วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 281 – Where to Lash?

Tale of the demon and god novel Chapter 281 – Where to Lash?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 281 - เฆี่ยนตรงใหน?


บทที่ 281 - เฆี่ยนตรงใหน

พลังงานสวรรค์โดยรอบนั้นได้ถูกเนี่ยหลี่นั้นดูดซับมันไหลหมุนวนไปที่ตัวเขา

จู่ ๆ หลงยู่หยิ๋นก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ นางลืมตาขึ้นมาและมองไปที่เนี้ยหลี่อย่างมึนงง นางสัมผัสได้ว่าพลังสวรรค์โดยรอบเกิดการแปรปรวนและปั่นป่วน หรือว่าเนี้ยหลี่เป็นคนทำ

จากสิ่งที่เกิดขึ้น เซี่ยวหยู๋และคนอื่น ๆแทบจะไม่สามารถละสายตาของพวกเขาที่กำลังจ้องมองเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่เข้าสู่สภาวะอนัตตาจิต ดูเหมือนว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ กลิ่นอายของเขาไม่อาจสัมผัสได้ ดั่งไร้ตัวตน

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น" หลงยู่หยิ๋นขมวดคิ้วแสดงถึงความเป็นกังวลปรากฏบนใบหน้าอันสวยงามของนาง นางสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ เกิดขึ้นกับเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่ ค่อย ๆ กลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบข้าง

แม้จะยังมีความคิดชั่วร้ายอยู่ภายในจิตใจ แต่เขาพยายามที่จะไม่ให้มันมารบกวนตัวเขา ในขณะที่กำลังทำความเข้าใจกับพลังสวรรค์ เนี้ยหลี่ ลืมตาขึ้น ทันใดนั้นเองแสงสว่างอันแปลกประหลาดราวกับแสงของพระเจ้าก็ปรากฏในดวงตาของเขา เนี้ยหลี่เงยหน้ามองไปที่หลงยู่หยิ๋น และเริ่มซึมซับพลังสวรรค์รอบกาย พร้อมกับก้าวเท้าขึ้นไปอีกขั้น

* บูมม! *

คลื่นพลังงานอันน่าเกรงขามแผ่กระจายไปทั่ว และปรากฏออกมาจากฝ่าเท้าของเนี้ยหลี่

ภายนอกของสนามฝึกเทพวิญญาณ ทุกคนต่างจ้องมองมาที่กระดานเทพวิญญาณและเกิดการพูดคุยในกลุ่มพวกเขา

"แน่นอนที่ว่าหลงยู่หยิ๋นคืออัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้ ส่วนพวกที่เหลือนั้นห่างไกลจากนางยิ่งนัก!"

"ใช่แล้ว ถึงมันจะไม่น่าเชื่อ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของนางในขณะนี้ นางอยู่อันดับที่ 9 ของกระดานเทพวิญญาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"

"เจ้าเนี้ยหลี่นั่น กล้าที่จะท้าทายหลงยู่หยิ๋น เจ้านั่นช่างโง่เขลาแท้"



ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน ก็ได้เกิดเปลี่ยนแปลงที่กระดานเทพวิญญาณอีกครั้ง  ชื่อของเนี้ยหลี่ ขยับจากอันดับที่ 16 ไปยังอันดับที่ 15 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะเป็นเพียงการขยับเพียง 1 อันดับก็ตาม แต่นั่นก็ทำให้เกิดความโกลาหลในฝูงชนทันที

"เจ้าเด็กนั่นสามารถเลื่อนอับดับขึ้นไปได้จริง ๆ"

การแข่งขันของ 20 อันดับแรกนั้นสูงมาก เพียงแค่พยายามที่จะเลื่อนอันดับขึ้นไปอันดับเดียวก็เป็นเรื่องที่ยากมากแล้ว แต่เนี้ยหลี่สามารถที่จะขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 15 ได้ภายในวันเดียว

ทุกคนต่างสบตากันและเงียบ

ไม่ต้องคำนึงผลว่าเนี้ยหลี่จะแพ้หรือชนะในวันนี้เลย เพราะเนี้ยหลี่อยู่ในจุดที่พวกเขาทั้งหมดไม่สามารถเอื้อมถึง แล้วจะมีสิทธิ์อะไรไปวิพากวิจารย์เนี้ยหลี่

ก่อนที่พวกเขาจะลงความเห็นอื่นๆ ชื่อของเนี้ยหลี่ก็ขยับจากอันดับที่ 15 ไปอันดับที่ 14

ทุกคนต่างตกตะลึงในขณะที่จ้องมองไปที่กระดานเทพวิญญาณ ในตอนนี้พวกเขาเริ่มรู้สึกเหมือนกับว่าแทบจะหายใจไม่ออก ความเงียบครอบงำบริเวณโดยรอบ แม้กระทั่งเข็มหล่นลงพื้นก็คงได้ยิน

นี่มันเกิดอะไรขึ้น แค่เพียงในช่วงเวลาสั้น ๆ อันดับของเนี้ยหลี่นั้นได้ขยับไปแล้วถึง 2 อันดับ หรือว่าเนี้ยหลี่จะก้าวข้ามหลงยู่หยิ๋นได้จริง ๆ จากที่หลาย ๆ คนมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจแล้วว่า หรืออาจจะมีสิ่งมหัศจรรย์กำลังเกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ พวกเขาคิดว่า การที่เนี้ยหลี่ท้าทายหลงยูหยินนั้นเป็นเพียงความยโสโอหัง แต่ด้วยเวลาสั้น ๆ อันดับของเนี้ยหลี่ก็ขยับไปถึง 2 อันดับ ความจริงนี้นั่นเองทำให้พวกเขาทุกคนต้องปิดปากเงียบ

อย่างน้อยที่สุดเนี้ยหลี่ ก็เริ่มที่จะขยับเข้าใกล้ หลงยู่หยิ๋น

พวกเข้าได้แต่หวังว่าปาฏิหารณ์ที่เนี้ยหลี่ทำนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก นั่นทำให้ทุกคนแทบจะลืมหายใจเมื่อมองสิ่งที่เกิดขึ้น

ที่มุมหนึ่งของลานกว้าง บนเก้าอี้มีหญิงสาวที่งดงามลักษณะซีดเซียวสวมชุดสีขาวนั่งอยู่ นางแหงนหน้ามองขึ้นไปยังกระดานเทพวิญญาณมีชายหนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆ นาง พวกเขาทั้งสองคือ กู่หลาน และกู่เป่ย

"ข้าไม่คิดเลยว่าพรสวรรค์ของเนี้ยหลี่จะน่ากลัวถึงเพียงนี้ แค่วันแรกที่เขาเข้ามาในสนามฝึกเทพวิญญาณ เขาก็ขึ้นมาถึงอันดับที่ 14 ความสามารถของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าหลงยู่หยิ๋นเลย เมื่อเทียบกับนางตอนที่เข้ามายังสนามฝึกเทพวิญญาณในครั้งแรก" กู่หลานพึมพำในขณะที่จ้องมองไปที่กระดานเทพวิญญาณ

แม้จะนั่งอยู่บนรถเข็นและความอ่อนแอยังคงปรากฏเพราะสีผิวอันขาวซีด แต่นางก็ยังคงความงดงามออกมาราวกับหญิงสาวปกติ หลายคนที่ยืนห่างออกไปต่างจ้องมองนางด้วยสายตาที่ตกตะลึงและหลงไหล อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขามองเห็นพลอยสีม่วงและตราสีทองอันเป็นสัญลักษณ์ของตระกู่ ที่ประดับอยู่บนแขนเสื้อของนาง พวกเขาต่างก็ถอยกลับในทันที ตระกูลกู่ ไม่ใช่ตระกูลที่จะสามารถรุกรานได้

กู่เป่ยมองไปยังเบื้องหน้าพร้อมกับกล่าวว่า "ในบรรดาผู้คนที่ข้าพบเจอ น้องชายเนี้ยหลี่เป็นคนเพียงคนเดียวที่ข้าไม่สามารถคาดเดาได้ และดูเหมือนเขายังคงปกปิดพรสวรรค์และความสามารถของเขาอีกหลายอย่างเอาไว้"

ภาพของชายหนุ่มลึกลับได้ปรากฏขึ้นในใจของกู่หลาน อันที่จริงนางยังคงรู้สึกว่าเนี้ยหลี่นั้นปกปิดอะไรไว้อีกมากมาย ทันใดนั้นกู่หลานได้เหลือบเห็นกลุ่มคน นางเงียบไปชั่วขณะและกล่าวว่า "น้องเล็ก เรากลับกันเถอะ"

"พวกเราไม่รออยู่ดูผลลัพธ์ก่อนหรือ"กู่เป่ยถามกู่หลานด้วยความงุนงง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขายังคงเต็มไปด้วยความคาดหวังที่มีต่อเนี้ยหลี่ในการท้าทายหลงยู่หยิ๋น

กู่หลานส่ายหัวพร้อมกับมองไปยังสถานที่หนึ่ง "พวกเขามาแล้ว"

กู่เป่ยมองไปยังที่ ๆ กู่หลานมองอยู่ จากนั้นปรากฏภาพชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดผ้าไหมพร้อมมงกุฏบนศีรษะของเขา เขาคือ กู่เฮง ผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งของตระกูลกู่ พรสวรรค์ของกู่เฮงนั้นคล้ายคลึงกับกู่หลานก่อนที่นางจะล้มป่วยลง เขาเป็นศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวของกู่หลาน พร้อมทั้งมีกลุ่มคนกำลังเดินตามหลังกู่เฮง พวกเขาล้วนแต่เป็นคนของตระกูลกู่

เกิดประกายความหนาวเย็นในนัยตาของกู่เป่ยขณะที่เขากล่าวว่า " ท่านพี่ ข้าจะพาท่านกลับ"

ข่าวที่ว่าเนี้ยหลี่ท้าทายหลงยู่หยิ๋น ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว กู่เฮงเป็นคนหนึ่งที่สนใจ หลงยู่หยิ๋นเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นจากตระกูลผนึกมังกร หรือจะพูดให้ถูกคือกู่เฮงมาที่นี่เพื่อประเมินว่าหาคู่แข่งที่เหมาะสมที่คู่ควรกับเขา

กู่เฮงกวาดสายตามองไปรอบๆผ่านฝูงชนและสังเกตุเห็น กู่หลานและกู่เป่ยกำลังเดินออกไป ปรากฏรอยยิ่มอันเย็นยะเยือกที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปทักทาย "โอ้! นี่ญาติผู้น้องของข้ากู่หลานและกู่เป่ยไม่ใช่หรือเนี๊ยะ พวกเจ้าก็ออกมาดูเรื่องสนุก ๆ เหมือนกันสินะ"

กู่เป่ยจ้องมองมาที่กู่เฮงพร้อมกับหัวเราะและกล่าวว่า " เย่! ข้าไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้พบญาติผู้พี่กู่เฮงที่นี่ด้วยเหมือนกัน ข้าได้ยินมาว่ามีบางอย่างที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่นี่ ข้ากับพี่สาวเลยเดินทางมาเพื่อดูสิ่งที่ว่านั่น"

กู่หลานยังคงนิ่งเงียบ ขณะที่นางยังคงก้มหน้าลง มือสีขาวทีเหมือนดั่งหยกของนางกำลังจับที่วางแขนของรถเข็นไว้แน่นอยู่ในความเงียบ

กู่เฮงเหลือบมองไปที่กู่หลาน พลันปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากด้วยความเย้ยหยัน ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาเปลี่ยนท่าทีกลายเป็นความรู้สึกสงสารเวทนาและกล่าวว่า "ญาติผู้น้องกู่หลาน อาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเจ้ายังไม่ได้รับการรักษาอีกหรือ ช่างน่าสงสารอะไรเช่นนี้ เดิมทีด้วยพรสวรรค์ของเจ้านั้น เจ้าสามารถขึ้นมาถึงสุดสุดของตระกูลกู่ของพวกเราได้อย่างแน่นอนกู่เป่ย ตอนนี้พี่สาวของเจ้าได้กลายเป็นคนพิการ เจ้าต้องดูแลนางให้ดีนะ"

ทันทีที่ได้ยินคำพูดของกู่เฮง ดวงตาของกู่หลานก็ฉายแววแห่งความโกรธ แต่เพียงชั่วขณะเดียวเท่านั้นก่อนที่มันจะหายไป ในอดีตนางเคยถูกเรียกว่าอัจฉริยะผู้ไม่ต้องฝืนทนกับคำพูดเหล่านี้ นับตั้งแต่ที่นางได้ลมป่วยลง นางก็ได้เรียนรู้ที่จะอดทน

กู่เป่ยถอนหายใจและกล่าวว่า "ขอบคุณท่านพี่กู่เฮงเป็นอย่างมากสำหรับความห่วงใย อาการป่วยของพี่สาวข้านั้นยังคงเหมือนเดิม ดังนั้นข้าจึงพานางออกมาข้างนอกเพื่อบรรเทาความเบื่อหน่าย"

แม้จะโกรธที่กู่เฮง ดูถูกพี่สาวของตนว่าเป็นคนพิการแต่เขาก็ยังควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ ไม่ให้มันแสดงออกมา

กู่เฮงมองไปยังกู่หลานที่ก้มหน้าอยู่โดยไม่พูดอะไร อันที่จริงตั้งแต่ที่นางได้กลายเป็นเช่นนี้ นางก็ไม่ได้มีพลังวิญญาณที่สามารถใช้ในต่อสู้ได้อีก

"ตั้งแต่พวกเจ้ามาที่นี่ มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นไหม" กู่เฮงยิ้มและกล่าวต่อว่า "ข้าได้ยินมาว่า มีเด็กหนุ่มมากความสามารถกล้าที่จะท้าทายหลงยู่หยิ๋น นั่นทำให้ข้ารู้สึกสนใจ"

กู่เป่ย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "ถ้านั่นเป็นเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล ก็ขอขอบคุณสำหรับความห่วงใยของท่านพี่กู่เฮง พวกเราจะกลับหลังจบเรื่องนี้"

แม้ว่าเส้นปราณของกู่หลานจะติดขัดจนทำให้นางต้องเป็นคนพิการ เมื่อครั้งที่พ่อแม่ของนางยังคงมีชีวิตอยู่ บารมีของพวกเขาก็มีไม่ใช่น้อย ผู้อาสุโวหลายคนให้การดูแลกู่หลานและกู่เป่ยอย่างดี ดังนั้น กู่เฮง จึงทำได้แค่เพียงพูดจาดูถูกดูแคลน แต่ก็ไม่สามารถแตะต้องพวกเขาได้

พวกเขาต่างกำมือแน่น ดวงตาจับจ้องไปที่กระดานเทพวิญญาณด้วยความคิดที่ต่างกันออกไป

นอกเหนือจากตระกูลกู่ ยังมีตระกูลผนึกมังกร และตระกูลเถ้าอัคคี ตัวแทนจากตระกูลต่าง ๆ ต่างเฝ้าดูอยู่ภายนอกสนามฝึกเทพวิญญาณ

นี่คือครั้งแรกของเนี้ยหลี่ที่เข้ามายังสนามฝึกเทพวิญญาณ และเขาก็สามารถที่จะขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 14 นั่นก็เพียงพอแล้ว ที่จะพิสูจน์ความสามารถของเขา หากพวกเขาสามารถดึงตัวเขามา เข้าร่วมกับตระกูลของพวกเขาได้ มันจะเป็นประโยชน์ต่อตระกูลของพวกเขา

ภายในสนามฝึกเทพวิญญาณ

เนี้ยหลี่นั้นไม่มีความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับสาเหตุของมวลคลื่นขนาดใหญ่ เขายังคงรู้สึกถึงพลังสวรรค์และการเชื่อมโยงระหว่างสวรรค์และปฐพี

เมื่อเวลาผ่านไป เขารู้สึกว่าบทแรกของการบ่มเพาะเทคนิคเทพวิถีฟ้า เริ่มที่จะไหลลื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การที่จะปลดปล่อยความสามารถที่แท้จริงของ เทคนิคเทพวิถีฟ้า ได้นั้นเขาต้องมาบ่มเพาะที่ดินแดนซากมังกร

ตอนนี้เขาได้ก้าวไปถึงขั้นที่ 125 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลงยู่หยิ๋นเฝ้ามองเนี้ยหลี่ขณะที่เขากำลังขยับเข้ามาใกล้นางเรื่อย ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิตของนางที่รู้สึกถึงแรงกดดัน นี่เป็นวันแรกของเขาและเนี่ยหลี่ การขึ้นมาได้ถึงขั้นที่ 125 เมื่อเปรียบเทียบกับความสามารถของนางเมื่อครั้งอดีตที่นางเข้ามายังสนามฝึกเทพวิญญาณ มันจึงเป็นความสำเร็จของเขาอย่างแน่นอน

นับตั้งแต่นางยังเด็ก นางมักจะบอกตัวเองว่านางจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่รุ่นของนาง แม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นผู้ชาย นางก็ยังต้องการให้พวกเขาสยบอยู่แทบเท้าของนาง

การแสดงออกของหลงยู่หยิ๋นมีบรรยากาศที่หนาวเย็นปกคลุมขณะที่นางกำลังเฝ้ามองเนี้ยหลี่นั้นทำให้รู้ว่า ตั้งแต่เกิดมา เนี้ยหลี่คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดที่นางเคยเจอ

แต่นางจะไม่ยอมแพ้ เพราะนางคือหลงยู่หยิ๋นแห่งตระกูลผนึกมังกร แน่นอนว่านางจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ให้กับทุกคน ผู้ซึ่งอยู่ในกลุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน

เนี้ยหลี่ได้หยุดอยู่ที่ขั้นที่ 125 เขาเงยหน้า แล้วมองไปที่หลงยู่หยิ๋น

"ข้าได้ยินมาว่าวันแรกที่เจ้าเข้ามาที่สนามฝึกเทพวิญญาณ เจ้าหยุดอยู่ตรงที่ข้ายืนอยู่ตรงนี้ ดูเหมือนว่าความสามารถของเจ้าก็พอใช้ได้นี่ การที่มาอยู่ขั้นที่ 125 ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย" เนี้ยหลี่กระตุ้นหลงยู่หยิ๋นเล็กน้อย

ใบหน้าของหลงยู่หยิ๋นพลันเป็นสีเขียว พร้อมกับเสียงกร๊อบแกร๊บที่ออกมาจากมือที่กำแน่นของนาง นางจ้องมองไปยังเนี้ยหลี่ด้วยความโกรธ "แค่เพียงเจ้าขึ้นมาถึงขั้นที่ 125 ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะชนะข้าได้ในวันนี้ ถ้าเจ้าไม่สามารถเอาชนะข้าได้ละก็ เตรียมรับการเฆี่ยน 3 ครั้งจากข้าซะ"

"ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอก เจ้าควรกังวลเกี่ยวกับตัวเจ้าเองมากกว่า ข้ากำลังคิดอยู่ว่าข้าจะเฆี่ยนเจ้าตรงไหนดี คนสวย ๆ อย่างเจ้า มันน่าเสียดายของจริง ๆ อย่างไรก็ตามต่อให้สวยแค่ไหนแต่จิตใจสกปรก ข้าก็ไม่ปราณีหรอกนะ" เนี้ยหลี่จ้องมองไปยังหน้าอก ทรวดทรงองเอวของหลงยู่หยิ๋น และเผยรอยยิ้มแห่งความชั่วร้าย

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

4 ความคิดเห็น: