วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 274 – Reasonable

Tale of the demon and god novel Chapter 274 – Reasonable

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 274 - แค่พอเหมาะ


บทที่ 274 - แค่พอเหมาะ

“พวกเจ้ารู้จักสมุนไพรหญ้าปลายเรียวสีชาดหรือไม่? หากนำมันไปผสมเข้ากับอาหารหรือน้ำดื่ม ผลของมันจะทำให้เกิดเป็นพิษ อีกทั้งยัง ไร้กลิ่น ไร้สี และไร้รส ไม่ว่าผู้ใดก็ยากแก่การรับรู้ว่าโดนวางยา อาการหลังจากรับพิษเข้าไปแล้ว ร่างกายจะรู้สึกติดขัด ชีพจรจะค่อยๆตีบตัน จนท้ายที่สุดการบ่มเพาะพลังจะหยุดชะงัก และมิอาจฝึกฝนต่อไปได้อีก” เนี้ยหลี่อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ทุกถ้อยคำจากเด็กหนุ่ม ส่งผลให้หัวใจของกู่หลานพลันสั่นสะท้าน อาการที่เขาได้กล่าวอธิบายมานั้นตรงกับตัวนางทุกระเบียดนิ้ว

กู่เป่ยพุ่งร่างเข้าจับไหล่ทั้งสองของเนี้ยหลี่พลางเอ่ยถามอย่างมีความหวัง “ถ้าหากสิ่งที่เจ้าพูดมาเป็นความจริง เจ้าสามารถรักษาอาการที่ว่ามาเหล่านี้ได้หรือไม่?”

“โปรดวางใจ การรักษาพี่สาวของเจ้าไม่ใช่แค่วันสองวัน ฉะนั้นเจ้าอย่าพึ่งใจร้อน ก่อนที่ข้าจะมาถึงที่นี่ ข้าคิดว่านางทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วยปกติทั่วไป ข้าเลยมั่นใจว่าความสามารถของข้าสามารถรักษานางได้ แต่ทว่า ข้าเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่ากู่หลานจะถูกกระทำต่ำช้าอย่างการโดนลอบวางยาเยี่ยงนี้ ทั้งหมดล้วนผิดคาดเสียจริง” เนี้ยหลี่กล่าวในขณะที่สีหน้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด

 “เนี้ยหลี่” ประกายแห่งความหวังถูกจุดขึ้นมาในหัวใจของกู่เป่ย สายตาของเขาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าก่อนจะกล่าวว่า “หากเจ้ารักษาอาการของพี่สาวของข้าได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด ข้าจักนำมาให้แก่เจ้า”

บิดามารดาของกู่หลานและกู่เป่ยนั้นได้ล้มหายตายจากไปนานแล้ว ถึงแม้บุตรทั้งสองของพวกเขาจะมีสายเลือดหลักในการเป็นผู้สืบทอดผู้นำตระกูลโดยตรง ทั้งยังมีพรสวรรค์โดดเด่นเหนือล้ำกว่าผู้ใด ทว่าในตอนนี้กู่หลานได้เสียคุณสมบัติในการสืบทอดเหล่านั้นแล้วทั้งสิ้น เพราะครึ่งล่างของนางใช้การไม่ได้โดยกะทันหัน ตามธรรมเนียมกู่เป่ยจึงมีสิทธ์เป็นผู้สืบทอดเป็นลำดับที่สอง เหตุเนื่องจากการบ่มเพาะของเขากับกู่หลานมีสภาพใกล้เคียงกันมากที่สุด

“ข้าแค่มาที่นี่เพราะต้องการหินจิตวิญญาณหนึ่งพันก้อนจากภารกิจเท่านั้น” เนี้ยปล่อยยิ้มบางเบา ก่อนจะจับจ้องไปที่กู่เป่ยและกล่าวต่ออย่างจริงจังว่า  “สถานที่แห่งนี้ข้าคิดว่ามันไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ยิ่งหากมีผู้อื่นล่วงรู้ว่าข้าสามารถรักษาอาการพี่สาวของเจ้าได้ พวกมันต้องหาวิธีจัดการพี่ของเจ้าอีกครั้งเป็นแน่”



“ถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้าอย่าได้เป็นกังวล” กู่หลานเข้าใจสิ่งที่เนี้ยหลี่พยายามจะสื่อดี นางจึงกล่าวกับเขาต่อว่า" หลังจากที่ข้าประสบปัญหาครั้งนี้ ทำให้ข้าตระหนักขึ้นมาได้ว่ามีคนในตระกูลจ้องจะเอาชีวิตของข้า หากคุณชายสามารถรักษาพิษร้ายที่ข้าได้รับ ข้าจะปกปิดทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจะพยายามให้โลกภายนอกรับรู้ว่าตัวข้านั้นยังคงพิการเฉกเช่นเดิม”

แม้ว่าเนี้ยหลี่จะเป็นเพียงบุรุษหนุ่มอายุน้อยกว่ากู่เป่ย แต่ด้วยความสามารถที่แสดงออกมา ทำให้กู่หลานอดไม่ได้ที่จะชื่นชมอยู่ภายในใจ

เมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวกล่าว เนี่ยหลี่จึงพยักหน้าเป็นทำนองเข้าใจ กู่หลานแท้จริงแล้วนางเป็นคนที่ฉลาดไม่เบา

“จากที่ข้ามองดูด้วยสายตาแล้ว ร่างกายของเจ้าคงได้รับพิษมาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า3ปี ข้ากลัวว่าถ้าจ่ายยาหนักให้ ชีพจรของเจ้าจะเสียหาย ทำให้การรักษามีความยุ่งยากขึ้นมากกว่าเดิม ฉะนั้นข้าจะเขียนใบสั่งยาชนิดอื่นก่อน หากพิษในร่างกายของเจ้าเจือจางลงแล้ว ข้าจะค่อยๆรักษาเจ้าจนกว่าจะหายขาด” เนี้ยหลีกล่าวพร้อมกับดึงกระดาษและปากกาออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะลงมือเขียนใบสั่งยาให้แก่กู่เป่ย

กู่เป่ยรับใบสั่งยาและเก็บเอาไว้ราวกับสมบัติล้ำค่า “ข้าจะรีบหาสมุนไพรเหล่านี้ให้เร็วที่สุด”

ตั้งแต่กู่หลานล่มป่วยลง ภายในบ้านของเขาจึงมีนักปรุงยาและสมุนไพรอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย กู่เป่ยรีบเรียกพวกเขามาอย่างร้อนรน

หลู่เปียวกระซิบถามเนี้ยหลี่ด้วยน้ำเสียงบางเบา “เนี้ยหลี่เจ้ามั่นใจเกี่ยวกับอาการของนางหรือ?”

“ตั้งแต่ที่ข้ารู้สาเหตุของอาการป่วยของนาง ข้าก็มั่นใจแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์”เนี้ยหลี่เงยหน้าพลางส่งยิ้มให้แก่กู่หลาน หากสำรวจดีๆแล้วกู่หลานนางมีอายุ สิบแปด สิบเก้าปีเท่านั้น หากนางไม่ล้มป่วย นางคงเป็นหญิงงามที่บุรุษทุกคนชมชอบ แต่ถึงจะงดงามเช่นไรแล้ว เนี้ยหลี่ก็ทำได้แค่เพียงชื่นชมเท่านั้น

“ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยชีวิตของข้าไว้” กู่หลานกล่าวอย่างสุภาพ หัวใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง

 “แม่นางกู่ เจ้าอย่าได้สุภาพกับข้าเลย มันเป็นเรื่องปกติสำหรับข้าที่ต้องช่วยเหลือผู้คนอยู่แล้ว”เนี้ยหลี่กล่าวพลางอมยิ้มเล็ก ๆ

กู่หลานพยักหน้าในขณะที่นางนั่งอยู่อย่างสงบเสงี่ยม

หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามบุรุษตรงหน้า “ข้าแปลกใจยิ่งนัก เจ้ามาจากสถานที่แห่งใดกัน”

“ข้ามาจากโลกใบเล็ก” เนี้ยหลี่ให้คำตอบ

“เจ้ามาจากโลกใบเล็กอย่างนั้นหรือ” เสียงของกู่หลานเงียบอยู่พักใหญ่ก่อนที่นางจะกล่าวต่อว่า “เมื่อตอนที่ยังเยาว์วัย ข้าเองก็เคยมีอาจารย์ที่มาจากโลกใบเล็กเหมือนเจ้าเช่นกัน”

เนี้ยหลี่อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ “ข้าสงสัยเหลือเกินว่าอาจารย์ของเจ้ามีนามว่าอะไร”

“อาจารย์ของข้า ไม่เคยเปิดเผยชื่อแซ่ที่แท้จริงมาก่อน อยู่ๆเขาก็หายไปโดยไม่บอกลาข้าแม้สักถ้อยคำ ทุกวันนี้ข้าก็ได้แต่หวังว่าเขาจะกลับมาพบข้าในสักวัน” กู่หลานระบายยิ้มอย่างข่มขื่น “อาจารย์ของข้าไม่ได้แสดงตนออกมาห้าปีแล้ว หากเขายังอยู่ ข้าอาจจะมิได้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ก็เป็นได้   เอาเถอะ พูดไปก็หาได้อะไรขึ้นมา ใช่สิอาจารย์ของข้านั้นมีการบ่มเพาะพลังที่สูงไม่น้อย เขาอยู่ในระดับเทพสงครามขั้นที่ 5 เชียวนะ”

เนี้ยหลี่อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ เขาไม่รู้มาก่อนว่าคนที่มาจากโลกใบเล็ก จะมีความแข็งแกร่งถึงระดับนี้ แม้ว่าจะน่าเสียดายที่กู่หลานจะไม่ทราบนามของอาจารย์ของนาง แต่อย่างไรแล้วตอนนี้เรื่องนั้นยังไม่ได้เป็นเรื่องสลักสำคัญอะไรที่ต้องเก็บเอามาขบคิดให้มากความ

ในระหว่างที่เนี้ยหลี่และกู่หลานคุยกันอยู่นั้น กู่เป่ยรีบกลับมาพร้อมกับชามใบใหญ่ที่ข้างในเต็มไปด้วยตัวยาสมุนไพรที่ส่งควันลอยฉุยออกมา

“นี่คือยาต้มที่ข้าได้จัดหามา ท่านพี่ได้โปรดลองดื่มดู” กู่เป่ยส่งชามสมุนไพรให้แก่กู่หลาน

หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะยกซดสมุนไพรด้วยสีหน้าราบเรียบตามฉบับนิสัยของนาง

หลังจากดื่มยาเข้าไปแล้ว คิ้วคู่สวยขมวดมุ่น นางหลับตาลง พร้อมสำรวจการเปลี่ยนแปลงของเขตแดนจิตวิญญาณ

สายตาของกู่เป่ยจับจ้องไปที่กู่หลานอย่างใจจดใจจ่อ หลู่เปียวเองก็จ้องตามไปด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งผิดกับเนี้ยหลี่ที่สีหน้าของเขามีความมั่นใจอย่างออกนอกหน้า

ผ่านไปครู่ใหญ่นัยน์ตาคู่งามของกู่หลานได้ลืมขึ้นก่อนจะมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยแววตาตื่นตระหนก ริมฝีปากบางซีดสั่นเล็กน้อย พร้อมกล่าวว่า “ยาตัวนี้สามารถบรรเทาพิษในร่างกายของข้าได้ ข้ารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของเส้นชีพจร ขอบพระคุณเจ้ามาก สำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้”

สีหน้าของหญิงสาวไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก นางคิดไม่ถึงว่ายาจะให้ผลรวดเร็วถึงเพียงนี้ มันช่างมหัศจรรย์โดยแท้

“ไม่เป็นไรหรอก ข้าช่วยเจ้าอย่างเต็มใจ” เนี้ยหลี่ยิ้มเล็กน้อย “แม่นางกู่หลาน เจ้าควรกินยาที่ข้าจัดไว้ให้ตลอดหนึ่งเดือน หลังจากกินหมดแล้ว ข้าจะเปลี่ยนยาชุดใหม่ให้แก่เจ้าอีกรอบ ข้าเอาหัวเป็นประกัน เจ้าจะต้องหายอย่างแน่นอน”

กู่เป่ยรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก เขาคิดไม่ถึงว่ายาที่เนี้ยหลี่ให้มาจะเห็นผลได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ตราบใดที่เนี้ยหลี่ยังสามารถรักษากู่หลานได้ ไม่ว่าอะไรเขาก็พร้อมจะเสียสละทุกอย่าง

“เนี้ยหลี่ นี่คือรางวัลสำหรับการที่ช่วยพี่สาวของข้า หากเจ้าต้องการสิ่งใดในอนาคต ถ้าข้าสามารถช่วยเจ้า ข้าจะช่วยเต็มที่!”

กู่เป่ยพูดในขณะที่เขาเอามือตบเข้าที่หน้าอกเบาๆ เขาหยิบแหวนมิติซึ่งข้างในเต็มไปด้วยหินจิตวิญญาณ ส่งไปให้เนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่รับแหวนมา ในนี้มีหินจิตวิญญาณอยู่ราวๆ1500ก้อน กู่เป่ยช่างร่ำรวยเสียจริง

กู่เป่ยและพี่สาวของเขาเป็นผู้สืบทอดโดยตรงของตระกูล กู่ แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ในเส้นทางนี้โดยตรง แต่หินจิตวิญญาณจำนวนขนาดนี้คนทั่วไปไม่สามารถหาได้แน่นอน

อย่างไรก็ตามหินจิตวิญญาณจำนวน1500 ก้อน ที่ได้รับมานั้น ซึ่งหินจิตวิญญาณนั้นเป็นทรัพยากรที่หายากมาก และกู่เป่ยก็จำเป็นต้องใช้มันเป็นจำนวนมากในการบ่มเพาะพลังของเขา

เนี้ยหลี่ เอาหินจิตวิญญาณออกมาจากแหวนมิติ 500 ก้อน และส่งแหวนกลับคืนกู่เป่ย “ในเนื้อหางานบอกไว้ว่ารางวัลคือหินจิตวิญญาณ 1000 ก้อนเท่านั้น ข้ายังไม่รักษาให้พี่สาวของเจ้าหายจากการอาการเจ็บป่วย ข้าขอรอจนกว่าอาการของพี่สาวเจ้าจะหายดี แล้วเจ้าค่อยเอาส่วนที่เหลือมาให้ข้า”

กู่เป่ยรับแหวนมิติ และมองมาที่เนี้ยหลี่ด้วยสายตาซาบซึ้ง ไม่มีทางเลยที่หนี้บุญคุณนี้จะใช้หมด

“เนี้ยหลี่ หลู่เปียว ตอนนี้พวกเจ้าทั้งสองก็เหมือนพี่น้องของข้า” กู่เป่ยมองมาที่เนี้ยหลี่ และ หลู่เปียว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ให้ตายเถอะ จนถึงตอนนั้น เจ้าไม่ได้คิดว่าพวกเราเป็นพี่น้องกันหรอกรึ!” หลู่เปียวกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ข้าไม่ได้หมายความเยี่ยงนั้น” กู่เป่ยรีบอธิบาย

ขณะที่กู่หลานกำลังเฝ้ามองบุรุษทั้งสาม กู่หลานอดไม่ได้ที่จะแย้มรอยยิ้ม นางไม่ได้พบความสุขแบบนี้มาเป็นเวลานานแล้ว นางคิดเสมอว่าอาการป่วยของนางนั้นไม่สามารถที่จะรักษาหายได้ ดังนั้น นางจึงไม่ค่อยเปิดใจให้แก่ผู้อื่น

จนกระทั่งวันนี้ นางไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้พบแสงแห่งความหวังในชีวิตของนางอีกครั้ง

“กู่เป่ยดูแลพี่สาวของเจ้าให้ดีล่ะ พวกข้าขอตัวกลับก่อน ต่อไปนี้เจ้าต้องระวังยาพิษในอาหาร เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่? “เนี้ยหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาให้กู่เป่ยได้ยิน

อยู่ๆความคิดแปลกๆก็ปรากฏขึ้นในหัวของกู่เป่ย ในขณะที่เขาพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”

ใครบางคนที่สามารถวางยากู่หลานลงในอาหารโดยที่พวกมันไม่ถูกจับ มันจะต้องเป็นคนใกล้ตัวแน่ๆ

เนี้ยหลี่และหลู่เปียวกล่าวคำล่ำลาก่อนจะเดินจากไป

กู่หลาน มองไปที่เนี้ยหลี่และหลู่เปียว จากนั้นนางได้เหลือบมองไปยัง กู่เป่ยพร้อมพูดว่า “น้องชาย เจ้ารู้จักพวกเขาทั้งสองได้อย่างไร”

“พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของข้า ที่ชั้นเรียนอัจฉริยะ โดยเฉพาะเนี้ยหลี่เขามีรากจิตวิญญาณสวรรค์ระดับ 8 ” กู่เป่ยรีบกล่าวต่อว่า “ข้าไม่นึกเลยว่าเนี้ยหลี่จะมี ความสามารถมากถึงขนาดนี้ ทั้งที่เหล่าบรรดาหมออาวุโสไม่สามารถหาสาเหตุอาการป่วยของเจ้าได้ แต่เนี้ยหลี่กลับสามารถทำได้ราวกับปาฏิหาริย์ นับว่าเป็นบุคคลที่น่ากลัวอย่างยิ่ง”

“หืม? รากวิญญาณสวรรค์ระดับ 8 ” ดวงตาของกู่หลานเปล่งประกาย นางไม่คิดว่าเนี้ยหลี่จะมีพรสวรรค์สูงจนน่าหวาดหวั่น ไม่ว่าจะความรู้ทางด้านการแพทย์ หรือความรู้เรื่องสมุนไพร ล้วนน่าทึ่ง นางอยากรู้ยิ่งนักว่าในอนาคตเนี้ยหลี่จะไปได้ไกลถึงจุดไหน

ในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับ หลู่เปียวเอ่ยถามอย่างสงสัย “เนี้ยหลี่ พวกเขามอบหินจิตวิญญาณให้ตั้งมากมายขนาดนี้ เหตุใดเจ้าถึงไม่เอามันมาทั้งหมด?”

“วิญญูชน ต้องรับมาแต่พอประมาณ กู่เป่ยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพี่สาวของเขา บรรดาหินจิตวิญญาณที่เขาให้มานั้น อาจจะเป็นทั้งหมดของเขาก็เป็นได้ ฉะนั้นห้าร้อยหินจิตวิญญาณที่พวกเราได้มาก็เพียงพอสำหรับพวกเราแล้ว” เนี้ยหลี่ยิ้มบางๆ ก่อนหน้านี้เขาได้รับหินจิตวิญญาณมาจากเซี่ยวหยู๋ เขารับมันมาเล็กน้อย เพราะไม่อยากจะให้เซียวหยู่ติดหนี้บุญคุณมากนัก

และนั่นเป็นเหตุผลที่เนี้ยหลี่ไม่ได้เอาหินจิตวิญญาณทั้งหมดของกู่เป่ยมาเพราะว่าเขาต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกู่เป่ยและพี่สาวกู่หลาน

“งั้นหรือ” หลู่เปียวพยักหน้าเป็นทำนองเข้าใจ เขาอาจจะรู้สึกว่า กู่เป่ย และ กู่หลาน เป็นคนที่ซื่อสัตย์และจริงใจ หากพวกเขาจะนำหินจิตวิญญาณทั้งหมด มันอาจจะไม่ดีเท่าใดนัก

หินจิตวิญญาณเป็นสิ่งที่หายากไม่น้อย ถ้าเป็นศิษย์ของห้องเรียนรากจิตวิญญาณสวรรค์ซึ่งสามารถรับ หินวิญญาณ5ก้อนต่อเดือน แต่หินจิตวิญญาณที่เนี้ยหลี่ได้รับมา 500ก้อนนั้นก็เพียงพอต่อการบ่มเพาะพลังแล้ว


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น: