วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 287 – Physical Strength

Tale of the demon and god novel Chapter 287 – Physical Strength

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 287 -ความแข็งแกร่งของร่างกาย


บทที่ 287 - ความแข็งแกร่งของร่างกาย

กู่เป่ยปรากฎตัวใกล้ๆ กับเนี้ยหลี่  ยกมือป้องปากและกระซิบไปที่หูของเนี้ยหลี่ เบา ๆ ว่า "เนี้ยหลี่  เจ้าทำได้ดีมาก! ฮ่าฮ่า! ที่เจ้าก้าวล้ำหลงยู่หยิ๋นไป! ข้าเคยต้องการที่จะเหนือกว่านาง แต่ข้าก็ไม่สามารถทำได้ ตั้งแต่ที่ได้เห็นพลังที่แข็งแกร่งของนาง แต่ดูเหมือนเจ้าจะมีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่านางมากนัก. "

"มันเป็นเพียงแค่การการจัดอันดับจากกระดานเทพวิญญาณ!" เนี้ยหลี่ ส่ายหัวในขณะที่เขาเหลือบมองไปยังกู่เป่ยและพูดอย่างมีเลศนัยว่า "เจ้าก็คิดจะทำในสิ่งเดียวกันกับข้า ใช่ไหม?"

จากคำพูดของเนี้ยหลี่  กู่เป่ยได้ยิ้มขึ้นในขณะที่เขาส่ายหัว "ข้ามั่นใจว่าข้าจะไม่พ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงคนนั้น แต่จากความสามารถของนางก็ยังคงยากเกินไปสำหรับข้าอยู่ดี เจ้าเป็นคนผู้เดียวที่สมควรได้รับการชื่นชมจากข้า! "

"อันดับบนกระดานเทพวิญญาณยังไม่สามารถตัดสินอะไรได้มากนัก." เนี้ยหลี่ ก็ไม่ได้กังวลอะไรมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น หัวใจเขาได้บอกว่าหลงยู่หยิ๋นเป็นเพียงแค่ทางผ่านของเขา ศัตรูที่แท้จริงของเขาคือปราชญ์จักรพรรดิ์!

กู่เป่ยหัวเราะ "มันเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก อย่างไรก็ตามกระดานเทพวิญญาณก็ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง! มันต้องเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก ถ้าสามารถพิชิตใจผู้หญิงที่เย็นชาประดุจน้ำแข็งที่เหมือนกับหลงยู่หยิ๋นได้ เดิมทีข้าอยากได้นางมาเป็นหนึ่งในภรรยาน้อยของข้า แต่ถ้าเจ้าสนใจ ข้าจะยกนางให้เจ้า! "



เนี้ยหลี่ ไม่รู้ว่ากู่เป่ยจะพูดจาไร้สาระได้ถึงเพียงนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดมาตั้งแต่เขาได้เห็นลักษณะท่าทางของกู่เป่ย ถึงแม้เขาจะอายุเพียงสิบสี่หรือสิบห้าปีแต่ที่ผ่านมามีข่าวลือไปทั่วว่าเขามีภรรยามามากกว่ายี่สิบคนซ่อนอยู่ที่บ้าน อย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่ คิดว่ามันไม่ใช่การสร้างภาพ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งในตัวของเขา

"ข้าไม่ได้มีความสนใจในตัวของนาง" เนี้ยหลี่ พูดเบาๆ

กู่เป่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วแอบเหลือบตามองมาที่เนี้ยหลี่  "เจ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่มั้ย? นางเป็นผู้หญิงที่งดงามมาก แต่เจ้าไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ "

เนี้ยหลี่ ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เขาคิดถึงหวิ๋นเอ๋อและหนิงเอ๋อ ถ้าจะให้เขามีภรรยาอย่างน้อยมาตรฐานสำหรับเขาแล้วจะต้องเป็นเหมือนหวิ๋นเอ๋อหรือหนิงเอ๋อ สำหรับหลงยู่หยิ๋นแล้วไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย

เนี้ยหลี่ คิดว่าควรจะหยุดพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แล้วและได้รีบเปลี่ยนเรื่องในทันที "มีใครบางคนจากตระกูลกู่ ที่เรียกตัวเองว่ากู่เหิงมาหาข้าเมื่อวานนี้"

จากคำพูดของเนี้ยหลี่ , กู่เป่ยปัดความคิดที่ไร้สาระออกจากใบหน้าของเขาในทันทีและคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เนี้ยหลี่ พูด "เนี้ยหลี่ ไม่ว่าเจ้าและหลู่เปียวจะตัดสินใจยังไง พวกเจ้าก็ยังคงเป็นเพื่อนข้า ข้าบอกได้เพียงแค่ว่ากู่เหิงไม่ใช่คนดี และจะเป็นการดีที่สุดถ้าพวกเจ้าจะอยู่ให้ห่างจากเขาเอาไว้ แต่ถ้าพวกเจ้าเลือกที่จะร่วมมือกับเขา หลังจากนี้ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะยังคงเป็นคนเดิมที่ข้าเคยรู้จัก."

"ข้าปฏิเสธเขาไปแล้ว." เนี้ยหลี่ กล่าวอย่างใจเย็น "ไม่เพียงแค่นั้นเราได้ปฏิเสธคนอื่น ๆ อีกมากมาย!"กู่เป่ยเงยหน้ามองไปทางเนี้ยหลี่ ด้วยความประหลาดใจ ชั่วครู่ต่อมาเขาได้ถอนหายใจและกล่าวว่า "กู่เหิงเป็นใจแคบมากตั้งแต่พวกเจ้าได้ปฏิเสธเขาไป พวกเจ้าจะต้องระมัดระวังตัวจากเล่ห์เหลี่ยมของเขา! "

เนี้ยหลี่ ไม่ใส่ใจและกล่าวว่า "พวกข้าไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้ากองทัพมาเราจะกั้นขวางมันด้วยแม่ทัพ ถ้าน้ำมาเราจะป้องกันด้วยกำแพงดิน! " กู่เป่ยมองท่าทีของเนี้ยหลี่ สักครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า "เนี้ยหลี่ ข้ารู้สึกชื่นชมเจ้า หลังจากนี้เป็นต้นไปถ้าเจ้ามีสิ่งใดที่ต้องการจากข้า ขอเพียงแค่เจ้าบอกมา ข้าพร้อมที่จะลุยไปพร้อมกับเจ้า! "เนี้ยหลี่ โบกมือ "เราจะคุยเรื่องนี้กันในภายหลัง!" กู่เป่ยเป็นคนดี เนี้ยหลี่ จึงไม่ได้ต้องการที่จะสร้างมิตรภาพของพวกเขาในรูปแบบของผลประโยชน์

ห่างออกไปยืนอยู่หานจิ้ง หยันหยางและกลุ่มของพวกเขาที่กำลังเฝ้าดูเนี้ยหลี่  หลู่เปียวและกู่เป่ยด้วยความอิจฉา แต่พวกเขาไม่กล้าที่จะหาเรื่องเนี้ยหลี่ เพราะความสามารถของพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน ด้วยความสามารถของเนี้ยหลี่ ทำให้พวกเขารู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก ถ้าพวกเขาเข้าไปหาเรื่องก็เปรียบเสมือนนำพาความพินาศมาสู่ตนเอง! เนี้ยหลี่ เป็นคนที่กล้าต่อกรกระทั่งหลงยู่หยิ๋น!

เจ้าแห่งวิญญาณแดงเดินเข้ามาในลานฝึกและกวาดสายตามองไปยังนักเรียนของเขา

เมื่อดวงตาของเขาสบลงบนเนี้ยหลี่  เขาหยุดชั่วขณะก่อนที่จะยิ้มขึ้นมา "ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าจะสามารถผ่านสถานที่ฝึกฝนมาได้ นอกจากนี้ยังมีนักเรียนบางคนที่มีความสามารถขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ดีและแสดงความสามารถที่เหนือกว่าความคาดหวังของข้าได้ ยอดเยี่ยมมาก! พวกเจ้าทั้งหลายจะต้องฝึกฝนอย่างหนักด้วยเช่นกัน เพราะโควต้าสูงสุดในเขตตะวันออกมีเพียง 5 คนเท่านั้นที่จะได้ ถ้าเจ้าไม่ได้รับสิทธิ์ในปีนี้เจ้าจะต้องรอไปจนถึงปีหน้า ซึ่งปีหน้าจะมีนักเรียนเพิ่มมากยิ่งขึ้นโดยเพิ่มจากเขตเหนือและเขตใต้ใครจะรู้ได้ว่าปีนี้อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเจ้า! "

หานจิ้ง หวังหยาง และคนที่เหลือกำหมัดของพวกเขาแน่น มีเพียงห้าคนเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์ซึ่งมันเป็นความยากลำบากในการแข่งขันครั้งนี้ แม้ว่าคำพูดของเจ้าแห่งวิญญาณแดงจะให้ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อพวกเขา แต่ถ้าหากพวกเขาไม่สามารถผ่านเข้าไปในเขตตะวันออกภายในปีนี้ได้ มันจะเป็นไปได้ว่าพวกเขานั้นจะเสียโอกาสโดยถาวรหรือไม่ หัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความปั่นป่วน พวกเขาทุกคนเป็นอัจฉริยะที่ครอบครองรากจิตวิญญาณสวรรค์ อย่างไรก็ตามพวกเขาจำเป็นที่จะต้องก้มหน้าลงและปล่อยให้ผู้อื่นเหยียบย่ำก้าวข้ามพวกเขาไปหรือ?

"จากบทเรียนของสามวันก่อน เราได้กระตุ้นเปลวเพลิงจิตวิญญาณ ข้าสงสัยว่าพวกเจ้าทุกคนได้กลับไปฝึกที่บ้านด้วยหรือไม่? แต่ถ้าใครสามารถจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณได้แล้ว จงแจ้งชื่อของเจ้ามาให้ข้า การจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณนั้นเปรียบเสมือนเป็นหนึ่งในทางผ่านเพื่อเข้าสู่เขตตะวันออก ในบทเรียนวันนี้เราจะพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการปรับสภาพร่างกาย ผู้ฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพควรจะมีร่างกายที่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ร่างกายพวกเจ้าจะมีแต่เพียงจิตวิญญาณที่มีประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว! อย่างไรก็ตามการเสริมสร้างร่างกายมันไม่ได้เป็นเรื่องง่าย!"และได้กล่าวต่อไปว่า" ตอนนี้ข้าจะสอนพวกเจ้าถึงวิธีการเสริมสร้างร่างกาย! "เมื่อจบคำพูดของเขาเจ้าแห่งวิญญาณแดงก็ดึงปลอกแขนหลายอันออกมาจากแหวนมิติที่เก็บอุปกรณ์ของเขา "นี่คือปลอกแขนที่มีน้ำหนักมาก ชื่อของมันก็ก็คือ ปลอกแขนหนักสุดขั้ว โดยจะแบ่งออกเป็นห้าประเภทคือ250kg, 500kg, 750kg, 1000kg และ 1250kg พวกเจ้าจงเลือกสวมใส่มันซะ! "

เจ้าแห่งวิญญาณแดงนำปลอกแขนออกมากองไว้ในด้านหน้าของเขาและกล่าวว่า "พวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พลังสวรรค์ พวกเจ้าจงใช้แค่ความแข็งแรงทางร่างกายของพวกเจ้า พวกเจ้าควรจะเลือกปลอกแขนคู่หนึ่งซึ่งมีน้ำหนักประมาณแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของความแข็งแกร่งสูงสุดของพวกเจ้า! "

หลังจากเจ้าแห่งวิญญาณแดงพูดจบนักเรียนหลายคนเดินไปด้านหน้าและบางคนได้หยิบปลอกแขนที่มีน้ำหนัก 500kgขึ้นมาทันทีที่หยิบขึ้นมาใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำและเมื่อพวกเขาสวมใส่ที่มือทั้งสองข้างนักเรียนเหล่านั้นไม่สามารถที่จะรับน้ำหนักดังกล่าวไหว โดยที่ข้างหนึ่งนั้นมีน้ำหนัก 500 kg เมื่อครบคู่จะมีน้ำหนักเป็น1000kg ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถใช้ได้เพียงแค่ปลอกแขนน้ำหนัก250kg หลังจากที่พวกเขาถูกห้ามใช้พลังสวรรค์พวกเขาได้ตระหนักถึงความอ่อนแอทางร่างกายของพวกเขา

ตอนแรกนักเรียนหลายคนได้เดินเข้ามาหยิบปลอกแขนพวกเขารู้สึกได้ว่าไม่อยากสวมใส่ปลอกแขนอันที่มีน้ำหนักเบาแต่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่ของพวกเขาตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าความแข็งแรงทางกายภาพของพวกเขานั้นอ่อนแอมากเกินไปพวกเขาส่วนใหญ่ใส่ได้แต่ปลอกแขนน้ำหนักเบา มีเพียงคนจำนวนไม่กี่คนที่สามารถรับน้ำหนักปลอกแขน500kg ได้

เมื่อหลงยู่หยิ๋นเดินไปยังกองปลอกแขน พวกเขาทุกคนได้มุ่งความสนใจของพวกไปยังตัวนาง ทุกคนที่นี่รู้ว่านางครอบครองพลังของสายเลือดมังกร ดังนั้นนางจึงมีร่างกายที่มีแข็งแกร่งแต่พวกเขาไม่รู้ว่านางนั้นแข็งแกร่งถึงเพียงไหน? หลงยู่หยิ๋นก้มหน้าลงและหยิบปลอกแขนน้ำหนัก750kgขึ้นมาคู่หนึ่งอย่างง่ายดายในสายตาของคนอื่นนางต้องการรับรู้น้ำหนักที่แท้จริงของปลอกแขนก่อนเพื่อที่นางจะสามารถเลือกใส่ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ถึงแม้ว่านางกำลังสวมใส่ปลอกแขนน้ำหนัก 750kgอยู่แต่อย่างไรก็ตามนางยังคงสงวนแรงนางไว้ด้วย ซึ่งตัวนางนั้นได้รับการฝึกฝนจากตระกูลของนางด้วยปลอกแขนน้ำหนัก 1000kgมาก่อน ความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นสิ่งที่นางภาคภูมิใจ

จินยันเดินมาและเลือกปลอกแขนน้ำหนัก 500kg เขาเหลือบตามองไปทางหลงยู่หยิ๋นและได้สวมใส่ปลอกแขนน้ำหนัก 500kg เขาสามารถลืมอันที่หนัก750kg ไปได้เลย เขาไม่ต้องการยืนมองหลงยู่หยิ๋นจากด้านหลังของนาง

"ถึงตาข้าแล้ว!" หลู่เปียวกล่าวในขณะที่เขาเดินขึ้นไปหยิบปลอกแขนน้ำหนัก 500kg และวัดน้ำหนักมันในมือของเขา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากเล็กน้อยสำหรับเขาแต่เขาก็ยังสามารถสวมใส่ได้ถึงแม้ว่าหน้าจะแดงก็เหอะ กู่เป่ยหยิบปลอกแขนน้ำหนัก 500kgขึ้นมาสวมใส่ได้อย่างง่ายดาย เขาเลือกอันที่ไม่หนักเกินแรงของเขามากจนเกินไป

ส่วนเนี้ยหลี่ ได้เลือกปลอกแขนน้ำหนัก500kgขึ้นมาเขารู้ว่าถึงจะไม่ได้ใช้พลังสวรรค์ก็ตามเขายังสามารถสวมใส่ปลอกแขนได้หนักถึง 750kg ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูเหนือบ่ากว่าแรงไปเล็กน้อยแต่มันจะดีมากกว่าถ้าเรารู้จักขีดจำกัดของตัวเอง

หลังจากนั้น เมื่อมองไปในแง่ของความแข็งแรงทางกายภาพเพียงอย่างเดียว เนี้ยหลี่ ตกเป็นรองเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหลงยู่หยิ๋นที่ครอบครองสายเลือดมังกรและนางยังแข็งแกร่งเป็นอันดับสอง2 ของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์

"หลังจากที่พวกเจ้าฝึกฝนโดยไม่ได้ใช้พลังสวรรค์พวกเจ้าจะรู้ว่าร่างกายของพวกเจ้านั้นอ่อนแอมาก!" เจ้าแห่งวิญญาณแดงกล่าวหลังจากเดินรอบตัวพวกเขาอย่างช้าๆ และยิ้มขึ้นมา "พวกเจ้าควรจะฝึกฝนในลานฝึกฝนแห่งนี้ ซึ่งข้ามีข้อแนะนำว่าให้พวกเจ้าปรับสภาพร่างกายของพวกเจ้าซะ! "

กู่เป่ย หลู่เปียวและเนี้ยหลี่ เริ่มต้นฝึกฝนรวมไปด้วยการหกสูง การตีลังกาและอื่น ๆ แม้ว่าจะดูแล้วง่ายมากในช่วงแรก พอนานไปก็ได้รู้สึกถึงความยากลำบากเนื่องจากพวกเขานั้นถูกห้ามใช้พลังสวรรค์และใช้ได้เพียงความแข็งแกร่งทางกายภาพของพวกเขาเท่านั้นซึ่งไม่มีใครคิดว่ามันง่ายเพียงในเวลาไม่นานพวกเขาทุกคนเหงื่อออกไหลท่วมไปทั้งตัว

เจ้าแห่งวิญญาณแดงกล่าวในขณะที่เดินไปรอบ ๆ "เมื่อฝึกฝนร่างกาย การหายใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยๆหายใจออก ใช้เทคนิคการเชื่อมร่างกายของพวกเจ้าเข้ากับพลังสวรรค์ ดังนั้นเมื่อร่างกายของพวกเจ้าถูกหล่อหลอมด้วยพลังสวรรค์อีกครั้ง พวกเจ้าก็จะแข็งแกร่งขึ้น! "

เนี้ยหลี่ อยู่ในท่าหกสูงแต่ใช้นิ้วมือเพียงนิ้วเดียวในการค้ำยันกับพื้นเช่นเดียวกันกับพระภิกษุสงฆ์ที่ต้องการทำสมาธิซึ่งไม่มีการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นออกมาเนื่องจากตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในช่วงฝึกฝนร่างกาย เนี้ยหลี่ จึงตัดสินใจว่าเขาจะไม่ยอมเสียโอกาสที่ดีที่จะใช้วิธีการของเขาเองในการฝึกฝนเขายังคงอยู่ในท่าของเขาโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ที่สามารถมองเห็นใด้ แต่กล้ามเนื้อทั้งหมดในร่างกายของเขาถูกสั่นไหว นี่เป็นเทคนิคการเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพด้วยเทคนิคเทพวิถีฟ้าใช้หัวใจเพื่อปรับสภาพลมหายใจ และใช้ลมหายใจเพื่อปรับสภาพร่างกาย! เมื่อกล้ามเนื้อของเขาสั่นไหวเนี้ยหลี่ รู้สึกว่าร่างกายของเขาเติบโตแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น อันที่จริงด้วยเทคนิคเทพวิถีฟ้านั้นจะทำให้การปรับสภาพร่างกายของเขานั้นแสดงผลได้อย่างรวดเร็ว

เจ้าแห่งวิญญาณแดงหยุดยืนมองในขณะที่เขาเดินผ่านเนี้ยหลี่  เขาสังเกตเห็นว่าเนี้ยหลี่ ได้ใช้วิธีการฝึกฝนที่ไม่เหมือนกับเขาและเขาก็ไม่รู้จักวิธีการนี้เขารู้สึกว่าพลังของเนี้ยหลี่ รวมกันเป็นจุดเดียวได้อย่างไม่น่าเชื่อ เจ้าแห่งวิญญาณแดงค่อนข้างประหลาดใจ เทคนิควิธีการฝึกแบบนี้คืออะไร? แต่เขาก็ไม่ได้ถามเพราะทุกคนมีเทคนิคการฝึกฝนในรูปแบบของตัวเอง ในฐานะที่เขาเป็นอาจารย์เขามีหน้าที่เฝ้ามองจากด้านหน้าคอยสอนเคล็ดลับและไม่ยุ่งเกี่ยวกับวิธีการฝึกฝนของพวกเขา นอกจากนี้การสอบถามเทคนิคการฝึกฝนของนักเรียนมันเป็นการผิดจรรยาบรรณของความเป็นอาจารย์

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


3 ความคิดเห็น:

  1. อายุแต่ละคนทำไมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตกลงอายุเท่าไหร่กัน
    แต่สนุกมาก ขอบคุณครับ

    ตอบลบ