วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 265 – Test

Tale of the demon and god novel Chapter 265 – Test

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 265 - การทดสอบ


บทที่ 265 - การทดสอบ


ผู้อาวุโสกู่ ได้แสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงความสุข “ส่งไปที่เขตตะวันตก นิกายขนนกแห่งทวยเทพ จักทำการดูแลบุคคลที่เป็นอัจฉริยะเหมือนดั่งคนสำคัญ”

ในการทดสอบหากพบว่ามีผู้ที่มีรากจิตวิญญาณที่อยู่ในระดับรากจิตวิญญาณสวรรค์ปรากฎขึ้นมา เจ้าหน้าที่กู่ก็จะได้รับการตอบแทน

หลู่เปียวมองไปที่เซียวหยู๋และถามว่า '' อะไรคือความแตกต่างระหว่างเขตตะวันตก เขตใต้และเขตเหนือ ''

เซียวหยู๋อธิบายว่า '' ในส่วนของเขตเหนือนั้น เป็นเขตที่เลวร้ายที่สุด โดยปกติผู้ที่มีระดับพลังต่ำกว่ารากจิตวิญญาณมนุษย์ระดับ 5 จะถูก นิกายขนนกแห่งทวยเทพปฏิเสธ แต่อย่างไรก็ตามคนเหล่านั้นที่มีคุณสมบัติไม่ถึง แต่หากพ่อและแม่ของเขานั้นอยู่ในนิกายขนนกแห่งทวยเทพ พวกเขาเหล่านั้นจะถูกส่งไปยังเขตเหนือทันที

หลู่เปียวเข้าใจในทันทีว่า ผู้ที่ถูกส่งไปยังเขตเหนือนั้นเป็นพวกคนรุ่นหลัง ที่ไร้ความสามารถ หากบุคคลภายนอกที่มิใช่พวกเขา ได้ระดับพลังต่ำกว่ารากจิตวิญญาณมนุษย์ระดับ 5 พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่เขตภาคเหนือ

ส่วนเขตใต้จะดีกว่าเล็กน้อย โดยทั่วไปคนที่มีระดับพลังสูงกว่ารากจิตวิญญาณมนุษย์ระดับ 5  แต่ต่ำกว่ารากจิตวิญญาณมนุษย์ระดับ 9 จะอยู่ในเขตนี้

ในปัจจุบันเขตตะวันตกเป็นเขตที่ดีที่สุดที่พวกคุณจะถูกส่งไปเพื่อฝึกฝนในตอนนี้ เพราะผู้ที่มีระดับรากจิตวิญญาณปฐพีและสวรรค์จะถูกส่งไปอยู่ในเขตนี้

ถึงแม้ตอนนี้เราจะอยู่ในเขตตะวันตก แต่ถ้ามีคนที่มีความสามารถที่ทำการบ่มพลังได้อย่างรวดเร็วและมีศักยภาพเพียงพอ คนเหล่านั้นก็จะถูกส่งไปยังเขตตะวันออก

หลู่เปียวมองที่เซียวหยู๋และถามว่า '' แล้วในส่วนของเขตกลางล่ะ ''



''ในส่วนของเขตกลาง ... '' เซียวหยู๋หยุดสักครู่และกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า “นั่นเป็นสถานที่ลึกลับมาก ไม่มีผู้ใดรู้เกี่ยวกับสถานที่นั้นมากนั้น ทุกอย่างเกี่ยวกับมันจะถูกเก็บไว้เป็นความลับและห้ามคนภายนอกสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้ที่เป็นอัจฉริยะที่มีความสามารถเพียงพอของเขตตะวันออกที่ได้บรรลุคุณสมบัติเท่านั้นที่จะได้รับการส่งไป คนที่ได้ส่งไปที่นั่นจะเป็นกำลังหลักของนิกายขนนกแห่งทวยเทพ”

เนี้ยหลี่เงียบไป แม้ในช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ของเค้า เค้าก็ได้รับข้อมูลเพียงน้อยนิดเกี่ยวกับเขตกลางของนิกายขนนกแห่งทวยเทพ

ขณะที่พวกเขามองไปข้างหน้าของพวกเขา พวกเขากำลังจะได้รับการทดสอบในเร็วๆนี้
 เนี้ยหลี่เข้าใจความสามารถของเค้าเป็นอย่างดี ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา เขาได้รับการทดสอบและได้รากจิตวิญญาณปฐพีระดับ 7 แม้ว่ามันจะไม่แข็งแกร่งเป็นพิเศษแต่มันก็ค่อนข้างโดดเด่นพอสมควร รากจิตวิญญาณเป็นตัวแทนของความสามารถของแต่ละบุคคลและบอกว่าขอบเขตวิญญาณของคนนั้นๆมีความยิ่งใหญ่ขนาดไหน ทำให้เนี้ยหลี่คิดว่าในชีวิตนี้ของเค้านั้นก็ยังมีระดับพลังอยู่ที่รากจิตวิญญาณปฐพีระดับ 7  เช่นเดิม

ผู้อาวุโสกู่ มองไปที่เซียวหยู๋ และ ฮวาหลิง และกล่าวด้วยรอยยิ้ม '' นายน้อยทั้งสอง ถึงคิวของพวกเจ้าแล้ว ''

ผู้อาวุโสกู่ ก้มหน้าลงแล้วชี้นิวไปที่คนๆหนึ่งและกล่าวว่า '' เจ้าขึ้นมาตรงนี้ และ ทดสอบพลังของเจ้า ''

คนๆนี้คือคนที่มาจากอาณาจักรอนุสวรรค์ เป็นชายหนุ่มวัย 20 ปี เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีม่วง ชายหนุ่มผู้นี้เดินไปข้างหน้าภายใต้การแนะนำของทั้งอาจารย์ผู้ทดสอบพลังทั้งสอง เขาค่อยๆวางมือบนลูกบอลคริสตัล แล้วค่อยปล่อยพลังเข้าไป

ลูกบอลคริสตัลนั้นได้เรืองแสงขึ้นแล้วค่อยสว่างขึ้น รูปแบบสีส้มสว่างไปทั่วคริสตัลและกระจายออกเป็น 6 ทิศทาง เจ้าหน้าที่กู่พยักหน้าและกล่าวด้วยรอยยิ้ม ''รากจิตวิญญาณปฐพีระดับ 6 ไม่เลว ๆ ส่งไปยังเขตตะวันตก '' ฮวาหลิงเดินขึ้นไปหาและตบไหล่ชายหนุ่มคนนั้น '' ทำได้ดี '' ชายหนุ่มพยักหน้าด้วยความเคารพก่อนกลับไปอยู่ข้างหลังฮวาหลิง

อาจารย์ผู้ทดสอบยังทำการทดสอบอย่างต่อเนื่อง

'' รากจิตวิญญาณปฐพีระดับ 3 ส่งไปเขตตะวันตก ''

'' รากจิตวิญญาณปฐพีระดับ 7  ส่งไปเขตตะวันตก ''

ผ่านไป 3 การทดสอบ คนเหล่านั้นล้วนมีรากจิตวิญญาณปฐพี จึงได้ถูกส่งไปยังเขตตะวันตก

ผู้คนที่รอต่อคิวการทดสอบพูดคุยกัน “คนเหล่านี้มาจากอาณาจักรอนุสวรรค์ พวกเขาช่างน่ากลัวยิ่งนัก 90 เปอร์เซ็นของผู้ที่มาทดสอบนั้นส่วนใหญ่ได้รากจิตวิญญาณมนุษย์ มีเพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นที่เป็นรากจิตวิญญาณปฐพี”

แต่คนพวกนี้ล้วนแต่มีรากจิตวิญญาณปฐพี ไม่ต้องพูดเลยว่าหนึ่งนั้นมีคนที่ได้รากจิตวิญญาณปฐพีระดับ 7 ซึ่งหายากมากๆ

ฮวาหลิงได้ยินดังนั้น ก็เผยรอยยิ้มที่มุมปากขึ้นมาทัน พวกเขาในอาณาจักรอนุสวรรค์นั้นมักจะมีรุ่นน้องที่มีความสามารถเกิดขึ้นมานั่นคือสิ่งที่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับสถานที่อื่นๆได้

ผู้อาวุโสกู่ชี้ไปที่กวนยี่และกล่าวว่า '' เจ้ามานี่ และทดสอบเดี๋ยวนี้ ''

กวนยี่พยักหน้า '' ขอรับ ''

เมื่อได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ทั้งสอง เขาก็ได้เดินที่ลูกบอลคริสตัลและค่อยๆวางมือลงเป็นลูกบอลคริสตัลลูกนั้นเขาทราบดีกว่าลูกบอลคริสตัลลูกนี้จะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของเขา ดังนั้นเขาจึงตื่นเต้นเล็กน้อย

เวลาผ่านไปลูกบอลคริสตัลปล่อยแสงออกมาจางๆ ก่อนจะค่อยๆสว่างขึ้นๆ รูปแบบสีแดงปรากฏขึ้นและค่อยๆกระจายออก 9 ทิศทาง

''รากจิตวิญญาณมนุษย์ระดับ 9 ส่งไปเขตใต้'' ผู้อาวุโสกู่กล่าวหลังกวนยี่ทดสอบเสร็จ แม้ว่ารากจิตวิญญาณมนุษย์ระดับ 9 จะถือว่าดีแล้ว แต่ก็ไม่อาจได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

กวนยี่จ้องไปที่ลูกบอลคริสตัลด้วยความตะลึงและบ่นพึมพำว่า '' นี่มันเป็นไปไม่ได้ !! มันต้องมีบางสิ่งที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการทดสอบนี้ ข้าต้องการทดสอบอีกครั้ง !!'' ผู้อาวุโสกู่ได้ยินดังนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า '' มันเป็นไปไม่ได้สำหรับการทดสอบนี้ที่เกิดความผิดพลาดขึ้น แต่ละคนสามารถทดสอบได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ! ''

อาจารย์ที่ทำการทดสอบทั้งสองมองไปยังกวนยี่ด้วยความโกรธ กวนยี่มองกลับไปด้วยความงุนงง ถึงแม้ว่าเขาจะผ่านการทดสอบและมีรากจิตวิญญาณมนุษย์ระดับ 9 แต่เขาก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่จะพิจารณาเหมือนดั่งอัจฉริยะ นี่เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะยอมรับมัน ตั้งแต่เด็กเขามักเป็นที่โดดเด่นอยู่เสมอในกลุ่มอายุของเขาและเขายังเคยเป็นคนที่มีความสามารถสูงสุดในกลุ่ม

ดูกวนยี่เดินกลับมา เนี้ยหลี่จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า '' อย่าไปใส่ใจเรื่องนี้มาก แม้ระดับรากจิตวิญญาณจะเป็นตัวเชื่อมกับความเร็วในการบ่มพลังแต่มันก็ไม่ใช่ปัจจัยในการตัดสิน''

กวนยี่ได้ยินดังนั้น เขามีความรู้แปลกๆอย่างบอกไม่ถูก

ฮวาหลิงหัวเราะ '' ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ระดับของรากจิตวิญญาณไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสิน ดูคุณชายเซียวสิ ถึงแม้ว่าเขาจะได้รากจิตวิญญาณสวรรค์ระดับ 7 แต่เขาก็ยังคงอยู่ในระดับเซียน

เซียวหยู๋จ้องมองมาที่ฮวาหลิงด้วยความเย็นชาและกล่าวว่า '' เจ้าพยายามจะพูดอะไร !? ''

ฮวาหลิงเห็นเซียวหยู๋จ้องเขม็งมา เขาจึงได้กล่าว '' ขออภัยด้วย '' และกล่าวว่า “คุณชายเซียวข้าต้องขอโทษด้วยเกี่ยวกับสิ่งที่ข้าเผลอพูดออกไปโดยไม่ตั้งใจเมื่อครู่ ข้าไม่ควรจะกล่าวถึงปัญหาเกี่ยวกับรากจิตวิญญาณของท่านเลย”

เนี้ยหลี่มองไปที่ฮวาหลิงพร้อมแสยะยิ้มแล้วกล่าวว่า '' ระดับของรากจิตวิญญาณมันไม่สามารถตัดสินได้ว่าเขาคนนั้นจะประสบความสำเร็จในอนาคตหรือไม่ อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีบางสิ่งที่เกี่ยวโยงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีระดับรากจิตวิญญาณสวรรค์ ไม่ทราบว่าคุณชายฮวาหลิงเคยเห็นบุคคลที่ได้รากจิตวิญญาณสวรรค์อยู่ในระดับเซียนหรือเปล่า ? ตราบเท่าที่คนๆนั้นมีรากจิตวิญญาณสวรรค์คนๆนั้นก็ได้รับการยอมรับแล้วว่าพวกเค้าอยู่ในระดับลิขิตสวรรค์

ฮวาหลิงเยาะเย้ยแล้วกล่าวว่า “แล้วยังไง ? การบ่มพลังมานานหลายทศวรรษจะทำให้ไปถึงระดับลิขิตสวรรค์งั้นหรือ ? เฉกเช่นการพัฒนาที่รวดเร็วในการบ่มเพาะพลังมันจะไปแตกต่างอะไรเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีรากจิตวิญญาณมนุษย์”

''ไม่จำเป็น'' เนี้ยหลี่ส่ายหัวและกล่าวต่อว่า '' ขอบเขตวิญญาณของคนที่มีรากจิตวิญญาณสวรรค์นั้นเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก แต่ทำไมบางคนที่มีรากจิตวิญญาณสวรรค์ถึงมีพลังอยู่ในระดับเซียนมานานล่ะ ? มันเป็นเพราะรากจิตวิญญาณสวรรค์นั้นดูดซับแก่นแท้ระหว่างสวรรค์และโลกโดยอัตโนมัติเพื่อที่จะเพิ่มระดับจิตวิญญาณของคนๆนั้น ไม่ทราบว่าคุณชายฮวาหลิงทราบเกี่ยวกับไม้ไผ่สีม่วงหรือไม่ ไม้ไผ่ม่วงนั้นเป็นสมุนไพรเป็นของที่หายากมากมักจะอยู่ที่ระหว่างสวรรค์และโลก”

พวกมันมักจะอยู่ใต้ดินเพื่อดูดซับพลังระหว่างสวรรค์และโลก บางอันโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินได้เพียงไม่กี่เซ็นต่อหนึ่งปี หลังจากใช้เวลาไม่กี่พันหรือแม้กระทั่งเป็นหมื่นปี ไม้ไผ่สีม่วงจะงอกและผลักดันยอดของมันเหนือพื้นดินด้วยความรวดเร็วและสูงใหญ่ในเวลาไม่กี่วันและมันยังจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว”

ฮวาหลิงอึ้งไปชั่วขณะ อย่างไรก็ตามเขาได้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว '' แม้ว่าสิ่งที่เจ้ากล่าวขึ้นมาจะไม่สมเหตุสมผล แล้วไง ? แล้วไม้ไผ่สีม่วงมันไปเกี่ยวกับรากจิตวิญญาณสวรรค์ยังไง”

เนี้ยหลี่ยิ้มและตอบกลับไปว่า '' ถึงแม้ว่ามันจะไม่ปรากฎความสัมพันธ์กับสิ่งที่ข้าพูด แต่ถ้าท่านไม่เชื่อข้า ท่านลองไปถามผู้ที่อยู่ระดับเทพสงครามเพื่อยืนยันได้ สำหรับผู้เชี่ยวชาญที่ติดอยู่ในระดับเซียนและระดับลิขิตสวรรค์มาเป็นปีการจะไปอยู่ในระดับดาราสวรรค์นั้นก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้แน่นอน 2 ปีสำหรับผู้ต้องการจะอยู่ในระดับแดนสวรรค์และประมาณ 3 ปีสำหรับอัจฉริยะ ที่สามารถก้าวสู้ระดับเทพสงครามไม่ทราบว่าคุณชายเซียวหยู๋ได้หยุดอยู่ในระดับเซียนมากี่ปีแล้ว ?”

''5 ปี'' เซียวหยู๋กล่าว และมองหน้าเนี้ยหลี่ ด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งและเค้าคิดไม่ออกเลยว่าสิ่งที่เนี้ยหลี่พูดมานั้นเป็นความจริง

เนี้ยหลี่มองที่เซียวหยู๋และพูดว่า '' ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอแสดงความยินดีเกี่ยวคุณชายเซียวหยู๋ด้วย เพราะท่านจะก้าวสู่ระดับลิขิตสวรรค์ในไม่ช้าหลังจากการบ่มเพาะพลังมาเป็นเวลานาน ''

ฮวาหลิงหัวเราะอย่างเย็นชา '' ฮ่าๆๆ ไร้สาระ เจ้าพูดมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องจริง เจ้าเคยพบผู้ที่อยู่ในระดับเทพสงครามมาก่อนหรือไม่ เพียงคุณสมบัติที่เจ้ามีอยู่แค่นี้คิดว่าเจ้าสามารถก้าวสู่ระดับเทพสงครามได้อย่างนั้นหรือ ? ถึงแม้ว่าฮวาหลิงจะรู้สึกไม่ค่อยดีกับคำพูดของเนี้ยหลี่ แต่เขาก็ไม่ยอมรับในสิ่งที่เนี้ยหลี่ได้กล่าวมา

'' ถ้าอย่างนั้นก็รอดู '' เนี้ยหลี่ยักไหล่

เซียวหยู๋ ถามเนี้ยหลี่ '' เนี้ยหลี่ สิ่งที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงหรือ ''

'' เปล่า ข้าแต่งมันขึ้นมา '' เนี้ยหลี่ตอบ และเขาก็แอบหัวเราะ ทุกสิ่งที่เขาพูดมามันเป็นความจริงเพียงครึ่งหนึ่ง เนี้ยหลี่เห็นว่าจิตวิญญาณของเซียวหยู๋นั้นได้รับการขัดเกลามาในระดับหนึ่งแล้วและอีกไม่นานเขาจะเข้าสู่ระดับลิขิตสวรรค์ ด้วยความสามารถของเซียวหยู๋ หลังจากที่เค้าอยู่ในระดับลิขิตสวรรค์แล้ว การบ่มพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

นอกจากนี้เนี้ยหลี่ยังบอกได้เลยว่าเป็นเพราะวิชาการบ่มพลังของเซียวหยู๋นั้นมันมีบางส่วนที่ตกหล่น ทำให้เซียวหยู๋ยังคงอยู่ในระดับเซียน

อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปได้ที่จะก้าวสู่ระดับลิขิตสวรรค์ หลังจากที่เขาก้าวผ่านระดับเซียนมาแล้ว พลังของเขาจะค่อยๆเพิ่มขึ้นจนไปสู่ระดับดาราสวรรค์และพบความยากลำบากอีกครั้งในการก้าวสู่ระดับแดนสวรรค์

''ได้ '' เซียวหยู๋ฝืนยิ้ม หลังจากที่เนี้ยหลี่ได้หลอกฮวาหลิงไป ด้วยคำพูดของเนี้ยหลี่ทำให้เซียวหยู๋รู้สึกมีความหวังขึ้นมาบ้าง

เนี้ยหลี่ยิ้มตอบ

ฮวาหลิงมองไปที่เซียวหยู๋ก่อนที่จะหันไปหาเนี้ยหลี่และพ่นลมหายใจออกมา เขานั้นไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เนี้ยหลี่พูดมากนัก ดังนั้นเขาจึงได้พยายามไม่สนใจและหันมาดูการทดสอบต่อ

'' รากจิตวิญญาณปฐพีระดับ 3  ''

'' รากจิตวิญญาณปฐพีระดับ 6  ''

'' รากจิตวิญญาณมนุษย์ระดับ 8  ''

หลังจากผ่านไป 6 การทดสอบ 5 คนของพวกเขาอยู่ในระดับรากจิตวิญญาณปฐพี และ 1 คนอยู่ในระดับรากจิตวิญญาณมนุษย์

หลังจากที่ได้ยินผู้อาวุโสกู่กล่าว ใบหน้าของฮวาหลิงกลายเป็นสีดำและพ่นลมออกมาเย็นชา '' เศษสวะ สวะจริงๆที่ได้รากจิตวิญญาณมนุษย์ กลับไปซะ ข้าไม่ต้องการเศษสวะอย่างรากจิตวิญญาณมนุษย์ ''

ชายหนุ่มคนที่ได้รับการทดสอบได้รากจิตวิญญาณมนุษย์ระดับ 8 รู้สึกละอายใจขึ้นมาทันที หลังจากได้ยินคำตำหนิของฮวาหลิง หูของเค้ากลายเป็นสีแดงขึ้นมาทันที

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น