนระดับที่สูงกว่าดาราสวรรค์ และยังดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจในนิกายขนนกแห่งทวยเทพเธอยังได้รับการมอบหมายหน้าที่ให้เป็นอาจารย์ทำนายในนิกายขนนกแห่งทวยเทพอีกด้วย ก็เพราะเป็นอย่างงี้ไง เพราะเวรกรรมจึงทำให้เธอตาย”

หลงยู่หยิ๋นจ้องมองอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ อญิ๋ง หยู๋ เร่อ  “นางมารร้าย! ข้าไม่สนใจสิ่งที่เจ้าพยายามจะเล่นลิ้นหรอก ข้าไม่มีวันเชื่อหรอก”

อาการของหลงยู่หยิ๋น  อญิ๋ง หยู๋ เร่อได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจ “หยินเอ๋อเจ้าเป็นเพียงแค่คน ๆ เดียวในโลกนี้ที่ไม่ยอมเปิดใจรับฟังข้า เจ้ามันหัวแข็งและอนาคตเจ้าจะต้องเจอเรื่องลำบากใจอีกมากมาย เมื่อถึงเวลาที่เจ้าคิดได้ เจ้าจะตระหนักถึงความสูญเสีย และเวลาที่เจ้าย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ มันจะราวเหมือนไกลเกินเอื้อม แล้วใยเจ้ายังกังวลอยู่อีก”

หลงยู่หยิ๋นมองด้วยสายตาที่เย็นชาไปยังศิษย์พี่อญิ๋ง หยู๋ เร่อ “เจ้ากำลังสาปแช่งข้างั้นหรือ”

“นี้ไม่ใช่การคำสาปแช่งแต่นี่คือคำทำนาย” อญิ๋ง หยู๋ เร่อส่ายหัวและพูดต่อ “มันมีความเป็นไปได้น้อยมากที่ใครจะสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตา…” ทันใดนั้นเธอก็คิดถึงคนที่แสนสำคัญ มุมปากของเธอกระตุก “ไม่แน่นะ บางทีอาจมีคนที่ทำอะไรสำเร็จก็เป็นไปได้”

เจ้าเรียนเทคนิคทำนายชะตาฟ้าจากอาจารย์เหรอ หลงยู่หยิ๋นหน้าถอดสี เสียงของเธอสั่นเครือ “เจ้าจะต้องตาย”

“ทุกคนเกิดมาล้วนต้องตาย” อญิ๋ง หยู๋ เร่อยิ้มและพูดต่อ “อย่างเดียวหลังจากได้เรียนรู้เทคนิคทำนายชะตาฟ้า คือข้าไม่สามารถเข้าใจความนึกคิดของอาจารย์ได้ ปรมาจารย์ยุคหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า ‘จงสงบนิ่งดุจน้ำที่ไม่ไหวติง’ ในอดีตข้าไม่เข้าใจคำๆนี้ แต่หลังจากเรียนเทคนิคทำนายชะตาฟ้า แล้วถึงได้เข้าใจ ทุกอย่างที่เรารู้มันถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากคำลวงในอดีต แค่เศษคำลวง คนเราก็สามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นเรื่องจริงในปัจจุบันได้”

หลงยู่หยิ๋น ขมวดคิ้ว “เจ้ากำลังจะสื่อถึงอะไร คนที่เรียนเทคนิคทำนายชะตาฟ้านี่พูดจาประหลาดเหมือนกันทุกคนหรือป่าวนะ”

“คนอื่นๆจะมาอธิบายแทนข้า ข้าไปก่อนนะ โชคดีนะศิษย์น้อง ไม่ว่าภายนอกของคนเราจะแข็งแรงเพียงใด แต่ภายในจิตใจก็คงยังมีความเปราะบางและอ่อนแออยู่ แล้วเจ้าจะรบราฆ่าฟันกันไปเพื่ออะไร” อญิ๋ง หยู๋ เร่อเธอยิ้มมุมปากแล้วเดินจากไป

หลงยู่หยิ๋นครั้งนึงเคยเก็บงำความเกลียดชังอญิ๋ง หยู๋ เร่อไว้ แต่ตอนนี้เธอรับรู้ว่าอญิ๋ง หยู๋ เร่อเรียนเทคนิคทำนายชะตาฟ้า  ความเกลียดชังนั้นได้ลดน้อยลงกว่าเดิมมาก ชีวิตและความเป็นความตายของอญิ๋ง หยู๋ เร่ออยู่ในกำมือเธอ ถ้าเธอบอกคนอื่นเรื่องที่อญิ๋ง หยู๋ เร่อเรียนเทคนิคทำนายชะตาฟ้าล่ะก็ เธอต้องตายแน่

แต่อญิ๋ง หยู๋ เร่อก็ยังเล่าให้เธอฟัง อย่างน้อย มันก็แสดงให้เห็นว่าเธอก็ยังมีจิตใจที่เปิดกว้าง

บางทีการตายของอาจารย์อาจเป็นไปตามที่อญิ๋ง หยู๋ เร่อเคยพูดเอาไว้ หรืออาจมีเงื่อนงำเบื้องหลังอะไรบางอย่าง

หลงยู่หยิ๋นมองอญิ๋ง หยู๋ เร่อจนลับสายตาไป แม้ว่าเธอจะไม่ได้บอกเรื่องที่อญิ๋ง หยู๋ เร่อศึกษาตำราเทคนิคทำนายชะตาฟ้า  แต่เธอก็ยังทำใจให้ให้อภัยเรื่องที่เกิดก่อนหน้านี้ได้

เธอกลับเข้าห้องและทายาที่บาดแผลเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด ปากเธอสั่นร้องโอดครวญเพราะความเจ็บปวด ตัวเธอเต็มไปด้วยบาดแผล แม้ว่าจะพยายามเท่าไหร่ เธอก็ไม่สามารถปิดบังคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องที่เนี้ยหลี่เกลียดชังเธอได้ เนี้ยหลี่ทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ

ยิ่งคนอื่นทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ เท่าใด เธอยิ่งอยากพิศูจน์ตัวเอง

มือขวาของหลงยู่หยิ๋นกำผ้าห่มแน่น หัวใจเธอถูกเติมเต็มด้วยความเด็ดเดี่ยว มันต้องมีสักวันที่ข้าจะแข็งแกร่งกว่าเจ้าสิน่า ข้าจะไม่ให้เจ้ามาดูถูกข้าต่อไปอีกแล้ว

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น: