วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 279 – Long Yuyin

Tale of the demon and god novel Chapter 279 – Long Yuyin

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 279 - หลงยู่หยิ๋น


บทที่ 279 - หลงยู่หยิ๋น


ตระกูลผนึกมังกร

หลงยูหยิ่นได้ข่าวเกี่ยวกับเนี่ยหลี่และเซี่ยวหยู๋ ว่าทั้งสองได้อันดับที่ 11 และ 16 ในบอร์ดเทพวิญญาณตามลำดับ

เขาไม่ได้สนใจในตัวเซี่ยวหยู่มากนัก,แต่เธอค่อนช้างสนใจเนี่ยหลี่ที่มาจากโลกใบเล็กที่ไม่มีพื้นฐานใดๆและไม่ต้องพูดถึงว่าทรัพยากรในการเพาะปลูกบ่มเพาะพลังของเขานั้นถูกจำกัด แต่อย่างไรก็ตาม,ความจริงที่ว่าเขาได้เป็นคู่แข่งขั้นที่สูงมากในบอร์ดเทพวิญญาณ,หลงยู่หยิ๋นนั้นรู้สึกถึงความท้าทายอย่างแรง

แม้ว่าตั้งแต่เธอยังเด็ก,เธอนั้นเป็นคนที่โดดเด่นมากในกลุ่มอายุระดับเธอ เธอนั้นไม่เคยต้องถูกท้าทายมาก่อน

เธอลุกขึ้ยืนและเดินออกไป,ก่อนหน้านั้นเธอไม่ได้ใส่ใจกับเนี่ยหลี่มากนัก,แต่เหมือนว่าตอนนี้เธอจะคิดว่าเขาก็เป็นอัจฉริยะที่มีค่าคนหนึ่งเลย

นางมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ ขาเรียวยาวและคาดดาบยาวไว้ข้างเอว ใบหน้าเย็นชาของนาง ทำให้หนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่ได้เห็นเป็นต้องหวาดกลัวไปทุกราย

ชายหนุ่มอายุราว 16-17 เข้ามาในห้อง “หยินเอ๋อ นั่นเจ้าจะไปไหนรึ”

“ฮูหยง เจ้าต้องการให้ข้าสั่งสอนเจ้าอีกแล้วงั้นรึ” หลง ยู่หยิ๋น ส่งรังสีอำมหิตไปยังชายหนุ่มคนนั้น เสียงดาบของนางส่งเสียงกระทบดังกังวาล เขาตกใจกลัวจนไม่อาจปิดบังได้
“สวะอย่างเจ้าคิดจะแต่งงานกับข้า!? เฮอะ ถ้าคิดจะทำเช่นนั้นก็ชนะข้าในการต่อสู้ให้ได้ซะก่อนเถอะ” พูดจบนางก็เดินจากไป ชายหนุ่มทำอะไรไม่ถูกได้แต่มองนางหายลับไป...

อย่าว่าแต่ จะให้สยบนางอย่างงั้นหรือ? มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ไม่มีใครในหมู่รุ่นเดียวกัน ที่จะกล้าหาญทำเยี่ยงนั้นหรอก

บริเวณหน้าทางเข้ากระดานเทพวิญญาณเต็มไปด้วยเสียงจอแจอื้ออึง ผู้คนต่างตกตะลึงในความจริงที่ว่าเนี้ยหลี่และเซี่ยวหยู๋ได้เข้าทดสอบในกระดานเทพวิญญาณและได้อันดับที่สูงมาก แน่นอนว่าหลู่เปียวก็ได้อันดับที่โดดเด่นเช่นกัน แต่ก็เป็นความจริงที่ว่าหลู่เปียวยังเปรียบเสมือนยืนอยู่ใต้เงาของเนี้ยหลี่และเซี่ยวหยู๋ตลอดมา

“ขยะเช่นเซี่ยวหยู๋น่ะรึ จะได้อันดับที่ 11?”

“หรือเขาจะก้าวเข้าสู่ระดับลิขิตสวรรค์แล้ว?”

“แล้วเนี้ยหลี่นี้เป็นใครกัน ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเขามาก่อนเลย” พวกเขาต่างพูดคุยกันในกลุ่มกันเอง




ทันใดนั้น
“หลง ยู่หยิ๋นมา!!” ทุกคนหลีกทางให้นางทันที พวกเขามองไปที่หลง ยู่หยิ๋น ใบหน้าของนางเย็นชาราวกับน้ำแข็งทว่าร่างกายของนางดูร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง มีเสน่ห์ยั่วยวนยิ่งนัก พวกเขาได้แต่ลอบมองนาง

ล้อเล่นหรือไงกัน? ใครนะที่กล้ายั่วยุนาง นางมีพลังการบ่มเพาะที่แข็งแกร่งและร่างกายก็แข็งแกร่งเช่นกัน เพราะนางมีสายเลือดแห่งมังกรและยังไม่รวมถึงตระกูลที่ลึกลับของนาง ทำให้ตลอดมาทุกคนได้แต่เทิดทูนนางจากเบื้องล่าง นางเป็นหน้าใหม่เพียงคนๆเดียวที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของกระดานเทพวิญญาณตั้งแต่ครั้งแรก

หลง ยู่หยิ๋นมองอันดับของนางแล้วก็เดินเข้าสู่ทางเข้ากระดานเทพวิญญาณ

“นางเข้าไปแล้ว”

“ข้าได้ยินว่านายน้อยจินยันก็เข้าไปในนั้น”

“คราวนี้ท่าทางจะสนุกแน่”

เมื่อฮั่นจิงกับหวางหยางและพรรคพวกได้ข่าวก็พากันเข้าไปยังกระดานเทพวิญญาณ พวกเขาไม่เคยเข้าไปมาก่อน ดังนั้นจึงใช้การตามคนที่เคยเข้าไปแล้วเอา
ข้างในนั้น เนี้ยหลี่นั่งลงยังขั้นที่ 121 ขณะที่เขาพยายามเชื่อมต่อวิถีแห่งสวรรค์และเข้าถึงญาณหยั่งรู้สวรรค์และปฐพี ในขั้นนี้ เขารู้สึกได้ถึงการต้านทานจากพลังงานและแรงกดดันในเขตแดนวิญญาณ หากเขาฝืนก้าวต่อไป จิตวิญญาณของเขาคงแตกกระจายเป็นแน่ เขาจึงไม่กล้าเสี่ยงที่จะก้าวต่อไป

พลังสวรรค์เวียนวนอยู่รอบตัวเขา เขาจึงพยายามดึงพลังงานนั้นเข้ามาและซึมซับให้มันเป็นของเขาทีละนิดๆ เขตแดนวิญญาณของเขาเป็นดั่งน้ำวนที่ดูดเอาทุกสิ่งอย่างเข้าไป

ขณะเดียวกัน ที่ส่วนหนึ่งของสถาบันวิญญาณสวรรค์ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่ง นั่งล้อมรอบโต๊ะหิน

ผู้เชี่ยวชาญเสื้อคลุมสีเทาคนหนึ่งยิ้มอย่างใจดีแล้วกล่าวว่า “เขตนี้มีผู้คนที่มีพรสวรรค์สูงส่งอยู่จำนวนหนึ่ง เช่น หลง ยู่หยิ๋นจากตระกูลผนึกมังกร เธอมีสายเลือดแห่งมังกรและมีรากจิตวิญญาณสวรรค์ระดับ 7 และติดอันดับ 1 ใน 10 ในการทดสอบ 3 อย่างของพื้นที่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์” ชายคนนี้มีนามว่า หนานเหมิ่น เทียนไห่ เป็นชายสูงอายุซึ่งมีอำนาจการตัดสินใจในสถาบันแห่งนี้

ชายเสื้อคลุมสีขาวอีกคนหนึ่งก็สำทับขึ้นว่า “หลง ยู่หยิ๋นหนึ่งในอัจฉริยะแห่งตระกูลผนึกมังกร” เขาคือหวังยู่ ผู้มีอำนาจอีกคนหนึ่ง จากนั้นผู้อาวุโสอีกคนก็กล่าว “มีเด็กใหม่ผู้หนึ่งที่ชื่อเนี้ยหลี่ เขาก็เป็นผู้หนึ่งที่เหมาะสม เขาได้อันดับที่ 16 ในการทดสอบของกระดานเทพวิญญาณ”

“ถูกต้อง ปีนี้มีคนถึง 2 คนจากโลกใบเล็กนั้นที่เหมาะสม เซี่ยวหยูเองก็ฝ่าฟันขีดจำกัดเขาได้แล้ว” หนานเหมิน เทียนไห่กล่าว

“ที่น่าตกใจคือ เด็กที่ชื่อเนี้ยหลี่นั้นมีความสามารถที่น่าจับตาทั้งที่ไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่เลย ดูท่าว่าปีนี้เขตตะวันออกจะได้มีคนเพิ่มเสียแล้ว”

พวกเขาให้ความสนใจอย่างมากในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในสถาบัน พวกเขาจับตาความสามารถของเหล่าอัจฉริยะทั้งหลาย แน่นอนว่าเนี้ยหลี่และหลู่เปียวเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ในสายตาของพวกเขา ทั้งสองสมควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

ภายในพื้นที่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เซี่ยวหยู๋ เนี้ยหลี่และหลู่เปียวจมดิ่งลึกสู่การฝึกฝนของตน จิตวิญญาณเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาของพวกเขา นอกจากนี้พวกเขายังมีเวลาจำกัดที่จะอยู่ในที่แห่งนี้ เหล่าผู้ที่ติดอันดับสูงสุด 20 คน ต่างสามารถอยู่ในนี้ได้อย่างมากเพียง 3 วันต่อเดือน

เบื้องล่างแท่นบูชา ที่ขั้นที่ 55 หวง อญิ๋งมองไปยังระยะห่างระหว่างเซียวหยู่ ดวงตาของนางทอประกายวาววับ

“ข้าคาดไม่ผิดจริงๆ พี่ชายเซี่ยวหยู๋นั้นมีพรสวรรค์เป็นเลิศที่สุด” ใบหน้าของนางกลายเป็นสีแดง แทนที่จะมุ่งมั่นในการฝึก นางกลับเอาแต่คิดถึงแต่เรื่องของเซี่ยวหยู๋

หลังจากหยัน เฮ่าได้แต่มองเซี่ยวหยู๋และส่งสายตามีความนัยให้แก่หวง อญิ๋ง เขาก็ก้าวไปสู่ขั้นต่อไป แต่เมื่อถึงขั้นที่ 56 เขาก็ต้องหยุดลง

“ข้าจะแพ้ขยะพรรค์นั้นได้อย่างไร” ด้วยแรงแค้น เขาฝืนก้าวต่อไปยังขั้นที่ 57 ทันทีที่เท้าของเขาแต่เข้าสู่ขั้นที่ 57 พลังมหาศาลที่รุนแรงได้ปะทะเข้ากับเขาทันที

เขารู้สึกได้ถึงพลังอันรุนแรงที่ปะทะเข้ากับจิตวิญญาณของเขา เลือดสดๆพุ่งออกจากปาก เขากระเด็นถอยหลังไปไกลและกองอยู่กับพื้น นี่คือชะตาของผู้ที่มีพลังไม่เพียงพอและถูกต่อต้านจากวิถีแห่งสวรรค์

หยัน เฮ่าเช็ดเลือดและต่อยพื้นด้วยความโกรธ แม้ว่าจิตใจของเขาจะยังไม่ยอมแพ้แต่ก็ไม่มีอะไรที่เขาทำได้ในตอนนี้อีกแล้ว

เมื่อศิษย์คนอื่นๆมองเห็นเหตุการณ์ก็ได้แต่มองหยัน เฮ่าด้วยความสมเพช นี่เป็นผลของการอวดดี หากรู้ว่าพลังของตนนั้นไม่เพียงพอก็ควรจะฟังคำสอนและบ่มเพาะพลังของตนเองเพิ่มซะ

“นั่น! จินยัน”

“อะไรน่ะ แม้แต่หลง ยู่หยิ๋นที่อยู่ในสิบอันดับก็ยังเข้ามาที่นี่รึ?”

ทุกคนพุ่งความสนใจไปยังผู้ที่เข้ามาใหม่ทันที ก่อนที่จะต้องหลบตาของหลง ยู่หยิ๋นและกลับไปบ่มเพาะพลังต่อ

หลง ยู่หยิ๋นไม่สนใจพวกเขาและมุ่งตรงไปยังแท่นบูชา สายตาของนางจ้องมองไปที่เซี่ยวหยู๋และเนี้ยหลี่ที่กำลังฝึกฝนอยู่ ตั้งแต่พวกเขาทั้งสองท้าทายตำแหน่งของนาง นางจะไม่ปล่อยให้พวกนั้นมีโอกาสแก้ตัวเป็นอันขาด นางจะสั่งสอนให้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นอัจฉริยะตัวจริง

จินยันยืนอยู่ข้างหลง ยู่หยิ๋น เขาไม่คิดว่าหลง ยู่หยิ๋นจะมาที่นี่เช่นกัน ตั้งแต่เขารู้ว่าหลง ยู่หยิ๋นนั้นมีความสามารถอันน่าตกใจเขาก็ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ตอนแรกเขาคิดว่าเขาจะเป็นคนดึงเนี้ยหลี่ลงมาให้ตกอยู่ในระดับเดียวกับเขาได้แต่เมื่อเขาได้พบกับนาง เขาก็รู้ว่าเขาหมดโอกาสนั้นไปแล้ว

ส่วนเนี้ยหลี่นั้นค่อยๆบ่มเพาะพลังการเชื่อมต่อสวรรค์และปฐพี มันเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้นมากขึ้น เขตแดนวิญญาณของเขาเป็นดั่งกับน้ำวนที่ดูดกลืนพลังสวรรค์เข้าไปอย่างไม่สิ้นสุด

ในขณะนั้น ลูกศิษย์คนอื่นๆอีกสองคนที่ทำการบ่มเพาะพลังอยู่ไม่ห่างจากเนี้ยหลี่ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและลืมตาขึ้น และมองเนี้ยหลี่ด้วยความประหลาดใจ พวกเขารู้สึกได้ว่าพลังสวรรค์นั้นเบาบางลง

คนพวกนี้บ่มเพาะพลังด้วยวิธีไหนกัน นี่มันไม่ปกติแล้ว?! นี่มันเหมือนกับพลังสวรรค์ทั้งหลายนั้นถูกสูบจนเหือดแห้งไปหมดโดยเนี้ยหลี่ หากพวกเนี้ยหลี่ยังคงฝึกฝนที่นี่ต่อไป พวกนั้นจะต้องก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมากแน่ๆ เขาทั้งสองจึงยืนขึ้นและเดินออกไปให้ห่างพวกเนี้ยหลี่เพื่อว่าจะไม่โดนผลกระทบนั้น

เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่าการบ่มเพาะของเขากำลังเปล่งประกาย ตอนนี้ระดับของเขามาถึงแล้วซึ่งระดับตำนานขั้นที่ 5 หลังจากที่เขาเข้ามาสู่ดินแดนซากมังกรแห่งนี้ การบ่มเพาะพลังของเขาเติบโตอย่างรวดเร็วกว่าตอนอยู่บนโลกใบเล็กนับสิบเท่า หากฝึกฝนต่อไปอีกสักเดือนหนึ่ง เขาอาจเข้าถึงรูปแบบแห่งลิขิตวิญญาณ และก้าวข้ามพ้นขอบเขตเข้าสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์ก็เป็นได้

ทันใดเขาก็รู้สึกได้ถึงออร่าที่กราดเกรี้ยวโผล่ขึ้นมา เขาหันไปและพบกับหลง ยู่หยิ๋นที่ตรงดิ่งมาทางเขา ดวงหน้างดงามของนางเย็นชาราวกับรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงแม้เวลาจะผ่านไปเป็นหมื่นปี ดวงตาของนางอัดแน่นไปด้วยรังสีบางอย่าง

นางมาที่นี่ทำไมกันนะ ในชาติก่อนอาจารย์ของเขาถูกฆ่าโดยหลง ยู่หยิ๋นและพรรคพวก เมื่อนึกขึ้นมา เนี้ยหลี้ก็รู้สึกเป็นปฎิปักษ์ทันที แต่อย่างไรก็ตาม เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก สำหรับนาง เขาจะปล่อยนางไปและลืมมันไปซะ เขาจะไม่ปล่อยให้นางมามีผลกระทบใดๆกับชีวิตของเขาอีกในชาตินี้

เขาจะทำตามสิ่งที่อาจารย์ในชาติก่อนของเขาเคยบอกไว้ “จงอย่าได้ไปมีความแค้นกับหลง ยู่หยิ๋น” ถึงอย่างนั้น เขาก็หาได้ให้โอกาสอื่นๆแก่หลง ยู่หยิ๋นไม่ เขาจะทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีทางที่นางจะอาจหาญมาเทียบเคียงได้ จากนั้นเขาจะทำให้นางต้องระหกระเหินออกไปยังดินแดนอันห่างไกล

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น: