วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 277 – Master

Tale of the demon and god novel Chapter 277 – Master

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 277 -อาจารย์


บทที่ 277 -อาจารย์


ภายในสนามเทพวิญญาณ

สถานที่แห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาและเต็มไปด้วยเสียงขับขานของนกนานาพันธุ์ และกลิ่นหอมของดอกไม้กลายเป็นภูมิทัศน์ที่งดงาม

ที่นี่เป็นศูนย์กลางของสนามเทพวิญญาณ ในแต่ละแท่นบูชาของทั้งสี่ด้านเป็นขั้นบันไดที่นำไปสู่ด้านบน และด้านบนยังมีแท่นบูชาแบบเปิดกว้าง ระหว่างขั้นบันไดหลายๆขั้น มีคนนั่งบ่มเพาะพลัง แต่ไม่มีใครสามารถก้าวเท้าไปบนยอดแท่นบูชาฯ

เซี่ยวหยู๋ อธิบายขณะที่เขาเดินไปในทิศทางที่แท่นบูชา "ภายในจิตวิญญาณดินแดนลิขิตสวรรค์ ผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์ สามารถได้รับผลประโยชน์ที่ดีต่อการบ่มเพาะพลังของพวกเขา มีทั้งหมด 199 ขั้น ความสามารถของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง ในการสื่อสารระหว่างสวรรค์และปฐพี ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็จะสามารถเข้าใกล้จุดสูงสุดของแท่นบูชา ในทางตรงกันข้ามถ้าความสามารถของแต่ละบุคคลในการสื่อสารระหว่างสวรรค์และปฐพีอ่อนแอแล้ว พวกเขาจะไม่สามารถที่จะไปแม้กระทั่งขั้นแรก หากพวกเขาพยายามจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส"

ทุกขั้นบันได เป็นระยะทางห่างไกลราวกับเดินทางไปสู่สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึง โดยเฉพาะการเอาชนะความทุกข์ทรมานในแต่ละขั้นบันได

ทันใดนั้นกลุ่มของเซี่ยวหยู๋ ก็มาถึง

"ไม่ใช่ว่าเซี่ยวหยู๋มีรากจิตวิญญาณสวรรค์ระดับ 7 หรอกรึ?"

"ข้าได้ยินว่าเขาหยุดอยู่กับขั้นที่ 5 จริงหรือไม่?

"ใช่มันเป็นความจริงที่ว่าเขาหยุดอยู่ที่ขั้นที่ 5!"

นักเรียนหลายคนกำลังหัวเราะเยาะเบาๆ

แต่เซี่ยวหยู๋หาได้ให้ความสนใจกับนักเรียนเหล่านั้นไม่ เขาชินแล้วที่จะถูกหัวเราะเยาะจากคนอื่น ๆ เขาเป็นกังวลเกี่ยวกับตัวเองมากกว่าและไม่มีความจำเป็นต้องสนใจเกี่ยวกับมุมมองของคนอื่น ๆ

เซี่ยวหยู๋ มองที่สหายของเขาและกล่าวว่า "เนี้ยหลี่ หลู่เปียว ข้าจะขึ้นไปบ่มเพาะพลังในขั้นของข้า!"

เขามุ่งหน้าไปยังระหว่างขั้น แรก ขั้นที่สอง ...



ในขั้นที่ห้า เขาเกิดความประหลาดใจผ่านสายตาเซี่ยวหยู๋ ในอดีตที่ผ่านมาเวลาที่เขามาถึงขั้นที่ห้าทุกที เขาจะรู้สึกกดดันหนักมาก และการเคลื่อนไหวยาก แต่ครั้งนี้เขาไปถึงขั้นที่ห้าเขาก็ยังคงรู้สึกราวกับว่าเป็นเพียงการยกน้ำหนักเบาๆ

เขากำลังจะขึ้นไปที่ขั้นที่หก ...

"เป็นไปไม่ได้ เซี่ยวหยู๋ ขึ้นไปขั้นที่หก? "
นักเรียนคนอื่น ๆ มองที่เซี่ยวหยู๋ด้วยความประหลาดใจ ในอดีตที่ผ่านมาเซี่ยวหยู๋ มาถึงขั้นที่ห้าและก็หยุดอยู่ที่นั่น แต่วันนี้เขากลับสามารถที่จะขึ้นมาขั้นที่หกได้ พวกเขาตะลึงเพียงเล็กน้อย

พวกเขามองดูเซี่ยวหยู๋ ขึ้นไปทีละขั้นๆ ในอดีตที่ผ่านมาขั้นที่สูงที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่ในขณะนี้กับเซี่ยวหยู๋มองเป็นเรื่องที่แสนง่ายดาย

นักเรียนหลายคนที่นั่งบ่มเพาะพลังรอบขั้นที่สามสิบ, มองดูเซี่ยวหยู๋ เข้ามาและทันทีก็รู้สึกหงุดหงิดและไม่สบายใจ ทำไมการสื่อสารกับสวรรค์และปฐพีของเซี่ยวหยู๋จู่ ๆ ก็เพิ่มขึ้นถึงระดับดังกล่าวได้ การพัฒนานี้ พวกเขาพากันตกใจเป็นอย่างมาก

เซี่ยวหยู๋ เหลือบมองไปที่นักเรียนเหล่านั้นและเดินผ่านพวกเขาไปยังขั้นต่อไป

นักเรียนที่ตะลึงในขณะที่เฝ้าดูเซี่ยวหยู๋ และห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ขณะที่พวกเขาคิดว่าก่อนหน้านี้ยังเยาะเย้ยเซี่ยวหยู๋อยู่เลย และตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าเศร้าใจ ในขณะที่พวกเขาเห็นเป็นเพียงเรื่องตลก! แต่เซี่ยวหยู๋ไม่ได้สนใจพวกเขาเลย!

เนี้ยหลี่และหลู่เปียว ตั้งเท้าของพวกเขาบนบันไดของขั้นแรก

เนี้ยหลี่วางเท้าลงบนขั้นแรก เขารู้สึกว่าพลังงานที่น่าเกรงขามคุกคามต่อเขาและเขตแดนวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้น นีต้องเป็นพลังจิตวิญญาณที่พิเศษแน่นอน

เนี้ยหลี่ ในขณะที่เขาเดินขึ้น ได้รับรู้และกลมกลืนกับพลังงานที่ละเอียดนี้ ในระหว่างทางของเขาขึ้นมานี้ เขาตระหนักว่าความแข็งแกร่งของเขาเป็นเหมือนเพียงหยดน้ำในทะเลกว้างใหญ่ ของพลังทางจิตวิญญาณ

เนี้ยหลี่และหลู่เปียว ขึ้นอย่างช้า ๆ ทีละขั้น

นอกสนามเทพวิญญาณ

ความวุ่นวายเกิดขึ้นทันที เมื่อชื่อใหม่ปรากฎใน กระดานเทพวิญญาณอันดับที่ 200
"มันเป็น เซี่ยวหยู๋! เซี่ยวหยู๋ ขึ้นไปด้านบน อันดับ200! "

เมื่อกลุ่มต่าง ๆ ได้รับรู้ถึงข่าวนี้ทุกคนก็ต้องประหลาดใจอย่างเต็มที่

นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยวหยู๋ มาอยู่ในอันดับ 200 ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่ากี่ครั้งที่เขาพยายาม ชื่อของเขาไม่เคยแสดงขึ้นในกระดานเทพวิญญาณ

"มันเป็นไม่ได้ ?!" ใบหน้าฮวาหลิงสลดใจ ในขณะที่เขาจ้องที่ชื่อเซี่ยวหยู๋ในกระดานเทพวิญญาณ ออร่าของเจตนาฆ่าฟันประกายผ่านดวงตาของเขา ความจริงที่ว่าชื่อเซี่ยวหยู๋ ปรากฏในกระดานเทพวิญญาณทำให้เขารู้สึกกดดันมาก

ฮวาหลิงและคนของเขาจ้องมองมาที่กระดานเทพวิญญาณ

หยัน เฮ่า ได้เข้ามาทีหลัง ฮวาหลิงชำเลืองมองไปรอบ ๆ พื้นที่ เพื่อหา หวง อญิ๋ง เขาจ้องมองไปที่กระดานเทพวิญญาณ เมื่อเขาเห็นชื่อเซี่ยวหยู๋ในกระดานเทพวิญญาณ

"เซี่ยวหยู๋ เจ้าสวะนั้นมันอยู่อันดับ 200 ของกระดานเทพวิญญาณ? มันเกิดขึ้นได้ยังไง? "

หยัน เฮ่า ในขณะที่เขารู้สึกร่องรอยของความผิดปกติ ในอดีตที่ผ่านมาเซี่ยวหยู๋ สามารถก้าวไปมาบนขั้นล่างของสนามเทพวิญญาณเท่านั้น เหตุใดตอนนี้ไปถึงอันดับ 200 จะต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในขั้นที่ 50 ความแตกต่างระหว่างอดีตและตอนนี้มีมากเกินไป

นี่มันอาจจะ...

ไม่ใช่ว่าเซี่ยวหยู๋ นั้นถึงระดับลิขิตสวรรค์แล้วรึ?

เช่นเดียวกับทุกคนก็ยังคงตกตะลึง ชื่อที่เซี่ยวหยู๋มีอันดับ 200 เขาเริ่มที่จะเลื่อนอันดับในกระดานเทพวิญญาณ จากอันดับ 200 กว่าจะถึงขั้น199 อันดับของเขาคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ความสนใจของทุกคนต่างจ้องมาที่กระดานเทพวิญญาณ การจัดอันดับของเซี่ยวหยู๋เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

"เป็นไปไม่ได้? เซี่ยวหยู๋ อยู่อันดับที่ 160! "

เป็นไปไม่ได้ !!! มันแซงข้าไปแล้ว ?! " หยัน เฮ่า โกรธ ในสายตาของเขา เซี่ยวหยู๋เป็นแค่ขยะ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ขยะแล้ว

ในขณะที่ภายในสนามเทพวิญญาณ เซี่ยวหยู๋ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างช้า ๆ และมีความมั่นใจ แม้เขาจะประหลาดใจในความสามารถของเขาในการสื่อสารกับสวรรค์และปฐพี แต่ไม่ได้รู้สึกกดดันใด ๆ เลย

เซี่ยวหยู๋ได้รับการฝึก[เทคนิคหมื่นมังกรคำราม] เมื่อเขาอยู่ในระดับเซียน การบ่มเพาะพลังของเขาได้ถูกระงับไว้; แต่ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จและก้าวเข้าสู่ดินแดนลิขิตสวรรค์ และ[เทคนิคหมื่นมังกรคำราม] ได้ถูกเผยออกมาก เขตแดนวิญญาณอันน่ากลัวที่สุดและ การบ่มเพาะพลังที่รวดเร็วมากของ เซี่ยวหยู๋

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะก้าวผ่านง่ายๆ สำหรับคนธรรมดา!

เนี้ยหลี่และหลู่เปียวที่ตามอยู่เบื้องหลัง เนี้ยลี่มองไปที่เซี่ยวหยู๋จากด้านหลัง เซี่ยวหยู๋ได้ไปถึงขั้นที่ 90 ในขณะที่พวกเขาพึงถึงขั้นที่ 30

ทันใดนั้น เนี้ยหลี่จู่ ๆ ก็สังเกตเห็นสาวสวยอายุประมาณ16-17 นั่งบ่มเพาะพลังอยู่บนขั้น130 นางเป็นคนที่สวยงามและสวมชุดผ้าไหมแสงสีฟ้ากับเสื้อคลุมผ้ามัสลินสีขาวไหล่ของนางที่แพร่กระจายออกมาบนพื้นดินเหมือนแสงจันทร์ ผ่านเสื้อคลุมผ้ามัสลินนี้บางหนึ่งสามารถมองเห็นเส้นที่สง่างามของคอของนางและกระดูกไหปลาร้าที่สมบูรณ์แบบของนาง

ผมของนางถูกมัดด้วยริบบิ้นสีชมพูและกิ๊บผีเสื้อและนางแต่งหน้าอย่างสวยงาม ผิวบนแก้มของนางนุ่มและสวยงามเหมือนกลีบดอกไม้ ภายใต้แสงสลัวของจิตวิญญาณทั้งร่างกายของนางส่องแสงเหมือนหิมะอย่างชัดเจน

ความงามนี้เปรียบเสมือนนางฟ้าเทพธิดา แม้สวรรค์และพิภพเทียบแล้วยังหมองคล้ำ

ความงามนี้แม้จะอธิบายได้ว่า 'แม้นกและสัตว์ป่ายังจับใจ'

ดวงตาของนางปิดในขณะที่นางบ่มเพาะพลัง ในรูปแบบของบ่มเพาะพลังอย่างลึกลับเหมือนดั่งนางฟ้าที่กำลังหลับไหล ด้วยลักษณะที่เป็นประกายของนาง แม้คนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าที่เข้าใกล้นางนางได้

ไม่ว่าใครก็ตาม ที่เห็นนางกลับให้ความรู้สึกละอายใจและด้อยกว่าเมื่อเทียบกับนาง

ในขั้นที่ห่างไกลจากหลายๆคน ที่จ้องมองมาที่นางจากระยะไกล ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าใกล้นาง หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะว่า ไม่มีใครสามารถที่จะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับนางได้

"โอ้วแม่เจ้า ! สวยอะไรอย่างนี้" หลู่เปียวตกตะลึงในความงามในขณะ ที่เขาจ้องมองและพึมพำ ในหมู่สาว ๆ ที่เขาเห็นมามีเพียงเย่ จื้อหวิ๋นและเสี่ยวหนิ๋งเอ๋อเท่านั้น ที่สามารถเทียบกับนาง

อย่างไรก็ตามในขณะที่แสงจากบ่อจิตวิญญาณส่องมายังตัวของนางเหมือนนางฟ้าที่กำลังลงไปในดินแดนของมนุษย์ แม้ว่าเย่ จื้อหวิ๋นและเสี่ยวหนิ๋งเอ๋อ จะด้อยกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับนาง

เนี้ยหลี่จ้องมองมาที่นางคนนี้ในอาการงุนงง และระลึกความทรงจำในอดีตที่เกิดขึ้นในใจของเขา

เมื่อพวกเขาพบกันในชีวิตก่อนหน้านี้ เนี้ยหลี่ได้รับความเดือดร้อนบาดเจ็บหนักและสลบอยู่ริมแม่น้ำ นางเป็นคนเดียวที่ช่วยชีวิตเขาไว้ นางเหมือนไม่เต็มใจที่จะบอกชื่อที่แท้จริงของนาง ให้กับเนี้ยหลี่ นางบอกว่ามันมันจะดีกว่านี้ถ้าเรารู้จักกันแค่นี้ ถ้าวันหนึ่งผ่านไปมันจะดีกว่านี้สำหรับเขาที่ไม่รู้ตัวตนของนาง เพื่อที่เขาจะได้ลืมนางอย่างง่ายดาย

กลับมาตอนนี้นางปรากฏตัวเป็นวัยรุ่น แต่เนี้ยหลี่ก็ตระหนักดีว่านางเหมือนจะมีชีวิตอยู่แล้วเป็นเวลานาน

"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร แต่ตอนนี้เจ้ากำลังได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำไมเจ้าไม่ยอมให้ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้าละ และข้าจะได้พาเจ้าไปที่นิกายขนนกแห่งทวยเทพ? ที่นั่นข้าสามารถสอนเทคนิคการบ่มเพาะพลังให้เจ้าได้. " รอยยิ้มอ่อนโยนของหญิงสาวอันอ่อนโยนดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ

นิกายขนนกแห่งทวยเทพ

"เจ้าอย่าได้บ่มเพาะพลังเช่นนี้ หากเจ้าต้องการที่จะสื่อสารกับสวรรค์และปฐพี อันดับแรกเจ้าอย่าใส่ความเกลียดชังในหัวใจของเจ้า! เจ้าจะต้องมีคุณงามความดีเหมือนดั่งน้ำที่ค่อยเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่ง ถ้าหัวใจเจ้าสื่อสารกับสวรรค์และปฐพีแล้ว จะเข้าถึงมากยิ่งขึ้น "

เนี้ยหลี่ไม่สามารถเข้าใจความหมายของ ‘คุณงามความดีเป็นดั่งน้ำที่ไม่ไหวติง’

เขาไม่เข้าใจความหมายที่อาจารย์ของเขาพูดถึง

เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่อยู่ในโลกที่มีการแข่งขันและการหลอกลวง เขาไม่สามารถที่จะละวางมันได้

“เจ้าลูกศิษย์เอ๋ย แม้ว่าเจ้าจะต่อต้าน แต่เจ้าก็ไม่สามารถโค่นมันลงได้?”

“แต่อาจารย์ คนอื่นเค้าเรียกท่านว่าปีศาจ นั่นคือต้นกำเนิดทุกอย่าง เค้าบอกว่าตัวท่านมันมีเลือดของตระกูลปีศาจ”

“ไม่”

“แล้วจะทำอย่างไรกับสิ่งที่ผู้อื่นพูดเจ้าจะสามารถทำอย่างไรได้”

“ไม่มีปัญหาอาจารย์ อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว “

กลื่นอายของนางเริ่มอ่อนแอลง "เนี้ยหลี่ ที่ข้าได้พูดก่อนหน้านี้ ข้าได้คำนวณเกี่ยวกับชะตากรรมของข้า เกี่ยวกับเทคนิคทำนายชะตาสวรรค์ การตายของอาจารย์นั้นไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย สัญญากับข้าได้ไหม อย่าได้แก้แค้นกับพวกเขา ถ้าเจ้ามีความเกลียดชังแล้ว มันจะเป็นตัวควบคุมเจ้า ยิ่งเจ้ามีความแค้นมากเท่าใดเจ้าก็ยิ่งสูญเสียการควบคุมมากเท่านั้น เจ้าจำต้องเข้าถึง ‘คุณงามความดีเป็นดั่งน้ำที่ไม่ไหวติง’

ไม่จริง! เนี้ยหลี่เจ็บปวดหัวใจอย่างมาก ในขณะที่เขาจ้องมองนางค่อย ๆ หลับตาของนางและจากไปภายในอ้อมแขนของเขา

อาจารย์ของเขาเคยเป็นเสมือนทางสำหรับเขาในดินแดนซากมังกร แต่ตอนนี้นางจากไปอย่างเงียบ ๆ และกลายเป็นสายลมที่ไม่มีตัวตน

เนี้ยหลี่ปฏิบัติตามคำขอสุดท้ายของอาจารย์ ของเขาและไม่ได้แก้แค้นและฆ่าคนเหล่านั้น ในขณะเดียวกันเขาเป็นผู้ครอบครองคนสุดท้ายของนิกายขนนกแห่งทวยเทพ อย่างไรก็ตามการตายของนางได้ทิ้งความเสียใจลึกลงไปในหัวใจของเขา

หลังจากนั้น เนี้ยหลี่ก็ไม่สามารถที่จะไปถึง ‘คุณงามความดีเป็นดั่งน้ำที่ไม่ไหวติง’ เขาไม่สามารถที่จะเป็นเหมือนอาจารย์ของเขา และห่างไกลออกจากจากกิจทางโลก

ในชีวิตนี้ตอนนี้ตาของเนี้ยหลี่ที่เต็มไปด้วยน้ำตาเมื่อเห็นนางอีกครั้ง

"เนี้ยหลี่มีอะไรผิดปกติกับเจ้ารึ?" หลู่เปียวมองมาที่ เนี้ยหลี่ เมื่อเห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา? ทำไมเขาถึงร้องไห้?

เนี้ยหลี่ส่ายหัว ไม่มีอะไรหรอก ความทรงจำเหล่านั้นเป็นเหมือนคลื่นยักษ์บดบังจินตนาการของเขา


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: