วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 271 – Spiritual Flames

Tale of the demon and god novel Chapter 271 – Spiritual Flames

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 271 - เปลวเพลิงจิตวิญญาณ


บทที่ 271 - เปลวเพลิงจิตวิญญาณ




"พวกเจ้าทุกคนจะพบกับข้าได้ที่นี่หนึ่งครั้งทุกๆ 3 วันสำหรับการสอนของข้า.ข้าจะบอกถึงวิธีบ่มเพาะพลังและแนะนำที่จะก้าวข้ามระดับต่อไป.และเกี่ยวกับเรื่องนี้,สถาบันของพวกเราก็มีวิธีฝึกพื้นฐาน 3 อย่างด้วยกัน,ข้าจะอธิบายรายละเอียดต่อไป" จ้าวแห่งวิญญาณแดงกล่าว

เจ้าแห่งวิญญาณแดงได้อธิบายรายละเอียดว่า"สำหรับลิขิตปฐพีสามารถที่จะข้ามไปยังลิขิตสวรรค์ได้,1 สิ่งนั้นจำเป็นต้องมีความเข้ากันได้กับพลังงานสวรรค์ และด้วยพรสวรรค์แห่งการรับรู้.ทุกๆสิ่งนั้นคงอยู่ระหว่างสวรรค์และปฐพีเหมือนกับแม่ธรณี:ทุกรูปแบบนั้นมาจากการดูแลพลังแห่งสวรรค์..."

ทุกๆคนต่างฟังอย่างตั้งใจ แม้วหลูเปียวเองก็พยายามเอียงหูขึ้นเพื่อจะรับฟังเลยทีเดียว

แต่หัวข้อของจ้าวแห่งวิญญาณแดง อธิบายนั้นตื้นเขินเกินไปสำหรับเนี่ยหลี่,เขากำลังครุ่นคิดว่าเกี่ยวกับสถานะการตอนนี้,ลิขิตปฐพีนั้นมีพลังไม่ต่างจากระดับตำนานและแยกเป็นระดับ 5 ระดับความสามารถ,ตอนนี้นั้นเนี่ยหลี่ถูกจัดให้อยู่ระดับ 3 ดาว.เขายังมีระยะห่างอยู่ที่จะไปถึงระดับลิขิตสวรรค์

ก่อนที่เขาจะเข้ามายังอาณาจักรซากมังกร,พลังแห่งสัจธรรมของเขานั้นมันเริ่มที่จะเปลี่ยนรูปแบบเป็นพลังงานสวรรค์

ซึ่งพลังงานสวรรค์นั้นก็มีลักษณะคล้ายกับพลังแห่งสัจธรรม และแบ่งออกเป็นองค์ประกอบต่างๆ,เช่น พื้นที่และเวลา,เป็นต้น.อย่างไรก็ตาม พลังงานสวรรค์นั้นก็เป็นพลังงานพื้นฐานของพลังงานทั้งหมดนั่นเอง


ณ เวลานี้,เนี่ยหลี่นั้นได้ฝึกเทคนิคเทพวิถีฟ้าอย่างต่อเนื่อง เทคนิคนี้นั้นเป็นการบำรุงเถาพลังลึกลับในเขตแดนวิญญาณของเขา

จ้าวแห่งวิญญาณแดง ใช้เวลาไปเกือบ 2 ชัวโมงเขาค่อยๆอธิบายขุดลึกหัวข้อต่างๆซึ่งทำให้นักเรียนจำนวนมากตื่นเต้นและหลงไหล

"เนี่ยหลี่,พวกเราสามารถมีชีวิตได้ 2 ครั้งได้รึถ้าเราสามารถไปถึงระดับ 2 ของลิขิตสวรรค์หรือสูงกว่า?" หลู่เปียวอดไม่ได้ที่จะถามด้วยเสียงแผ่วเบา.บางคนสามารถที่จะตายหลายครั้งได้อย่างไร?

เนี่ยหลี่อธิบาย,"จริงๆแล้ว,2 ลิขิตหรือ 3 ลิขิตไม่ได้แปลว่าเจ้าจะมี 2 หรือ 3 ชีวิต.มันหมายความว่าเขตแดนวิญญาณของเจ้ามีรูปแบบลิขิตวิญญาณหลายอัน.มันสามารถที่จะช่วยป้องกันชีวิตของเจ้าได้โดยสร้างมันไว้ที่อื่น(เหมือนฮ๊อกคัสใน แฮรี่พอตเตอร์ แต่ไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย) ตราบใดที่เจ้าไม่ได้สูญเสียลิขิตวิญญาณ,เจ้าสามารถที่จะคืนชีพกลับขึ้นมาอีกครั้ง.อย่างไรก็ตามพื้นที่ที่มีผลต้องไม่เกิน 1 พันไมล์จากที่เจ้าได้เก็บลิขิตวิญญาณ




"อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว.งั้นเจ้าจะบอกว่าข้าสามารถที่จะซ่อบลิขิตวิญญาณไว้ที่ใหนก็ได้,และถ้าข้าตาย,ข้าก็สามารถใช้ลิขิตวิญญาณชุบชีวิตตัวเองได้ใช่หรือไม่?"


"ถูกต้อง.ทุกๆครั้งที่เจ้าถูกสังหาร,เจ้าก็จะสูญเสียลิขิตวิญญาณ,ยกตัวอย่าง,ถ้าเจ้ามี 3 ลิขิตวิญญาณและเจ้าถูกสังหาร,งั้นเจ้าก็จะยังเหลืออีก 2 ลิขิตวิญญาณ"เนี่ยหลี่กล่าวต่อไปอีกว่า"เมื่อเจ้าไปถึงระดับลิขิตสวรรค์แล้ว,มันเป็นการดีที่เจ้าจะซ่อนลิขิตวิญญาณไว้ในที่ปลอดภัยก่อนที่เจ้าจะเดินทางไปยังที่ที่อันตราย.ถึงอย่างไร,ถ้าเจ้าถูกใครสังหาร,เจ้าก็ยังสามารถที่จะคืนชีพได้อีก


หลูเปียวเข้าใจแนวคิดดังกล่าวบ้างแล้ว ไม่แปลกใจเลย สถาบันวิญญาณสวรรค์นั้นมีกฏอยุ่ว่าเฉพาะผู้ที่มีระดับลิขิตสวรรค์เท่านั้นถึงจะสามารถออกไปผจญภัยโลกกว้างได้ ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น,พวกเขาจึงต้องฝึกฝนที่ห้องโถงของสถาบันวิญญาณ วิธีนี้นั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครจะโดนสังหารอย่างถาวรเว้นแต่จะละเมิดกฎของสถาบัน


หลังจากที่ทุกคนได้เข้ามายังสถาบันการศึกษา พวกเขาเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นอัจฉริยะจากเมืองและดินแดนต่างๆ  ดังนั้นการเสียชีวิตของใครสักคนจึงเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มาก


หวังหยาง ยืนอยู่จากระยะไกลเขากวาดสายตาของเขามาทางเนี่ยหลี่และหลู่เปียวที่กำลังสนทนากันอยู่ ด้วยสายตาที่เฉยเมยปรากฏไปทั่วดวงตาของเขา ก่อนที่เขาจะมาที่แห่งนี้,เจ้านายของเขา ฮวาหลิง บอกกับเขาให้จับตาดูเนี่ยหลี่และหลู่เปียวให้ดี.นอกจากนี้แล้ว เขายังแนะนำให้กลั่นแกล้งทั้งสองเมื่อมีโอกาส

ภายใต้นิกายขนนกแห่งทวยเทพนั้น,นักเรียนต่างก็มาจากหลายสถานที่และหลายครอบครัว ซึ่งพวกเขามีการรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะสร้างความแข็งแกร่งและอาศัยร่วมกัน  บิดาของฮวาหลิงและบิดาของเซี่ยวหยู๋นั้น พวกเขาต่างเป็นคู่แข็งขันกันในตำแหน่งหัวหน้านักรบฝ่ายนอก ขณะที่เขามาจากดินแดนอนุสวรรค์,คำพูดของ ฮวาหลิง จึงอยุ่ในใจเขา

ในความเป็นจริงนั้น เนี่ยหลี่นั้นอยู่ระดับ 8 รากวิญญาณสวรรค์และหลู่เปียวเองก็อยู่ระดับ 5 รากวิญญาณสวรรค์ มันจึงเป็นเรื่องกดดันสำหรับ หวังหยางนัก

แต่ไม่ว่าอย่างไร,ไม่มีทางที่เขาจะแพ้ทั้งสองคนเด็ดขาด  หวังหยางคิดอย่างเย็นชากับตัวเอง,ขณะที่เข้านั้นมาจากดินแดนอนุสวรรค์,เขาย่อมมีทรัพยากรมากมายกว่าเนี่ยหลี่นัก

จ้าวแห่งวิญญาณแดง ยังบรรยายอย่างต่อเนื่องในขณะที่เขากำลังสรุปหัวข้อต่างๆอยู่ เขาก็กล่าวว่า"ถ้าข้าอธิบายมากเกินไปทั้งหมดในครั้งเดียวนี้ อาจทำให้พวกเจ้าไม่สามารถที่จะเข้าใจ ข้าจึงขอหยุดบรรยายไว้เท่านี้. ต่อไป ข้าจะสอนปฏิบัติเกี่ยวกับบ่มเพาะพลังเล็กน้อย.สำหรับลิขิตปฐพีแล้วถ้าพวกเจ้าสามารถที่จะเก็บเกี่ยวผลจากการบ่มเพาะพลังได้,มันยังจะเป็นผลประโยชน์ที่จะใช้ได้ในอนาคต,เมื่อพวกเจ้าบรรลุไปถึงระดับลิขิตสวรรค์ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม อย่าได้ฝืนอะไรมากหากพวกเจ้าไม่สามารถเก็บเกี่ยวอะไรจากมันได้

ดางตาของหญิงสาวที่สวมเสื้อสีฟ้าอ่อน,จินยันและคนอื่นๆไม่กี่คนประกายด้วยแสงแผ่กระจายไปบนใบหน้า พวกเขาเหล่านั้น แน่นอนที่พวกเขาสามารถก่อเกิดผลบางอย่างได้แล้ว

ท่ามกลางอัจฉริยะ รากสวรรค์จำนวน 36 คน,ถ้าพวกเขาสัก 10 คนสามารถก่อผลดังกล่าวได้,พวกเขาจะได้รับการพิจารณาได้เลยว่าเป็นสิ่งที่เยื่ยมยอด นอกจากนี้,ผลการบ่มเพาะที่รวดเร็ซ,มันจะยิ่งส่งผลต่ออนาคตที่ยิ่งใหญ่มาก

"สิ่งแรกนั้นพวกเราสามารถที่จะปลูกเปลวเพลิงจิตวิญญาณได้"หลังจากจ้าวแห่งวิญญาณแดง เขาก็ค่อยๆเอื้อมมือขวาของเขาออกมา จากนั้นก็มีเปลวเพลิงสีขาวจุดขึ้นมาในฝ่ามือของเขา และเขาก็กล่าวต่อไปว่า"นี้คือ เปลวเพลิงวิญญาณ  หากพวกเจ้าต้องการจะสร้างเปลวเพลิงจิตวิญญาณ พวกเจ้าจะต้องเขาสู่สภาวะอนัตตาและรวบรวมความตั้งใจของพวกเจ้าลงไปบนฝ่ามือขวาของพวกเจ้า..."



เปลวเพลิงในมือของจ้าววิญญาณแดงก็เริ่มที่จะใหญ่ขึ้นจากขนาดเล็กน้อยเหมือนดอกตูมของดอกไม้ ก็ขยายไปเท่ากับกำปั้น

"เปลวเพลิงจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งก็จะบ่งบอกได้ว่าลิขิตวิญญาณนั้นแข็งแกร่ง ดังนั้นเมื่อพวกเจ้าเขาไปใกล้ไปถึงระดับลิตสวรรค์มันจะค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นตามลิขิตวิญญาณของพวกเจ้า"เจ้าแห่งวิญญาณแดงยิ้มก่อนจะพุดไปว่า "เอาล่ะ,ตอนนี้พวกเจ้าเริ่มลงมือได้,และพยายามให้เกิดเปลวเพลิงจิตวิญญาณให้ได้"


นักเรียนที่ยืนปยู่ด้านล่างต่างเอื้อมมือขวาของพวกเขาและพยายามรอบรวมเจตนาบนฝ่ามือของเขาพวกเขาพยายามเรียกเปลวเพลิงจิตวิญญาณออกมา

แม้ว่าเจ้าแห่งวิญญาณแดงจะสามารถทำให้มันติดไฟได้ง่ายๆ แต่สำหรับนักเรียนมันกลับไม่ง่ายเลย.แม้ว่าพวกเขาจะย้ายตำแหน่งและพยายามเกือบครึ่งวันก็ไม่สามารถที่จะทำให้เปลวไฟวิญญาณลุกได้.ทุกกคนหลับตาและพยายามขมวดคิ้วเพื่อให้เข้าถึงสภาวะอนัตตา

ทันใดนั้นเปลวเพลิงจิตวิญญาณก็ระเบิดออกมาจากฝ่ามือของหญิงสาวที่สวมชุดเสื้อผ้าสีฟ้าอ่อน แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่กำมือเล็กๆ แต่เธอก็เป็นคนแรกที่สามารถที่จะจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณได้ นอกจากนี้ เปลวเพลิงมันยังค่อยๆใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นจนขนาดใหญ่เท่ากับกลงเล็ก


เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว คิ้วของเจ้าแห่งวิญญาณแดงก็กระตุกและมีร่องรอยของการชื่นชมในตาของเขา อันที่จริงแล้วเธอนั้นเป็นทายาทสายตรงของตระกูล ผนึกมังกร ครอบครัวที่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม เมื่อคิดว่าแค่วัยขนาดนี้แล้ว,เธอก็สามารถที่จะจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณขนาดเท่ากับกรงเล็กได้แล้ว


ชั่วเวลาต่อมา จินยันก็สามารถที่จะจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณขึ้นมาได้ แม้ว่ามันจะมีขนาดแค่เท่าเม็ดถั่ว,แต่มันก็บริสุทธิ์เป็นอย่างมาก

"ไม่เลว" จ้าวแห่งวิญญาณแดงชื่นชมและพยักหน้า

หลังจากนั้น นักเรียนอีกสามคนก็สามารถที่จะจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณขึ้นมาได้.หนึ่งในนั้นสามารถทำให้มันขนาดใหญ่เท่ากับกลงเล็บได้,ซึ่งเป็นขนาดที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก


หลู่เปียว ได้พยายามอย่างต่อเนื่องขณะที่เขาพยายามที่จะเข้าสู่สภาวะอนัตตา เจ้าแห่งวิญญาณแดงก็กล่าวอะไรออกมา อย่างไรก็ถาม เขามองเห็นภาพต่างๆที่ไม่สามารถที่จะหยุดให้มันผ่านเข้ามาในหัวได้,ภาพเหล่านั้นเป็นภาพของเสี่ยวเซี่ย กำลังอาบน้ำอยู่ เพราะว่าเขาเห็นภาพเหล่านั้น,เขาจึงไม่สามารถที่จะเข้าสู่สภาวะอนัตตาได้นั่นเอง,หลังจากพยายามไปชั่วขณะ,เขาก็คิดจะยอมแพ้และยิ้มออกมาอย่างขมขื่น"ตอนนี้เข้าไม่รู้ว่าทำใม ข้าถึงไม่สามารถที่จะปลูกพลังนั่นได้,มันคงเป็นเพราะว่าข้านั้นยังไม่สามารถที่จะตัดเรื่องราวต่างๆได้"

"เจ้าหมายถึง ไม่สามารถที่จะตัดกิเลสได้,ใช่ใหม?" เนี่ยหลี่หัวเราะขณะที่เขาก็พูดต่อว่า"ผู้ที่มีจิตใจที่ไม่บริสุทธิ์ย่อมไม่สามารถที่จะจุเปลวเพลิงจิตวิญญาณได้"


หลู่เปียวครางอย่างเย็นช้า"เจ้ามีวิธีที่ดีกว่าใหม? เจ้ามีเทพธิดา จื้อหวิ๋นในมือซ้ายและเทพธิดาหนิงเอ๋อในมือขวา,ข้าคิดว่าเจ้าก็ไม่ได้บริสุทธิ์เท่าใดหรอก"


ที่มุมปากของเนี่ยหลี่ ขดในขณะที่เขาเอือมมือของเขาออกไป เปลวเพลิงจิตวิญญาณจู่ก็จุดติดบนฝ่ามือของเขา อย่างรวดเร็วและเพิ่มขนาดเพื่อนขึ้นอย่างเร็วเท่ากับกรงเล็บ

"เยี่ยม,เจ้าช่างน่ากลัวนัก"หลู่เปียวคอตก เนี่ยหลี่นี้ช่างน่าเตะนัก

บนเวที เจ้าแห่งวิญญาณแดง ประกายตาของเขาถึงกับตกตะลึง สายตาของเขาจ้องไปที่เนี่ยหลี่ แม้ว่าเนี่ยหลี่นั้นมี ระดับ 8 ขั้นรากวิญญาณสวรรค์ แต่การตรวจสอบเบื้องหลังแล้ว เขามาจากโลกใบเล็ก และไม่ควรจะมีใครที่คอยอยุ่เบื้องหลังพร้อมทั้งพื้นฐานอะไร

แม้ว่าพรสวรรค์จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้รอบรู้ในการบ่มเพาะพลัง,แต่สิ่งเหล่านั้นก็จำเป็นที่ต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากด้วย,เพื่อที่จะเป็นการปูทางไปสู่,ระดับเทพสงคราม,จากระดับลิขิตสวรรค์ไปสู่ระดับแก่นสวรรค์,ก็จำเป็นที่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อที่จะบ่มเพาะพลัง

ดังนั้น,เขาจึงไม่ได้สนใจเนี่ยหลี่มากนัก นอกจากนั้นยังมี หลง ยูหยิน และจิน ยัน นั้นมาจากครอบครัวที่ทรงประสิทธิภาพและด้วยการบำรุงพวกเขาตั้งแต่ยังเด็ก ร่างกายของพวกเขาจึงได้ถูกขัดเกลาด้วยสมุนไพรวิเศษซึ่งเป็นเหตุผลที่พวกเขาสามารถจะจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณได้อย่างรวดเร็ว,นอกจากนี้การบ่มเพาะพลังของพวกเขายังได้รับว่ารวดเร็วกว่าเนี่ยหลี่ด้วย

แต่เขานั้นกลับไม่เคยคิดเลยว่า เนี่ยหลี่นั้นจะสามารถจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้เปลวเพลิงของเขายังมีขนาดเท่ากรงเล็บและมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าของหลง ยูหยิ๋น และจินยันเลย

นอกจากนี้สิ่งที่เขามีความสนใจนั้นก็คือวิธีการที่แตกต่างจากคนอื่นๆที่ไม่จำเป็นที่ต้องปิดตาและทำสมาธิและนอกจากนี้เนี่ยหลี่นั้นยังสนทนากับหลูเปียวอยู่ด้วย เมื่อเขายื่นมือออกมาก็สามารถที่จะจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณได้อย่างง่ายดาย มันพิสูจน์ให้เห็นว่าเนี่ยหลี่นั้นเขาสู่สภาวะอนัดตาได้อย่างสมบูรณ์และเขาก็มีระดับการเข้าถึงที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก

เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมีอัจฉริยะที่โดดเด่นในหมุ่นักเรียนทั้ง 36 คนนี้

เจ้าแห่งวิญญาณแดง ก็จมไปกับความคิดและความตกใจอย่างเต็มที่ในขณะที่เขากลับมาให้ความสนใจเนี้ยหลี่นั้นเป็นอัจฉริยะแน่นอนและควรจะถูกเลี้ยงดูอย่างระมัดระวัง

เนี่ยหลี่ก็เหลือบมองไปยังจ้าวแห่งวิญญาณแดงเหมือนกัน,ขณะที่นักเรียนใหม่ของสถาบันวิญญาณสวรรค์นั้น,เนี่ยหลี่นั้นไม่ได้มีภูมิหลังหรือผู้อยู่เบื้องหลังมากนัก ดังนั้นเขาจึงต้องแสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถเพื่อที่จะให้เขาสามารถที่จะอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

เนี่ยหลี่นั้น สร้างคลื่นที่โหมกระหน่ำต่อความชื่นชมต่อจ้าวแห่งวิญญาณแดง เนื่องจากความสามารถของเขานั้นปรากฏให้เห็นเหนือกว่าคนอื่นๆ

ในหมู่นักเรียน36 คน มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่สามารถจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณให้มีขนาดเท่ากับกรงเล็ก ในขณะที่เจ็ดคนสามารถที่จะจุดมันขึ้นได้ขนาดเท่ากับเม็ดถั่ว,นักเรียนส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถที่จะจุดมันขึ้นมาได้,ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามเท่าใดก็ตาม

หวังหยาง เป็นหนี่งในนักเรียนทั้งหมด.เขาพยามใช้วิธีมากมาย แต่ฝามือของเขาก็ยังสงบเช่นเดิมไม่มีร่องรอยของเปลวเพลิงจิตวิญญาณเลย สิ่งนี้เองที่ทำให้เขาเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อเขาเห็นว่าเนี่ยหลี่นั้นสามารถที่จะจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณขึ้นมาได้ ปอดของเขาก็เกือบระเบิดออกมาและถูกทำลายด้วยความขุ่นมัว

"ไม่เลว บรรดาคนที่มีความสามารถที่จะจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณในบทเรียนแรก ด้วยความตั้งใจที่บริสุทธิ์และเหล่าอัจฉริยะ พรสวรรรค์แห่งการรับรู้ความกล้าหาญ,ความแข็งแกร่งของเปลวเพลิงจิตวิญญาณ,ความแข็งแกร่งของลิขิตวิญญาณ,ด้วยสิ่งเหล่านี้นั้นจะทำให้พวกเจ้าสามารถที่จะจุดเปลวเพลิงจิตวิญญาณได้ สำหรับคนที่ยังไม่สามารถจุดเปลวเพลงวิญญาณได้,ให้กลับไปฝึกฝนให้มาก,การฝึกฝนในวันนี้ได้จบลงแล้ว"เจ้าแห่งวิญญาณแดงหัวเราะและพูดต่อว่า"พวกเราจะพบกันอีกในบทเรียนต่อไปในอีก 3 วัน"



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

20 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณคร่า แปลดีมากเลย

    ตอบลบ
  2. สนุกมากเลยครับ ขอบคุณมากครับ

    ตอบลบ