วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 264 – Spiritual Root

Tale of the demon and god novel Chapter 264 – Spiritual Root

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 264 - รากจิตวิญญาณ


บทที่ 264 - รากจิตวิญญาณ

เซียวหยู๋ ส่งสายตาเย็นชาและถอนหายใจ “ ฮวาหลิง ข้าเป็นเพื่อนเล่นเจ้าหรอ”

"นายน้อยเซียว เจ้าอย่าเย็นชาเกินไปสิ และอย่าทำอย่างนี้เลย” ฮวาหลิงยิ้มและกล่าวต่อ

“พ่อของเราสองคนสังกัดนิกายขนนกแห่งทวยเทพจริงๆแล้วเจ้าต้องปฏิบัติกับข้าด้วยดีสิ อย่าเห็นข้าเป็นศัตรูเลย”

หลังจากเขาพูดเสร็จ ฮวาหลิงกวาดสายตามาทาง เนี้ยหลี่ และคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหลังเซียวหยู๋ เขาพูดในขณะที่หัวเราะไปด้วย“คนที่มาจากโลกเล็ก ๆ ที่สามารถผ่านเงื่อนไขมาได้ มีแค่สามคนนี้หรือที่ถูกเลือก ระดับพลังของทั้งสามดูไม่โดดเด่นมาก ดูเหมือนว่าโลกเล็ก ๆ นี่ยังห่างไกลจากดินแดนสวรรค์นะ”

ฮวาหลิงพูดและส่งสายตาดูถูกไปยังเนี้ยหลี่และอีกสองคน

ด้านหลังของฮวาหลิงมีผู้เชียวชาญกว่ายี่สิบคน แต่ละคนเก่งกว่าระดับเซียน พวกเขามีระยะห่างกับระดับลิขิตสวรรค์อยู่มาก พวกเขาพยายามยั่วยุพวกเนี้ยหลี่และอีกสองคน ส่วนเจ้านายของพวกเขาก็ระรานเซียวหยู๋ พวกเขาวางแผนที่จะเข้าสังกัดของฮวาหลิงอยู่แล้วในอนาคต ก็เป็นธรรมดาที่จะเข้าข้างเขา

เนี้ยหลี่ รวบรวมเสียงและถามเซียวหยู๋ “ฮวาหลิงคนนี้คือใครหรอ”

“พ่อของเค้าก็เหมือนกับพ่อบุญธรรมข้า พ่อเขากำลังต่อสู้เพื่อที่จะขึ้นเป็นประมุขของฝ่ายนอก ของนิกายขนนกแห่งทวยเทพ พวกเจ้าไม่ต้องใส่ใจเกี่ยวกับเขาเพราะพวกเขาไม่สามารถทำอะไรพวกเจ้าที่นี่ได้” เซียวหยู๋บอกเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่ เข้าใจสถานการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี ไม่แปลกเลยที่ฮวาหลิงจะทำไม่ดีกับเซียวหยู๋ มันเป็นช่วงเปลี่ยนถ่าย สถานการณ์มันก็เป็นแบบนี้แหละ เนี้ยหลี่ไม่สนใจความขัดแย้งดังกล่าว

ฮวาหลิงจ้องมองด้วยสายตาเย็นชาไปที่เนี้ยหลี่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยินสิ่งที่เนี้ยหลี่พูด แต่ก็รู้เลยว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องดี



“การทดสอบรากจิตวิญญาณกำลังจะเริ่มละ ข้าสงสัยในรากจิตวิญญาณของสามอัจฉริยะจากโลกเล็ก ๆ ว่าจะเป็นแบบไหนกัน” มุมปากฮวาหลิงเชิดขึ้นอย่างยั่วยุ ในขณะที่กวาดสายตามายังเซียวหยู๋และเขาทั้งสี่ “นับตั้งแต่นายน้อยเซี่ยวหยู๋อยู่ขั้น 7 ของรากจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ ข้าคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นที่มาจากโลกเล็กๆ ก็คงจะไม่เลวร้ายอะไร จริงใหม?”

“มันไม่ใช่ธุระอะไรของเจ้า อย่ามายุ่ง” เซียวหยู๋พูดอย่างเย็นชา มันดูเหมือนว่าเขาเบื่อพวกฮวาหลิงอย่างมาก แต่ละคำที่มาจากพวกเขา เป็นการหาเรื่องอย่างมาก

เมื่อเขาเห็นเซียวหยู๋พูดอย่างนั้น ฮวาหลิงยักไหล่และหันไปอย่างเย็นชา เซียวหยู๋อยู่ขั้น 7 ของรากจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ แต่ไม่สามารถสร้างลิขิตจิตวิญญาณได้ เขาไม่สามารถจะภาคภูมิใจอะไรได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าฮวาหลิงไปถึงระดับลิขิตสวรรค์ขั้นที่ 3 และเซียวหยู๋ยังคงไม่สามารถสร้างลิขิตจิตวิญญาณได้ ฮวาหลิงก็ยังคงมาก่อกวนและเป็นศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวของเซียวหย๋เป็นแน่

ตั้งแต่แรก ขั้น 7 ของรากจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ นี่ดำรงอยู่เป็นระดับตำนาน จำนวนของคนที่เข้ามาสู่สถาบันจิตวิญญาณสวรรค์นี้มีไม่เกินร้อยคน อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งร้อยคนสามารถพัฒนาตนเองไปได้ถึงระดับที่น่าอัศจรรย์ และกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ในที่สุด ในความเป็นจริง ความเร็วในการพัฒนาของระดับรากจิตวิญญาณแห่งสวรรค์นั้นควรจะไปอย่างรวดเร็วและเป็นไปไม่ได้ที่คนสามัญจะตามทัน อย่างไรเสียตอนนี้เซียวหยู๋ยังไม่สามารถสร้างลิขิตจิตวิญญาณได้

ที่ถูกต้องคือ คนอย่างฮวาหลิงจะไม่มีสิทธิมาคุกคามได้ และจะได้เป็นตำนานของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์แห่งนี้ สำหรับผู้ที่มีรากจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ การฝึกฝนระดับต้นก็ยังคงใกล้เคียงกับลิขิตปฐพี แต่หลังจากที่ผ่านไประดับแรกของลิขิตสวรรค์แล้ว ความเร็วในการพัฒนาจะไปได้เร็วกว่า มันจะกลายเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนสามัญ

ด้วยพลังจากรากจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้เสมอ ทำให้ฮวาหลิงยังคงไม่สบายใจ เขาเองได้รับการทดสอบเป็นเพียงขั้น 7 ของรากจิตวิญญาณแห่งปฐพีเท่านั้น

พรสวรรค์อยู่ในระดับที่โดดเด่น แต่ก็ไม่ได้เป็นอัจฉริยะ

จำนวนคนที่เข้ารับการทดสอบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ขั้น 9 ของรากจิตวิญญาณแห่งมนุษย์ ส่งไปส่วนใต้”

“ขั้น 7 ของรากจิตวิญญาณแห่งมนุษย์ ส่งไปส่วนใต้”

การทดสอบจนถึงตอนนี้ ผู้ที่มีความสามารถในการเข้าถึงรากจิตวิญญาณแห่งปฐพี มีจำนวนไม่มาก อาจารย์ที่ทำการทดสอบอยู่ส่งสายตามองไปดูสาวกคนที่เหลือและแสดงอารมณ์เบื่อหน่าย ในปีที่ผ่านมาจำนวนอัจฉริยะลดลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังเป็นเหตุเชื่อมโยงกับเหตุผลที่ว่าทำไมนิกายขนนกแห่งทวยเทพจึงกำลังเริ่มถดถอย อัจฉริยะที่เก่งกาจเลือกที่จะไปอยู่นิกายอื่นแทน

ในบรรดาอาจารย์ที่อยู่ในความดูแลของการทดสอบผู้นำ เป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อสีฟ้าเปล่งรัศมีที่ยิ่งยิ่งใหญ่ออกมา อาจารย์อีกสองคนจดบันทึกผลอย่างรวดเร็ว

“ขั้น 6 ของรากจิตวิญญาณแห่งปฐพี”  ผลสอบแจ้งเข้ามา

“ไม่เลวเลย ส่งไปส่วนตะวันตก” ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อคลุมสีฟ้ากล่าว ในขณะที่พยักหน้าเล็กน้อย

ฮวาหลิงขมวดคิ้วของเขาสั้นๆ มีหลายพันคนมารอการทดสอบ อีกนานแค่ไหนจะมาถึงพวกเขาเนี้ย

เขาเดินไปใกล้ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อคลุมสีฟ้าเบาๆ ในขณะที่เขายิ้มและทักทาย "ผู้อาวุโสกู่ เป็นอย่างไรบ้าง“

เมื่อเข้าเห็นฮวาหลิง เขาแสดงออกแบบนอบน้อมเล็กน้อย “นายน้อยฮวาหลิง ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ละ”

“ที่จริงแล้ว ข้าพาสาวกจากอาณาจักรอนุสวรรค์ของข้ามาเพื่อเข้าการทดสอบ ข้าหวังว่าผู้อาวุโสกู่จะช่วยดูแลเรา” ฮวาหลิงยิ้มและส่งอะไรบางอย่างจากมือขวาไปให้ ชายเสื้อคลุมสีฟ้ารีบดึงมันเข้าไปในเสื้อคลุม

อาจารย์กู่ก้มหัวลงไปดูอย่างรวดเร็วและยอมรับของโดยไม่กระพริบตาในขณะที่เขายิ้มทันที“เจ้าช่างมีน้ำใจ นายน้อยฮวาหลิงไม่ต้องสุภาพเกินไป”

ชายคนนี้อยู่ในส่วนของการดำเนินการฝ่ายนอก เมื่อเปรียบเทียบกับพ่อของฮวาหลิงซึ่งอยู่ในฝ่ายที่มีอำนาจสั่งการ ชายคนนี้ก็ไม่อาจซื่อตรงได้อีกต่อไปที่ฮวาหลิงเขามาใช้วิธีนี้ เขาจะไม่ไว้หน้าเขาได้อย่างไร

ถ้าเป็นกรณีนี้ นายน้อยฮวาหลิง สาวกที่พามาจะให้ทดสอบก่อน ชายเสื้อฟ้ายิ้มและกล่าวต่อ “อาณาจักรอนุสวรรค์ มีคนฉลาดมาหลายรุ่น ดังนั้นนักเรียนที่มาจากที่นี่จะต้องเป็นอัจฉริยะที่มีความสามารถพิเศษ”

“ขอบคุณมาก ผู้อาวุโสกู่” ฮวาหลิงหัวเราะและหันไปทางพวกเขาและกวักมือเรียก “เข้ามา ๆ ”

สาวกของอาณาจักรอนุสวรรค์เดินไปทางฮวาหลิง

เห็นฉากนี้พวกที่รออยู่ในคิว แสดงออกทางสีหน้าที่ไม่พอใจ พวกเขากว่าพันคนมาเข้าทดสอบ และรอต่อคิวมานานแล้ว ฮวาหลิงและพวกของเขาเห็นชัดได้ว่าเพิ่งมา กลับได้คิวด้านหน้า

“พวกมันคือใครกันวะ”

“ระวังคำพูดของพวกเจ้าหน่อย เดี๋ยวจะเกิดปัญหา นั่นคือฮวาหลิงบุตรชายของคนระดับสูงฝ่ายนอกของสถาบันจิตวิญญาณสวรรค์ ปล่อยให้พวกเขาทดสอบไปก่อนเถอะ”

สุดท้ายแล้ว ก็มีพวกที่ออกไปจากคิวด้วยตัวเขาเอง หลังๆมานี่นิกายขนนกแห่งทวยเทพ มีจำนวนคนไม่เยอะและไม่มีการป้องกันพวกที่ระรานคนอื่นๆ

แต่เซียวหยู๋เดินไปข้างหน้าและเผชิญหน้ากับฮวาหลิง และอาจารย์ และถามด้วยเสียงขึงขัง “ผู้อาวุโสกู่ ท่านทำไม่เหมาะสม พวกเรามาก่อนฮวาหลิง แต่สุดท้ายทำไมเขาถึงได้ไปทดสอบก่อน ถ้าเล่นพรรคเล่นพวกกันแบบนี้ ข้าเกรงว่าจะมีข่าวไม่ดีแพร่ออกไป”

ชายเสื้อฟ้าดูที่เซียวหยู๋และแสดงท่าทางอึกอักใจ ถ้าคนธรรมดามาว่ากล่าวก็สามารถกลบเกลื่อนให้เงียบได้ เพราะในระหว่างทดสอบเขายังคงมีอำนาจอยู่ แต่อย่างไรก็ตามพ่อของเซียวหยู๋เป็นคนระดับเดียวกับพ่อของฮวาหลิง ถ้าทำตามคำสั่งที่กล่าวออกไปยังไม่ถือว่ารุกรานคนอื่น แต่ถ้าหากเซียวหยู๋แพร่ข่าวนี้ออกไปและทางพวกเซียวหยู๋เอาเรื่อง เขาก็จะถูกลงโทษ

นายน้อยเซียวหยู๋ ท่านเข้าใจผิดแล้ว มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

นายน้อยฮวาหลิงได้มีการแจ้งจำนวนมาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และมันได้ถูกจัดลำดับไว้แล้ว ไม่ใช่เพิ่งเข้ามาใหม่ แล้วอย่างนี้จะไม่เหมาะสมได้อย่างไร อาจารย์กู่ กล่าวหลังจากถูกโจมตีอย่างกะทันหัน ด้วยความที่เค้าเป็นคนฉลาด เขาไม่ปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

เซียวหยู๋คิดว่ามันมีความสับสนอยู่ในคำอธิบาย แม้เขาจะตระหนักดีว่าผู้อาวุโสกู่โกหกและรู้สึกไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้

“นายน้อยเซียว ข้าลืมบอกเจ้าไป ข้ายังสำรองคิวไว้ให้กับเจ้าก่อนหน้านี้ด้วยเหมือนกัน ถ้าพวกเจ้าต้องการที่จะทดสอบ ข้าก็สามารถจัดให้เจ้าอยู่ด้านหลังพวกข้า” ฮวาหลิงหัวเราะ

อาจารย์กู่ไม่สามารถบอกขอบคุณฮวาหลิงที่แก้ไขสถานการณ์ได้ทัน พวกเขาทั้งสองเป็นบุตรชายของคนระดับสูง แต่ฮวาหลิงดำเนินการได้ไวกว่าเมื่อเทียบกับเซียวหยู๋ เรียบเนียนตรงไปตรงมา

“ไม่จำเป็น มันใกล้จะถึงคิวของพวกข้าแล้ว” เซียวหยู๋คิ้วกระตุกเล็กน้อย ถ้าเขาไปเข้าคิวด้านหน้า เขาก็เหมือนกับฮวาหลิงนั่นแหละ

“โอ้ มันใกล้จะถึงคิวของนายน้อยเซียวแล้วหรอ ถ้างั้นผู้อาวุโสกู่ ให้พวกเราเข้าทดสอบพร้อมกันเลยจะดีหรือไม่ บางทีนายน้อยเซียวและข้าจะได้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้” ฮวาหลิงหัวเราะ

“ถ้านายน้อยฮวาหลิงสนใจอย่างนั้น ช่วยรอสักครู่ นักเรียนในด้านหน้าเกือบจะเสร็จสิ้นการทดสอบแล้ว” อาจารย์กู่ยิ้มออกได้เล็กน้อย และจุดประกายในดวงตา เขาสามารถพูดได้ว่าพ่อของพวกเขาไม่สามารถเข้ากันได้อยู่เสมอ และตอนนี้ก็ถึงคราวที่ลูกทั้งสองคนแข่งกัน เนื่องจากเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา เขาจึงมีความสุขและสามารถนั่งชมได้อย่างสบายใจ

เซียวหยู๋ขมวดคิ้วของเขาปรากฏความไม่พอใจเล็กๆน้อยๆหลังจากฮวาหลิงยั่วยุ

ฮวาหลิงเหลือบมองไปที่ทั้งสามคน และยิ้ม “ข้าสงสัยว่าพวกอัจฉริยะจากโลกเล็ก ๆ จะมีรากจิตวิญญาณแบบไหน? แต่ก็อย่างที่รู้กันนายน้อยเซียวหยู๋อยู่ถึงขั้น 7 ของรากจิตวิญญาณแห่งสวรรค์เลยนะ มันหายากมากกก ข้าคิดว่าอัจฉริยะเหล่านี้คงไม่แย่ไปกว่านี้หรอก”

เซียวหยู๋ยังคงไม่แน่ใจว่าเนี้ยหลี่และอีกสองคนจะเป็นอย่างไร ตั้งแต่ที่ฮวาหลิงพูดแดกดันมา เขาก็เย็นชาใส่เขาและเงียบ

นักเรียนในด้านหน้ามีหลายคนที่มีรากจิตวิญญาณแห่งปฐพี และหนึ่งในนั้นอยู่ขั้น 3 ของรากจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ เรื่องนี้เรียกเสียงและสร้างความประหลาดใจขึ้น

“มันเป็นเรื่องจริงหรอที่มีคนมีรากจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ ”

ทุกคนมองไปที่อัจฉริยะด้วยความอิจฉา

อัจฉริยะคนนั้นก็ยังตะลึงและสงสัยอยู่ แต่เดิมเขาเข้ามาดูแลนายน้อยของเขา และก็ได้ทำตามคำสั่งนายน้อยของเขาให้มาร่วมการทดสอบนี้ เขาไม่เคยคิดจริงๆว่าเขาจะมีรากจิตวิญญาณแห่งสวรรค์

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: