วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 285 – A Chicken Feather for an Authoritative Token

Tale of the demon and god novel Chapter 285 – A Chicken Feather for an Authoritative Token

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 285 -  ขนไก่สำหรับซื้ออำนาจ


บทที่ 285 - ขนไก่สำหรับซื้ออำนาจ



ชายหนุ่มผู้นี้คือฮูหยงเป็นคู่หมั้นของหลงยู่หยิ๋น

ฮูหยงก้าวไปข้างหน้าและคว้าคอเสื้อของเนี้ยหลี่ " เนี้ยหลี่เจ้าบังอาจทำร้ายหลงยู่หยิ๋น เจ้าเบื่อที่จะมีชีวิตแล้วใช่ไหม! "

เนี้ยหลี่กล่าวกับฮูหยงกับพวกลิ่วล้อของเขา ว่า " พวกเจ้าทั้งหมดมาจากตระกูลผนึกมังกรสินะ? "

ฮูหยงจ้องหน้าเนี้ยหลี่ " เห็นทีวันนี้เจ้าคงต้องตายก่อนสินะถึงจะตระหนักว่าพวกข้าเป็นใคร ชื่อของข้าคือฮูหยงเป็นคู่หมั้นของหลงยู่หยิ๋น ” หัวใจของเขาถูกกองไฟเผาไหม้อย่างบ้าคลั่งจากสีหน้าสบาย ๆ ของเนี้ยหลี่

หลู่เปียวมองที่เป้าของฮูหยง และหัวเราะสั้น ๆ สามครั้ง " ฮ่าๆๆ คู่หมั้นของหลงยู่หยิ๋น งั้นเหรอ คนที่มีข่าวลือว่า นางไม่สนใจใยดีนั่นน่ะรึ ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าจะกล้าทำเพื่อนางมากขนาดนี้ ขู่พวกเราไปก็ไร้ประโยชน์ อย่าคิดนะว่าเราไม่รู้กฎของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ ข้าขอชื่นชมเจ้าจริง ๆ ถ้าเจ้ากล้าที่จะทำที่นี่ ในตอนนี้ ”

ฮูหยงคิ้วกระตุกด้วยความโกรธในขณะที่เขายังคงคว้าคอเสื้อของเนี้ยหลี่ และมองอย่างดุร้ายและกล่าวว่า " อย่าคิดนะว่าข้า จะไม่กล้าทำอะไรพวกเจ้า! "

เนี้ยหลี่มองเขาแบบสบาย ๆ ว่า " งั้น,ทำสิ่งที่เจ้าต้องการได้เลย! "

ตอนนี้ฮูหยงโกรธมาก ก่อนที่จะมาที่นี่เขาจะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญลิขิตสวรรค์จำนวนมากเพื่อให้เนี้ยหลี่ไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้ เพียงแต่ว่าไอ้กฎบ้าบอของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ เขาจึงไม่สามารถจะทำอะไรได้ ภายในบริเวณสถาบันแห่งนี้!

ฮูหยงปล่อยมือออกและมองไปที่เนี้ยหลี่ ประกายแสงเย็นแวบผ่านดวงตาของเขา " อย่าคิดว่าเป็นเพราะกฎบ้า ๆ ของสถาบันล่ะ ที่ข้าจะไม่กล้าทำอะไรพวกเจ้า เจ้าอย่าได้ยุ่งกับพวกเราอีก? เจ้ายังอ่อนหัดเกินไป! ฮูเทียน พาพวกมันสามคนไปยังสถานที่ที่เงียบ ๆ และพูดดี ๆ กับพวกเขา! "

ฮูเทียนเผยให้เห็นรอยยิ้มเลือดเย็นที่มุมปากของเขาในขณะที่เขากล่าวว่า " เชิญอัจฉริยะทั้งสาม "

แม้ว่าฮูหยงและพวกลิ่วล้อ จะไม่สามารถที่จะฆ่าพวกเขาทั้งสามได้เพราะกฎของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ แต่สิ่งที่พวกเขาจะทำก็แค่สอนบทเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

จิตคุกคามของผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์ขั้นที่ 9 สร้างความกดดันอย่างรุ่นแรงแก่เนี้ยหลี่และหลู่เปียวทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะตอบโต้ได้แม้แต่น้อย ขณะที่พวกเขาพยายามที่จะต้อนพวกของเนี้ยหลี่เข้าไปในมุมที่เงียบ



ผิดกับเซี่ยวหยู๋ เขาไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันดังกล่าวเลยอาจจะเป็นเพราะว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์เช่นเดียวกัน แต่ด้วยเขาก็ยังอยู่ในขั้นที่ 4 ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกนัก ขณะที่เซี่ยวหยู๋พยายามที่จะคิดวิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถึงแม้ว่าเขาจะหาวิธีดังกล่าวได้จริง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรับมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์จำนวนมากได้ อีกอย่างเขาก็ไม่คาดคิดว่าฮูหยงจะใช้วิธีการแบบนี้ด้วย

เนี้ยหลี่เหลือบมองไปที่ฮูหยงอย่างดูหมิ่น " ดูเหมือนว่าเจ้ากำลังเล่นเกมเช่นเดียวกับเด็กทะเลาะกัน เจ้าต่อยข้า ข้าต่อยเจ้า มันออกจะเป็นวิธีการที่อ่อนหัดเกินไป! "

ฮูหยงแสดงอาการเหยียดหยันเนี้ยหลี่และกล่าวว่า " ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เดินไปข้างหลังกำแพงซะ! "

เนี้ยหลี่สะบัดแขนของเขาในขณะที่เขายิ้มเยาะในความน่ารังเกียจของฮูหยง " เจ้าคิดจริง ๆ เหรอว่า เจ้าสามารถกำจัดพวกข้าทั้งหมดได้ในวันนี้? สำหรับพวกเจ้าแล้วข้าไม่จำเป็นต้องลงมือเองด้วยซ้ำ! "

" พวกเจ้าทั้งสามคนยังไม่ถึงแม้กระทั่งระดับลิขิตสวรรค์ ถึงข้าจะไม่สามารถจัดการพวกเจ้าในวันนี้ แต่ข้าจะสลักชื่อของข้าเอาไว้ที่กลางหลังของพวกเจ้าซะ! " ฮูหยงเริ่มโมโห เขารู้อยู่แล้วว่าตัวเขาเองเป็นคนจองหอง แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า เนี้ยหลี่จะจองหองมากกว่าเขาซะอีก ขนาดเผชิญกับศัตรูจำนวนมากเช่นนี้ เขายังกล้าจะปากดีอีก เอาตัวพวกมันไป เดียวนี้! "

ขณะที่ฮูหยง กล่าวนั้น เสียงลึกลับดังมาจากทางด้านหลัง " นายน้อยฮู ข้ากลัวว่าท่านจะไม่สามารถทำอะไรทั้งสามคนนั้นได้! "

ฮูหยง หัวร้อนและกว่าวว่า " วันนี้ข้าจะจัดการพวกมันทั้งสามคน! ใครบังอาจมาขัดขวางข้า "

เขาหันมองไปรอบ ๆ ดูว่าใครที่ช่างกล้าที่จะช่วยพวกเขาทั้งสามคน! อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาหันกลับไป เขาไม่อาจลดความตกใจเมื่อเห็นร่างเงาสองร่างเข้ามาหาพวกเขาอย่างช้า ๆ ซึ่งทั้งสองเป็นคนที่ฮูหยงให้การเคารพ คนหนึ่งชื่อ หนานเหมิน เทียนไห่ และอีกคนคือ หวังยู่ ซึ่งทั้งสองเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ แม้แต่ผู้นำของตระกูลฮู ยังให้ความเคารพพวกเขา นอกจากนี้ฮูหยงปัจจุบันยังเป็นศิษย์ของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ และก็อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของสถาบันด้วยเช่นกัน

" นายน้อยฮู ข้ากลัวว่าภายในสถาบันแห่งนี้ ท่านไม่สามารถที่จะทำอะไรตามอำเภอใจได้ ทั้งสามคนนี้มาจากรุ่นอัจฉริยะที่มีความสามารถของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ของเรา ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ทำการใด ๆ กับพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะทำผิดทางสถาบันจะจัดการลงโทษพวกเขาเอง " หวังยู่ มองที่ฮูหยงขณะที่เขาพูดด้วยเสียงอันศักดิ์สิทธิ์ " นายน้อยฮู ท่านยังเป็นศิษย์ของสถาบันแห่งนี้อยู่ ไม่ว่าจะตอนนี้หรืออนาคต ผู้ที่กล้าละเมิดกฎของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ ตัวข้าไม่สามารถจะมองข้ามในการกระทำเหล่านั้นได้! "

หัวใจของฮูหยงหดหู่เป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า เขานั้นตกอยู่ในกับดักของ เนี้ยหลี่
ปัจจุบันแน่นอนว่าเขาไม่สามารถที่จะทำอะไรเนี้ยหลี่ในวันนี้ได้ นอกจากนี้หนานเหมิน เทียนไห่และหวังยู่ ผู้อาวุโสเหล่านี้ตอนนี้ยังปกป้องพวกของเนี้ยหลี่อยู่ จากนี้ไปเขาได้แค่ฝันที่จะทำการใด ๆ ได้อีก ฮูหยงจ้องหน้าของเนี้ยหลี่และพรรคพวก

หลู่เปียว หัวเราะในขณะที่เขามองไปที่ฮูหยง " ก่อนหน้านี้นายน้อยฮู ได้กล่าวว่าถึงเขาไม่สามารถทำอะไรพวกเราได้ แต่เขาจะพาพวกเราไปเขียนชื่อของเขาไว้กลางหลังของพวกเรา! "

" พวกเจ้าระวังตัวให้ดี ข้าจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไปแน่นอน! โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเจ้า ไปถึงได้ถึงระดับดินแดนลิขิตสวรรค์ อย่าคิดแม้แต่จะก้าวออกไปจากสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ มิฉะนั้นพวกเจ้าจะต้องตายทุกเมื่อที่เจ้าออกไป! " ฮูหยง ตำหนิแล้วกวาดสายตาไปที่ลูกน้องของเขา และสั่ง " กลับ !!"

ลูกน้องของฮูหยงจ้องมองไปที่เนี้ยหลี่ด้วยความโกรธที่มากขึ้น ก่อนจะออกตามหลังเจ้านายของตน
สิ่งที่ฮูหยงหมายถึงคือเมื่อ เนี้ยหลี่และกลุ่มของเขาไปถึงดินแดนลิขิตสวรรค์ และออกไปยังด้านนอกของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ เมื่อนั่นที่พวกเขาจะโจมตีพวกเขาทั้งสามคน แต่ตอนนั้นเนี้ยหลี่คงวางไว้แล้วซึ่งดวงจิตดวงแรกในห้องโถงวิญญาณ เมื่อเวลานั้นมาถึง ก็ไม่มีสิ่งที่เขาจะต้องกลัว

เนี้ยหลี่ยิ้มเบา ๆ เขาคิดว่าเวลานั้น เขาไม่จำเป็นต้องกลัวใคร! สิ่งที่ฮูหยงจะทำได้ก็คือการขัดขวางการบ่มเพาะพลังของพวกเขาเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อไม่ให้พวกเขาไปยังดินแดนลิขิตสวรรค์ ฮูหยงประเมินตัวเองสูงเกินไป

ฮูหยง และพวกเขาเดินกลับมาเพื่อสงบสติอารมณ์ โดยออกมาให้ไกลมากที่สุด ฮูหยงรู้สึกท้อแท้เป็นอย่างมาก หลงยู่หยิ๋นถูกรังแกและเมื่อเขาจะไปแก้แค้นให้เธอ แต่ต้องกลับมาด้วยความอัปยศอดสู สิ่งที่ทำไปในวันนี้หวังเพียงจะให้นางหันมามองเขาบ้าง แต่เนื่องจากผู้อาวุโสทั้งสองของสถาบันเข้ามาขัดขวาง ตอนนี้เขาทำได้แค่เศร้าใจเท่านั้น

หนานเหมิน เทียนไห่ และหวังยู่ ละสายตาจากของพวกเขาจากฮูหยง หนานเหมิน เทียนไห่ ก็กล่าวกับพวกเขาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ว่า " พวกเจ้าทั้งสามด้วยในสถาบันแห่งนี้ การบ่มเพาะพลังต้องมาก่อนอย่างอื่น อย่าได้ไปวิ่งสร้างแต่ปัญหา ซึ่งมันไม่เหมาะสม หากมีครั้งต่อไปแล้วพวกเราจะไล่พวกเจ้าออกจากสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ "

หลู่เปียว ร้องออกมาทันทีเพราะคิดว่าพวกเขาไม่แยกแยะระหว่างถูกและผิด " แต่ท่านผู้เฒ่า เราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน! พวกเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน! "

หนานเหมิน เทียนไห่ เข้มงวดทำเสียงเย็นชาและจ้องมองพวกเขาทั้งสามคน " แมลงวันจะไม่กัดไข่ที่ไร้รอยต่อ! ถ้าพวกเจ้าไม่ดึงดูดปัญหาแล้ว ปัญหาจะมองหาพวกเจ้ารึ? "

หวังยู่ ที่ยืนอยู่ด้านข้าง ยิ้มเบา ๆ มาที่พวกเขาสามคนและกล่าวว่า " พวกเจ้าทั้งสามมีความสามารถที่หาได้ยาก ดังนั้นการระวังและรักษาตัวให้ดี ๆ ตระกูลผนึกมังกรและตระกูลฮู ไม่ได้เป็นตระกูลเล็ก ๆ อย่างที่เจ้าคิด มันจะเป็นเรื่องดีที่สุดสำหรับอนาคตของพวกเจ้า ที่ไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องเล็ก ๆ จนอาจทำให้เสียแผนการใหญ่! "

เนี้ยหลี่ หลู่เปียว และเซี่ยวหยู๋สบตากัน พวกเขาทั้งสามเป็นคนฉลาด หนึ่งในผู้อาวุโสมีใบหน้างดงาม ในขณะที่อีกคนมีใบหน้าที่โหดเหี้ยม ความหมายของพวกเขาเข้าใจได้ง่าย ผู้อาวุโสเหล่านี้ได้บอกพวกเขาจะไม่ได้รับปัญหาใด ๆ จากหลงยู่หยิ๋นและฮูหยง

ในตอนที่เนี้ยหลี่ อยู่ในสนามวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เขาต้องการที่จะให้ชื่อของเขาปรากฏบนกระดานวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แค่นั้นเอง แต่เพราะต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองเหนือกว่าหลงยู่หยิ๋น เขาก็ฉายแววว่าจะก้าวขึ้นสู่อันดับต้น ๆ ของกระดานวิญญาณศักสิทธิ์ จึงไม่มีเหตุผลที่สถาบันจะเข้ามายุ่ง เมื่อเป็นอย่างนั้นการที่เขาสามารถสอนบทเรียนให้กับหลงยู่หยิ๋นทำให้สถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ไม่อาจที่จะมองข้ามความสามารถของเขาได้

อันที่จริงท่านอาวุโสทั้งสองได้ปรากฏขึ้นหลังจาก ฮูหยง ถึงแม้ว่าเป็นผู้อาวุโสเหล่านี้ พวกเขายังคงเป็นผู้อาวุโสของนิกายขนนกแห่งทวยเทพ

เนี้ยหลี่ กล่าวในเสียงสุภาพ " ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะของท่านอาวุโสทั้งสอง พวกเราจะไม่ริเริ่มสิ่งใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม ถ้ามีบางคนหยาบคาย ไม่มีเหตุผล และยังยืนยันจะมีปัญหากับพวกเราแล้ว พวกเราจะไม่อดทนทำเป็นมองไม่เห็นสิ่งที่กระทำอย่างแน่นอน "

หนานเหมิน เทียนไห่ และหวังยู่ สบตากันและทั้งสองนึกยิ้มอยู่ในใจ อันที่จริงอัจฉริยะทุกคนล้วนมีอารมณ์เป็นของตัวเอง เนี้ยหลี่ พูดจาอย่างสุภาพ เขาได้หมายความว่าถ้าหลงยู่หยิ๋นหรือฮูหยงมาหาเรื่องอีกครั้งพวกเขาจะตอบโต้กลับ

เซี่ยวหยู๋พยักหน้าและกล่าวว่า " ถ้าบางคนเป็นเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผล เรามีสิทธิที่จะป้องกันตัวเอง เฉกเช่น วันนี้ ฮูหยงและกลุ่มของเขาต้องการที่จะพาพวกเราไปยังสถานที่ห่างไกลที่จะจัดการพวกเรา หากไม่ได้ผู้อาวุโสทั้งสอง ป่านนี้คงไม่รู้ว่า จะเป็นเช่นไร? มีวิธีใดบ้างที่เราจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าว "

หนานเหมิน เทียนไห่ พูดด้วยเสียงอันศักดิ์สิทธิ์ " ถ้ามีใครที่จะสร้างปัญหาให้กับพวกเจ้า พวกเราย่อมให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็จะไม่มีที่สิ้นสุด ข้าแนะนำว่า พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเสียแรงในการต่อสู้ภายในสถาบันแห่งนี้หรอก เพราะนิกายขนนกแห่งทวยเทพยังคงมีศัตรูอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเจ้าอัจฉริยะของนิกายควรจะร่วมมือกัน! "

เนี้ยหลี่ยิ้ม " ด้วยคำพูดท่านผู้อาวุโส จะช่วยให้พวกเราสามารถยืนหยัดขึ้นมาได้แน่นอน มันจะดีกว่านี้ถ้าเราไม่ต้องเสียเวลากับคนเหล่านั้น! "

หนานเหมิน เทียนไห่ " มันขึ้นอยู่กับการกระทำของพวกเจ้า! "

เนี้ยหลี่ เฝ้าดูพวกเขา ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หันหลังยิ้มเบา ๆ เซี่ยวหยู๋กับหลู่เปียวและกล่าวว่า " กลับกันเถอะ หลังจากธุระของเราเสร็จแล้ว พวกเราจะมุ่งหน้าไปสนามทดสอบที่สองกัน! ในเมื่อท่านผู้อาวุโสทั้งสองเอ่ยปากว่าจะดูแลพวกเราแล้ว จะมีผู้ใดกล้าแตะพวกเราในสนามทดสอบอีก มิฉะนั้นผู้อาวุโสทั้งสองจะเสียคำพูดของพวกเขา "

เซี่ยวหยู๋อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ " เนี้ยหลี่  จริง ๆ เลย ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ ”

ณ ด้านนอกสนามเทพวิญญาณหนานเหมิน เทียนไห่และหวังยู่ หยุดยืนอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่นและกล่าวกับหวังยู่ ว่า " เหมือนว่าพวกเราจะโดนกับดักเด็กพวกนั้นเขาแล้ว? "

หวังยู่ กางมือของเขาออกมาและกล่าวว่า " ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น เจ้าเด็กนั้นช่างเหนือความคาดหมายจริง ๆ ด้วยพรสวรรค์ที่สะดุดตาของเขาในสนามเทพวิญญาณแน่นอนที่มันจะดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายในสถาบัน นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวเมื่อเผชิญหน้ากับ ฮูหยง "

หนานเหมิน เทียนไห่ ตอบอย่างหดหู่ว่า " ข้าเคยเห็นรูปแบบที่เซี่ยวหยู๋ใช้ออกไปสำหรับพวกเขา พวกเขาตอนนี้ยังอายุเพียงแค่สิบสี่ หลังจากปีนี้ผ่านไป พวกเขาจะอายุสิบห้า แต่พวกเขาก็เจ้าเล่ห์มากนัก ถึงหลงยู่หยิ๋นและจินยันเป็นคนที่โดดเด่นมากที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่แต่ถ้าเทียบกับเขาแล้ว พวกเขาดูเหมือนจะด้อยกว่า


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น: