วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 273 – Poisoned?

Tale of the demon and god novel Chapter 273 – Poisoned?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 273 - พิษ?


บทที่ 273 - พิษ?


ณ หอฝึกฝนบ่มเพาะพลัง

หลังจากได้กล่าวอำลากับกู่เป่ยแล้ว เนี้ยหลี่และหลู่เปียวก็เดินผ่านสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ไปถึงหอ
ฝึกฝนจิตวิญญาณ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการมอบหมายภารกิจโดยเหล่านักเรียนที่ทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้วจะต้องย้อนกลับมาเพื่อ รับหินจิตวิญญาณ ศิลปวัตถุ และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย

ด้วยจำนวนหินจิตวิญญาณที่ได้จากสถาบันในแต่ละเดือนนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้นเนี้ยหลี่และหลู่เปียวจึงได้คิดวิธีที่จะหาช่องทางอื่นเพื่อจะได้มันมา

ดินแดนซากมังกรเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างจะโหดร้ายเป็นอย่างมาก บางแห่งในที่นี้มีการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรกันระหว่างเหล่าผู้เชี่ยวชาญโดยไม่คำนึงว่าผู้เข้าร่วมนั้นจะมีความสามารถสูงเพียงใด และมันคงเป็นเรื่องยากที่จะสามารถยกระดับการบ่มเพาะพลังวิญญาณโดยปราศจากหินจิตวิญญาณเหล่านี้ ทางที่ดีที่สุดในการประสบผลสำเร็จนั้นจะต้องเข้าร่วมกับตระกูลใดตระกูลหนึ่ง หลังจากที่สาบานตนว่าจะจงรักภักดีต่อตระกูลเหล่านั้นแล้ว ตระกูลเหล่านั้นก็จะให้หินจิตวิญญาณเป็นจำนวนมากแก่คนนั้นและถือว่าเป็นคนหนึ่งในตระกูล

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ทางที่เนี้ยหลี่เลือกอย่างแน่นอน นอกเหนือจากการเข้าร่วมกับตระกูลใดตระกูลหนึ่ง มันย่อมจะดีกว่าที่จะเลือกภารกิจที่ได้หินจิตวิญญาณเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่หอฝึกฝนบ่มเพาะพลัง

หอฝึกฝนบ่มเพาะพลังเต็มไปด้วยนักเรียนจากหลากหลายสาขาของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ และบนผนังล้วนเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษภารกิจ โดยแต่ละอันยังเต็มไปด้วยผู้คนที่ลงทะเบียนปฏิบัติงานนั้น ๆ

เนี้ยหลี่รีบตรวจสอบภารกิจที่ยังเปิดรับอยู่ บางคนก็ต้องการงานประเภทการล่า ถามถึงจิตวิญญาณอสูรหลาย ๆ ชนิดของสัตว์อสูร จิตอสูรที่มีอัตราการเจริญเติบโตระดับมหัศจรรย์จะมีอัตราแลกเปลี่ยนเป็นหินจิตวิญญาณที่สูง ดังนั้นระดับความยากของภารกิจก็จะสูงตามไปด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีภารกิจสำหรับการสร้างอาวุธ เก็บเกี่ยววัตถุดิบ หรืออื่น ๆ อีกมาก แต่มันไม่มีอะไรที่ทำได้โดยง่ายเลย



หลู่เปียวตรวจสอบดูภารกิจจำนวนมากและพบว่าไม่มีภารกิจที่เหมาะกับระดับของเขาเลย  " ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากแล้วละ ที่จะได้รับหินจิตวิญญาณเพิ่ม "

“ แน่นอน นิกายขนนกแห่งทวยเทพควบคุมทะเลสาบแห่งพระเจ้าอยู่ไม่กี่แห่ง และแต่ละทะเลสาบแห่งพระเจ้านั้นก็สามารถผลิตหินจิตวิญญาณหลายหมื่นก้อนสำหรับสมาชิกตระกูลสาขาภายในของนิกายขนนกแห่งทวยเทพ ซึ่งนั้นก็หมายความว่ามันก็อาจจะไม่เหลือสำหรับพวกเรา ” เนี้ยหลี่อธิบาย

“ การที่จะได้รับหินจิตวิญญาณเป็นเรื่องที่ยากจริง ๆ ดังนั้นตอนนี้พวกเราจะทำอะไรกันดี ” หลู่เปียวถามขึ้น

เนี้ยหลี่ชี้ไปที่ภารกิจบนผนังและพูดว่า “ พวกเราจะลองทำภารกิจนี้กัน ”

“ ภารกิจอะไร? ” หลู่เปียวหันไปมองดูใบประกาศที่เนี้ยหลี่ชี้

มีหญิงสาวของตระกูลกู่มีปัญหาในการบ่มเพาะจิตวิญญาณจนล้มป่วย ถ้าหากมีผู้ใดรอบรู้ในระดับเชี่ยวชาญหรือรอบรู้วิธีการที่สามารถรักษาพิษให้แม่นางที่เจ็บป่วยได้ จะได้รางวัลตอบแทนคือหินจิตวิญญาณจำนวน 1000 ก้อน

หลู่เปียวถึงกับพึมพำกับการอ่านหมายเหตุ “ หินจิตวิญญาณ 1000 ก้อน ตระกูลกู่นี้ดูท่าทางจะรวยจริง กู่เป่ย ดูเหมือนจะมาจากตระกูลกู่ด้วยเช่นกัน แต่เจ้าจะรับงานรักษาแม่นางที่เจ็บป่วยคนนี้จริงหรอ ในหมายเหตุมันกล่าวถึงว่าได้รับการรักษาของผู้รอบรู้จำนวนมากแต่แม่นางกู่หลานก็ยังไม่หาย ”

เนี้ยหลี่กรอกลูกตาไปมาให้หลู่เพียว “ แน่นอนข้าจะไปรักษาอาการเจ็บป่วยให้แม่นางคนนั้น การรักษาชีวิตใครบางคนได้นั้นย่อมดีกว่าการสร้างเจดีย์ 7 ชั้นเสียอีก เจ้าเข้าใจไหม! ”

เนี้ยหลี่มั่นใจมาก ว่าเขาสามารถใช้เทคนิคเต๋าหยินรักษาได้

“ ถ้าเจ้ารักษานางได้และได้รับหินจิตวิญญาณในเวลาเดียวกัน มันก็เป็นความคิดที่ไม่เลว ” หลู่เปียวลูบคางของเขาด้วยมือขวาก่อนพูดว่าอีกว่า “ อีกอย่างเจ้ากู่เป่ยก็เป็นคนดี เขาคงจะเลี้ยงต้อนรับเราอย่างดีแน่นอน ”

ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเนี้ยหลี่ ตระหนักถึงการมีอยู่ของกู่หลาน นางเป็นพี่สาวผู้อาวุโสและยังลึกลับอีกด้วย ข่าวลือว่าเมื่อนางยังเป็นสาวนั้น นางได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจากการบ่มเพาะพลังและถูกทิ้งไว้กับรถเข็นโดยเป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงไป นอกจากนี้นางยังไม่สามารถบ่มเพาะใด ๆ ได้เลยถึงแม้มันจะเหมาะสมแต่ก็ยังเป็นอุปสรรคสำหรับเธอ อย่างไรก็ดีเธอก็สามารถมีชีวิตของเธอได้อีก 200 ปี

แล้วข่าวลือยังบอกอีกว่ากู่หลานเป็นหนึ่งที่แนะนำอาจารย์ให้กู่เป่ยเกี่ยวกับวิทยายุทธ์ทางสายกระบี่ และเป็นเหตุผลที่ทำให้กู่เป่ยสามารถบรรลุจุดสูงสุดทางกระบี่ได้ (ปรมาจารย์กระบี่นั้นเอง) ในชีวิตของเขาก่อนหน้านี้ เนี้ยหลี่ได้ยินตำนานจำนวนมากเกี่ยวกับกู่หลานตลอดที่เขาอยู่ดินแดนซากมังกร เรื่องนี้ยังมีหมายเหตุไว้ด้วยมันจึงไม่น่าจะใช่กับดัก และไม่น่าจะอันตรายจึงทำให้น่าทดลอง

หลู่เปียวชี้ไปยังหมายเหตุหลายจุดที่ติดไว้บนผนังและกล่าวว่า “ เนี้ยหลี่ ถ้าเจ้ามั่นใจในเทคนิคการรักษาก็ควรดูตรงนี้ มันมีคนเขียนแปะไว้อย่างน้อยที่สุดเท่าที่เห็นก็น่าจะไม่กี่ร้อยแผ่น มันเกี่ยวกับคนที่เกิดอุบัติเหตุจากการบ่มเพาะถ้าเจ้ารักษาสิ่งที่เกิดจากการบ่มเพาะได้ทั้งหมด สิ่งนั้นมันก็หมายความว่าพวกเราจะมีหินจิตวิญญาณอย่างน้อย ๆ ก็กว่าหมื่นก้อน

เมื่อได้ยินคำพูดของหลู่เปียว เนี้ยหลี่ฝืนยิ้มและพูดว่า “ เจ้าจะให้ข้าทำงานจนตายเลยรึ นี้ยังไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งในนิกายขนนกแห่งทวยเทพที่สุดแสนจะยุ่งยากที่จะตามมาอีก และตอนนี้ข้าจะต้องระมัดระวังไว้ ถ้ากู่เป่ยดูเหมือนจะมีลับลมคมในแล้วละก็ ข้าก็ไม่ต้องการที่จะแสดงทักษะใด ๆ ออกไปเพื่อจะได้รับความเสี่ยงในการดึงดูดคนที่เราไม่ต้องการเข้ามาแน่ ”

“ เราค่อยคุยเรื่องนี้ที่หลัง เมื่อเจ้าสามารถรักษาอาการของนางได้เสียก่อน ” หลู่เปียวพูดและอมยิ้ม พร้อมนี้ได้ดูที่อยู่ที่ทิ้งบนประกาศ

ระหว่างทางเนี้ยหลี่ระมัดระวังเกี่ยวกับการรวบรวมความทรงจำทั้งหมดที่เกี่ยวกับนิกายขนนกแห่งทวยเทพในชีวิตก่อน ภายในนิกายขนนกแห่งทวยเทพ มีตระกูลหลัก ๆ ประมาณ 3 ตระกูล ได้แก่ ตระกูลผนึกมังกร ตระกูลกู่ และตระกูลเถ้าอัคคี แต่ก็ยังมีจินยัน จากตระกูลจินที่อยู่มายาวนาน เหยียนเฮ่าจากตระกูลเหยียน เป็นตระกูลระดับล่างจาก 3 ตระกูลหลัก

เนี้ยหลี่ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการรักษากู่หลาน นอกจากรางวัลที่เป็นหินจิตวิญญาณ 1000 ก้อน มันจะยังช่วยในการปูทางให้เนี้ยหลี่และหลู่เปียว ถ้าพวกเขารักษานางได้ เมื่อนั้นพวกเขาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลนี้ หรืออย่างน้อยก็กับกู่เป่ย

เนี้ยหลี่เดินตามที่อยู่ที่ระบุในหมายเหตุจนมาถึงยังลานกว้างในพื้นที่ทางใต้ของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์
นี้คือที่กู่เป่ยและกู่หลานอาศัยอยู่ เป็นเพียงหนึ่งในหลายส่วนของพื้นที่ตระกูล ประตูขนาดใหญ่ถูกปิดแน่นหนาเหลือเพียงประตูทางเข้าด้านข้างที่เปิดออก นอกจากนั้นยังมีผู้รับใช้ที่เป็นยามสองคนยืนเฝ้าประตูไว้

หนึ่งในผู้รับใช้ถาม “ ไม่ทราบพวกเจ้ากำลังมองหาอะไร ”

เนี้ยหลี่ตอบ “ พวกเราเห็นภารกิจที่ติดอยู่ในหอฝึกฝนเลยมายังที่นี่เพื่อรักษาแม่นางที่ป่วยอยู่ ”

ผู้รับใช้ตรวจดูเนี้ยหลี่อย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็โบกมือก่อนจะพูดว่า “ มันจะดีมากถ้าเจ้าออกไปจากที่นี้โดยเร็ว ”

“ แม่นางได้รับการรักษาแล้วอย่างนั้นรึ?” เนี้ยหลี่ถามเพราะอยากรู้

“ แม่นางได้รับการตรวจสอบจากผู้รอบรู้หลายคน บางคนมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษแต่ก็ยังไม่สามารถรักษาได้  เมื่อเร็ว ๆ นี้ จำนวนผู้รอบรู้ที่มาตรวจสอบแม่นางแล้วจำนวนหลายร้อยหรือหลายพันคน แต่ก็ไม่มีคนใดเลยที่สามารถช่วยนางได้ ” หนึ่งในผู้รับใช้พูด

เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วของเขา “ แม่นางยังต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อยู่ ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าข้ามีความรู้ความสามารถเพียงพอหรือไม่? ถ้าไม่ให้ข้าดูอาการก่อน ท่านจะรับผิดชอบไหมต่อการรักษาของนาง ”

เหล่าคนรับใช้ไม่คิดว่าเนี้ยหลี่จะเอาแต่ใจมากขนาดนี้และยังคงลังเลอยู่สักพักว่าจะพาเนี่ยหลี่เข้าไปดีหรือไม่
ทันไดนั้นก็ปรากฏว่ามีคนคนหนึ่งเดินออกมา คน ๆ นั้นคือ กู่เป่ย

“ มีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือ ” กู่เป่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เขายกศีรษะและมองดูเนี้ยหลี่และหลู่เปียวถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ “ อะไรที่ทำให้พวกเจ้ามาที่นี้กัน หรือว่ามาหาข้า? ”

หลู่เปียวหัวเราะขึ้นพร้อม ๆ ที่เนี้ยหลี่ตอบ “ พวกเราไม่ได้มาที่นี้เพื่อมาหาเจ้าหรอก พวกเราได้ยินว่าแม่นางกู่หลานแห่งตระกูลกู่นั้นมีอาการป่วยอยู่ พวกเราจึงแค่จะมาดูอาการว่าจะพอรักษาแม่นางได้หรือไม่ ?”

กู่เป่ยถึงกับคิ้วกระตุกขณะที่มองเนี้ยหลี่และหลู่เปียวด้วยความแปลกใจ ในขณะที่เขาถาม “ พวกท่านมีความรู้เรื่องตัวยาใช่ไหม ”

เนี้ยหลี่พยักหน้า “ ใช่ข้ามีความรู้เกี่ยวกับตัวยาเล็กน้อย ”

กู่เป่ยถึงกับเงียบไปชั่วขณะ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เชื่อแต่เขาก็ยังพยักหน้าและกล่าวว่า “ เข้ามาข้างในเถอะ ”

กู่เป่ยนำพวกเขาทั้งสองเข้ามา เมื่อเขาเข้ามาภายในลานเป็นลานกว้างใหญ่มาก ภายในเป็นสวนขนาดใหญ่ และมีศาลาตั้งอยู่ มีแม้กระทั่งสะพานเล็ก ๆ ข้ามลำธารที่มีแม่น้ำไหลผ่าน มันเปรียบได้ดังกับสวนสวรรค์ แม้อากาศที่อยู่ข้างในนี้ก็ยังเป็นกลิ่นของดอกไม้บนสรวงสวรรค์

“ นางและข้า เป็นคนสาขาหลักของตระกูลกู่ ครั้งหนึ่งนางเคยเป็นคนที่โดดเด่นมากในหมู่เด็ก ๆ รุ่นเดียวกัน แต่แล้วนางก็พบกับปัญหาระหว่างการบ่มเพาะพลังวิญญาณ ซึ่งนั้นทำให้นางเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงล่างลงไป ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรหรือทำไมมันจึงเกิด ” เมื่อจบคำพูด ดวงตาของกู่เป่ยเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ

เนี้ยหลี่รู้สึกว่าน้ำเสียงของกู่เป่ยแผ่วเบา กู่หลานอาจจะเป็นเหยื่อของสงครามภายในตระกูลก็เป็นได้

หลู่เปียวคิดในใจถ้ากู่เป่ยและนางเป็นเพียงแค่สองคนในจำนวนมากจากตระกูลสาขาหลัก มันก็เท่ากับว่าตระกูลกู่ค่อนข้างกว้างใหญ่มากเลยที่เดียว

เนี้ยหลี่และหลู่เปียวเดินตามกู่เป่ยไปตามทางขนาดเล็กจนเข้าไปถึงลานขนาดเล็ก ภายในนั้นมีเด็กหญิงสวมเสื้อสีขาวนั่งเงียบ ๆ อยู่บนเก้าอี้ นางดูไม่มีความเป็นนักเรียน นางคล้ายกับน้ำในฤดูใบไม้ร่วงและถูกตรึงไปด้วยความงามและใบหน้าของเธอนั้นละเอียดเงางามคล้ายอัญมณี ด้วยการแสดงออกที่เงียบสงบนางจ้องมอง ดอกไม้สีม่วง บนสวนเนินเทียมขนาดเล็กด้วยความเงียบ นางมีริมฝีปากสีอ่อน ๆ เหมือนน้ำจาง ๆ ภายใต้เสื้อผ้านั้นผิวของเธอคล้ายหยกที่สดใส จุดสีคล้ำเป็นร่องรอยของอาการป่วยที่แสดงออกบนใบหน้า มันคล้ายกับดอกไม้ที่พร้อมเหี่ยวเฉาได้ตลอดเวลา

“ ความงามสุดท้ายที่ผ่านพ้นฤดูไม้ไม้ผลิ ดอกไม้เหี่ยวแห้งและคนตายโดยไม่รู้ตัว ” แม่นางที่สวมเสื้อสีขาวเริ่มพึมพำกับร่องรอยความเสียใจซึ่งปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วนั้น

“ ท่านพี่ ” ประกายหยดน้ำตาของกู่เป่ยค่อย ๆ ไหลออกจากดวงตา ในขณะที่สายตาจับจ้องไปยังกู่หล่าน ครั้งหนึ่งพี่สาวผู้นี้มีพลังวิญญาณที่โดดเด่น เป็นผู้ที่ได้รับการปฏิบัติดั่งเช่นเสาหลักในครอบครัว กู่เป่ยรู้สึกว่าหัวใจของเขาราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ

“ กู่เป่ย เจ้าสบายดีนะ? ” แม่นางในชุดสีขาวเปิดเผยให้เห็นรอยยิ้มจาง ๆ ดวงตาของนางมองยังเบื้องหลังของ กู่เป่ย

นางถามขึ้น “ สองคนข้างหลังคือ..... ”

“ พวกเขาทั้งคู่เป็นเพื่อนของข้า ” กู่เป่ยไม่กล้าบอกว่าเนี้ยหลี่มาที่นี้เพื่อตรวจสอบอาการของนาง เพราะเวลามีผู้รอบรู้เข้าเยี่ยม นางมักจะยิ้มและปฏิเสธมัน

“ โอ้ ” กู่หลานยิ้มและพยักหน้า ให้เนี้ยหลี่และหลู่เปียว

หลู่เปียวช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่สงสัยว่านางป่วยเป็นอะไร ผู้หญิงที่สวยงามแบบนี้ต้องอดทนจากอะไร ความสวยงามของนางในช่วงแรกนั้นก่อนที่ชีวิตช่วงที่เหลือจะต้องลงเอยด้วยการนั่งเก้าอี้ มันช่างเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งเสียจริง

เนี้ยหลี่มองไปยังกู่หลานด้วยการแสดงออกที่ระมัดระวัง กู่หลานสังเกตเห็นว่าเนี้ยหลี่จ้องมองนางและเธอก็เริ่มขมวดคิ้ว แต่เพราะพวกเขาเป็นเพื่อของกู่เป่ยนางจึงไม่พูดสิ่งใดออกมา

“ เนี้ยหลี่เจ้าเจออะไรไหม ” หลู่เปียวกระซิบถาม

“ นางไม่ได้ป่วย แต่นางมีสิ่งผิดปกติที่พลังวิญญาณของนาง อาจเป็นไปได้ว่านางจะถูกวางยาพิษ ” เนี้ยหลี่พูดด้วยเสียงไม่เบาหรือดังจนเกินไป เพียงแค่ให้กู่เป่ยและกู่หลานได้ยินเท่านั้น

หลังจากที่กู่เป่ยได้ยิน อารมณ์ขุ่นเคืองของเขาเริ่มถูกจุดด้วยคำพูดของเนี้ยหลี่ ที่พูดว่า “ นางถูกวางยาพิษ? เจ้ากำลังจะบอกว่านางโดนวางยาพิษอย่างนั้นหรือ? ”

เนี้ยหลี่พยักหน้า “ ถูกต้อง ”

กู่เป่ยถึงกับมึนงง “ มันไม่น่าจะเป็นไปได้ ผู้รอบรู้จำนวนมากมาตรวจสอบนางก่อนหน้านี้ ถ้านางโดนวางยาพิษจริงพวกก็ต้องสังเกตุมันออกสิ จริงไหม? ”

กู่หลานซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างนั้น มันช่วยไม่ได้ที่นางจะจ้องมองไปยังเนี้ยหลี่ คนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้น่าจะอายุน้อยมากเป็นไปได้หรือที่เค้าจะเป็นผู้รอบรู้ ถ้านางโดนวางยาพิษนางจะต้องรู้สึกถึงมันแต่ทำไม่ถึงได้ไม่รู้สึกอะไรเลย


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น: