วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 284 – Blocked

Tale of the demon and god novel Chapter 284 – Blocked

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 284 - ป้องกัน

บทที่ 284 - ป้องกัน


ความเจ็บปวดทางกายถือว่าเล็กน้อย หากเทียบกับถ้อยคำของเนี้ยหลี่ ที่แต่ละคำคมกริบประดุจดั่งใบมีดที่กรีดลึกลงไปยังขั้วหัวใจของหลงยู่หยิ๋น

นี่นับว่าเป็นความอัปยศครั้งยิ่งใหญ่ของนาง

ในสายตาของผู้อื่นแล้ว หลงยู่หยิ๋น เป็นได้แค่เพียงผู้หญิงต่ำช้าที่มีนิสัยยโสโอหังเท่านั้น นางกวาดสายตามองเหล่าศิษย์ร่วมสถาบันที่อยู่บริเวณใกล้เคียงด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย พวกเขาต่างพากันหลบสายตาของนางแทบจะทันที

“เจ้าเห็นแล้วหรือไม่ ทีนี้เจ้าก็คงได้รู้แล้วว่าคนอื่นเขามองเจ้าเป็นคนเช่นใด!!”เนี้ยหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ทว่าในความคิดของหลงยู่หยิ๋น นางก็แค่อยากจะเข้มแข็งยิ่งกว่าคนอื่นๆเท่านั้น นางไม่ต้องการให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ ทำไมทุกคนถึงเกลียดนางราวกับว่านางไปทำอะไรให้พวกเขาแค้นเคือง

ความรู้สึกน้อยใจพรั่งพรูจนไม่อาจสะกดกลั้น ดวงตาคู่งามคลอไปด้วยหยาดน้ำใสก่อนที่มันจะไหลรินร่วงหล่นอาบแก้มทั้งสอง ทำไมล่ะ? นางก็แค่เอาแต่ใจไปเท่านั้นเอง นางไม่คิดจะทำร้ายหรือฆ่าแกงใครจริง ๆ หรืออย่างมากก็แค่ด่าทอต่อว่า และอีกอย่าง นางก็ไม่ได้คิดตั้งใจที่จะฆ่าเนี้ยหลี่ นางแค่อยากจะสอนบทเรียนให้แก่เขา ให้เขารู้ว่านางนั้นมีฝีมือที่สูงส่ง แต่ทำไมเนี้ยหลี่ถึงหาว่านางเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้น ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่เขาคิดแม้แต่น้อย

การเฆี่ยนตีครั้งที่สาม นับว่านางคงจำได้ดีอย่างถึงที่สุด ความเจ็บปวดของมันราวกับถูกไฟนรกแผดเผา ในตอนนั้นเนี้ยหลี่บอกกับนางว่า ‘นี่สำหรับอาจารย์ข้า’ แต่นางไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าใครเป็นอาจารย์ของเขา!

จิตใจของหลงยู่หยิ๋น เต็มไปด้วยความขุ่นหมองข้องใจ ใบหน้าอันงามเกรอะกรังไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากสีกุหลาบขบแน่น ก่อนจะกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครื่อว่า “เนี้ยหลี่ ข้าเกลียดเจ้า”

สิ้นคำ หลงยู่หยิ๋นเช็ดน้ำตา ก่อนจะวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วมุ่น สายตาของเขายังคงจ้องมองเจ้าของร่างระหงส์ ที่บัดนี้ค่อยๆหายลับไปยังประตูทางเข้าของสนามเทพวิญญาณ ดูจากนิสัยแล้วหลงยู่หยิ๋นคงไม่ลามือไปง่ายๆ แต่ถึงอย่างนั้น เด็กหนุ่มก็หาได้สนใจไม่ หากนางคิดจะทำอะไรโง่เขลา เขานี่แหละจะเป็นคนจัดการเอง



ในช่วงชีวิตที่แล้ว หลงยู่หยิ๋นเป็นคนลงมือฆ่าอาจารย์ของเนี้ยหลี่ ทว่าตอนนี้นางก็เป็นได้แค่เพียงเด็กผู้หญิงที่เอาแต่ใจเท่านั้น

เนี้ยหลี่ตัดสินใจที่จะลืมเรื่องราวความแค้นในอดีต นับแต่นี้ เรื่องของหลงยู่หยิ๋นจะไม่มีความสำคัญอะไรต่อเขาอีกแล้ว แต่ถ้านางมายุ่งวุ่นวาย เขานี่แหละจะสอนบทเรียนราคาแพงให้นางต้องหลาบจำ

เซียวหยูจับจ้องมายังเนี้ยหลี่ ด้วยสีหน้าเหยแกสุดแสนที่จะมึนงงและไม่เข้าใจ ทำไมวันนี้เนี้ยหลี่ดูแตกต่างอย่างที่เคย แม้ว่าหลงยู่หยิ๋นนางจะนิสัยไม่ดี แต่นั่นถึงกับทำให้เขาต้องโกรธเคืองราวกับนางเป็นฆาตกรขนาดนั้นเชียวหรือ?

นอกจากนี้ ถ้อยคำที่เนี้ยหลี่กล่าวออกมาตอนลงแส้ครั้งที่สาม เขาพูดว่า “นี่สำหรับอาจารย์ข้า!” มันหมายความว่าอย่างไรกัน หรือเขาจะหมายถึงพ่อบุญธรรม? แต่ว่าพ่อบุญธรรมจะมีความแค้นใดกับหลงยู่หยิ๋นกันล่ะ? น่าสงสัยเสียจริง

หลู่เปียวได้แต่ยืนมองแผ่นหลังของหลงยู่หยิ๋นค่อยๆหายลับออกไป ก่อนจะดึงสายตากลับมายังเนี้ยหลี่ พลางยกนิ้วโป้งขึ้นเป็นนัยน์ให้แก่สหายรัก

สำหรับการลงแส้ครั้งที่สามนั้น ทำให้เหล่าบรรดาผู้ชมที่ยืนอยู่รอบนอกรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง การที่เนี้ยหลี่นั้นกล้าลงมือในส่วนของพวกเขา นับว่าเป็นบุคคลที่กล้าหาญโดยแท้จริง หลู่เปียวก็เป็นอีกคนที่ไม่สามารถทนดูนิสัยหยิ่งยโสของหลงยู่หยิ๋นได้ ทำให้เขารู้สึกชอบใจไม่น้อย

ในที่สุดเรื่องราวทั้งหมดก็ได้จบลง เหล่าผู้คนได้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ส่วนผู้ที่อยู่หนึ่งในสิบอันดับแรกสามารถอยู่ที่สนามเทพวิญญาณได้ถึงสามวัน

ณ ลานกว้างหน้าตำหนักของหลงยู่หยิ๋น ตระกูลผนึกมังกร

หลงยู่หยิ๋นกำลังนั่งอยู่บนเตียงของนาง ในมือของนางนั้นถือขวดยาสมุนไพรบรรเทาแผลฝกช้ำ นิ้วเรียวจุ่มลงสัมผัสเนื้อยาที่มีความหยุ่นเหนียว ก่อนจะใช้มันทาบาดแผลบริเวณที่ได้รับจากเนี้ยหลี่ รอยแดงเป็นปื้นเผยชัดบนใบหน้า ลามจนถึงหน้าอก และส่วนอื่นๆตามร่างกาย แม้ว่าหญิงสาวจะมีสายเลือดมังกรไหลเวียน แต่ทุกครั้งที่เนี้ยหลี่สะบัดแส้ใส่ ความแข็งแกร่งของสายเลือดไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้แม้แต่น้อย รสสัมผัสที่ทะลุผ่านร่างกาย ความรุ่มร้อนราวกับไฟนรกแผดเผา นางยังคงจำมันได้เป็นอย่างดี

หญิงสาวถอดเสื้อผ้าที่มีรอยฉีกขาดเป็นริ้วๆ ก่อนจะนำเสื้อผ้าที่ทำจากวัตถุดิบชั้นดีมาสวมใส่ หากลองสำรวจอย่างละเอียดแล้ว รูปร่างของหลงยู่หยิ๋นนั้นให้ความรู้สึกยั่วยวนอย่างถึงที่สุด ถ้าวัดถึงระดับความงดงามแล้วนางคงอยู่อันดับต้นๆของดินแดนแห่งนี้เลยก็ว่าได้

นิ้วเรียวสัมผัสยาอีกครั้งก่อนจะป้ายมันบริเวณรอยแดงกึ่งกลางหน้าอก ทันทีที่ตัวยาสัมผัส พลันความเจ็บปวดแล่นแปร๊บจนไม่อาจจะสะกดกลั้นเสียงครวญครางเอาไว้ได้ เมื่อนางนึกถึงจุดที่แส้ฟาดลง นางรู้สึกอับอายจนอยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี ตั้งแต่เกิดมาเนี้ยหลี่ป็นคนแรกที่กล้าทำแบบนี้กับนาง มือขวาของหญิงสาวจับแส้เอาไว้แน่น ก่อนที่ภาพของเด็กหนุ่มจะฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ สีหน้าที่เกลียดชัง สายตาที่เกลียดชัง นางยังคงจำมันได้ดี แม้ว่ามันจะเพียงแค่แวบเดียวแต่มันก็เจ็บปวดจนยากเกินจะรับไหว หัวใจของหลงยู่หยิ๋นเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

หญิงสาวกัดฟันแน่นพร้อมกับปาดน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้ม ก่อนจะใช้ยาบรรเทาลงที่กลางหลังของนาง

ทว่าหลงยู่หยิ๋น ก็ไม่อาจจะอดทนต่อความเจ็บปวดได้ นางเพียงแต่เปร่งเสียงคร่ำครวญออกมาเท่านั้น

ผ่านไปไม่นานยาสมุนไพรได้แทรกซึมผ่านบาดแผล ทำให้หญิงสาวรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย ความเจ็บปวดแสบร้อน ยังคงฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เนี้ยหลี่จะเป็นคนแรกที่นางจะระลึกถึง เพราะเขาเป็นผู้ชายคนแรกที่กล้าเฆี่ยนตีนาง

หลงยู่หยิ๋นหยิบชุดคลุมสีม่วงเข้ามาสวมใส่ ด้วยความละเอียดของเนื้อผ้า ช่วยขับเน้นผิวเนียนให้ขาวผ่องยิ่งขึ้น ถึงแม้จะมีบาดแผลบนใบหน้าแต่นั่นก็ไม่อาจปกปิดความงดงามราวเทพธิดาของนางได้ นัยน์ตาทรงเสน่ห์ทอดมองกระจกที่อยู่ห่างออกไป พลันรูปร่างที่สมบูรณ์แบบเกินที่ติสะท้อนผ่านเงาออกมา หากตัดนิสัยที่เอาแต่ใจของนางออกแล้ว หนุ่มๆทั่วทั้งอาณาจักร แทบจะเหลียวหลังหันมาจีบนางไม่ใช่น้อยอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม บาดแผลที่ปรากฏบนใบหน้าก็ยากที่จะปกปิด

นางนึกถึงถ้อยคำของเนี้ยหลี่ที่เคยได้กล่าวไว้ในก่อนหน้านี้ ‘ถึงหน้าตาเจ้าจะงดงาม ทว่าจิตใจของเจ้ามันต่ำช้า!!’ สิ้นความคิด นางหยิบของบางอย่างขึ้นมาก่อนจะปามันใส่กระจก จนมันแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยลอยฟุ้งกลางอากาศ

หลงยู่หยิ๋นรู้สึกไม่พอใจ นางอยากจะร้องไห้เสียเดี๋ยวนี้ ตั้งแต่ที่นางเกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกกระทำจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่
หลังจากที่หญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ นางจึงออกจากห้อง ก่อนจะพบเข้ากับฮูหยงที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างตาลีตาเหลือก

ฮูหยงโกรธทันทีเมื่อเห็นบาดแผลใบหน้าของหลงยู่หยิ๋น “หยินเอ๋อ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า? ข้าได้ยินว่าเจ้าพ่ายแพ้ บอกข้ามาว่ามันคือใคร ข้าจะไปฆ่าล้างตระกูลของมันให้สิ้น!!”

หลงยู่หยิ๋นตกตะลึงในถ้อยคำของฮูหยง ตลอดระยะเวลาที่ผ่าน หากมีใครที่คิดกล้าจะทำร้ายนาง พวกมันทั้งหมดจะต้องถูกกำจัดทั้งตระกูล ในอดีตนั้นนางมักจะคิดเช่นเดียวกับฮูหยง

แต่ ณ ตอนนี้ ถ้อยคำที่เนี้ยหลี่นั้นต่อว่า ยังคงดังก้องอยู่ในหัว ‘หากเจ้าไม่ชอบใจใคร เจ้าคิดว่าเจ้าฆ่าเขาได้อย่างนั้นหรือ?’หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความคิดก่อนจะพูด

ฮูหยงที่ตอนนี้ได้แต่ยืนตัวสั่นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยว ความเกลียดชังลุกโชติช่วงดั่งเพลิงแค้นในหัวใจ

“ฮูหยง เจ้าไม่มีการงานทำหรืออย่างไร!!” หลงยู่หยิ๋นไม่สนใจผลักฮูหยงจนเซถอยหลังไปหลายก้าว “ข้าจะไปบ่มเพาะพลัง รีบไสหัวออกไปให้พ้น!!”

“หยินเอ๋อ เจ้าไม่คิดจะบอกข้าเสียหน่อยหรือว่าใครทำร้ายเจ้า ทำไม หรือเจ้าไม่อยากคิดจะแก้แค้น? ไม่ต้องกลัวข้าจะช่วยเจ้าเอง” ฮูหยงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

หญิงสาวเหลือบตามองไปยังฮูหยงพร้อมแค่นเสียงอย่างเย็นชาว่า“หึ! แก้แค้นงั้นรึ? แค่ข้าไม่สามารถสู้เขาได้ จำเป็นด้วยหรือที่เจ้าจะไปแก้แค้นแทนข้า”

ฮูหยงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ปกติหยินเอ๋อของเขาจะไม่เป็นแบบนี้ “ถ้าเช่นนั้นข้าจะส่งผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลของข้าไปแก้แค้นแทนเจ้า”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลงยู่หยิ๋น ถลึงตาอย่างเกรี้ยวกราด “นี่เจ้าฟังภาษาคนรู้เรื่องหรือไม่ ข้าบอกหรือยังว่าข้าต้องการความช่วยเหลือจากตระกูลของเจ้า!! เมื่อใดที่ข้าต้องการข้าจะกดปุ่มบนกำแพงเรียกคนของข้ามาเอง ฉะนั้นเจ้าอย่าริเข้ามายุ่ง!! เจ้าเศษขยะ ตระกูลของเจ้ารึ เหอะ น่าตลกสิ้นดี ขยะอย่างเจ้าไม่จำเป็นต้องมายุ่งเรื่องของข้า ปัญหาที่ข้าก่อ ข้าย่อมแก้ไขเองได้ และข้าก็ไม่จำเป็นต้องรับความช่วยเหลือจากเศษขยะอย่างเจ้า!!”

ฮูหยงแทบจะกระอักเลือด คำพูดของยู่หยินนั้นรุนแรงยิ่งกว่าถูกค้อนเหล็กหนักสิบตันทุบเข้าที่กลางอก เขานิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “หยินเอ๋อ ตระกูลที่ทำร้ายเจ้ามันมีอำนาจมากใช่หรือไม่ มันเป็นตระกูลเถ้าอัคคี หรือ ตระกูลกู่หล่ะ”

หญิงสาวมองไปที่ฮูหยงด้วยความรังเกียจ ในตอนนี้นางได้ตระหนักแล้วว่าทำไมบรรดาผู้คนรอบข้างถึงได้ไม่ชอบหน้านางนัก ในความคิดของคนอื่นนั้น การที่นางมีพรสวรรค์โดดเด่นเหนือทุกคนในรุ่น ก็เป็นเพราะได้รับทรัพยากรอันมหาศาลของตระกูลช่วยเหลือ หากไม่ได้รับการหนุนหลัง นางก็คงไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้ถึงระดับนี้ ในอดีตนั้นนางมักจะดูถูกชาติกำเนิดของผู้อื่น และทำร้ายใครต่อใครตามแต่ที่นางพึงปรารถนา

ฉะนั้นในวันนี้นางถึงได้เข้าใจ ว่าความสำเร็จของตัวเองนั้นไม่ใด้มาจากความสามารถแต่มันมาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของนาง
“ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า ออกไปให้พ้น!”หลงยู่หยิ๋นตวาดลั่น

เมื่อหลงยู่หยิ๋นทำท่าจะผลัก ฮูหยงจึงจำยอมและถอยจากไป

หลังจากที่เห็นฮูหยงยอมทำตามอย่างเชื่อฟัง อารมณ์ของนางก็ค่อยๆสงบลงอีกครั้ง

ตอนนี้ในหัวของนางปรากฏภาพของเนี้ยหลี่ใช้สายตากลาดมองนางจากเบื้องบน หากวันนี้นางไม่ได้ไปหาเขา นางคงไม่ตระหนักถึงเรื่องที่ตนเคยทำไว้ในอดีต ทุกถ้อยคำที่ด่าทอของเนี้ยหลี่ยังคงตราตรึงกึกก้องอยู่ภายในใจ

“ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร ข้าหลงยู่หยิ๋นจะแซงหน้าเจ้าให้ได้ ความเจ็บปวดที่ข้าได้รับในวันนี้ สักวันข้าจะคืนมันให้แก่เจ้าทั้งหมด!!”
หญิงสาวนั่งลงพร้อมกับเริ่มการบ่มเพาะพลังวิญญาณ พลังสวรรค์ที่ควบแน่นอยู่ในอากาศเข้าสู่ร่างกายนางราวกับน้ำวนที่หิวกระหาย หลงยู่หยิ๋นรู้สึกว่าความเร็วในการดูมซับของนางรวดเร็วกว่าครั้งในอดีต

“บริสุทธิ์ดั่งสายน้ำ ล่องลอยไปอย่าแข็งขืน”หลงยู่หยิ๋นนึกถึงถ้อยคำของอาจารย์ และในที่สุดนางก็ได้เข้าใจความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในคำคำนั้น

ณ สนามเทพวิญญาณ

เนี้ยหลี่ยังคงบ่มเพาะพลังวิญญาณพร้อมกับสื่อสารกับสวรรค์และปฐพีอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เหลืออีกไม่กี่ขั้นเท่านั้นก็สามารถไปถึงระดับลิขิตสวรรค์ได้แล้ว

วันที่หนึ่ง วันที่สอง...

สองวันต่อมา เนี้ยหลี่รู้สึกว่าเขาได้เข้าใกล้หน้าประตูของระดับลิขิตสวรรค์ ทว่า การจะเปิดมันออกและทำลายขอบเขตลงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด เขาต้องการเวลามากกว่านี้

หลู่เปียวลุกขึ้นเต็มความสูงพร้อมจับจ้องไปที่เนี้ยหลี่ ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “เนี้ยหลี่ ข้าต้องออกไปแล้ว”ตอนนี้เด็กหนุ่มได้ใช้เวลาของเขาไปทั้งหมด ด้วยกฏของข้อบังคับเขาจำต้องออกจากสนามเทพวิญญาณ

“พวกเราจะไปพร้อมกัน” เนี้ยหลี่กล่าวเสียงเรียบ การที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับต่อไปภายในระยะเวลาแค่นี้นับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ฉะนั้นเขาไม่ควรรีบร้อน

เนี้ยหลี่เดินลงมาหาเซี่ยวหยู๋ จากนั้นก็สมทบกับหลู่เปียว พวกเขาทั้งสามเตรียมพร้อมที่จะมุ่งหน้าออกจากสนามเทพวิญญาณ

สามสหายเดินกันอย่างมั่นคง ในใจของพวกเขาอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น พลังของพวกเขาแต่ละคนนั้นสูงล้ำกว่า2วันแรกจนน่าหวาดหวั่น

ด้านนอกของสนามเทพวิญญาณเหลือคนบางกลุ่มอยู่ปะปลายเท่านั้น

ทันทีที่เนี้ยหลี่และพรรคพวกออกมายังหน้าสนาม มีผู้คนอยู่กลุ่มหนึ่ง เดินเข้ามารายล้อมพวกเขาดั่งผึ้งรุมตอมดอกไม้

เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วมุ่นพลางกวาดสายตาไปยังกลุ่มคนที่อยู่ใกล้เคียงที่สุด หากลองนับดูแล้ว คนเหล่านั้นมีกันทั้งหมดสิบคน มีอยู่เก้าคนที่อยู่ในระดับลิขิตสวรรค์ และอีกหนึ่งคนที่อยู่ระดับเดียวกับเนี้ยหลี่

“พวกเจ้าเป็นใครกัน?” เซียวหยูกล่าวเสียงเครียดเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ทุกสถานการณ์ หนึ่งในกลุ่มเดินเข้าไปหาเนี้ยหลี่พร้อมจับจ้องไปที่เขาอย่างไม่วางตา “เจ้าใช่ไหมที่ชื่อเนี้ยหลี่”

นัยน์ตาคมเข้มหรี่ลงพร้อมให้คำตอบอย่างมั่นใจ “ใช่ ข้านี่แหละเนี้ยหลี่ เจ้าล่ะเป็นใคร มีเรื่องอะไรกับข้า”

สีหน้าคนที่ถูกถามบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธเมื่อรู้ว่าคนที่คุยอยู่ด้วยเป็นเนี้ยหลี่ มันกล่าวออกมาว่า “เจ้าเด็กสารเลว นับตั้งแต่วันนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าอยู่เป็นสุขแน่ คนที่มาจากโลกเล็กๆอย่างเจ้า ริอาจจะทำตัวโอหังในสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์พวกข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าได้ลอยหน้าลอยตาอีกต่อไป”

เมื่อเนี้ยหลี่ได้ยินคำประกาศนั้น เขาได้แต่แสยะยิ้มอย่างเย็นชา ก่อนจะกล่าวออกไปว่า “หึ! หลงยู่หยิ๋น คงส่งเหลือบไรอย่างพวกเจ้ามาสินะ”


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น: