วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 275 – Soul Brand

Tale of the demon and god novel Chapter 275 – Soul Brand

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 275 -ตีตราวิญญาณ


บทที่ 275 -ตีตราวิญญาณ


เนี้ยหลี่จัดแจงแบ่งหินจิตวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนให้แก่หลู่เปียว และพวกเขาทั้งสองก็กลับไปที่พักของเซี่ยวหยู๋

เซี่ยวหยู๋หันมาหาพวกเขาทั้งสองพร้อมเอ่ยถามว่า “พวกเจ้าไปไหนกันมาหรือ ข้ากลับมาแล้วไม่เห็นพวกเจ้าเลย,และข้าก็ไม่รู้ว่าจะตามหาพวกเจ้าได้ที่ใหนด้วย”

เนี้ยหลี่สัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเซี่ยวหยู๋ หลังจากที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกันมาสักพัก พวกเขารู้สึกได้ถึงความสนิทสนมที่เริ่มก่อตัวขึ้น เซี่ยวหยู๋มักจะเป็นห่วงเป็นใยเขาอยู่เสมอ นับว่าแตกต่างจากตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด

ในความคิดของเนี้ยหลี่นั้นเซี่ยวหยู๋เป็นคนดีผู้หนึ่งและสามารถเป็นสหายที่สามารถตายแทนกันได้ แม้ว่าพฤติกรรมต่างๆจะแสดงเหมือนผู้หญิงไปหน่อย ถึงกระนั้นก็ยังไม่ได้เป็นอะไรที่เลวร้ายนัก

“พวกข้าก็แค่เดินไปรอบๆและทำอะไรนิดๆหน่อยๆ สุดท้ายพวกข้าก็กลับมาพร้อมกับนำหินจิตวิญญาณเหล่านี้มาให้เจ้า” เนี้ยหลี่ส่งกระเป๋าที่มีหินจิตวิญญาณล้นปริให้แก่เซี่ยวหยู๋

หลังจากเซี่ยวหยู๋เปิดกระเป๋าแล้ว เขาแทบหงายหลังล้มตึงเมื่อเห็นหินจิตวิญญาณห้าสิบถึงหกสิบก้อนอัดแน่นอยู่ภายในนั้น

เซี่ยวหยู๋ ส่ายหัวไปมาก่อนจะกล่าวว่า “พวกเจ้าไปเอาหินจิตวิญญาณจำนวนมากขนาดนี้มาจากที่ไหน ข้าไม่สามารถรับมันไว้ได้หรอก”

พวกข้าแค่เดินไปรอบๆ ทำอะไรเล็กๆน้อยๆก็ได้หินจิตวิญญาณห้าร้อยก้อนมาเป็นค่าตอบแทน พวกเราเป็นพี่น้องกัน เจ้าอย่าได้เกรงใจ” หลู่เปียวเลียนเสียงแบบกู่เป่ย พร้อมทำท่าทางจะเข้าไปโอบไหล่ของเซี่ยวหยู๋ เจ้าตัวที่เป็นเป้าหมายรู้ทันจึงจงใจตีเนียนเบี่ยงกายเพื่อหลบเลี่ยงอย่างรวดเร็ว

เซี่ยวหยู๋รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาคิดไม่ออกเลยว่าเนี้ยหลี่ไปทำอะไรมาและได้รับค่าตอบแทนเป็นหินจิตวิญญาณห้าร้อยก้อนมาได้อย่างไร ชายหนุ่มหน้าหวานราวอิสตรีรีบส่ายหัวปฏิเสธอีกครั้ง “ ไม่ ไม่ ไม่ มันเป็นของที่พวกเจ้าหามา ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก ” สิ้นคำกล่าว ก็รีบส่งถุงที่บรรจุหินจิตวิญญาณกลับคืนไปให้แก่เนี้ยหลี



เนี้ยหลี่คว้ามืออันอ่อนนุ่มของเซี่ยวหยู๋พลางผลักถุงกลับให้แก่เจ้าตัวอีกครั้ง น้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังดังขึ้น “ก่อนหน้านี้เจ้ายังให้หินจิตวิญญาณกับพวกข้ามาสองก้อน พวกข้ายังไม่ปฏิเสธเลยสักนิด ตอนนี้พวกข้าได้หินจิตวิญญาณมา พวกข้าก็พร้อมจะแบ่งไปให้เจ้าเหมือนกัน ถ้าเกิดเจ้ากล้าปฏิเสธอีกครั้ง ข้าจะถือว่าเจ้าไม่ยอมรับพวกข้าเป็นสหาย!”

เซี่ยวหยู๋กระชากมือกลับทันควันก่อนจะแสดงท่าทีเขินอาย “นั่นมันไม่เหมือนกันเสียหน่อย ข้าให้พวกเจ้าแค่สองก้อน แต่พวกเจ้าให้ข้ากลับเป็นจำนวนมากเลยนะ”

“มันจะไม่เหมือนกันได้อย่างไร?” เนี้ยหลี่คิ้วกระตุกเล็กน้อยก่อนที่จะพูดต่อ “เจ้ามีหินจิตวิญญาณอยู่เพียงไม่กี่ก้อนแต่เจ้าก็ยังเสียสละส่งหินจิตวิญญาณมาให้พวกข้า ตอนนี้พวกข้ามีหินจิตวิญญาณห้าร้อยก้อน ดังนั้นมันก็เป็นธรรมดาที่ข้าจะแบ่งส่วนนี้ให้แก่เจ้าด้วย มันต่างกันตรงไหน นี่ข้ายังไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เจ้ายอมรับพวกข้ามาอยู่ในที่พักภายในเขตของเจ้าอีกนะ ถ้าเจ้ายังไม่ยอมรับละก็ พวกข้าจะย้ายออกไปเดี๋ยวนี้”

เซี่ยวหยู๋ลังเลใจอยู่ครู่ใหญ่แต่แล้วในสุดเขาก็ตัดสินใจยอมรับข้อเสนอ "งั้นก็ได้ ข้าจะยอมรับหินจิตวิญญาณเหล่านั้นของพวกเจ้าก็แล้วกัน”

“นั่นแหละ แค่นี้ก็จบ พวกข้าจะได้กลับไปฝึกฝนกันต่อ หากมีปัญหาอะไร พวกข้าจะกลับมาพูดคุยกับเจ้าทีหลัง” เนี้ยหลี่ระบายรอยยิ้มเจิดจ้าก่อนจะเดินกลับไปที่พักอาศัยของตนเองโดยที่ไม่รอให้โอกาสเซี่ยวหยู๋กล่าวอะไรเพิ่มเติมอีก

เซี่ยวหยู๋จ้องกลับไปยังแผ่นหลังของเนี้ยหลี่ ริมฝีปากงามยกค้างขึ้นราวกับจะพยายามพูดอะไรต่อ แต่ก็ไม่สามารถพูดได้ทัน จึงทำได้แค่เพียงกลืนน้ำลายลงคอและมองไปที่หินจิตวิญญาณที่อยู่ในมือด้วยอารมณ์ที่ยากจะบรรยาย เมื่อวานนี้เนี้ยหลี่ได้รับหินเพียงห้าก้อนในการตอบแทนค่ารักษาเท่านั้น แต่หลังจากผ่านไปแค่เพียงวันเดียว เขากลับมาพร้อมหินจิตวิญญาณจำนวนมาก เขาทำได้อย่างไร?

หลู่เปียวส่งยิ้มให้แก่เซี่ยวหยู๋ ก่อนจะกลับไปที่ห้องของเขาเช่นเดียวกัน

เมื่อเนี้ยหลี่กลับมาถึงที่พักของตนเอง เขาย้ายจินแดนไปไว้ในพื้นที่มุมหนึ่งของที่พัก ด้วยหินจิตวิญญาณจำนวนมาก แน่นอนเขาจะต้องยกระดับความแข็งแกร่งไปได้อย่างรวดเร็ว

เทพธิดายู่หยานบินออกมาจากแขนเสื้อของเนี้ยหลี่ นางต้องหลบซ่อนภายใต้แขนเสื้อของเขาอยู่ตลอด เวลาฝึกฝนนางรู้สึกว่ากลิ่นอายรอบๆตัวของเนี้ยหลีเป็นประโยชน์อย่างมากในการฝึกฝน การฝึกฝนด้วยพลังสวรรค์ภายในแขนเนี้ยหลี่มันสามารถทำได้เร็วกว่าออกมาอยู่ข้างนอกเสียอีก นั่นเป็นสาเหตุที่นางชอบเข้าไปอยู่ในแขนเสื้อของเด็กหนุ่มและไม่อยากออกมา

"ท่านพี่สาวยู่หยาน ท่านสามารถใช้หินจิตวิญญาณเหล่านี้ในการฝึกฝนได้นะ” เนี้ยหลี่แย้มรอยยิ้ม พลางส่งกองหินจิตวิญญาณให้แก่เทพธิดายู่หยาน

“ข้ารู้ว่าหินจิตวิญญาณเหล่านี้มีค่าสำหรับเจ้าไม่น้อย ขอบใจเจ้ามาก” เทพธิดายู่หยานมองไปที่เนี้ยหลีและเคลื่อนตัวไปหาหินจิตวิญญาณ ตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเดินทางมาพร้อมกับเขา นางรับรู้ได้ว่าเขามีน้ำใจต่อมิตรสหายขนาดไหน

เนี้ยหลี่อมยิ้ม “พี่สาวไม่ต้องเกรงใจ ท่านก็รู้เห็นนี่ว่าข้าได้รับหินจิตวิญญาณมาห้าร้อยก้อนและก็แบ่งให้กับทุกๆคน คนละนิดคนละหน่อย ในอนาคตข้าต้องหาทางทำให้ได้รับหินจิตวิญญาณมากว่านี้ เพื่อจะได้แบ่งปันให้แก่คนอื่นๆอีกเยอะ แค่นี้ยังนับว่าเล็กน้อย”

เทพธิดายู่หยานจับจ้องไปที่เนี้ยหลี่พร้อมส่งรอยยิ้มให้แก่เขา นางไม่สามารถที่จะหักห้ามความรู้สึกที่ส่งเข้าไปในจิตใจได้ ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางยังไม่เคยเจอใครที่ห่วงใยดูแลได้ดีเหมือนเนี้ยหลี่เลยแม้แต่คนเดียว

เทพธิดายู่หยานโบยบินไปมาก่อนจะหยุดลงที่ไหล่กว้างของเนี้ยหลี่ นางจูบเข้าที่แก้มของเด็กหนุ่มพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคอะเขิน “ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไร ข้าขอขอบใจเจ้ามาก ถ้าหากวันนั้นเจ้าไม่ได้มาช่วยข้า ป่านนี้ตัวข้ายังคงถูกกักขังอยู่ในน้ำผุดทมิฬและไม่อาจอยู่ได้อย่างทุกวันนี้แน่นอน ขอบใจเจ้ามากนะ ขอบใจเจ้าจริงๆ”

รอยจูบและกลิ่นหอมจางๆที่ลอยโชยมาจากเทพธิดายู่หยาน ส่งผลให้เนี้ยหลี่ชะงักค้างไปพักใหญ่นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในหอคอยเพลิงทมิฬ เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่านางเปลี่ยนไปมาก

อย่างไรก็ตาม เทพธิดายู่หยานในปัจจุบันมีความอ่อนหวานนุ่มละมุนสมอิสตรี ต่างกับเมื่อก่อนที่เจอกันครั้งแรก นางมักจะใจร้อนและค่อนข้างแข็งกระด้างเป็นที่หนึ่ง

เนี้ยหลี่แย้มรอยยิ้ม “ท่านพี่สาว งั้นข้าจะเริ่มฝึกฝนละนะ”

เด็กหนุ่มเอาหินจิตวิญญาณออกมาและเริ่มทำการดูดซับพลังสวรรค์ที่เก็บซ่อนอยู่ภายใน พลังสวรรค์ในหินถูกดูดกระชากออกมาอย่างรวดเร็ว เข้าไปในขอบเขตวิญญาณของเนี้ยหลี่และเขาก็เริ่มปรับแต่งจิตวิญญาณให้เข้ากับตนเอง

เทพธิดายู่หยาน ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ไหล่ของเนี้ยหลี่ ความรู้สึกแปลกประหลาดฉายชัดในแววตาของนาง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ ณ ตอนนี้ ดวงหน้ากระจ่างปรากฏสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด อาภรณ์ของนางเป็นชุดยาวที่เนื้อผ้าบางเบา เส้นผมยาวสลวยถูกรวบเอาไว้เป็นระเบียบ เผยให้เห็นแผ่นหลังที่ขาวเนียนประดุจหยกชั้นดี เรียวขายาวงามเกี่ยวพันไปมา นางยังคงอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ ในการกระทำไร้ยางอายที่นางแสดงออกมาเมื่อสักครู่

แต่เมื่อเห็นว่าเนี้ยหลี่เข้าไปสู่ส่วนลึกของการฝึกฝนแล้ว นางก็บินไปที่กองหินจิตวิญญาณและเริ่มฝึกฝนด้วยเช่นกัน

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เนี้ยหลี่ดูดกลืนพลังแห่งสวรรค์เข้าไปเป็นจำนวนมากจนเข้าสู่จิตส่วนกลาง ทว่าจิตวิญญาณของเขาแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย

ซึ่งเนี้ยหลี่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกเสียจากหยิบหินจิตวิญญาณก้อนที่สองและเริ่มทำการดูดซับต่อ

สองก้อนก็แล้ว สามก้อนก็แล้ว....

แม้ว่าเด็กหนุ่มจะดูดซับไปแล้วสิบก้อน พลังงานที่ดูดซับจากหินจิตวิญญาณก็ยังคงเข้าไปที่จิตส่วนกลางอยู่เฉกเช่นเดิมมันเป็นเหมือนผืนทะเลที่กว้างใหญ่ มันไม่กระเพื่อมเป็นคลื่นเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามเถาว์พลังในขอบเขตวิญญาณของเขาก็เริ่มที่จะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นหลังจากมันดูดซับพลังสวรรค์ มันค่อยๆมีดอกและเบ่งบานออกมาอย่างสวยงาม

มันอาจเป็นเพราะพลังงานสวรรค์ทำให้เถาว์พลังเป็นแบบนี้ มันยังคงดูดซับพลังสวรรค์ต่อไป

หลังจากเถาว์พลังได้ดูดซับพลังงานไปแล้วในระดับหนึ่ง เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่าระดับจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มอย่างขมขื่น แต่เดิมเขาคิดว่าสองหรือสามร้อยหินจิตวิญญาณก็เพียงพอให้เขาฝึกฝนได้เป็นเวลานาน แต่ถ้าด้วยความเร็วที่ใช้อยู่ตอนนี้เขาอาจจะใช้มันจนหมดในเวลาไม่นาน

แม้ว่าเด็กหนุ่มจะไม่รู้ว่าเถาว์พลังนั้นคืออะไร หรือมาจากไหน แต่เขารู้สึกได้ว่าเถาว์พลังเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเขา ถ้ามันถูกหล่อเลี้ยงและเติบโตขึ้นมันก็เป็นผลประโยชน์ในการฝึกฝนอย่างแน่นอน
เนี้ยหลี่ยังคงดูดซับพลังสวรรค์ในหินจิตวิญญาณ

ยี่สิบก้อนผ่านไป สามสิบก้อนผ่านไป

ปริมาณของหินจิตวิญญาณถูกใช้และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังสวรรณ์ถูกเนี้ยหลี่ดูดซึมเข้าเป็นจำนวนมาก และในที่สุดก็พบว่าจิตวิญญาณมีการเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นและอาจจะสามารถเข้าสู่ระดับถัดไปได้ในทันที

ตามที่มีการแบ่งย่อยของระดับตำนาน เนี้ยหลี่เดิมทีแล้วอยู่ในระดับตำนานขั้นที่ 4  ตอนนี้เขาได้ไปถึงขั้นที่ 5 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระยะทางของเขาที่จะเข้าไปสู่ระดับลิขิตสวรรค์ที่เป็นเป้าหมายของเขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที

เมื่อเด็กหนุ่มเข้าไปสู่ระดับลิขิตสวรรค์ได้ การพัฒนาการฝึกฝนของเขาจะแตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

จินแดน ที่กำลังนอนหลับอุตุอยู่ก่อนหน้านี้ได้ตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันรู้สึกได้ถึงคลื่นอะไรบางอย่าง เมื่อเห็นหินจิตวิญญาณที่ว่างเปล่ากระจัดกระจายอยู่ มันตาโตและเป็นประกาย ในขณะที่มันเริ่มกินทีละก้อนๆ ถ้ามันกินอย่างนี้ต่อไปมันสามารถอิ่มไปได้หลายมื้อเลยทีเดียว มันกินหินแบบเคี้ยวขนม กร๊อบ กรอบ

เนี้ยหลี่ฝึกฝนอยู่เป็นเวลานานเขาคิดว่าไม่ควรดูดซับพลังสวรรค์ครั้งเดียวในปริมาณที่มากเกินไปเพราะมันจะส่งผลต่อจิตวิญญาณในภายหลัง ในที่สุดเขาก็เสร็จสิ้นการฝึกแล้ว เด็กหนุ่มลืมตาขึ้น ก่อนจะเห็นจินดันกัดกินหินจิตวิญญาณอย่างเอร็ดอร่อย มันกินไปแล้วครึ่งหนึ่งของหินที่วางกระจัดกระจายอยู่ ท้องของจินดันอวบอ้วนและกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นแสดงสีหน้าพึงพอใจบนใบหน้าของมัน

เจ้าตัวน้อยนี่มันกินหินขยะพวกนี้อย่างเดียวหรือ!

เนี้ยหลี่พึมพำออกมาพลางจับจ้องไปทางจินแดน หลังจากขบคิดครู่หนึ่งเนี้ยหลี่เอาหินจิตวิญญาณที่ยังคงหลงเหลือพลังสวรรค์โยนไปให้จินดัน

ขณะที่หินจิตวิญญาณกลิ้งหลุนๆตกไปที่ด้านข้าง ดวงตาของมันเบิกกว้างฉายแวววับอยู่ภายใน มันรีบกลิ้งไปที่หินแล้วกอดมันไว้ราวกับว่าได้รับสมบัติที่ทรงคุณค่า มันหันซ้ายแลขวากลัวว่าจะมีใครมาขโมยของมันไป มันไม่รอช้ามันรีบเร่งเอาหินจิตวิญญาณที่มีพลังสวรรค์มากัดกินแล้วเริ่มเคี้ยวเสียงดัง กร๊อบ กร๊อบ หินจิตวิญญาณถูกกินอย่างสมบูรณ์ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวให้แลเห็น

จินแดนเลิกสนใจในหินจิตวิญญาณที่ว่างเปล่าส่วนที่เหลือทันที และมองมาทางเนี้ยหลี่ ด้วยสายตาออดอ้อน

เจ้าตัวเล็กนี่ ฉลาดเสียจริง มันรู้ว่าหินจิตวิญญาณที่มีพลังสวรรค์ดีกว่าแบบเทียบไมได้ มันรู้รสชาติของมันด้วยหรือเนี่ย

เนี้ยหลี่สายหัวและกล่าวว่า “ไม่ ไม่ ข้าไม่ได้มีหินจิตวิญญาณมากขนาดนั้น ดังนั้นข้าจะให้เจ้าแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เจ้าจะต้องเชื่อฟังข้านะ"

ได้ยินคำที่เนี้ยหลี่บอก จินแดนพยักหน้าเล็กน้อยราวกับลูกเจี๊ยบแรกเกิด

เจ้าตัวเล็กนี่หลอกล่อง่ายดีแหะ ก่อนหน้านี้เนี้ยหลี่พยายามส่งพลังแห่งสัจธรรมเข้าไปในตัวจินแดน แต่เขาก็ติดขัดเรื่องข้อจำกัดของพลังแห่งสัจธรรมทำให้ไม่สามารถปรับแต่งพลังของมันได้ แต่ ณ เวลานี้เนี้ยหลี่ทดลองส่งพลังสวรรค์เข้าไปในตัวจินแดนอีกครั้ง

หลังจากที่เนี้ยหลี่ส่งพลังสวรรค์เข้าไปในตัวจินแดน เขารู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่เอ่อล้นออกมาจากจินแดน มันมีพลังต่อสู้ที่สูงส่งและความแข็งแกร่งที่หวาดหวั่นจนยากที่จะจินตนาการ พลังของมันแข็งแกร่งกว่า กิเลนฟ้า เสียอีก

เนี้ยหลี่ตกใจทันที มันน่าประหลาดใจมาก เขาไม่เคยคาดคิดเลยด้วยซ้ำว่ามันจะออกมาจากตัวจินแดน ถ้าหากเจ้าตัวเล็กมันเติบโตเต็มที่แล้วละก็ มันจะมีพลังถึงระดับไหนกัน เขาไม่สามารถคิดออกได้เลยทีเดียว เนี้ยหลี่เริ่มส่งพลังสวรรค์อัดเข้าไปทีละนิด จนรู้สึกได้ว่าตัวเขากับจินแดนเริ่มมีความเชื่อมโยงกันและกัน ส่งผลให้มันแข็งแกร่งขึ้น

เช่นเดียวกับเนี้ยหลี่ ในระหว่างที่ส่งพลังอยู่นั้น เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่าพลังงานที่อยู่ในตัวจินแดนมันส่งกลับมาให้แก่เนี้ยหลี่และเริ่มเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณของเขา

ดูเหมือนว่าในตอนนี้ไม่จำเป็นที่ต้องรีบร้อนเร่งมัน ในความเป็นจริงแล้วเขาเห็นถึงพัฒนาการที่ดีอยู่แล้ว เขาได้ตีตราวิญญาณ ของเขาเข้าไปในตัวจินแดนแล้ว จิตวิญญาณของจินแดนก็เริ่มเข้าสู่ตัวเขาอย่างแช่มช้า


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: