วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 276 – Saint Soul Board

Tale of the demon and god novel Chapter 276 – Saint Soul Board

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 276 -กระดานเทพวิญญาณ


บทที่ 276 -กระดานเทพวิญญาณ 


เนี้ยหลี่วางจินแดนลง,จากนั้นก็โยนหินจิตวิญญาณให้จินแดน " นี่คือรางวัลของเจ้า "

จินแดนกระโดดเข้าไปกอดหินจิตวิญญาณทันทีที่เนี้ยหลี่โยนให้และเริ่มเคี้ยวกิน ขณะเดียวกันมันก็ยกหัวของมันขึ้นมองมายังเนี้ยหลี่ ภายในดวงตาคู่นั้นทำให้มันเป็นเหมือนกับสิ่งมีชีวิตเฉกเช่นเด็กตัวน้อย ๆ ที่ใสซื่อบริสุทธิ์และดูน่ารัก

เนี้ยหลี่ก้มมองไปที่จินแดน เขาก็อดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ " ข้าเองก็มีหินจิตวิญญาณอยู่ไม่มากนัก สามารถให้เจ้ากินอย่างมากที่สุดก็แค่วันละสองก้อนเท่านั้น ถ้าเกินกว่านั้นตัวข้าเองก็ไม่รู้ที่จะหาจากไหนมาให้เจ้าได้อีก " อัตราการกินอาหารของจินแดนเป็นสิ่งที่น่ากลัวเกินไป!

ร่องรอยความเศร้าโศกปรากฏอยู่ทั่วดวงตาของจินแดน มันลดหัวของมันลงและมองไปที่หินจิตวิญญาณในอ้อมกอดที่มันกินไปแล้วครึ่งหนึ่งราวกับสมบัติสุดล้ำค่า แต่มันก็ไม่สามารถทนความอยากที่จะกินของตัวมันเองได้ มันจึงนำหินจิตวิญญาณส่วนที่เหลือออกมาเลียทั่วทุกมุมประทังความอยากของมันแทน

เนี้ยหลี่คิดว่าจินแดนมีสติปัญญาที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา ยู่หยานที่อยู่ข้าง ๆ เนี้ยหลี่ได้ลืมตาของนางขึ้นมาจากบ่มเพาะพลัง เมื่อนางมองเห็นเรื่องราวระหว่างเนี้ยหลี่กับจินแดน ก็คิดว่าเรื่องนี้ตัวนางก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ นางจึงหลับตาลงอีกครั้งและทำสมาธิเข้าสู่การบ่มเพาะพลังของนางต่อ เพราะนางต้องการสัมผัสถึงพลังธรรมชาติที่ลึกซึ้งของดินแดนลิขิตสวรรค์รวมไปถึงชะตาแห่งจิตวิญญาณของตัวเธอเอง

ยู่หยานนั้นมีความแตกต่างจากคนอื่น ๆ ดินแดนลิขิตสวรรค์ของนางที่เกิดขึ้นนั้นมีรูปร่างเหมือนพวงเปลวไฟสีทองแผ่วเบา ถึงแม้ว่ายู่หยานจะไม่ทราบว่าทำไมดินแดนลิขิตสวรรค์ของนางถึงแตกต่าง แต่นางก็รู้สึกได้ว่าเปลวไฟสีทองเหล่านี้มีพลังงานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ก่อนหน้านี้เมื่อยู่หยานได้พบกับจิตวิญญาณดวงอื่นที่พยายามจะกลืนกินนาง แต่เป็นเพราะเปลวไฟสีทองของนางได้เผาพลาญจิตวิญญาณของศัตรูจนไม่มีอะไรหลงเหลือ นางรู้สึกว่าเปลวไฟสีทองเหล่านี้มันถูกเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับตัวตนของนาง



ในช่วงเย็นเนี้ยหลี่ได้ใช้หินจิตวิญญาณไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่งจากจำนวนสามร้อยก้อนที่มีอยู่ ตอนนั้นเองที่เขาตระหนักได้ว่าจำนวนหินจิตวิญญาณมีไม่เพียงพอ เขาต้องหาวิธีที่จะได้รับหินจิตวิญญาณให้มากยิ่งขึ้น!

เช้าวันรุ่งขึ้นแม้ว่าหมอกในลานไม้ ได้สลายหายไปแล้วเหลือเพียงแต่หยดน้ำค้างที่ประดับอยู่บนดอกไม้ที่ขึ้นเรียงรายตามแต่ละเส้นทางทั่วภูเขาไว้อย่างสวยงาม

เซียวหยู๋มองมาที่เนี้ยหลี่และหลู่เปียวและถามว่า " เนี้ยหลี่ หลู่เปียว ข้ากำลังจะไปที่แห่งหนึ่งเจ้าทั้งสองคนต้องการที่จะไปกับข้าไหม "

“ ที่ไหนรึ! ” เนี้ยหลี่และหลู่เปียวถามขึ้นพร้อมกัน

" หนึ่งในสามของสนามทดสอบที่สำคัญของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์,สนามเทพวิญญาณ " เซียวหยู๋ตอบ

หลู่เปียวไม่สามารถที่จะจินตนาการได้ " โอ้? สถานที่ว่านั้นมันคืออะไร? "

" สนามเทพวิญญาณ เป็นสนามทดสอบที่ปลอดภัยที่สุดในสามสนามทดสอบของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ แต่การจะไปที่นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณในระดับหนึ่ง จึงจะได้รับอนุญาตฝึกในที่แห่งนั้นได้ " เซียวหยู๋อธิบายในขณะที่เขายังคงยิ้มเบา ๆ " เมื่อเราไปถึงที่นั้นแล้วเจ้าจะรู้เอง "

สนามเทพวิญญาณ? เนี้ยหลี่คิดถึงในชีวิตของเขาก่อนหน้านี้ตัวเขาไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปยังที่แห่งนั้นเลย ดังนั้นเขาจึงสงสัยว่าสถานที่นั้นเป็นเช่นไร?

" เอาล่ะ ข้าจะลองไปดู " เนี้ยหลี่กล่าวพร้อมกับพยักหน้า เขามีความสนใจต่อสนามเทพวิญญาณ

พวกเขาทั้งสามมุ่งหน้าออกจากสนามฝึกโดยการนำของเซียวหยู๋ มุมหนึ่งที่ห่างจากประตูทางเข้าบ้านพักของเซียวหยู๋ได้มีคนกลุ่มหนึ่งจับจ้องไปที่พวกเขาทั้งสามคนที่กำลังเดินออกมา แล้วปรึกษากันด้วยเสียงอันเบาบาง

" พวกมันสามคนออกมาด้วยกัน พวกข้าจะกลับไปรายงานนายน้อยฮวาหลิง ส่วนพวกเจ้าตามพวกมันไปอย่าให้คลาดสายตา! "

" ครับ! "

คนหลายคนได้ติดตามกลุ่มของเนี้ยหลี่ที่เดินไปตามถนน

" ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนตามเรามานะ " หลู่เปียวบอกกับเนี้ยหลี่

เซียวหยู๋ซึ่งไปกับพวกเขาด้วย ยิ้มขึ้นในพร้อมกับกล่าวว่า " ไม่ต้องสนใจกับพวกเขาหรอก ภายในสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์นี้พวกเขาจะไม่สามารถจะทำอะไรพวกเราได้ แต่ถ้าเราไปยังอีกสองสนามทดสอบที่เหลือ บางทีพวกเขาอาจจะสร้างปัญหาบางอย่างกับเราได้ แต่ภายในสนามเทพวิญญาณ สิ่งที่พวกมันคิดก็เป็นได้แค่ฝันของพวกมันเท่านั้น "

ในขณะที่พวกเขาทั้งสามมุ่งหน้าไปยังสนามเทพวิญญาณ บุคคลจากกลุ่มต่าง ๆ ได้มุ่งความสนใจของพวกเขามายังกลุ่มของเนี้ยหลี่

ในด้านทิศใต้ของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ เป็นหุบเขาที่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาที่มีพืชและต้นไม้ที่เจริญเติบโตอยู่มากมาย แต่ละต้นใหญ่โตถึงขนาดนำคนหลายคนจับมือกับเพื่อจะล้อมลำต้นได้หมดเลยทีเดียว คนหลายร้อยคนมารวมตัวกันอยู่ในทุ่งกว้างที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนทางเข้าของหุบเขา มองดูราวกับทะเลผมบ๊อบที่ส่ายไปมา ศูนย์กลางของฝูงชนเหล่านี้มีแผ่นหินขนาดใหญ่สูงหลายสิบเมตรมันวาวเป็นประกาย ด้านบนของแผ่นจารึกนี้ ข้อความภาษาโบราณที่อ่านว่า ' กระดานเทพวิญญาณ '

" จะมีเฉพาะนักเรียนสองร้อยอันดับแรกของสนามจิตเทพวิญญาณแห่งนี้เท่านั้น ที่ได้รับการระบุชื่อไว้ในกระดานเทพวิญญาณนี้ "

พื้นผิวของแผ่นจารึกได้รับการสลักชื่อมากมาย เนี้ยลี่กวาดตาอย่างรวดเร็วเห็นรายการชื่อที่คุ้นเคยอยู่บ้าง คือหลงยู่หยินที่มาจากตระกูลผนึกมังกรอยู่ในอันดับที่ 10 ในขณะที่ จินยันแห่งตระกูลจินอยู่ในอันดับที่23 ฮวาหลิงก็อยู่ในอันดับที่ 67 คู่แข่งความรักของเซียวหยู๋อย่างหยัน เฮ่าอยู่อันดับที่ 120 และหวง อญิ๋งได้รับการจัดอันดับไว้ที่ 137

สำหรับกู่เป่ยเขาไม่ปรากฏเลย อย่างไรก็ตามหลังจากพิจารณาดูแล้วทำให้ความรู้สึกได้ว่ากู่เป่ยปกปิดความแข็งแกร่งของเขาเอาไว้เพื่อรอเวลาสำหรับบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะไม่เปิดเผยความแข็งแกร่งของเขาออกมาแน่นอน

เนี้ยหลี่จ้องมองในขณะเดียวกันก็ถามขึ้น " กระดานเทพวิญญาณนี้ ไม่ได้รับการจัดอันดับในแง่ของความแข็งแกร่ง? "

หากขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งแล้วการจัดอันดับแน่นอนว่าจะไม่ออกมาเป็นเช่นนี้ ปัจจุบันอย่างน้อยฮวาหลิงก็แข็งแกร่งกว่าหลง ยู่หยินและจินยันอยู่เล็กน้อย และเขาก็ยังอยู่ที่นี้มานานกว่าหลงยู่หยินกับจินยัน

" มันไม่ได้รับการจัดอันดับในแง่ของความแข็งแกร่งของแต่ละบุคคล แต่มันวัดจากความสามารถในจิตวิญญาณในการสื่อสารกับปฐพีและสวรรค์ที่เป็นพลังงานของการบ่มเพาะพลังสวรรค์ จะต้องสื่อสารกับทั้งสวรรค์และปฐพีจึงได้รับพลังงานจากมัน ภายใต้สถานการณ์ปกติผู้ที่มีการบ่มเพาะพลังสวรรค์ได้ดีกว่าย่อมมีการสื่อสารที่ดีกว่าเช่นกัน แต่มันก็ไม่ได้เป็นกฎที่แน่นอนนักเพราะบางคนที่มีความสามารถพิเศษสามารถตัดผ่านเขตแดนของพวกเขาได้และก้าวขึ้นไปสู่สิบอันดับแรกได้ อย่างหลงยู่หยิน เป็นคนเดียวที่ อยู่ในตำแหน่งนั้นโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน " เซียวหยู๋อธิบาย

เนี้ยหลี่มองดูกระดานเทพวิญญาณอย่างตั้งใจ " การแข่งขันในแง่ของความสามารถหนึ่งของการสื่อสารกับสวรรค์และปฐพี? "

" เหตุที่กระดานเทพวิญญาณเป็นสถานที่ลึกลับ มันเป็นสถานที่มีพลังทางจิตวิญญาณที่อุดมไปด้วยพลังงานบนสวรรค์ บรรดาผู้ที่มีความศิวิไลซ์ที่นี่สามารถเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารกับสวรรค์และปฐพี แต่เนื่องจากพื้นที่มีอยู่จำกัด สำหรับนักเรียนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และแต่ละคนก็มีเวลาเพียงแค่สองชั่วโมงต่อเดือนเท่านั้นที่จะบ่มเพาะพลัง แต่บรรดาผู้ที่ถูกจัดอยู่ในสองร้อยอันดับแรกเท่านั้นจึงจะสามารถเพิ่มเวลาอยู่ที่แห่งนี้ได้อย่างน้อยหกชั่วโมงขึ้นไปตามลำดับที่สูงขึ้น " เซียวหยู๋อธิบาย

“ และที่นี่ภายในสนามเทพวิญญาณ มันส่งผลลัพธ์ที่ดีมากในทางจิตวิญญาณต่อการบ่มเพาะพลังที่นี่ นอกเหนือจากนี้ผู้ที่ถูกจัดอันดับไว้จะได้รับรางวัลทุก ๆ สิ้นปีอีกด้วย ส่วนรางวัลที่ได้นั้นคือหินจิตวิญญาณ ยาทิพย์ และศิลปวัตถุ และผู้ที่อยู่ในอันดับที่หนึ่งจะได้รับ ศิลปวัตถุระดับห้า แก่นแท้จิตวิญญาณห้าก้อน จิตอสูรที่มีสายเลือดมังกรที่มีการเติบโตระดับมหัศจรรย์ และขวดน้ำทิพย์แก่นแท้วิญญาณปีศาจระดับหายาก ส่วนพวกห้าอันดับแรกจะได้รับ สิ่งประดิษฐ์ระดับสี่ แก่นแท้จิตวิญญาณสี่ก้อน ขวดน้ำทิพย์แก่นแท้วิญญาณปีศาจระดับดีเยี่ยม และหินจิตวิญญาณจำนวนหนึ่งพันก้อน ... " เซียวหยู๋อธิบายเสริม

จากคำพูดของเซียวหยู๋ พลันปรากฏร่องรอยเป็นประกายไปทั่วดวงตาของเนี้ยหลี่ ภายในสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์แห่งนี้ ศิลปวัตถุระดับ 5 นั้นมีราคาแพงมากมูลค่าอย่างน้อย 5 – 6 พัน หินจิตวิญญาณ ผลแก่นแท้หินจิตวิญญาณเม็ดเดียวอย่างน้อยเทียบเท่ากับห้าร้อยหินจิตวิญญาณ ไม่ต้องพูดถึงจิตอสูรอัตราการเติบโตระดับมหัศจรรย์ที่มีสายเลือดมังกร มันไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายนักแม้อยู่นอกสถาบันก็ตาม และน้ำทิพย์แก่นแท้วิญญาณปีศาจก็ยังเป็นอีกหนึ่งรายการที่หายากมาก มันสามารถนำมาใช้ในการปรับแต่งจิตอสูรได้

ตาของหลู่เปียวสว่างขึ้นในทันทีและถามขึ้นว่า " ถ้าเรามีชื่อในกระดานเทพวิญญาณนี้แล้ว หมายความว่าเราจะสามารถจะได้รับผลตอบแทนทุกปี? "

“ อ๋อ ใช่ อย่างไรก็ตาม ของรางวัลมีแค่ห้าอับดันแรกเท่านั้น และเมื่อเจ้ารับรางวัลที่เจ้าทำได้แล้วเจ้าจะต้องถอนตัวออกจากการแข่งขันกระดานเทพวิญญาณ " เซียวหยู๋กล่าวต่อว่า " ห้าอันดับแรก ของรางวัลเหล่านั้นล้วนแล้วเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง และอีกอย่างคือเกียรติที่ยังคงเหลืออยู่ ตอนนี้ยังคงมีเวลาเดือนกว่า ๆ ก่อนที่จะถึงจุดตัดสินสำหรับปีนี้ "

ของรางวัลมีสำหรับ 5 อันดับแรกเท่านั้น ใจหลู่เปียวก็พบว่ามันน่าเสียดายเพียงใด แต่เขาก็เต็มไปด้วยความคาดหวังที่มีต่อกระดานเทพวิญญาณ หลู่เปียวแอบคิดในสิ่งที่เขาที่จะได้รับหลังจากที่ทุกคนคิดว่าเขาเป็นอัจฉริยะที่มี่รากจิตวิญญาณสวรรค์ระดับ 5 หลู่เปียวคิดเอาเองด้วยการหลงตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ

เนี้ยหลี่ดูที่กระดานเทพวิญญาณอีกครั้ง อันที่จริงมันอาจจะเป็นทางลัดสำหรับการบ่มเพาะพลังให้มากขึ้น แม้ว่าเขาจะได้รับหินจิตวิญญาณผ่านการรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้อื่นวิธีการที่เป็นอยู่ต้องใช้เวลานานมากอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะเป็นคนใจกว้างอย่างกู่เป่ย

ตอนนี้ทั้งสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ทราบว่าเนี้ยหลี่มีรากจิตวิญญาณสวรรค์ระดับ 8 และเขายังไม่รับการช่วยเหลือไม่ว่าจะมีคนอื่นเข้ามาหาอีกมากมาย

ก่อนที่นิกายจะตกต่ำมันมักจะมีสัญญาณบ่งบอก แม้การต่อสู้ระหว่างกลุ่มภายในจะค่อนข้างรุนแรงมากแต่พวกเขาก็ยังคงควบคุมได้ ยังมีกฎระเบียบมากมายในสถาบันจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ที่ไม่มีใครกล้าจะล่วงละเมิด
ดังนั้นไม่ว่าความสามารถพิเศษของเนี้ยหลี่จะเป็นยังไง เขาจะยังปลอดภัยเมื่ออยู่ภายในสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์นี้

หลังจากที่เนี้ยหลี่ครุ่นคิดอยู่ไม่นานก็กล่าวขึ้นว่า " ลองไปดูกันเถอะ! "

ถ้าเขาได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในห้าอันดับแรกของรางวัลที่ได้มามันจะช่วยให้เขาสามารถที่จะก้าวเข้าสู่ระดับลิขิตสวรรค์ไม่ช้าก็เร็ว เนี้ยหลี่ เซียวหยู๋และหลู่เปียว เดินไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวไปมาเพื่อเข้าไปยังสนามเทพวิญญาณ

เมื่อพวกคนที่อยู่ภายในสนามเทพวิญญาณเห็นกลุ่มเนี้ยหลี่เข้ามาจากระยะไกล ก็พูดขึ้นว่า

" ข้าไม่เคยคิดเลยว่าพวกเขาจะเข้าสู่สนามเทพวิญญาณ "

" หนึ่งในสามสนามทดสอบนั้น สนามเทพวิญญาณเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว พวกเขาอาจจะกลัวก็เป็นได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมันถึงไม่เข้าสนามฝึกอื่น ๆ ! "

" ระยะเวลามากที่สุดที่พวกเขาจะอยู่ในที่นี้ได้คือสองชั่วโมง ข้าสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงไม่เข้าไปสนามฝึกแห่งอื่นก่อน! "

ข่าวว่า เนี้ยหลี่ เซียวหยู๋ และหลู่เปียวได้เข้าไปยังสนามเทพวิญญาณแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจกับทั้งสองคนที่มาใหม่  สำหรับเซียวหยู๋แล้วนั้นไม่ค่อยได้รับการคาดหวังมากเท่าไรเพราะด้วยหลายปีที่ผ่านมานี้ เขาไม่สามารถที่จะเข้าไปอยู่ในรายชื่อของกระดานเทพวิญญาณได้

ภายในสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์

" เซียวหยู๋ได้เข้าไปยังสนามเทพวิญญาณ! " หยัน เฮ่าได้ปิดตำราลง มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มขึ้น เมื่อได้รับรายงานจากลูกน้องของเขา

" เป็นเวลาห้าปีแล้วที่เจ้าเซียวหยู๋ไม่สามารถที่จะเข้าสู่สองร้อยอันดับของกระดานเทพวิญญาณ และตอนนี้ก็ยังไม่ใช่เวลาของมันอย่างแน่นอน แต่...ดูเหมือนว่า นายหญิงหวง อญิ๋ง ก็ไปยังสนามจิตเทพวิญญาณด้วยเช่นกัน!! "

จากคำบอกของลูกน้องของเขาทำให้ใบหน้าของหยัน เฮ่ากลับกลายเป็นสีเขียวขึ้นในทันที และในตอนนี้เขาก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะอ่านหนังสือของเขาอีกต่อไป หยัน เฮ่าตบหนังสือบนโต๊ะพร้อมกับยืนขึ้นและกล่าวว่า " ข้าจะไปดูด้วยตัวเองที่สนามเทพวิญญาณ "



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

4 ความคิดเห็น: