วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 283 – You asked for it!

Tale of the demon and god novel Chapter 283 – You asked for it!

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 283 - แกว่งเท้าหาเสี้ยน


บทที่ 283- แกว่งเท้าหาเสี้ยน



หวังหยางและหานจิ้งได้เข้าไปในสนามเทพวิญญาณพร้อมกับเหล่าบรรดาผู้ติดตามนับสิบคน แต่ ณ. ตอนนี้พวกเขาได้แต่เดินคอตกออกมาด้วยความอับอาย

ความสามารถของพวกเขาทำได้แค่เพียง สิบถึงยี่สิบขั้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังคงดื้อดึงที่จะฝ่าฝืนขึ้นไปจนถูกพลังสวรรค์กดกระหน่ำจนไม่อาจจะก้าวเดินต่อไปได้อีก

ในขณะที่อยู่ภายใต้ความสิ้นหวัง สายตาพวกเขาเหลือบไปเห็นบางอย่างบนกระดานเทพวิญญาณรายชื่อของเนี้ยหลี่ปรากฏอยู่ในอันดับต้น ๆ จากสิบรายชื่อ สมองของพวกเขาขาวโพลน ได้แต่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ การที่จะสื่อสารพลังสวรรค์ได้นั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อย ถึงสถานที่แห่งนี้จะมีความหนาแน่นของกลุ่มพลัง แต่เขาก็ยังเป็นเรื่องที่ยากอยู่ดี

พรสวรรค์ของเนี้ยหลี่นั้นสูงล้ำ จนพวกเขาไม่อาจแม้แต่เอาตัวไปเทียบเทียม ต่อให้ใช้ทั้งชีวิตนี้พวกเขาก็ไม่สามารถทำได้เช่นเนี้ยหลี่ เมื่อตระหนักถึงความห่างชั้น สีหน้าของพวกเขาพลันหม่นหมอง ก่อนจะย้ายกายออกไปจากสนามเทพวิญญาณอย่างเลื่อนลอย

“ อันดับที่ 3 นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ” เสียงคนโวยวายจากคนกลุ่มหนึ่งดังลอดขึ้นมา พวกเขาไม่สามารถตัดความรู้สึกมึนงงนี้ออกไปได้

แม้ว่าหลงยู่หยิ๋นจะแข็งแกร่งแต่เมื่อเทียบกับเนี้ยหลี่ นางก็เป็นได้แค่เศษขยะ โควตาในปีนี้ หลงยู่หยิ๋น กู่เป่ย รวมกระทั่งจินยัน พวกเขาทั้งสามก็ได้จับจองโควตานั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โอกาสมีแค่สองที่เท่านั้น ทว่าอีกที่ต้องเป็นเนี้ยหลี่อย่างแน่นอน พวกเขาจะไปมีปัญญาที่จะต่อต้านเนี้ยหลี่ได้เยี่ยงไร แม้แต่ปลายเล็บก็ยังไม่กล้าริอาจจะเทียบเทียม ระดับเขาห่างชั้นจนเกินไป

ฮวาหลิงที่ได้มองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นด้วยความโกรธแค้นจนถึงที่สุด นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะของเขาจับจ้องไปที่กระดานวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อย่างริษยา การที่เซี่ยวหยู๋ก้าวข้ามหัวเขา เลือดในกายก็แทบจะกระอักออกมาแล้ว แต่นี่ยังมีเนี้ยหลี่ ที่ตอนนี้อยู่ในจุดที่เขาทำได้แค่เพียงฝันถึง ทำไมพรสวรรค์ของเนี้ยหลี่ถึงได้สูงส่งขนาดนี้ แม้ว่าจะมีอีกหลาย ๆ คนที่มีถิ่นกำเนิดจากแดนสวรรค์ แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่อาจจะไปเทียบเทียมได้กับความสามารถราวกับสัตว์ประหลาดของเนี้ยหลี่



เด็กหนุ่มที่มาจากโลกใบเล็กที่มีทรัพยากรแสนจำกัด แถมยังสามารถติดอันดับหนึ่งในสามของกระดานวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในการทดสอบครั้งแรก สมญานามสัตว์ประหลาดช่างเหมาะสมกับเขายิ่งนัก ในขณะเดียวกันบรรดาอาจารย์ต่างตื่นตระหนกจากรายชื่อที่ปรากฏในกระดานเทพวิญญาณเกือบหลายทศวรรษแล้วที่หน้าใหม่จะมีความสามารถไต่ไปได้ถึงอันดับ 3

หนานหมิน เทียนไห่ กล่าวกับหวังยู่ อย่างตื่นเต้นว่า “ ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าเด็กน้อยอย่างเนี้ยหลี่จะทำให้พวกเราประหลาดใจได้ ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังยู่จึงตอบกลับไปว่า “ นั่นสิ เด็กนั่นทำให้พวกเราประหลาดใจโดยแท้ การที่เขามีพรสวรรค์และได้ขึ้นมาถึงอันดับ 3 อย่างรวดเร็ว เขาก็ควรค่าแก่การปกป้องจากตระกูลผนึกมังกร ”

พรสวรรค์ของเนี้ยหลี่นั้นทุกคนได้ประจักษ์แล้ว ไม่ว่าเช่นไรสถาบันวิญญาณสวรรค์จะต้องปกป้องเขาอย่างแน่นอน

ช่วงเวลาเดียวกัน จ้าวแห่งวิญญาณแดง ซึ่งเป็นอาจารย์ของเด็กหนุ่ม เขารู้สึกสนใจเนี้ยหลี่มาตั้งแต่ต้น ตัวเขาก็เป็นอีกหนึ่งคนที่คาดไม่ถึงว่าเนี้ยหลี่จะมีพรสวรรค์ที่สูงล้ำ จ้าวแห่งวิญญาณแดงพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะกล่าวออกไปว่า “ ในคาบเรียนของข้า เนี้ยหลี่ได้จุดเปลวเพลิงวิญญาณ ได้อย่างง่ายดายทั้งที่คนอื่นใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวัน ตั้งแต่ที่ข้าได้เห็นเขาตั้งแต่ครั้งแรก ความรู้สึกของข้าเขาร่ำร้องบอกว่าเจ้านั่นต้องไม่ธรรมดา แต่เขาก็น่าเสียดายจริง ๆ ที่ข้ามีเวลาสอนเจ้านั่นเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ”

ด้วยความสามารถราวกับเทพเจ้า ส่งผลให้บรรดาตระกูลต่าง ๆ สนใจในตัวเนี้ยหลี่ เด็กหนุ่มไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าการกระทำที่เหนือสามัญสำนึกได้จุดประกายความโกลาหลขึ้นภายนอก ตั้งแต่ที่เขายืนอยู่ ณ.สนามเทพวิญญาณ ระดับการบ่มเพาะของเขารุดหน้าขึ้นไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งปัจจุบันเนี้ยหลี่บรรลุระดับตำนานขั้นที่ 5 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นขอบเขตวิญญาณของเขายังถูกขัดเกลาจนกลายเป็นจิตวิญญาณสีเลือดบริสุทธิ์ เขาคือเจตจำนงแห่งจิตวิญญาณ

เจตจำนงแห่งจิตวิญญาณหรือเรียกอีกอย่างว่าลิขิตจิตวิญญาณ

ในคนปกติทั่วไปนั้นเจตจำนงแห่งจิตวิญญาณจะไร้สี และในชีวิตก่อนหน้าของเนี้ยหลี่เจตจำนงแห่งจิตวิญญาณของเขานั้นก็ไม่มีสีเฉกเช่นเดียวกัน แต่ทว่าในชีวิตนี้จิตวิญญาณของเขาได้กลายเป็นสีแดงบริสุทธิ์ ทั้งยังไม่อาจล่วงรู้รูปแบบความสามารถของเขาว่าทำงานเช่นไร แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจในรูปแบบลิขิตวิญญาณแต่เด็กหนุ่มหาได้สนใจไม่

นัยน์ตาคมเข้มของเนี้ยหลี่ลืมขึ้นก่อนจะสบเข้ากับดวงตาหลงยู่หยิ๋นโดยพอดิบพอดี ซึ่งตอนนี้นางกำลังพยามที่จะขึ้นไปยังขั้นที่ 131 อย่างตั้งใจ แต่ก็ต้องประสบต่อความล้มเหลวอันเนื่องจากแรงกดดันจากพลังสวรรค์ที่กดกระหน่ำจนร่างระหงส์แทบแตกสลาย

เนี้ยหลี่มองดูหลงยู่หยิ๋นกระเสือกกระสนไปยังขั้นต่อไปด้วยความรู้สึกชิงชัง พร้อมกับกล่าวเสียงเข้ม “ เจ้าแพ้ข้าแล้ว! ”

หลงยู่หยิ๋นได้แต่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ แม้ว่าในใจนางจะไม่อยากยอมรับ ทว่า ก็ไม่อาจจะปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้นได้ ริมฝีปากสีกุหลาบขบแน่นจนโลหิตไหลซึม แววตาคู่งามสีน้ำตาลอ่อนฉายแววเดือดดาลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เนี้ยหลี่รู้สึกสาสมใจยิ่งนัก ที่ได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหญิงสาวตรงหน้า

“ ในเมื่อข้าคิดจะกล้าเดิมพันกับเจ้า ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าข้านั้นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ” หลงยู่หยิ๋นแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะหยิบแส้ออกมาและโยนเขาให้เนี้ยหลี่ นางเงยหน้าขึ้นพร้อมกับจ้องมองไปที่เด็กหนุ่ม “ ถึงครั้งนี้ข้าจะแพ้เจ้า แต่ครั้งต่อไปข้าหลงยู่หยิ๋นจะไม่มีวันแพ้เจ้าอีกเป็นอันขาด และข้าจะไม่ใช้อำนาจของตระกูลผนึกมังกรเข้าช่วย ข้าจะชนะเจ้าอย่างตรงไปตรงมา ”

เนี้ยหลี่จ้องเขม็งไปที่หลงยู่หยิ๋น พลางระลึกถึงภาพของช่วงชีวิตที่แล้ว ซึ่งหลงยู่หยิ๋นในตอนนั้นได้ฆ่าอาจารย์ของเขาไป แต่ทว่าหลงยู่หยิ๋นที่ยืนอยู่ข้างหน้าในตอนนี้ นางมีอายุสิบสี่สิบห้าปีเท่านั้น แม้ว่านางจะเป็นคนเอาแต่ใจ แต่นางเป็นเพียงแค่หญิงสาวธรรมดาที่ถูกตามใจมากเกินไปเท่านั้น

ณ ตอนนี้เนี้ยหลี่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เขาสาบานว่าจะไม่ให้อดีตเขาซ้ำรอยเดิมและจะทำทุกวิถีทางไม่ให้อาจารย์ต้องตายจากอีกเป็นครั้งที่สอง ผู้หญิงอย่างหลงยู่หยิ๋นจำเป็นต้องได้บทเรียนอย่างสาสม

เนี้ยหลีรับแส้ก่อนจะมองไปที่หลงยู่หยิ๋น เขายกแส้ขึ้นเตรียมจะลงโทษ แต่ในขณะนั้นเอง คำพูดของอาจารย์ก็ได้ดังก้องอยู่ในหัวของเด็กหนุ่ม

“ คุณธรรมก็เปรียบดั่งกระแสน้ำ หากแข็งขืนย่อมมิอาจปล่อยวาง ”

“ จงปล่อยให้ความแค้นเหือดแห้งราวกับหมอกควัน ”

ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเนี้ยหลี่เขาได้ลืมเลือนถ้อยคำที่อาจารย์สั่งสอนแล้วหมดสิ้น เมื่ออาจารย์ของเขาตาย เด็กหนุ่มก็ไม่ได้ตามฆ่าหลงยู่หยิ๋น แต่ตระกูลผนึกมังกรก็ยังคงก่อความวุ่นวายจนดินแดนซากมังกรนั้นล่มสลาย

แต่ในชีวิตนี้ผู้หญิงที่ชั่วช้ากลับกลายเป็นหญิงสาวอายุ 14-15 ปี แม้ว่านิสัยนางยังคงเอาแต่ใจและหยิ่งยโส แต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เนี้ยหลี่ค่อย ๆ วางมือลง นับตั้งแต่ที่เขาได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลงยู่หยิ๋น นางไม่อาจเป็นภัยคุกคามต่ออาจารย์ได้อีกต่อไป

เนี้ยหลีวางมือลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาใส่หลงยู่หยิ๋น “ ตอนนี้แม้แต่เฆี่ยนตีข้าก็ยังไม่อยากจะสนใจ ฉะนั้นเจ้ากลับไปในที่ของเจ้าซะ!! ”

“ เจ้า... ” เจ้าของนัยน์ตากลมโตเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก นางจ้องมองไปที่เนี้ยหลี่ไปด้วยความโกรธแค้น ถ้อยคำของเนี้ยหลี่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางจนเละไม่มีชิ้นดี ในหัวใจของเขานั้นนางไม่มีค่าพอให้เขาลงมือเลยอย่างนั้นหรือ?

เนี้ยหลี่โยนแส้ลงด้านหน้าของหลงยู่หยิ๋น การกระทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการดูถูกนางมิใช่น้อย

“ ถ้าเจ้าไม่ลงมือ ข้าจะไม่อนุญาตให้เจ้าออกไป ” หลงยู่หยิ๋นตะโกนออกไป พร้อมกับจับจ้องไปที่เนี้ยหลี่อย่างไม่วางตา

เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วเมื่อเห็นการกระทำนั้นก่อนที่เขาจะกล่าวเสียงเข้มว่า “ ข้าไม่อยากเสียเวลากับคนอย่างเจ้า ”

หลงยู่หยิ๋นได้แต่เม้มปากสะกดกลั้นอารมณ์ นางส่งแส้กลับไปที่มือของเนี้ยหลี่ พร้อมกับจ้องมองไปที่เขาด้วยสายตาเย็นชา เสียงของหญิงสาวดังขึ้น “ ตัวข้าขอน้อมรับความพ่ายแพ้ ถึงเจ้าจะไม่เต็มใจแต่เจ้าก็ยังมีสิทธิ์เฆี่ยนตีข้า ถ้อยคำที่เจ้าดูถูกและฉีกหน้าข้าในวันนี้สักวันถ้าข้าพร้อม ข้าจะส่งเขาคืนให้กับเจ้า ”

ชีวิตของนางยังคงเป็นเฉกเช่นเดียวกับในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งนิสัยโอหังนี้ทำให้เนี้ยหลี่เต็มใจยอมรับมันทั้งหมดทีเดียวไม่ได้ “ ถ้าเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าใจร้ายกับเจ้าทีหลังก็แล้วกัน! ”

เนี้ยหลี่หยิบแส้ขึ้นมา พลางจับจ้องไปที่หลงยู่หยิ๋นอย่างเย็นชา พร้อมตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดว่า “ หลงยู่หยิ๋น เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? เจ้าคิดว่าพรสวรรค์ของเจ้าเขาสูงส่งนักอย่างนั้นหรือ? และเจ้าคิดว่าจะสามารถปฏิบัติต่อผู้อื่นเป็นมดปลวกได้อย่างนั้นหรือ? ตัวเจ้าไม่เคยมีความเมตตาแม้แต่เศษเสี้ยว หากเจ้าไม่ชอบใจใครเจ้าคิดว่าเจ้าฆ่าเขาได้อย่างนั้นหรือ? สำหรับผู้หญิงที่มีนิสัยต่ำช้าเช่นเจ้า การลงโทษแค่นี้เขายังน้อยเกินไป ”

ความแค้นในใจของเนี้ยหลี่ได้พรั่งพรูออกจากคำพูดราวกับภูเขาไฟปะทุ “ เจ้าคิดว่าตระกูลผนึกมังกรของเจ้านั้น ข้าจะกลัวอย่างนั้นเหรอ? หึ ข้าจะทำลายนิกายขนนกแห่งทวยเทพเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในมือสกปรก ๆ ของคนอย่างเจ้า! ”

เนี้ยหลี่รู้สึกโกรธแค้นและตะโกนใส่หลงยู่หยิ๋นด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ทุกคำกล่าวของเนี้ยหลี่ส่งผลให้บรรดาผู้คนโดยรอบมีความรู้สึกพอใจอย่างบอกไม่ถูก นิกายขนนกแห่งทวยเทพนั้นให้ความสำคัญแก่คนที่ชาติตระกูลมีชื่อเสียง ทำให้นักเรียนระดับสามัญรู้สึกอัดอั้น พวกเขาทั้งหมดมีความขุ่นข้องหมองใจต่อตระกูลผนึกมังกร แต่ไม่มีใครในพวกเขาแสดงถึงอาการต่อต้านออกมา ผิดกับวันนี้เนี้ยหลี่ได้กล่าวออกมาแทนความรู้สึกของพวกเขา

“ และเจ้า เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะอย่างนั้นหรือ? น่าขันนัก ความเป็นจริงเจ้าก็เป็นได้เพียงแค่เศษเดนของตระกูลผนึกมังกร เศษเดนของนิกายขนนกแห่งทวยเทพ! หากเจ้าไม่ได้ทรัพยากรจากตระกูล เจ้าจะมีความสามารถอย่างทุกวันนี้หรือ? เจ้ามีสิทธิ์ที่จะเอาแต่ใจ ด่ากราดคนอื่นว่าเป็นขยะอย่างนั้นหรือ หลงยู่หยิ๋นเจ้าตอบข้ามา!! ” เนี้ยหลี่แค่นยิ้มอย่างเย็นชา สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังหลงยู่หยิ๋น “ ในความคิดของข้าที่ไม่มีแม้แต่ทรัพยากรมากมายเช่นเจ้า แต่ข้ายังพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ นั่นแหละคือความสามารถที่ได้รับมาอย่างแท้จริง! หลงยู่หยิ๋นขยะอย่างเจ้าควรจะได้รับการปลูกฝังรึ! ”

หลงยู่หยิ๋น ได้แต่เข่นเขี้ยวอยู่ในใจ นางทำได้เพียงแค่ลดหัวลงอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น

เนี้ยหลี่โบกสะบัดแส้ในมืออย่างชำนาญทิ้งรอยแผลไว้ที่แก้มและไหล่จนเลือดไหลอาบ  “ การเฆี่ยนตีเจ้าครั้งนี้สำหรับทุกคนที่เจ้าเคยดูถูกในนิกายขนนกแห่งทวยเทพ! ”

แม้ว่าหลงยู่หยิ๋นจะมีสายเลือดแห่งมังกร แต่ทุกการเฆี่ยนแต่ละครั้งนั้นยังคงทิ้งรอยแดงบนแก้มของนาง แส้ที่เนี้ยหลี่ใช้นั้นอาบไปด้วยพลังวิญญาณ แฝงเข้าไปที่วิญญาณโดยตรงจนส่งผลกระทบต่อร่างกาย เนี้ยหลี่โบกมือเฆี่ยนอีกครั้ง และครั้งนี้เขาฟาดลงบนหน้าอกของหลงยู่หยิ๋น เสื้อผ้าบริเวณนั้นถูกฉีกกระชากออกเป็นริ้ว ๆ เผยให้เห็นสัญลักษณ์สีแดงเข้มบนเนื้อหนังเนียนขาวของนาง

“ การเฆี่ยนครั้งนี้สำหรับที่เจ้ากล้าเดิมพันกลับข้า และยื่นข้อเสนอการเฆี่ยนสามครั้ง เพื่อหวังจะให้ฆ่าข้าให้ตาย! ” เนี้ยหลี่ชายตามองมาหลงยู่หยิ๋นอย่างเหยียดหยาม

นี่นับว่าเป็นความอัปยศอดสูยิ่งนัก หลงยู่หยิ๋นยืนขึ้นเต็มความสูงพร้อมปรากฏบาดแผลทั่วบริเวณร่างระหงส์ของนาง พลันหยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นมานานเริ่มหลินไหลอาบแก้ม หญิงสาวหันไปรอบ ๆ เพื่อไปเผชิญหน้ากับเนี้ยหลี่ ที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่ด้านหลัง

“ เดิมทีแล้วข้าก็ไม่อยากจะตีเจ้านักหรอกนะ แต่ในเมื่อเจ้าต้องการ ข้าก็พร้อมที่จะสนองให้ ” เนี้ยหลี่กล่าวก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากชีวิตก่อนหน้า อาจารย์ของเขาถูกหลงยู่หยิ๋นฆ่าตาย และนางยังบอกให้อย่าคิดแก้แค้น และช่วงสุดท้ายของชีวิตนางก็ตายจากอยู่ภายในอ้อมแขนของเขา

แม้ว่าเนี้ยหลี่จะมีประสบการณ์ในชีวิตก่อนหน้า แต่บาดแผลนี้ก็ยากต่อการลบเลือน เด็กหนุ่มสะบัดแส้ในมือ และฟาดลงด้านหลังของหลงยู่หยิ๋นอย่างความไร้ปราณี เสื้อผ้าของนางฉีกขาดเป็นทางยาว เหนือไหล่ไล่ลามไปจนถึงก้นของนาง การเฆี่ยนครั้งนี้เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดภายในจิตใจ ถึงแม้จะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง หลงยู่หยิ๋นก็ยังคร่ำครวญผ่านใบหน้าสวยของนาง ริมฝีปากสีกุหลาบซีดเผือกลง

ในขณะที่การเฆี่ยนครั้งที่สามของเนี่ยหลี่จบลง ความเจ็บปวดที่ได้รับจากเขาราวกับไฟนรกแผดเผา ตั้งแต่เล็กจนโตนี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกกระทำให้อับอายเช่นนี้

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

4 ความคิดเห็น:

  1. โถ่เอ้ยเนี่ยหลี่ ไปทำให้คนอื่นแค้นแล้วจะได้มีข้ออ้างในการฆ่าคนรึเปล่า

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. หลงหยูหยุนเขามาพูดจากวน แล้วเจอเนี้ยหลี่สวน พอหล่อนโมโหก็ท้าหวด3ครั้งสรุปแพ้เอง แถมโดนด่าอีก น่าสงสารทำตัวเองแท้ๆ

      ลบ
    2. นี้เมิงอ่านรึป่าว หรือไม่ได้อ่าน
      มันท้า พระเอกก่อน นะ หวังจะฌฆี่ยนให้ตายเลยด้วยซ้ำ

      ลบ