วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 262 – Gift From Nie Li

Tale of the demon and god novel Chapter 262 – Gift From Nie Li

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 262 - ของขวัญจาก Nie ลี่


บทที่ 262 - ของขวัญจาก Nie ลี่


บทที่ 262 - ของขวัญจากเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่จมลึกลงไปในความคิดของเขา ถ้าหากเขากลับมาจากดินแดนซากมังกรแล้ว แน่นอนว่า เขาจะต้องไปสำรวจภายในป่าปีศาจทมิฬเพื่อเปิดเผยปริศนาของเสี่ยวหนิงเอ๋อในชีวิตก่อนของนาง

เสี่ยว เซี่ยและหลู่เปียว พวกเขาก็ได้เอ่ยคำอำลากันและกัน

“เสี่ยว เซี่ยรอข้าจนกว่าข้าไปถึงระดับเทพสงครามแล้ว ข้าจะไปยังนิกายองค์การสวรรค์เพื่อที่จะทำให้เจ้าเป็นภรรยาของข้าแน่นอน ! ” ตาของหลู่เปียวเต็มไปด้วยน้ำตาในขณะที่จ้องมองไปที่เสี่ยว เซี่ย

เสี่ยว เซี่ยดึงหูของหลู่เปียวแล้วพ่นลมหายใจออกมา “ อย่ามาเสล่อ รอให้เจ้าไปถึงระดับเทพสงคราม ตอนนั้นข้าก็กลายเป็นหญิงชราแล้วสิ นี่เจ้าวางแผนจะไม่มาขอข้าเป็นภรรยาอยู่ใช่มั้ย”

“ โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย ปล่อยหูข้าเถอะ ! ข้าจะกล้าทำแบบนั้นกับเจ้าได้อย่างไร”

“ หลู่เปียวนี่เจ้ากำลังจะบอกว่า? ข้าบังคับให้เจ้ามาขอข้าเป็นภรรยาเหรอ หาคำอธิบายดีๆบอกข้ามาซิ” เสี่ยว เซี่ย วางมือบนสะโพกในขณะที่กำลังดึงหูของหลู่เปียวอยู่

หลู่เปียวยืนอยู่บนปลายเท้าในขณะที่กำลังหาคำอธิบายออกมาอย่างรวดเร็ว “ ไม่ ไม่ ไม่ ข้าเต็มใจที่จะขอเจ้ามาเป็นภรรยาอย่างแน่นอน เจ้าไม่ได้บังคับอะไรข้าเลย”

เสี่ยว เซี่ยจ้องมองหลู่เปียวด้วยสายตาที่เย็นชาและบอกว่า “ ฟังไว้ให้ดีๆ ถ้าข้ารู้ว่าเจ้ากล้าไปยุ่งกับหญิงอื่น ข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกเสียใจที่ได้ทำมันลงไปเมื่อเราได้เจอกันครั้งหน้า” จากนั้นเธอก็เดินไปหาหลิงหยุน



หลังจากเสี่ยว เซี่ยเดินจากไป หลู่เปียวรู้สึกเสียววาบที่เป้าของเขาและใบหน้าแสดงออกถึงความน่าสมเพช เขาได้หันไปมองทางเนี้ยหลี่แล้วคิดว่าทำไมเจ้ากับข้านั้นมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน เจ้าได้กอดทั้ง หวิ๋นเอ๋อกับหนิงเอ๋อ เทพธิดาทั้งสองไม่มีทีท่าจะปฏิเสธเจ้าเลย แต่ในการร่ำลาของข้ามันมีแต่การถูกต่อว่า ชีวิตข้าช่างน่าสงสารจริงๆ!!!

เนี้ยหลี่มีคำถามมากมายที่อยากถามหนิงเอ๋อ แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น เขาเห็นหลิงหยุน เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อและเสี่ยว เซี่ย กำลังถูกดูดเข้าไป

เขาเห็นการแสดงออกบนใบหน้าของทั้งสองที่ไม่อยากจากลา และมีน้ำตาไหลออกมาอาบแก้ม

เนี้ยหลี่โบกมือลา ในขณะที่เค้าจ้องมองไปทาง เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อ และเสี่ยว เซี่ย  “ลาก่อน ข้าจะไปหาพวกเจ้าอย่างแน่นอนเมื่อข้าบรรลุการฝึกที่ดินแดนซากมังกร “

เขาเข้าใจได้ทันทีว่าโชคชะตาของทั้งสองคนนั้นได้เกี่ยวพันกับเขา เขาไม่สามารถที่จะกำจัดความเหงาออกไปจากใจได้

ดังนั้นเขารู้ได้ทันทีว่าทั้งสองคนได้เข้ามาอยู่ภายในจิตใจของเขาแล้ว

หลังจากคนอีกกลุ่มหนึ่งได้เดินทางไป ตูเซอ เดินไปหาเนี้ยหลี่และกล่าวว่า “ อีกไม่นานข้าจะต้องไปแล้ว”

“ เอาหล่ะ” เนี้ยหลี่ตบไหล่ตูเซอและยิ้ม “ โชคดีน้องชาย เราจะได้เจอกันอีกครั้งในดินแดนซากมังกร ”

“ ใช่ ” ตูเซอตอบรับอย่างจริงจัง พร้อมพยักหน้า ในหัวใจของเขาเนี้ยหลี่ได้กลายเป็นพี่ชาย คนสำคัญที่สุดของเขา มันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปไม่ว่านานแค่ไหน

ในขณะที่ ตูเซอและเนี้ยหลี่กำลังคุยกัน หัว ฮัวเดินตรงมาทางพวกเขาพร้อมกับชุดแนบเนื้อสีแดงปิดไปถึงคอ ขาเรียวยาวของเธอเผยออกมาให้เห็น มันช่างเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก ร่างกายที่สูงสง่าของนางดึงดูดสายตาของทุกคน  เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะไม่สนใจนาง ความงามของนางเปล่งประกายไปทั่ว และจุดเด่นอยู่มีหูแหลมยาวสีม่วงแดง องค์ประกอบทั้งหมดนี้ทำให้นางเป็นหญิงสาวที่ทรงเสน่ห์แม้ว่าจะมีเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกัน

นางเดินไปที่ด้านข้างของตูเซอและยื่นมือออกไป “ ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าหัว ฮัว จากนี้ไปเราอยู่นิกายเดียวกัน ฝากเนื้อฝากตัวด้วย ”

ตูเซอ ตกตะลึงในขณะที่มองไปที่หัว ฮัว แม้ว่าเขาจะไม่คุ้นเคยกับคนอื่นๆในนิกาย เมื่อเขาเห็นความจริงใจจากนาง เขาก็ยื่นมือไปจับกับมือของนางและกล่าวว่า “ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยเช่นกัน ”

“ เราไปกันเถอะ ” มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหัว ฮัว ในขณะที่นางมองไปรอบๆ
ตูเซอยืนงงอยู่ตรงนั้น หลู่เปียวที่มองดูอยู่ ได้เดินไปข้างหลังและเตะไปที่ก้นของตูเซอ พร้อมกับบอกว่า “ เจ้าโง่ รีบตามนางไปสิ ”

หลู่เปียวก็แค่รู้สึกอิจฉาตูเซอและเขาแค่ใจร้อนเกินไปที่เห็นตูเซอ แสดงออกมาอย่างไม่ถูกต้อง จึงเข้าไปช่วยแก้ไขให้ สาวงามหันมาและทักทายเขา ในขณะที่ตูเซอยังยืนงงอยู่
ตูเซอยืนงงอยู่สักพักแล้วได้สติกลับมา และกล่าวว่า “ เนี้ยหลี่ ข้าต้องไปแล้ว ”
ทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็รีบตามหัว ฮัว ไป

ตูเซอกำลังเดินจากไป

หลังจากนั้น ซางหมิงก็เข้ามาลาเนี้ยหลี่พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญคนอื่นข้างหลังเขา

ตูเซอและคนอื่นๆได้เดินทางกันไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลืออยู่แค่ 4 คน : เนี้ยหลี่ หลู่เปียว ยู่เหยียน และต้วนเจี้ยน ตอนนั้นเองก็ได้มีเด็กหนุ่มสวมชุดสีขาวที่มาช้ากว่าคนอื่นๆ ชายหนุ่มคนนี้ก็คือเจ้าอสูรนั่นเอง เมื่อเนี้ยหลี่เห็นทันใดนั้นเค้าก็ได้ปล่อยจิตคุกคามออกมาราวกับกำลังบอกว่าชดใช้หนี้ชีวิตมา

เจ้าอสูรจ้องมองไปทางกลุ่มของเนี้ยหลี่อย่างเย็นชา นับตั้งแต่เขามาอยู่ที่ดินแดนใต้พิภพนี้และไปสู้กับเจ้าหนุ่มนี่จนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ที่ตำหนักของเจ้าเมือง ถ้ามันไม่เป็นเพราะว่าเขาได้สวมเกราะไว้และใช้เทคนิคพิเศษจากร่างกายของเขา เขาจะต้องตายไปแล้วจากน้ำมือของเนี้ยหลี่อย่างแน่นอน

พวกเขาเหล่านั้นต้องการลงโทษเขาให้ได้รับบาดเจ็บ,แน่นอนว่าพวกเขานั้นต้องการจะฉีกร่างเขาออกมาเป็นชิ้นๆ

เมื่อเห็นเจ้าอสูรความโกรธในหัวใจของเนี้ยหลี่พุ่งขึ้นไปถึงขีดสุด เขาโมโหจนมีเส้นเลือดปูดโปนไปทั่วร่างกาย ในขณะที่เขาคิดอยากจะฆ่าเจ้าอสูรให้ตายๆไปซะที่นี่ตอนนี้ แต่เขาก็ได้นึกถึงคำพูดของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ “ ถ้าเขาสู้กับเจ้าอสูรในตอนนี้ ก็ยังไม่สามารถที่จะฆ่าเขาได้อยู่ดี ”

แม้ในตอนนี้เขาจะมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากแต่ก็ยังไม่สมควรเผชิญหน้ากับเจ้าอสูร “ ศัตรูที่จริงๆแล้วมันอยู่บนเส้นทางที่แคบซะจริง ” เจ้าอสูรกล่าวในขณะที่จ้องมองด้วยสายตาที่เย็นชาเขาเก็บงำรังสีอมหิตและความกระหายเลือดที่อยู่ภายใน พร้อมทั้งสบตากับเนี้ยหลี่

“ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะหนีออกมาได้หลังจากที่ข้าตัดเจ้าออกเป็นชิ้นๆ ” เจ้าอยากสู้กับข้าตอนนี้มั้ย? เนี้ยหลี่พูดด้วยท่าทางเบื่อๆและมองไปทางเจ้าอสูร

เจ้าอสูรแสยะยิ้มเบาๆ “ครั้งสุดท้ายที่เราสู้กันเจ้าอาจจะได้เปรียบข้านิดหน่อยจากอาวุธวิเศษ แต่เจ้าคิดว่าจะฆ่าข้าได้เหรอ? ช่างน่าขำ! เจ้าประเมินตัวเองสูงเกินไป ถ้าข้าเอาจริงขึ้นมาเจ้าคิดว่าเจ้าจะยังได้เปรียบข้าอีกเหรอ? ข้ายอมรับว่าเจ้าเก่ง! แล้วยังไงหล่ะ ในเมื่อเจ้าเพียงคนเดียวที่สู้กับข้าได้ ข้าจะฆ่าคนที่อยู่ข้างกายเจ้าให้หมดแล้วดูซิว่าเจ้าจะทำอย่างไร หลังจากดูเจ้าทุกข์ทรมานจนพอใจแล้ว ข้าก็จะฆ่าเจ้าซะ ”

สิ่งที่เจ้าอสูรพูดนั้นเหมือนกับปราชญ์จักรพรรดิได้บอกกับเขาในชีวิตก่อน เขาจำสิ่งนั้นได้ดี เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดด้วยความโกรธ

แม้ว่าเจ้าอสูรจะมีพรสวรรค์อย่างมาก แต่หวิ๋นเอ๋อ หนิงเอ๋อ ตูเซอและคนอื่นๆจะได้รับความดูแลจากนิกายที่พวกเขาเข้าร่วมอย่างแน่นอน ในช่วงเวลานั้นเนี้ยหลี่จะต้องบ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่งและเขาจะกำจัดเจ้าอสูรที่เป็นภัยคุกคามออกไปให้ได้

หลังจากเขาคิดวิธีการที่จะทำลายเจ้าอสูรได้แล้ว เขาก็ระงับความโกรธลงและจ้องมองศัตรูและกล่าวว่า “ เจ้ามั่นใจเหรอว่าร่างกายของเจ้าไร้เทียมทาน? อะไรทำให้เจ้าคิดแบบนั้น มันช่างน่าตลก? เจ้ามั่นใจในร่างกายนั้นมากเกินไป! ร่างกายเจ้านั้นแข็งแกร่งอย่างแน่นอน แล้วยังไงละ ถ้าจิตวิญญาณที่อยู่ภายในเข้ากันไม่ได้สุดท้ายมันก็จะมีจุดอ่อน เมื่อจิตวิญญาณของเจ้าบ่มเพาะพัฒนาขึ้นไปไม่ทันความแข็งแกร่งของร่างกาย เราจะมาตัดสินกันว่าร่างกายของใครนั้นเหนือกว่า!”

เนี้ยหลี่นั้นด้วยเทคนิคเทพวิถีฟ้า  แม้การบ่มเพาะพลังของเขาจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นแต่เมื่อเขาเข้าสู่ระดับลิขิตสวรรค์ เทคนิคเทพวิถีฟ้า การบ่มเพาะพลังก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ  ระหว่างสุดยอดของร่างการเปรียบเทียวกับพลังแห่งฟ้าจะเป็นอย่างไร?

เจ้าอสูรหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา “ ข้าจะต้องใส่ใจมันอย่างนั้นเหรอ? ร่างกายของข้ามันไร้เทียมทานอยู่แล้วเจ้าจะทำลายข้าด้วยร่างกายธรรมดาของเจ้า? “

แม้เจ้าอสูรจะแสดงออกมาด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม แต่ที่จริงแล้วเขาก็รู้สึกกังวลเกี่ยวกับมันไม่น้อยเลยกับคำพูดที่จี้ใจดำของเขา เมื่อเขาบ่มเพาะพลังสูงมากขึ้นเขาก็สัมผัสได้ว่าร่างกายนี้มันไม่เข้ากันกับจิตวิญญาณของเขา แล้วยังไง ไม่มีใครมาหยุดข้าจากความแข็งแกร่งได้หรอก!

เนี้ยหลี่ยิ้มออกมาอย่างเย็นชา และสังเกตว่าเจ้าอสูรได้เงียบไป หากการกระทำของเขาไม่ได้ถูกจ้องมองอยู่ เขาก็สามารถฆ่าเจ้าอสูรที่นี่ได้ อย่างไรก็ตาม อีกไม่นานเขาก็สามารถฆ่าเจ้าอสูรได้อยู่แล้ว! ดินแดนซากมังกรจะเป็นสถานที่สุดท้ายที่เจ้าอสูรจะได้ไป!

เจ้าอสูรแสดงท่าทางที่สงบแล้วมองไปรอบๆ

เนี้ยหลี่มองไปที่ต้วยเจี้ยนแล้วกล่าวว่า “ ตอนที่เจ้าอยู่ที่นิกายอย่าไปต่อสู้กับเขา ตราบใดที่เจ้าอยู่ที่นั่นเจ้าอสูรไม่สามารถก่อปัญหาให้เจ้าได้หรอก”

ต้วนเจี้ยนรู้สึกว่าเจ้าอสูรนั้นมีการบ่มเพาะพลังที่สูง เขารู้สึกว่าอยากจะประลองกับเจ้าอสูรสักเล็กน้อย

“ ถ้าเจ้าต้องการที่จะต่อสู้ เจ้าต้องบ่มเพาะขึ้นไปจนถึงระดับลิขิตสวรรค์ ขั้นที่ 2 ” เนี้ยหลี่ย้ำชัดเจน “ นี่เป็นคำสั่ง ”

“ ข้าทราบแล้ว ” ต้วนเจี้ยนก้มหัวลงและตอบรับอย่างจริงจัง

“ ข้าไปหล่ะ ” เนี้ยหลี่กล่าว แล้วจ้องมองไปทางเจ้าอสูรด้วยสายตาที่เย็นชาพร้อมกับเจตนาฆ่าที่รุนแรง

ต้วนเจี้ยนเดินไปพร้อมเจ้าอสูร ภายใต้การแนะนำของผู้เชี่ยวชาญพวกเขาลอยขึ้นไปในอากาศและเข้าไปในทางเชื่อมต่อ

เนี้ยหลี่มองไปทางจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ

จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพบอกกับ เนี้ยหลี่ หลู่เปียวและผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนคนอื่น ๆ “ สถานที่ ที่เจ้าจะไป เรียกว่าขนนกแห่งทวยเทพข้าจะอยู่ที่นี่ ดูแลดินแดนใต้พิภพนี้ เซี่ยวหยู๋จะนำพวกเจ้าไป และเจ้าจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ เมื่อพวกเจ้าไปถึงที่นั่นแล้ว ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”

จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพไม่ได้เดินทางไปยังดินแดนซากมังกรรึ?

เขาคิดว่ามันก็เป็นเรื่องดีที่จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพไม่ได้เดินทางมาด้วย ถ้าจ้าวพิภพมาด้วยแล้วใครกันหล่ะจะป้องกันเมืองกลอรี่ แต่เนี้ยหลี่ก็รู้สึกถึงความไม่สบายใจเล็กๆน้อยๆ เมืองกลอรี่จะพบกับภัยพิบัติในอีกสองปี?

ตราบใดที่จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพยังมีชีวิตอยู่ เมืองกลอรี่ก็จะปลอดภัย แต่ถ้าเขาตาย...

ใครกันที่จะฆ่าจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ?

ถ้ามีศัตรูมีความแข็งแกร่งขนาดนั้น ต่อให้เนี้ยหลี่ยังอยู่ที่นี่ก็คงไร้ประโยชน์ เนี้ยหลี่คิดอะไรบางอย่างออกแล้วดึงของออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นเขาได้มอบมันกับกับจ้าวดินแดนใต้พิภพพร้อมกับประสานมือทำความเคารพ “ ก่อนที่ข้าจะไปยังดินแดนซากมังกร ท่านอาจารย์ โปรดรับของขวัญจากข้าด้วย! ”

จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพจ้องมองไปที่สิ่งของนั้นชั่วระยะเวลาหนึ่งจากนั้นเขาก็รับมันจากเนี้ยหลี่แล้วกล่าวว่า “ ข้าจะรับมันไว้ , เจ้าควรไปได้แล้ว! ”

เซี่ยวหยู๋สงสัยเล็กน้อยว่าเนี้ยหลี่มอบอะไรให้พ่อบุญธรรม? แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

เมื่อเขาเห็นว่าจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพรับของที่ระลึกไปแล้วเขาก็ยืดร่างเล็กน้อยแล้วก็พุ่งทะยานขึ้นไปตามหลัง เซี่ยวหยู๋ หลู่เปียว และผู้เชี่ยวชาญระดับเซียน และพวกเขาทั้งสี่คนก็หายเข้าไปในทางเชื่อมต่ออย่างไร้ร่องรอย

เมื่อเห็นเนี้ยหลี่และคนอื่นๆจากไปแล้ว จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพก็ก้มลงมองของที่อยู่ในฝ่ามือ มันเป็นกระเป๋าใบเล็ก ๆ สิ่งของจากโลกใบเล็ก ๆ นี้ เขารู้สึกว่ามันไม่ได้มีค่ามากมายนัก   มันคงเป็นของระลึกที่ซื้อได้ทั่วๆไป แต่เนี้ยหลี่นั้นแสดงความกังวลออกมา เขาจึงได้เปิดกระเป๋าแล้วเหลือบดูสิ่งที่อยู่ด้านใน

ทันใดนั้นเขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก  แล้วเขาก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้าแต่ เนี้ยหลี่นั้นได้จากไปเรียบร้อยแล้ว



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

5 ความคิดเห็น:

  1. มันคือดิวโด้แบบสั่น พร้อมถ่านแบบชาร์จได้2ก้อน !! [เนี่ยหลี่หยิบผิด]

    ตอบลบ
  2. เนี่ยหลี่พกดิกโด้ไว้กับตัวเนี้ยนะ!!!

    ตอบลบ
  3. เจอคอมเม้นไปลั่นเลย 555

    ตอบลบ