วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 268 – Ying’er

Tale of the demon and god novel Chapter 268 – Ying’er

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 268 อญิ๋ง เอ๋อ


บทที่ 268 อญิ๋ง เอ๋อ

ตอนที่ 268 อญิ๋งเอ๋อ

เซี่ยวหยู่ไม่ได้ใส่ใจเกี่ยวกับพวกกลุ่มนักเรียนจับกลุ่มนินทากัน เขาเดินนำพวกเนี่ยหลี่และหลู่เปียวไปบนเส้นทางเล็กๆที่มีสิ่งก่อสร้างหนาแน่น.มีสวนหลายสวนในพื้นที่ดังกล่าว และเซี่ยวหยู่เดินเข้าไปในหนึ่งในสวนที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง

"ทุกคนที่อาศัยอยู่รอบๆนี้ล้วนแล้วแต่เป็นอัจฉริยะจากเขตตะวันออก,จะเป็นการดีถ้าพวกเจ้าไปไปรบกวนพวกเขา,พวกเขาทุกคนล้วนแล้วแต่ผู้หนุนหลังทั้งนั้น"เซี่ยวหยู๋กล่าวเตือนทั้งที่อดกังวลไม่ได้"พวกเจ้าควรจะบ่มเพาะพลังอยู่ที่นี้"

เนี่ยหลี่ยืดหัวมองไปรอบๆและเจอสิ่งก่อสร้างสองหย่างที่สวนของเซี่ยวหยู๋.เนี่ยหลี่กับหลู่เปี่ยวนั้นต้องอาศัยอยู่ 1 ในสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น,ซึ่งมันอยู่ถัดไปจากห้องของเซี่ยวหยู๋

เซี่ยวอยู๋ มองไปที่เนี่ยหลี่."ถ้าข้าไม่ได้บอก,อย่าได้เข้ามาหาข้าโดยไม่จำเป็น.พวกเจ้าห้ามเข้ามาในห้องข้าก่อนได้รับอนุญาต"

โดยการพิจารณาแล้ว,เซี่ยวหยู๋ ยังคงกังวลเกี่ยวกับเนี่ยหลี่อยู่เหมือนกัน

"ก็ได้" เนี่ย หลี่ ยักไหล่ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของเซี่ยวหยู๋มากนัก

เนี่ยหลี่และหลู่เปียว เดินไปรอบๆสนาม.สภาพแวดล้อมรอบๆสนามนั้นเต็มไปด้วย เสียงนกร้องและกลิ่นหอมของดอกไม้ นกจากนี้ยังมีภูเขาเทียมขนาดเล็กที่มีน้ำไหลออกมา พวกเขาทั้งสองคนค่อนข้างพอใจกับสถานที่ของเซี่ยวหยู๋ทีเดียว.เขาคงต้องใช้จ่ายเป็นจำนวนมากกับสิ่งนี้แน่




"ข้าจะมอบของขวัญให้กับพวกเจ้า เป็นหินจิตวิญญาณ 2 ก้อน" พวกเจ้าจงมุ่งไปและเริ่มการบ่มเพาะพลัง"เซี่ยวหยู่กล่าวขณะส่งมันให้เนี่ยหลี่และหลู่เปียว พร้อมทั้งพูดว่า."ข้าจะไปข้างนอกนิดหน่อยเพื่อช่วยพวกเจ้าเกี่ยวกับเรื่องลงทะเบียน"


หลังจากกล่าวลา กับเนี่ยหลี่และหลู่เปียว.เซี่ยวหยู๋ก็เดินออกไป

เนี่ยหลี่นำหินวิญญาณออกมาและนักขัดสมาธิ.จากก็เริ่มบ่มเพาะพลังดึงพลังจากหินวิญญาณ,จากนั้นยู่หยานก็บินออกมาจากแขนเสื้อ *วู๊ซซ*

"ข้าเกือบจะอึดอัดตายซะแล้ว" ยู่หยานกล่าวออกมาด้วยความเศร้า  นับตั้งแตพวกเขาเดินทางายังอาณาจักรซากมังกร เธอต้องซ่อนตัวเองอยู่ในแขนของเนี่ยหลี่ แม้ว่าเธอก็ไม่รู้เลยว่าจะปกปิดเรื่องนี้ไปได้ตลอดหรือไม่ แต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจอะไรมากนัก นักเรียนหลายคนในสถาบันวิญญาณสวรรค์นั้นก็มีการนำสัตว์เลี้ยงมากับพวกเขาด้วย ดังนั้นคนในอาณาจักรซากมังกรจึงอาจคิดว่าเธอนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงไปก็ได้

สำหรับจินแดน นั้นก่อนที่จะเข้ามาอาณาจักรซากมังกร เนี่ยหลี่ได้วางเขาไว้ในกระเป๋า ภายใน เมื่ออยู่ภายในนั้นดูเหมือนว่ามันจะหดตัวลงและเข้าสู่ภาวะจำศีลเท่ากับขนาดกำปั้นจึงไม่เป็นที่สนใจเท่าไรนักเมื่อเขาพามันเข้ามาภายใน

เมื่อมันยังไม่โตและยังมีขนาดเล็ก เนี่ยหลี่จึงไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาอะไรมากนักที่จะจัดการ และตามธรรมชาติแล้วในช่วงแรกเกิดนั้นมันยังคงต้องนอนอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรมากนัก

"มีผู้เชียวชาญเป็นจำนวนมากจริงๆในอาณาจักรซากมังกร"ยูหย่าน ถอนหายใจ เธอรูึสึกถึงพลังบางอย่างที่น่าประหลายใจและทรงพลัง,ทุกๆคนในอาณาจักรซากมังกรนั้นจะเป็นผู้เชียวชาญบางอย่าง

"มันแน่อยู่แล้ว.ในโลกเล็กนั้นเป็นดินแดนที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับอาณาจักรซากมังกร"เนี่ยหลี่ยิ้ม ตลอดทั้งชีวิต อยู่แต่ในโลกเล็กจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เธอจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอาณาจักรซากมังกร


ยู่หยานรู้สึกกดดัน.โดยปรกติแล้วในโลกใบเล็กนั้นเธอมีความแข็งแกร่งในฐานะของเทพวิญญาณซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของระดับตำนาน แต่ถึงอย่างงั้น พลังของเธอที่มีก็ไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบกับที่นี่ได้ นับตั้งแต่เธอเข้ามาที่อาณาจักรซากมังกรเธอรู้เลยว่าเธอนั้นแทบไม่มีอะไรเลย


แม้ว่าเนี่ยหลี่อยากให้ยูหยานบ่มเพาะพลังของเธอ แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลซะทีดียว,ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยใช้ชีวิตแบบปรกติ.เขานั้นเพียงต้องการให้ยู่ยานหาข้อมูลและตัวตนของเธอก่อน แม้ว่า เนี่ยหลี่จะรู้ว่าพลังไฟของเธอนั้นจะทรงพลังมากแต่ก็อาจมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ดังนั้นการบ่มเพาะพลังแบบปรกติดทั่วไปอาจจะหาข้อแตกต่างได้


"เนี่ยหลี่,ข้าจะเวลานี้ในการบ่มเพาะพลัง. กลิ่นอายของอาณาจักร์วากมังการนั้นยอดเยี่ยมแตกต่างจากโลกใบเล็ก.สำหรับเรื่องนี้ฉันยังไม่รู้วิธีในการดูดซับมันเลย"

ยู่หยานลอยไปในอากาศในขณะที่เธอกำลังบ่มเพาะพลังของเธอยู่อย่างเงียบๆ เธอปิดตาลงและเปลวไฟเล็กๆเริ่มที่จะหมุนรอบตัวเธอ มันดูเหมือนว่าเธอยังไม่เข้าใจในภาวะของบรรยากาศที่จะทำการดูดซับเท่าไหร่

เนี่ยหลี่นำหินวิญญาณของเขาออกมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบ่มเพาะพลังของเขาโดยเขามีจุดมุ่งหายที่จะข้ามผ่านไปยังดินแดนชะตาสวรรค์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เนี่ยหลี บ่มเพาะพลังวิญญาณของเขาและเขาค่อยๆดูดซับพลังจากหินวิญญาณ และเร่ิมที่จะปรับแต่งมันเข้ามาในตัวของเขา.พลังแห่งสวรรค์ค่อยๆล้นเข้าไปในร่างกายเขา ก่อนหน้านี้เขาได้ติดอยู่ในโลกใบเล็ก,แต่ในที่สุดเขาก็สามารถที่จะดูดซับพลังงานสวรรค์ได้

ขณะที่เนี่ยหลี่ฝึกบ่มเพาะพลังด้วยเทคนิคเทพวิถึฟ้า เข้ารับรู้และเข้าถึงได้กับพลังงานสวรรค์อย่างช้าๆ ผ่านเทคนิคและการบำเพ็ญของเขา ทั่วทุกรูขุมขนในร่างกายของเรากรีดร้องด้วยความยินดี

เช่นเดียวกับพลังของหินวิญญาณเริ่มแสดงผลออกมา เนี่ยหลี่ตระหนักได้ว่ามันอัดแน่นไปด้วยพลังงานสวรรค์อยู่ในนั้น

และสุดท้ายเขาก็รู้สึกว่าหินวิญญาณนั้นเริ่มที่จะว่างเปล่า เนี่ยหลี่ยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น นับตั้งแต่เขาได้บ่มเพาะพลังด้วยเทคนิค เทพวิถีฟ้า ความจุของเขตแดนวิญญาณของเขานั้นกว้างมากซะจนน่าตกใจเลยทีเดียว หินวิญญาณหนึ่งก้อนสำหรับเขานั้นมันไม่เพียงพอเลย เหมือนกับเขานั้นกำลังต้องการเพิ่มเหมือนกับคนกินไม่อิ่ม แต่ก่อนที่จะมีอาหารมาเติมกลับต้องหยุดมันกะทันหัน

"ข้าต้องหาวิธีได้รับหินจิตวิญญาณเพิ่มขึ้น"เนี่ยหลี่คิดในใจ ตราบใดที่เขามีหินจิตวิญญาณเพียงพอ ด้วยความสามารถ รากจิตวิญญาณสวรรค์ระดับ 8 และความรู้ความเข้าใจของเขามันจึงทำให้เขานั้นก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วตราบเท่าที่เขานั้นสามารถหาหินวิญญาณนั้นเพียงพอต่อความต้องการของเขา


หลังจากที่เดินทางมาที่อาณาจักรซากมังกรแห่งนี้,เขาต้องทำให้เจ้าอสูรต้องแข็งแกร่งกว่าเจ้าอสูรในเรื่องของการบ่มเพาะพลังให้ได้

ในขณะที่เนี่ยหลี่และหลู่เปียวกำลังบ่มเพาะพลัง,ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น

เสียงสดใสหวานแหว๋วได้ยินอย่างชัดเจน" พี่ใหญ่ เซี่ยวหยู่ ท่านอยู่ใหม"

เสียงอันหวานนุ่มนั้นบาดเข้าไปในกระดูกถึงกับทำให้ร่างกายอ่อนแรงเลยทีเดียว

เมื่อได้ยินเสียง หลู่เปียวก็เปิดตาของเขาและปรากฏรอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฏในมุมปากของเขา เขาหันไปหาเนี้ยหลี่และกล่าวว่า" เนี่ยหลี่ นี้อาจจะเป็นคนรักของเซี่ยวหยู่กระมั้ง?"

"เซี่ยวหยู่ ไม่ได้อยู่ที่นี้" เนี่ยหลี่ตะโกนออกไปข้างนอกขณะที่เขายิ้มอย่างอักอ่วน หลู่เปียวช่างปากมากซะจริง


"หืม?" เสียงข้างนอกรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยก่อนที่จะผลักประตูให้เปิดออก

สาวสวยที่เห็นตรงทางเข้าอายุประมาณ 16 หรือ 17 ปี เะอสวมชุดผ้าไหมสีเหลืองและมีผิวขาวไข่มุก ดวงตาของเธอนั้นสว่างสไวราวกับน้ำพุทั้งสองที่ปรากฏใบหน้าของเธอ ผู้หญิงคนนี้ช่างสวยอย่างกับอัญมณี,มีคิ้วที่เหมือนกับหยกตัดผ่าน ช่างดูน่าประทับใจยิ่ง

หญิงสาวเต็มไปด้วยความอย่างรู้มองไปยังเนี่ยหลี่และหลู่เปียว"พี่ใหญ่เซี่ยวหยู๋ไม่ได้อยู่แถวนี้รึ?แล้วพวกเจ้าเป็นใคร?

เนี่ยหลี่มองมายังหญิงสาวและพูดออกไปว่า "พวกเราเป็นเพื่อนของเซี่ยวหยู๋.เขาเพิ่งจะออกไป ผมสงสัยว่าคุณกำลังหาเขาอยู่รึ?"

หลู่เปียว มองด้วยท่าทาง งงงวยไปทางหญิงสาว เขาอดที่จะถอนหายใจในความทุกข์ในหัวใจของเขา นี้เป็นเพียงคนรักของเซี่ยวหยู่ที่สวยงามมาก ในหมู่หญิงสาวที่เขาเคยพบเจอก่อนหน้านี้,เธอมีความงามที่ไม่ด้อยไปกว่าเย่จื้อหวิ๋น และเสี่ยวหนิงเอ๋อแน่นอน

"อ้อ,ไม่มีไรบ้าง. ข้าเพียงแต่รู้ว่าเขากลับมาแล้ว ข้าเพียงแต่ต้องการทักทายเขาทายเขาเท่านั้น ข้าไม่คาดคิดเลยว่าข้าจะได้พบกับพวกเจ้า.พวกเจ้าเป็นนักเรียนใหม่ของปีนี้ใช่หรือไม่?" หญิงสาวถามขณะที่เธอกระพริบตา

"ใช่แล้ว" หลู่เปียวพยักหน้า

"อืม ชื่อของข้าคือ หวง อญิ๋ง ,ข้ากับพี่ใหญ่เซี่ยว หยู๋เป็น........เพื่อนกัน"รอยสีแดงเข็มประกายไปทั่วใบหน้าของ หวง อญิ๋ง

ตาของเนี่ยหลี่เป็นประกาย,เนี่ยหลี่เข้าใจได้ในทันทีในส่ิงที่เกิดขึ้น .ผู้หญิงคนนี้อาจจะชอบเซียวหยู๋อยู่

"เจ้าต้องการจะรอให้เขากลับมาก่อนใหม,หรือว่า...."เนี่ยหลี่สอบถาม

หวง อญิ๋ง ครุ่นคิดระยะหนึ่งและกล่าวออกมาว่า"งั้นข้อจะรออยู่ที่นี่"

เธอต้องการจะรอ สักพักหนึ่งก็มีชายหนุ่มสวมชุดคลุมยาวสีขาวเดินเข้ามาข้างใน เมื่อเห็นหวง อญิ๋ง ใบหน้าของเขาก็เคร่งขรึมก่อนที่เขาจะกล่าวออกไปว่า"อญิ๋งเอ๋อ เจ้ามาอยู่ที่นี่เอง หลังจากเจ้าได้ยินว่าเซี่ยวหยู๋กลับมาแล้ว,ข้าเดาได้เลยทันทีว่าเจ้าต้องมาที่นี่"

"หยัน ห่าว,ทำใมเจ้าต้องสนใจด้วย?" หวง อญิ๋ง โพล่งออกมา ด้วยความไม่พอใจ

"หวง อญิ๋ง,เซี่ยวหยู๋มีอะไรดีเจ้าถึงคอยคิดถึงแต่มัน?"หยัน ห่าวกล่าวด้วยความไม่พอใจ.ในแง่ของครอบครัวของเขาแล้วนั้นเขาน่าจะเหนือกว่าเซี่ยวหยู๋มากนัก.แต่ในแง่ของหน้าตา...เขาดีกว่าเท่านั้น ต้องยอมรับว่าในเรื่องรูปลักษณ์เขาด้อยกว่าเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้ต่างกันมากขนาดนั้น

"ข้ามีความสุขของข้า.ข้าอยากทำอย่างนี้.ทำใมเจ้าต้องใส่ใจด้วย?" หวง อญิ๋ง คำรามใส่ด้วยความไม่พอใจต่อ หยัน ห่าว


หยัน ห่าวกวาดตามองไปยังเนี่ยหลี่ และหลู่เปียว ด้วยความเย็นชาและกล่าวว่า"เจ้าสองคนเป็นอัจฉริยะจากโลกใบเล็กอย่างนั้นรึ? 8 รากจิตวิญญาณสวรรค์และ 5 รากจิตวิญญาณสวรรค์อย่างนั้นรึ?"

เนี่ยหลี่มองมายัง หยันห่าวอย่างไม่ใส่ใจ ,และเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป,หลู่เปียวก็เบื่อและขี้เกียวที่จะตอบเหมือนกัน

"ข้ากำลังถามพวกเจ้านะ!" หยัน ห่าว,พูดออกมาเด้วยเสียงที่ขึงขังและขมวดคิ้ว

เนี่ยหลี่มองกลับมาด้วยความเย็นชาไปทาง หยัน ห่าว และกล่าวว่า"มันไม่มีความจำเป็นเลยที่จะตอบเจ้า"


หยัน ห่าวนั้นเอาตัวเองเป็นที่ตั้งเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต มันทำให้เนี่ยหลี่นั้นไม่พอใจนัก

"เจ้าบ้า เจ้ากำลังพูดกับใครรู้ใหม? อย่าคิดว่าเจ้าจะโอหังได้ในสถาบันวิญญาณสวรรค์เพียงเพาะเจ้ามีรากวิญญาณสวรรค์นะ เจ้าควรจะดูรอบๆก่อนก่อนที่จะรู้ว่าใครใหญ่ในที่แห่งนี้ ที่นี้เต็มไปอัจฉริยะ ก่อนที่เจ้าจะไปถึงระดับลิขิตสวรรค์.เจ้าก็ไม่มีอะไรเลย" หยัน ห่าว ปล่อยแรงกดดันวิญญาณมหาศาลออกมา แผ่ออกมากดดันเนี่ยหลี่และหลู่เปียว

ตอนนี้ หยัน ห่าวนั้นได้ไปถึงระดับลิขิตสวรรค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้เนี่ยหลี่และหลู่เปียวหายใจลำบากกับแรงกดดันทีเดียว

อย่างไรก็ตาม,หยัน ห่าวก็ได้ยับยั้งพลังกดดันของเขา.แม้ว่าเขาจะไม่สนใจการกระทำที่มุทะลุของตัวเอง แต่ถ้าเขาสังหารใคในสถาบันวิญญาณสวรรค์แล้วละก็ แม้แต่ครอบครัวของเขาก็ไม่สามารถที่จะช่วยเขาได้



เนี่ยหลี่มองไปที่ หยันห่าว อย่างเย็นชา .ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา.เขาเคยพบเจอผู้เชียวชาญที่เข็งแกร่งกว่า หยันห่าวมากนัก อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่เคยหลบหนี.แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะไปถึงระดับลิขิตสวรรค์แล้วก็ตาม,ในใจของเขานั้นเต็มไปด้วยอะไรบางอย่างอาจเป็นความกระหายเลือดหรือความตั้งใจ มันเกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่งทีเดียวที่เขาพร้อมที่จะประดาบกับผู้เชียวชาญระดับลิขิตสวรรค์

ทันใดนั้นหวง อญิ๋งก็เขาไปยืนอยู่ระหว่างเนี่ยหลี่และ หยัน ห่าว เธอมองไปยัง หยัน ห่าวอย่างเย็นชาและกล่าวว่า
"หยัน ห่าว,เจ้าจะทำอะไร? เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัตกับเพื่อนของพี่ใหญ่เซี่ยวหยู๋หย่างนี้"

 พลังกดดันวิญญาณของหยัน ห่าวที่ปล่อยออกไปเขาได้หยุดมัน และเขามองไปยังเนี่ยหลี่แบบเป็นนัยย์ที่ยืนอยู่ข้างหลังของเธอ.เนี่ยหลี่นั้นรับรู้ได้เลยว่าพลังงานที่เป็นออกมานั้นเป็นพลังวิญญาณเขตแดนปฐพี.และทำใมถึงไม่ได้รู้สึกถึงความตั้งใจสู้จากเขาเลย?มันอาจเป็นไปได้ว่าเนี่ยหลี่นั้นมีพลังวิญญาณเขตแดนสวรรค์,เขาจึงได้ไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างใด?


เจตนาที่พร้อมจะต่อสู้ปรากฏออกมาในสายตาของเนี่ยหลี่ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนที่เขาจะสงบจิตใจของเขาได้ ถัามีทางเลือกมันคงจะเป็นการดีกว่า ถ้าเขาไม่มีเรื่องใดๆกับ หยัน ห่าว

หยันห่าว คำรามอย่างเย็นชา"เจ้าสองคนซ่อนอยู่หลังผู้หญิง.ข้าจะจัดการเจ้าแน่วันนี้.แต่ข้าของแนะนำเจ้าออกมาให้ห่าวจากเซี่ยวหยู๋ แน่นอนไม่มีประโยชน์อะไรที่จะติดตามเจ้าขยะเน่าเหม็นอย่างมัน,แต่ถ้าพวกเจ้าเลือกที่จะติดตามข้าล่ะก็,ข้าอาจพิจารณาเรื่องนี้อีกก็ได้"








ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

4 ความคิดเห็น:

  1. จริงๆแล้ว คุณเป็นคนมีความสามารถนะ แต่ใช้ความสามารถในทางที่ผิดไปหน่อย แปลเองได้นี่ ถือว่าเข้าท่าเลยทีเดียว แต่ก็แปลก แปลได้ จะไปก๊อบเค้ามาทำไม

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ของพี่แก้เสร็จตอนไหนเหรอครับ ชอบที่พี่แปลน่ะครับ ^^

      ลบ
  2. หยันห่าวเป็นอะไรนั่น งอแงจังหญิงไม่สนใจ แล้วพาลคนอื่นเรอะ

    ตอบลบ