วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 286 – Heavenly Fate

Tale of the demon and god novel Chapter 286 – Heavenly Fate

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 286 - ลิขิตสวรรค์


บทที่ 286 - ลิขิตสวรรค์

เมื่อเนี้ยหลี่และพรรคพวกของเขากำลังเดินออกมา ปรากฎคนอีกกลุ่มหนึ่งเดินมาขวางพวกเขาไว้

เนี้ยหลี่เหลือบตามองเล็กน้อย พร้อมคิดว่า'ทะเลมักจะสงบก่อนคลื่นจะมา' ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถจะหาความสงบสุขใด ๆ ได้ในตอนนี้!

หัวหน้ากลุ่มนั้น กู่เหิงผู้เป็นญาติของกู่เป่ยเดินเข้ามาหาเนี้ยหลี่

"เจ้าคือเนี้ยหลี่!" หน้าของกู่เหิงปรากฏรอยยิ้มจาง "ผู้ซึ่งอยู่ในอันดับสามคนใหม่ของกระดานเทพวิญญาณและก้าวล้ำกว่าหลงยู่หยิ๋นเจ้าเป็นบุคคลที่น่ากลัว! ข้าคือกู่เหิงแห่งตระกูลกู่!"

เมื่อได้ยินคำพูดของกู่เหิงเนี้ยหลี่เหลือบมองไปที่กลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของกู่เหิงและหรี่ตามอง "ข้ารู้สึกแปลกใจว่าพวกเจ้าตามหาข้าเพื่ออะไร?"

เนี้ยหลี่ไม่เคยได้ยินชื่อของกู่เหิงมาก่อน ซึ่งในชีวิตของเขาก่อนหน้านี้คนที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลกู่คือกู่เป่ย!

กลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลังพูดอย่างภูมิใจขึ้นว่า "คุณชายของเราจะเป็นบุคคลที่จะประสบความสำเร็จเป็นคนแรกของตระกูลกู่!"

สำเร็จเป็นคนแรกหรือ? แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ล้มเหลวมากกว่ามั้ง? เนี้ยหลี่เบะปากเล็กน้อยในขณะที่เขามองไปยังคนพวกนี้ เนี้ยหลี่คิดว่ากู่เหิงคงจะเป็นคู่แข่งของกู่เป่ยมากกว่า



กู่เหิงโบกมือให้คนของเขาหยุดพูด จากนั้นเขาก็ยิ้มเบา ๆ และกล่าวว่า "จุดประสงค์ของข้าในการมาที่นี่คือการมาทำความรู้จักกับผู้ซึ่งเป็นอัจฉริยะ!"

หลู่เปียวทุบหน้าอกของเขาและกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "เป็นเพื่อนหรือ? ข้าชอบมากและถือว่าตอนนี้พวกเราเป็นเพื่อนกันแล้ว! "

กู่เหิงหยุดชั่วคราวพร้อมคิดว่า เจ้าหลู่เปียวมันคงจะไม่เข้าใจเจตนาที่แอบแฝงอยู่ในคำพูดเหล่านั้นของเขากันแน่หรือมันทำเพราะมันไม่รู้กันแน่?

เนี้ยหลี่หัวเราะในใจพร้อมคิดว่าหลู่เปียวทำตัวเหมือนคนไม่เต็มเต็งแต่ก็ถือว่าเขาทำในสิ่งที่ควรทำ เนี้ยหลี่ยิ้ม "ข้ามีความคิดแบบเดียวกัน ข้ารู้สึกดีใจถ้าคุณชายกู่อยากจะคบหาพวกเราเป็นเพื่อนหลังจากนี้เป็นต้นไปให้ถือว่าเราเป็นดั่งมิตรสหายต่อกัน"

ใบหน้าของกู่เหิงดูเย็นชา แต่เขาตบลงบนไหล่ของเนี้ยหลี่และกล่าวว่า "ข้าชอบลักษณะท่าทางของเจ้า ถ้าหากเจ้ามีเวลาว่างเจ้าสามารถมาเยี่ยมเยียนที่ตระกูลกู่ได้ทุกเมื่อและตระกูลของเราจะรู้สึกดีมากที่ได้ต้อนรับอัจฉริยะเช่นเจ้า! "

เนี้ยหลี่รักษาระยะห่างกับกู่เหิงในขณะที่เขากล่าวอย่างเบื่อหน่ายว่า "พวกเรานั้นเหมือนเป็นเพื่อนกันและทุกคนชอบคุณชายกู่แต่ถ้าพวกเราได้รับความช่วยเหลือโดยที่ไม่ได้ตอบแทนใดๆ มันจะเป็นการไม่สมควร. " จากคำพูดของเนี้ยหลี่ ดวงตาของกู่เหิงเกิดประกายที่เย็นชาและยิ้มพร้อมกล่าวว่า "กับคนที่มีความสามารถเช่นเจ้า ผู้ซึ่งจะสามารถเข้าถึงระดับลิขิตสวรรค์ได้ภายในเวลาครึ่งเดือนขอแค่เพียงเจ้ามีทรัพยากรต่อการฝึกฝนที่เพียงพอ! จงพิจารณาข้อเสนอนี้ด้วย! ตระกูลกู่จะเปิดประตูรอต้อนรับเจ้าอยู่! "กู่เหิงเมื่อพูดเสร็จก็ได้เดินจากเนี้ยหลี่และพวกไป เมื่อได้เห็นว่าคนที่มาจากตระกูลกู่เดินผ่านไปแล้ว เนี้ยหลี่หันหน้าของเขามองดูกู่เหิงจากไป

ดูเหมือนว่ากู่เหิงมาจากตระกูลกู่ซึ่งเป็นตระกูลที่แข็งแกร่ง หลู่เปียวขมวดคิ้วของเขาและถามว่า "เนี้ยหลี่, พวกเขามีความต้องการที่จะชวนเราเข้าร่วม? จากน้ำเสียงของเขาแล้วดูเป็นคนประเภทที่มีความมั่นใจสูง เขาต้องการให้เราเข้าร่วมกับเขา เขามีการแต่งกายที่ดีและดูแตกต่างจากกู่เป่ย เขากับกู่เป่ยมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่นะ? "

"ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเขา." เนี้ยหลี่ยิ้มเล็กน้อยและกล่าวต่อว่า "เขาเป็นเพียงคนที่ยังดื้อดึงซึ่งพยายามที่จะชวนเราเข้าร่วมภายใต้ปีกของเขาโดยไม่คำนึงถึงความสามารถของตัวเอง! เขาเป็นเพียงผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งของตระกูลซึ่งเขาไม่ได้มีอำนาจที่แท้จริงใด ๆ ภายในตระกูลและในเร็วๆนี้ เขาคิดว่าตระกูลกู่จะตกอยู่ในมือของเขา! "

เซี่ยวหยู๋ซึ่งยืนอยู่เงียบ ๆ ด้านข้าง เขาไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่เริ่ม หลังจากที่เขาขบคิดแล้วก็กล่าวว่า "เนี้ยหลี่เจ้าจะต้องระวังมากกว่านี้เมื่อเจ้าได้แสดงความสามารถที่น่าอัศจรรย์ซึ่งติดอันดับอยู่บนกระดานเทพวิญญาณพวกตระกูลหลักต่างๆ จะให้ความสนใจมายังตัวเจ้า! "

"ไม่น่าจะมีอันตรายใดๆ เราควรจะหาคนที่สามารถกระจายข่าวว่าพวกเราจะพิจารณาเข้าร่วมกับตระกูลต่างๆหลังจากที่เราได้เสร็จสิ้นการฝึกฝนของเราในสถาบันวิญญาณสวรรค์แล้ว! " เนี้ยหลี่กล่าวต่อว่า"มันจะดีมากถ้าเราสามารถชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อนได้ เราจะมาคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้งหลังจากที่เราได้เสร็จสิ้นการฝึกฝนก่อนที่เราจะเสร็จสิ้นการฝึกแล้วตระกูลต่างๆ พวกนี้จะไม่หันมายุ่งกับเราซึ่งเป็นเหตุที่จะทำให้เราไปเข้าร่วมกับตระกูลอื่นเซี่ยวหยู๋พยักหน้าและคิดว่า "นั่นเป็นความคิดที่ดี"

กู่เหิงยืนห่างออกไปด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

"ไอ้พวกหยิ่งยโส พวกมันคิดจริงๆ หรอว่าข้าอยากจะเป็นเพื่อนกับพวกมัน? พวกมันทั้งหลายมีอะไรเหมาะสมที่จะเป็นเพื่อนกับข้า "กู่เหิงหัวเราะอย่างเย็นชา อย่างไรเขาก็ไม่คิดว่าพวกเนี้ยหลี่จะปฏิเสธ? "ข้าถือว่าผู้ที่สามารถอยู่ในฐานะเพื่อนของข้าได้ต้องเป็นคนที่มอบความจงรักภักดีต่อข้าเท่านั้น! ผู้ที่ไม่เต็มใจที่จะทำ ถือว่าไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นเพื่อนของข้า! "

กลุ่มคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาเห็นด้วยกับคำพูดของเขา "แท้จริงแล้ว พวกมันทั้งสามควรจะชื่นชมความมีน้ำใจของคุณชายมากกว่า"

กู่เหิงสาปแช่งอย่างบ้าคลั่ง "พวกมันคิดว่ามันพิเศษกว่าคนอื่นหรือไง? แต่ในท้ายที่สุด คนที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะก็ยังต้องเข้าร่วมไม่ตระกูลใดก็ตระกูลหนึ่ง มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนสำหรับคนเพียงคนเดียวที่จะต่อต้านตระกูลใหญ่ พวกเราตระกูลกู่สามารถชี้เป็นชี้ตายพวกมันได้ ถ้าไม่ใช่เพราะกฎของสถาบันวิญญาณสวรรค์แล้ว พวกมันทั้งหมดต้องตาย! "

มีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างตระกูลต่างๆ ในนิกายขนนกแห่งทวยเทพอย่างรุนแรง จึงทำให้กู่เหิงไม่สามารถทำการใดๆ ได้มากนักต่อคนที่จะกลายเป็นทรัพยากรของตระกูลอื่น

ดวงตาของกู่เหิงปรากฏประกายตาที่เยือกเย็น "ตั้งแต่ที่เจ้าไม่สนใจที่จะสวามิภักดิ์กับข้าแล้วมันเป็นเพียงแค่ความฝันในการก้าวเข้าไปในระดับดาราสวรรค์ได้สำหรับชีวิตที่เหลือของพวกเจ้า!"

ภายในดินแดนซากมังกร การฝึกฝนเป็นสิ่งที่ยากมาก หากไม่ได้ทำการฝึกฝนอย่างแข็งขันและได้รับหินจิตวิญญาณสำหรับตัวเองจากสถาบันวิญญาณสวรรค์แล้วนั้นจะไม่สามารถเพิ่มพูนพลังจากการฝึกฝนได้มากนักเพราะมันจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่มากขึ้น แต่การที่จะไปสถานที่ต่างๆในดินแดนซากมังกรเพื่อตามหาแล้วนั้นหมายถึงอันตรายที่สูงมากและเกิดการตายขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง

ตามธรรมชาติเมื่อได้ฝึกฝนถึงขั้นลิขิตสวรรค์แล้วและได้วางดวงจิตไว้ในห้องโถงแห่งจิตวิญญาณ พวกเขาไม่ต้องมานั่งคิดมากว่าจิตวิญญาณของพวกเขาจะแตกสลาย อย่างไรก็ตามเมื่อมีความตายเกิดขึ้นก็จะใช้ระดับของการฝึกฝนเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนดังนั้นการพยายามก้าวเข้าสู่ระดับที่สูงขึ้นโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นจะเป็นสิ่งที่ยากมากในการพัฒนาความสามารถ

เมื่อพวกเขาได้ก้าวเข้ามาสู่ระดับลิขิตสวรรค์และได้รับทรัพยากรในการฝึกฝนที่พียงพอ พวกเขาสามารถพัฒนาระดับการฝึกฝนให้เพิ่มสูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตามทุกๆระดับการฝึกฝนจะใช้ทรัพยาการที่มากขึ้น ดังนั้นจึงมีการต่อสู้กันของผู้เชี่ยวชาญเพื่อแย่งชิงทรัพยากรในการฝึกฝนที่มีอยู่อย่างจำกัดอยู่ตลอดเวลา จึงมีข่าวการตายเกิดขึ้นอยู่เสมอ ณ จุดนี้ มันจึงกลายเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับตระกูลต่างๆ ที่จะสามารถควบคุมการฝึกฝนของคนผู้หนึ่ง แต่โดยที่ไม่คาดคิดนั้น กู่เหิงรู้สึกโกรธเมื่อถูกปฎิเสธจากเนี้ยหลี่ซึ่งความรู้สึกนี้มันไม่ได้จางหายไปเลย

ในหุบเขาลึกของนิกายขนนกแห่งทวยเทพ  มีกระท่อมฟางถูกล้อมรอบด้วยดอกพีชมากมาย ซึ่งภายในสวนเต็มไปด้วยต้นพีช ทัศนียภาพดังกล่าวสวยงามเกินกว่าที่จะบรรยาย!อาณาเขตลึกลับหลากหลายประเภทส่งแสงล้อมรอบกระท่อมฟางแห่งนี้ภายในกระท่อมมีสาวสวยผู้หนึ่งนั่งอยู่ในความเงียบ มีอุปกรณ์ลึกลับหกอย่างอยู่รอบ ๆ ตัวนางแต่ละอันมีลูกกลมหมุนดั่งเช่นดวงดารา อุปกรณ์หลายรูปแบบปลดปล่อยพลังงานลึกลับออกมา

ผู้หญิงคนนี้คืออญิ๋ว หยู๋ เร่อนั่นเอง! ดวงตาทั้งสองของนางปิดอยู่และขมวดคิ้ว นางดูเหมือนจะดำดิ่งเข้าไปในความคิดอะไรบางอย่างหลังจากหลายชั่วโมงผ่านมานางก็เปิดเปลือกตาของนางขึ้น

อญิ๋ว หยู๋ เร่อดูเหมือนกับว่านางคิดออกแล้ว "นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น! ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยเมื่อมองไปที่เขา. "นางยิ้มบางและพึมพำกับตัวเอง" ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับเป็นสิ่งที่พิเศษที่สามารถย้อนกลับช่วงเวลาได้ แต่ถ้าเจ้ายังไม่สามารถฝืนลิขิตสวรรค์และเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเจ้าได้แล้วทุกอย่างที่ผ่านมาก็จะไม่มีค่าใดๆ เลย เมื่อเจ้าเข้าสู่ระดับแดนสวรรค์ได้เมื่อไหร่ ในไม่ช้าจักรพรรดินักปราชญ์จะรู้สึกถึงการมีอยู่ของเจ้า ตอนนี้สิ่งที่ข้าสามารถทำได้เพื่อช่วยให้เจ้าสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของเจ้าได้คือเมื่อจักรพรรดินักปราชญ์ได้ดำเนินการทำนายดวงชะตาของเขาในเวลานี้ สิ่งที่เขาจะได้สัมผัสได้จะไม่ใช่เจ้า! อาจารย์ของเจ้าสามารถช่วยเหลือเจ้าได้เพียงเท่านี้ อย่างไรก็ตามถ้าเจ้ามีความสามารถอย่างแท้จริงเจ้าก็สามารถฝืนลิขิตสวรรค์และเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเจ้าได้ ทุกอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง! " สายตาของอญิ๋ว หยู๋ เร่อจ้องมองไปในที่ที่ห่างไกลออกไป

"แม่ของข้านั้นเป็นมนุษย์ แต่สายเลือดของเทพมารยังคงไหลเวียนอยู่ภายในตัวข้า การดำรงอยู่ของข้าถูกสวรรค์ลิขิตมาแล้วข้าหวังว่าเจ้าจะยังจำคำสอนและความคาดหวังของข้าได้. " ใบหน้าของนางเปรียบเสมือนนางฟ้าที่ได้จุติลงมาบนโลกใบนี้ แลดูบริสุทธิ์ไม่มีสิ่งใดมาเจือปน ดวงตาของนางสดใสดุจดั่งสายน้ำที่อ่อนโยนซึ่งเป็นผู้หญิงผู้หนึ่งที่ดูเงียบสงบดั่งดวงจันทรา

นับตั้งแต่นางเกิดมานางได้รับรู้โชคชะตาต่างๆ ที่เกิดขึ้นและนางได้รับรู้ดวงชะตาของคนจำนวนมาก ในมุมมองของนางนั้น การมีชีวิตและความตายนั้นเป็นเรื่องปกติ ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่ได้สนใจว่านางจะตายเมื่อไหร่และความตายนั้นมีความสำคัญอย่างไร นางยังคงคาดคำนวณชะตากรรมของเนี้ยหลี่และเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในตัวของนาง

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ภายในลานฝึกของจ้าวแห่งวิญญาณแดง ส่วนใหญ่ของนักเรียนกำลังนั่งอยู่และรอให้จ้าวแห่งวิญญาณแดงมาถึง

เนี้ยหลี่และหลู่เปียว เดินเข้าไปในห้องฝึกฝนและนั่งอยู่ในที่นั่งของตัวเอง

เมื่อนักเรียนคนอื่นหันมาเห็นเนี้ยหลี่และหลู่เปียว จากห้องฝึกฝนที่เงียบอยู่ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมาในทันที

"พวกเจ้ารู้อะไรมั้ย? ผู้ชายที่ชื่อว่าเนี้ยหลี่ ได้ก้าวข้ามอันดับของหลงยู่หยิ๋นที่แสดงบนกระดานเทพวิญญาณ! "

"ชู่ว เจ้าพูดเบาๆ สิ เจ้าไม่กลัวว่าหลงยู่หยิ๋นจะได้ยินเราหรือ? "

"ข้าได้ยินมาว่าหลงยู่หยิ๋นได้ท้าเฆี่ยนสามที และนางมีความมั่นใจมากดังนั้นในตอนที่นางถูกเฆี่ยนสามครั้งมันได้สร้างความอัปยศให้นางมากกว่าความตายเสียอีก! "

ณ ขณะนี้นักเรียนเกือบทุกคนกำลังให้ความสนใจต่อเนี้ยหลี่และหลู่เปียว

หลงยู่หยิ๋นนั่งอยู่อย่างเงียบ ๆ สวมเครื่องแต่งกายที่แน่นกระชับ นางเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในชั้นเรียนเพราะนางมีรูปร่างทรวดทรงองเอวและผิวพรรณที่ดูใสกระจ่าง ข้อบกพร่องของนางในเวลานี้คือการแสดงออกที่ค่อนข้างน่ากลัวพร้อมทั้งกำหมัดแน่นและวางอยู่บนหัวเข่าของนาง จะวิธีอะไรไหมที่จะทำให้นางไม่ได้ยินเสียงนินทาพวกนี้?แต่ในกระดานเทพวิญญาณก็แสดงให้เห็นว่านางได้พ่ายแพ้แล้วอย่างแน่นอน แต่นางยังคงมีทิฐิมากมายในหัวใจของนางหลงยู่หยิ๋นมองไปที่เนี้ยหลี่และประกายตาของนางปรากฏจิตวิญญาณการต่อสู้ 'มันเป็นเพียงแค่กระดานจัดอันดับแต่มันก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าความสามารถของเจ้านั้นมีมากกว่าข้า ข้าจะหาทางเอาชนะเจ้าในรูปแบบอื่น! ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองพ่ายแพ้ต่อคนซึ่งอยู่วัยเดียวกับข้าเป็นอันขาด

นางได้ถูกสอนสั่งจากท่านแม่ของนางตลอดเวลาในตอนที่นางเป็นเด็กแม่ของนางบอกกับนางอยู่เสมอว่าผู้หญิงอย่างนางต้องดูแลตัวเองได้ นางจะต้องกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงและสยบผู้ชายทุกคนให้อยู่แทบเท้าของนาง

นับตั้งแต่นางยังเด็กนางก็แสดงความสามารถที่แข็งแกร่งออกมา ตอนนี้นางกำลังจะเป็นคนที่เจ็ดที่จะประสบความสำเร็จของตระกูลผนึกมังกร นี่คือชัยชนะของนางแต่มันก็ยังคงห่างไกลหากนางต้องการที่จะกลายเป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุด!

ตอนนี้บนกระดานเทพวิญญาญเจ้าเนี้ยหลี่ได้บดขยี้ความรู้สึกของนางอย่างไร้ความปราณีซึ่งเกือบจะทำให้นางเป็นบ้าไปแล้วแต่อย่างไรก็ตามนางจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้แน่นอน!


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

4 ความคิดเห็น:

  1. คหสต.คิดว่าอย่างเนี้ยหบี่ไม่ใช่กาคเกิดใหม่น่าจะเรียกว่า ย้อนเวลาวิญญาณมาสิ่งสู่ตอนอายุ13นำพาความรู้และความทรงติดตัวมา

    ตอบลบ