วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 280 – Three Lashes

Tale of the demon and god novel Chapter 280 – Three Lashes

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 280 -เฆี่ยน 3 ที


บทที่ 280 - เฆี่ยน 3 ที


หลงยู่หยิ๋นขึ้นไปยังระดับเดียวกับเนี้ยหลี่ นางก้มหน้าลงเล็กน้อย กวาดตามองไปที่เขา แล้วยิ้มอยางเย็นชา " ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาได้ถึงระดับนี้ แต่ด้วยความสามารถอันน้อยนิดของเจ้า นี่คงเป็นขีดสูงสุดที่เจ้าทำได้แล้วสินะ? "

ทุกคำพูดของหล่อนนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันเย้ยต่อเนี้ยหลี่

สิ้นเสียงของหลงยุ่หยิน เนี่ยหลี่ก็ตะคอกออกมา" หลงยู่หยิ๋น เจ้าคิดว่าเจ้ามีความสามารถนักหรือไง? เจ้าคิดว่าเจ้าเก่งกาจเพียงนั้นเชียวหรือ หากไม่ได้ทรัพยากรมากมายที่ถูกประเคนให้จากตระกูลเจ้า เจ้าก็ไม่เหลืออะไร มันก็เหมือนดั่งที่เจ้าว่านั้นแหละ ตระกูลผนึกมังกรสามารถ เปลี่ยนขยะเป็นอัจฉริยะได้ ถ้าหากไร้ซึ่งตระกูลผนึกมังกร เจ้าก็ไม่ต่างจากขยะไร้ค่าชิ้นหนึ่ง! "

หลงยู่หยิ๋นไม่คาดคิดว่าเนี้ยหลี่จะกล้าตำหนินางเช่นนี้!

" เจ้ากล้าเรียกข้าว่าขยะ? " สายตาของนางเต็มไปด้วยความเย็นชาและเส้นเลือดที่แดงกำ ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยมีใครกล้าเรียกนางว่าเป็นขยะ!

เนี้ยหลี่หัวเราะอย่างหนัก " หลงยู่หยิ๋น ถ้าหากวางเรื่องตระกูลของเจ้าไป เจ้ามันก็แค่ขยะชิ้นหนึ่ง เจ้าคิดว่าสายเลือดแห่งมังกรน่ากลัวนักหรือไง ในสายตาของข้า สายเลือดมังกรหาได้แตกต่างจากขยะไม่! " ใบหน้าของเนี้ยหลี่เต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อความจองหองของหลงยู่หยิ๋น

แต่เดิมด้วยนิสัยของเนี้ยหลี่ไม่ได้เป็นคนที่โกรธแค้นใครได้ง่ายๆเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม หลงยู่หยิ๋นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาจารย์ของเขาต้องตาย



“เหตุใดข้าจะไม่กล้าเรียกเจ้าเช่นนั้นเล่า? คนอื่นอาจเกรงกลัวเจ้า แต่ไม่ใช่ข้า คนสารเลวเช่นเจ้าสมควรถูกตัดลิ้นแล้วเอาไปทอดในน้ำมันด้วยซ้ำ!”เนี้ยหลี่กล่าวอย่างเย็นชา

มีใครเคยวิพากษ์วิจารณ์หลงยู่หยิ๋นเช่นนี้มาก่อนหรือไม่ เมื่อทุกคนมองไปที่นางพลันปรากฏความหวาดกลัวขึ้นในดวงตาของพวกเขา แต่ไหนแต่ไรมานางมักจะดูถูกผู้อื่น  ไม่เคยมีใครวิพากษ์วิจารณ์นางอย่างรุนแรง ดังเช่นเนี้ยหลี่มาก่อน

"หลงยู่หยิ๋น ภายนอกเจ้าอาจดูเข้มแข็ง แต่ภายในกลับอ่อนแอคนที่ต้องอาศัยความแข็งแกร่งของตระกูลคอยช่วยเช่นเจ้า หากไม่มีตระกูล เจ้าก็แค่สวะตัวหนึ่ง อัจฉริยะงั้นหรือ? ช่างน่าหัวเราะ! ถ้าเจ้ากล้าพอ ก็ลองมาแข่งกันดูว่า เจ้าที่ได้อันดับสิบในกระดานเทพวิญญาณมันน่าเกรงขามมากนักหรือไง? เดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าสิ่งที่เจ้าภูมิใจนั้นมันไร้ค่าแค่ไหน ดังเช่นเรื่องตลกขบขันเท่านั้น!"

หลงยู่หยิ๋นโกรธเข้าไปถึงทรวงอกจนกระเพื่อมขึ้นลง นี่เป็นครั้งแรกที่นางโกรธใครบางคนได้มากขนาดนี้

หลงยู่หยิ๋นจ้องไปทางเนี้ยหลี่อย่างโกรธแค้นขณะที่กำหมัดแน่น. “เจ้ามันก็ดีแต่พูด ต้องให้บอกไหมว่าเราต่างกันมากเพียงใด! แข่งงั้นหรือ? หึ, น่าขัน! ไม่เคยมีใครกล้าพูดแบบนี้กับข้าหลงยู่หยิ๋นมาก่อน,ข้าจะทำให้เจ้าพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์อย่างไร้ข้อโต้แย้ง ถ้าเจ้าแพ้ ข้าจะเฆี่ยนเจ้า 3 ครั้ง เจ้ากล้าไหม?”

เนี้ยหลี่ยังไม่ถึงระดับลิขิตสวรรค์ การเฆี่ยน 3 ครั้งของหลงยู่หยิ๋น สำหรับเนี้ยหลี่อาจถึงแก่ชีวิตได้

"เหตุใดข้าจะไม่กล้าเล่า ข้าจะขอพูดแบบเดียวกันนะ จำกัดเวลาจนถึงเย็นวันนี้ ถ้าเจ้าแพ้ ข้าจะเฆี่ยนเจ้า 3 ครั้ง เช่นกัน" เนี้ยหลี่จ้องไปทางหลงยู่หยิ๋นอยางเย็นชา "เจ้ากล้ามั้ยหล่ะ"

เนี่ยหลี่ทราบดีว่า ด้วยสายเลือดแห่งมังกร การเฆี่ยน 3 ครั้งไม่อาจทำอะไรนางได้ แต่สำหรับคนเช่นนาง การโดนเฆี่ยน 3 ครั้งนั้นยิ่งกว่าความตายเสียอีก

หลงยู่หยิ๋นหัวเราะ “เจ้าคิดว่าข้าจะแพ้เช่นนั้นหรือ?”

เนี้ยหลี่จ้องไปที่หลงยู่หยิ๋นอย่างเย็นชา "ข้ากำลังถามว่าเจ้ากล้ามั้ย"

หลังจากที่หลงยู่หยิ๋นจ้องเข้าไปในตาของเนี้ยหลี่ หลงยู่หยิ๋นสามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้เช่นนั้นหรือ “เหตุใดข้าจะไม่กล้ากัน ข้าจะไปรอด้านบน!”

เมื่อจบคำ หลงยู่หยิ๋นจึงหันหลังกลับ และเดินออกไป ขั้นที่ 126 ขั้นที่ 127

ในทุก ๆ ย่างก้าว พลังสวรรค์พยายามต่อต้านนาง

เซี่ยวหยู๋มองไปทางเนี้ยหลี่ หลงยู่หยิ๋น และปรากฎร่องรอยความกังวลในแววตาของเขา เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเนี้ยหลี่จึงตามจองล้างจองผลาญนางถึงเพียงนั้น ถ้าหากหลงยู่หยิ๋นเฆี่ยนเนี้ยหลี่ 3 ครั้ง นั่นอาจเป็นการเอาชีวิตของเนี้ยหลี่ เซี่ยวหยู๋ขมวดคิ้วของเขาและมองไปทางเนี้ยหลี่ ปกติเขาไม่ได้เป็นคนเช่นนี้

ลุกลามไปดั่งไฟป่า ข่าวการเดิมพันของหลงยู่หยิ๋นและเนี้ยหลี่กระจายไปทั่วสนามเทพวิญญาณ

“อะไรนะ เจ้าเด็กเนี้ยหลี่ตกลงเดิมพันหรือไม่”

"ใช่ เจ้าเด็กเนี้ยหลี่ตั้งใจจะบรรลุให้ได้ภายในวันเดียว. โอหังนัก! แม้ว่าพรสวรรค์ของเขาจะเหนือกว่าหลงยู่หยิ๋น แต่นั่นเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะนาง!"

“199 ขั้นสนามเทพวิญญาณ เมื่อขึ้นไปยังขั้นที่ 120 แต่ละขั้นยากเสียราวกับปีนขึ้นไปบนท้องฟ้า.เจ้าเด็กเนี้ยหลี่อวดดีไปแล้ว!!”

“หลงยู่หยิ๋นเฆี่ยนมันสามครั้งเจ้าเด็กนั้นจะต้องตายแน่นอน!”

จำนวนผู้คนภายนอกสนามเทพวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดมาเพื่อจุดประสงค์เดียว เพื่อดูผลลัพธ์ของเดิมพันธ์

ในเวลาเดียวกัน ที่อื่นๆในสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์

หนานหมิน เทียนไห่และหวังยู่ เฝ้ามองสนามเทพวิญญาณอย่างใกล้ชิด เมื่อพวกเขาได้ตระหนักถึงการเดิมพันของเด็กทั้งสองคน พลันปรากฏสีหน้าที่เคร่งขรึมขึ้นทันที

หนานหมิน เที่ยนไห่ ขมวดคิ้ว. “แม้ว่าพรสวรรค์ของเนี้ยหลี่จะค่อนข้างดี แต่เขาหยิ่งเกินไป เขาทำเช่นนั้นไปจะได้อะไร?  ถ้าเขาแพ้ การเฆี่ยน 3 ครั้งของหลงยู่หยิ๋นจะฆ่าเขาได้ แม้ว่าเขาจะชนะ แต่นอกจากความอับอายของหลงยู่หยิ๋น เขาจะได้อะไร!.ในทางกลับกัน เขาจะเป็นศัตรูกับตระกูลผนึกมังกร!”

หวังยู่ ถอนหายใจและกล่าวว่า “สำหรับวัยเช่นนั้นคงหลีกเลี่ยงเรื่องอารมณ์ร้อนไม่ได้ หลงยู่หยิ๋นหยิ่งยโสเกินไปเช่นกัน บางทีนางอาจพูดอะไรบางอย่างทำให้เขาโกรธก็เป็นได้”

พวกเขาไม่สามารถคาดเดาผลที่จะตามมาได้ ถ้าเหตุการณ์บานปลาย พวกเขาก็จำเป็นต้องสอดมือเข้าไปยุ่ง

กลับมาที่กระดานเทพวิญญาณ

หลงยู่หยิ๋นขึ้นไปได้ 129 ขั้นก่อนและจะหยุดลง ตอนนี้ นางจะไม่ทำอะไรต่อไป นางหันกลับไป มองไปทางเนี้ยหลี่อย่างเย็นชา และนั่งลงที่ตรงนั้น จากขั้นที่ 120 ทุกขั้นที่ก้าวขึ้นมาจะยากลำบากอย่างมาก แม้ทุกคนที่ขึ้นมา จะได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ แต่มันก็ยากที่ก้าวขึ้นไปต่อแม้เพียงสักก้าวหนึ่ง

หลงยู่หยิ๋นสามารถรับรู้ได้ว่า ในเวลาไม่นานนางจะสามารถก้าวขึ้นไปยังขั้นที่ 130 ได้ นั่นจะทำให้นางขึ้นไปอยู่อันดับที่ 9 บนกระดานวิญาณศักดิ์สิทธิ์

การที่เนี้ยหลี่จะเหนือกว่านางไปได้นั้นก็แค่เรื่องเพ้อฝัน!

ครั้งแรกที่นางเข้าสู่กระดานเทพวิญญาณ นางสามารถขึ้นไปยังขั้นที่ 125 ก่อนที่จะหยุด และหลังจากพักบ่มเพาะพลังไปสองสามเดือน นางสามารถขึ้นไปได้อีก 4 ขั้น

ในตอนนั้น เนี้ยหลี่กำลังบ่มเพาะพลังอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะก้าวขึ้นไปต่อยังขั้นที่ 122

เมื่อเห็นดังนั้น ทุกๆคนให้ความสนใจกับเขา รู้สึกประหลาดใจ เนี้ยหลี่มีการเคลี่ยนไหวที่รวดเร็ว เขาอาจก้าวขึ้นไปอีกขั้น!

สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้คือการจะขึ้นไปเกินกว่าขั้นที่ 120 ขึ้นไปเป็นอะไรที่ยากมาก ระดับลิขิตสวรรค์เป็นขอบเขตต่ำสุดในการสื่อสารระหว่างสวรรค์และปฐพี  เคยมีผู้ที่ยังไปไม่ถึงขั้นลิขิตสวรรค์และสามารถขึ้นไปได้สูงสุดที่ขั้นที่ 138 นั่นคือข้อมูลที่บันทึกไว้ตลอดหลายพันปี

ทุกๆสายตาจับจ้องไปที่ทั้งสองคน

มุมปากของหลงยู่หยิ๋นกระตุกเล็กน้อย “เขาสามารถก้าวขึ้นมาได้ แล้วอย่างไรเล่า? ตอนที่มาที่นี้ครั้งแรก ข้าไปได้ถึงขั้นที่ 125 ด้วยซ้ำ”นางยังคงค่อยๆฝึกฝนเพื่อที่จะก้าวไปสู้ขั้นที่ 130 ต่อไป

พลังงานมหาศาลที่คอยต้านทานของนางนั้นทำให้นางรู้สึกเหมือนกับว่าพลังภายในกำลังจะระเบิดออก อย่างไรก็ตาม หลงยู่หยิ๋นก็ยังคงกัดฟันและวางเท้าไว้บนขั้นที่ 130

กระดานเทพวิญญาณได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง

ชื่อของหลงยู่หยิ๋นขึ้นไปสู่อันดับที่ 9

ผู้คนภายนอกมองไปยังกระดานพร้อมกับความวุ่นวายที่ก่อตัวขึ้น

“สวรรค์ หลงยู่หยิ๋นก้าวขึ้นไปอยู่อันดับที่ 9 แล้ว!”

“ในฐานะที่มาใหม่ นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!”

“ดูเหมือนเนี้ยหลี่จะพ่ายแพ้เสียแล้ว. ในความสูงระดับนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ!”

ไม่ต้องสงสัย หลงยู่หยิ๋นเป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะที่มาในปีนี้ ปกติเป็นไปได้ยากมากที่จะขึ้นไปยังระดับนั้นในเวลาไม่กี่เดือน

การที่เนี้ยหลี่เดิมพันกับนางช่างเป็นเรื่องโง่เง่าและผิดพลาด เขาคิดว่านางมาถึงระดับนี้ได้เพราะมันง่ายงั้นหรือ?

จินยัน ยังคงยืนอยู่ที่ขั้นที่ 119 มันยังเป็นไปไม่ได้ที่จะขึ้นไปยังขั้นถัดไปในตอนนี้ เขาพยายามที่จะฝืนไปยังขั้นต่อไปหลายต่อหลายครั้ง แต่จิตวิญญาณของเขาพบกับพลังกดดันที่น่ากลัว เมื่อเขายกศีรษะขึ้นมาดูหลงยู่หยิ๋นและเนี้ยหลี่ ภายในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอิจฉา

จินยันยังคงพอทำใจได้ถ้าเขาแพ้หลงยู่หยิ๋น แต่เหตุใดเขาจึงแพ้เนี้ยหลี่ ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

ไม่ว่าเขาจะพยายามเพียงใด เขาก็ยังคงอยู่ที่เดิม ที่มองออกไปแล้วเห็นเนี้ยหลี่และหลงยู่หยิ๋นอยู่ไกลลิบๆ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเนี้ยหลี่จะชนะหลงยู่หยิ๋นได้ ระดับของหลงยู่หยิ๋นไม่ใช่ธรรมดาทั่วไป การที่จะชนะนางนั้นเป็นไปไม่ได้เลย!

เซี่ยวหยู๋เฝ้ามองเนี้ยหลี่ด้วยความเป็นห่วง เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเนี้ยหลี่จึงต้องเดิมพันเช่นนั้น

เนี้ยหลี่ขมวดคิ้ว เมื่อเขาไปถึงขั้นที่ 122 อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงความกดดันที่กดทับลงมา

เนี่ยหลี่คิดในใจ "มันเหมือนกับที่อาจารย์บอกข้าเมื่อชาติที่แล้ว ความคิดชั่วร้ายของข้ามากเกินไป มีสิ่งมีชีวิตหลายหมื่นที่อาศัยอยู่ระหว่างสวรรค์และปฐพี ต่างรองรับความคิดเหล่านั้นทั้งหมด แม้จะพยายามเต็มที่ที่จะเข้าถึงวิถีแห่งสวรรค์ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับข้าสินะ"

อย่างไรก็ตาม ขั้นที่ 122 ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของเขา

ถ้าเขาติดอยู่แค่ขั้นที่ 122 ชีวิตที่สองของเขามันไม่สูญเปล่างั้นหรือ

เนี้ยหลี่ยืนขึ้นบนขั้นที่ 122 พร้อมกับหลับตาทั้งสองข้างและเริ่มใช้เทคนิคเทพวิถีฟ้าด้วยเทคนิคนี้มันจะช่วยทำให้เขาสามารถสื่อสารกับทั้งสวรรค์และปฐพีได้ดียิ่งขึ้น

บทแรกของเทคนิคเทพวิถีฟ้า วิถีสวรรค์สาดส่อง สวรรค์ห่อหุ้ม แต่ไม่เติมเต็ม พลังห่อหุ้มแต่ไม่ขัดแย้ง รู้ทุกสิ่งไม่รับรู้ทุกอย่าง

เนี้ยหลี่พึมพำเคล็ดวิชาบทแรกของเทคนิคเทพวิถีฟ้าออกมา กระแสการบ่มเพาะพลังเพิ่มเป็นสายใหญ่ขึ้น กลิ่นอายรัศมีของพลังแผ่พุ่งออกไปทั่วบริเวณโดยรอบ

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น: