วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 261 – Bid farewell

Tale of the demon and god novel Chapter 261 – Bid farewell

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 261 -เอื้อนคำลา


บทที่ 261 -เอื้อนคำลา


 หนึ่งเดือนผ่านไป อย่างรวดเร็วโดย หลังจาก เนี่ยหลี่และคนอื่น ๆ ได้อำลาครอบครัวของพวกเขา พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะเดินทางไปยังดินแดนใต้พิภพ

การตายของพวกเย่ซ่งนั้นยังเหลืออาการเศร้าใจในหัวใจของทุกคน

แม้ว่าพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ในช่วงยุคของเวลาที่วุ่นวาย ความตายจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้น แต่มนุษย์มิใช่พืชซึ่งสามารถที่จะอยู่ได้โดยปราศจากอารมณ์

จู่ๆก็มีความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาในใจของเนี่ยหลี่. ภายในโลกเล็กๆนี้ พลังลึกลับนั้นคือพลังสัจธรรมของช่องว่างและเวลา แล้วบุคคลที่ลึกลับนั้นก็คือเทพแห่งจิตวิญญาณแห่งช่องว่างและเวลา.มีเพียงเขาที่จะสามารถแแก้ไขวงโคจรของเวลาและโชคชะตาของคนหนึ่งคนได้.บางทีอาจมีวิธีที่พวกเขาจะสามารถช่วย เย่ซ่งได้หากว่าพวกเขาสามารถหาเทพวิญญาณแห่งช่องว่างและเวลาได้

แม้ว่าชีวิตก่อนของเขา,เนี่ยหลี่จะพอได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเทพวิญญาณแห่งช่องว่างและเวลามาบ้าง การคงอยู่ของเขานั้นลึกลับมาก,อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่เคยได้ยินว่า เทพวิญญาณแห่งช่องว่างและเวลาไม่ได้มีความแข็งแกร่งในการต่อสู้มากนัก,แต่นั้นก็ทำให้ความมีความสามารถที่สูงในการเปลี่ยนช่องว่างและเวลาได้


ณ สวนบนชั้นเก้า ของหอคอยมรณะเก้าชั้น

เนี่ยหลี่และคนอื่นๆยืนอยู่รวมกับผู้เชี่ยวชาญทั้งเจ็ดรวมทั้งเจ้าแห่งดินแดนใต้พิภพด้วย

เนี่ยหลี่มองไปรอบๆ,เพื่อที่จะหาว่ามีร่องรอยของเจ้าอสูรหรือไม่.ถ้าเขาปรากฏตัวอีกครั้ง,เนี่ยหลี่จะไม่ลังเลที่จะสังหารเขาในทันที

แต่ถึงอย่างไร,เจ้าอสูรก็ไม่ได้ปรากฏตัวออกมา





เจ้าแห่งดินแดนใต้พิภพมองไปยังเนี่ยหลี่เขาเข้าใจความตั้งใจของเนี่ยหลี่ได้ เขาไปข้างๆเนี่ยหลี่และเตือนเนี่ยหลี่ว่า "เนี่ยหลี่,ข้าบอกได้เลยว่าเจ้าต้องการที่จะสังหารใครสักคน,แต่ข้าต้องเตือนเจ้าในฐานะที่เจ้านั้นเป็นศิษย์ของข้า.ข้าไม่ต้องการให้เจ้าทำอย่างนั้น.ถ้าเจ้าเริ่มที่จะสังหารใครก็ตาม,อาจารย์ของฝ่ายตรงข้ามต้องฆ่าเจ้าแน่นอน,และเช่นเดียวกันถ้ามีใครที่ต้องการฆ่าเจ้า.ข้าก็ต้องทำแบบเดียวกันนั้นเหมือนกัน

หลังจากได้ยินคำพูดของอาจารย์,เนี่ยหลี่กำหมัดของเขาแน่นและกล่าวว่า"ท่านอาจารย์,ข้ามีคำถาม,แม้ว่าพวกเขาจะสังหารบิดาของพวกเขา,ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการใดรี?"


เจ้าแห่งดินแดนใต้พิภพครุ่นคิดและมองตรงมาทางเนี่ยหลี่ และกล่าวออกมาว่า"มันไม่ใช่เวลานี้,หากความแค้นของเจ้านั้นไม่สามารถที่จะอภัยให้ได้,ข้าขอแนะนำเจ้า อย่าได้รีบพูดอะไรออกมาในเวลานี้ รอจนกว่าเจ้าจะเข้าไปยังดินแดนซากมังกร นอกจากนี้การบ่มเพาะพลังของเจ้าควรจะไปถึงขั้นที่เหมาะสมก่อนที่เจ้าจะล้างแค้น,ถ้าเป็นอย่างนั้น,แม้แต่อาจารย์ของพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะหยุดเจ้าได้



ตามคำแนะนำของเจ้าดินแดนใต้พิภพมันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเจาจะชำระความแค้นของพวกเขาในเวลานี้ เว้นแต่ว่าการบ่มเพาะพลังของพวกเขาจะเหนือกว่าเจ้าอสูรแล้ว,แม้แต่อาจารย์ของเจ้าอสูรก็คงไม่สามารถหยุดพวกเขาได้.เนี่ยหลี่พยายามที่จะระงับความเกลียดชังที่มีต่อเจ้าอสูร ขณะนั้นเขาก็พยักหน้า" ข้าจะรับฟังคำแนะนำของท่านอาจารย์"

เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่,เจ้าแห่งดินแดนใต้พิภพพยักหน้าด้วยความชื่นชม"หากไม่อดทนจะทำให้แผนการถูกทำลาย.ถ้าเจ้าสามารถที่จะอดทนในความแค้นของเจ้าได้ในตอนนี้,เจ้าจะสามารถที่จะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ในภายภาคหน้า"


เมื่อเห็นสายตาที่มีความทุกข์ของเนี่ยหลี่ เซี่ยวหยู๋ ก็เดินเข้ามาและปลอบโยนเขา"การแก้แค้น 10 ปีก็ยังไม่สาย"

หลังจากได้ยินคำพูดของเซี่ยวหยู๋ เนี่ยหลี่ก็พยักหน้า แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา  การตายของเย่ซ่งนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะให้เขาทนได้   เขาเดินไปข้างๆต้วนเจียนและกระซิบบอกเขาว่า "ต้วนเจี้ยน เจ้ากับเจ้าอสูร มีอาจารย์คนเดียวกัน.เจ้าจงระวังตัวไว้ด้วย เจ้าอสูรอาจจะทำร้ายเจ้าได้"

ต้วนเจียนพยักหน้า มีประกายแสงในดวงตาของเขา "นายท่านโปรดวางใจ ข้าจะไม่ปล่อยให้เขาอยู่ดีแน่นอน.ถ้ามีโอกาส.ข้าจะฆ่าเขา"


"ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าตอนนี้,ข้ากลัวว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะต่อสู้กับเขา,เจ้าต้องดูแลตัวเองและป้องกันตัวเองเอาไว้"เนี่ยหลี่เตือน ต้วนเจียนนั้นเป็นคนที่เข็มแข็งและด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของเขา,คงทำให้เขาปลอดภัย

"ได้,ข้าเข้าใจ"ต้วนเจียน พยักหน้า

เมื่อเขาเหลือบมองที่ที่ เย่จื้อหวิ๋น เนี่ยหลี่รู้สึกได้ถึงความโศกเศร้าในหัวใจของเธอ  หลังจากที่เธอไปยังดินแดนซากมังกรแล้ว เขาก็จะไม่สามารถที่จะดูแลเธอได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตามเธอนั้นเข้าใจเนี่ยหลี่เป็นอย่างดี เธอเป็นคนแข็งแกร่ง ไม่นานเธอจะสามารถเดินออกจากความเศร้านี้ได้

นอกจากนี้,เนี่ยหลี่ยังบอกกับเย่จื้อหวิ๋น ว่า การชุบชีวิตเย่ซ่งนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้.ดังนั้นเธอจึงเชื่อเขาและเธอจะตั้งฝึกฝนอย่างหนักเพื่อพ่อของเธอนั่นเอง

เขาคิดมันเกี่ยวกับชีวิตก่อนหน้านี้,แม้ว่าปู่ของเธอและพ่อของเธอจะจากไปก่อนแล้ว,แต่เย่จื้อหวิ๋นก็ยังเข็มแข็งที่จะนำพาผู้คนในการอพยพไปยังหุบเขาบรรพบุรุษและเธอนั้นเองก็ไม่เคยสิ้นความหวังเลย เมื่อมองในดวงตาของเธอนั้นมันเต็มไปด้วยความแน่วแน่และมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า  เนี่ยหลี่นั้นชื่นชมเธอเป็นอย่างมาก นั้นทำให้เนี่ยหลี่นั้นสามารถที่จะก้าวผ่านทะเลทรายไม่มีสิ้นสุดและก้าวไปยังพระราชวังทะเลทรายได้ แม้จะเหลือเพียงเขาคนเดียวก็ตาม  มันเป็นเพราะความเชื่อมั่นของเย่จื้อหวิ๋นนั่นเองที่มันมีอิทธิพลต่อเขาและสอนเขาไม่ให้ยอมแพ้



เนี่ยหลี่มองไปยังเย่จื้อหวิ๋นและกล่าวว่า "จื้อหวิ๋น หลังจากที่เจ้าไปถึงดินแดนซากมังกรแล้ว เจ้าจักต้องดูแลตัวเองให้ดี"


"อืม" เย่จื้อหวิ๋น พยักหน้าของเธอ

เนี่ยหลี่นั้นได้ดึงเธอเข้ามากอด หลังจากได้ใช้ชีวิตร่วมกันในช่วงเวลาสั้นๆ,พวกเขากลับต้องแยกทางออกจากกัน อย่างไรก็ตามสำหรับวันข้างหน้าหรืออนาคตข้างหน้านั้น,พวกเขานั้นมุ่งมันที่จะฝึกฝนอย่างหนัก

ความอบอุ่นจากเนี่ยหลี่ผ่านเข้ามา,เย่จื้อหวิ๋นก่อนเนี่ยหลี่แน่น,หัวใจของเธอล่องลอยออกไปสู่ความทรงจำ,ถ้าเธอไม่ได้พบเจอกับเนี่ยหลี่,เธอคงจะสูญเสียอะไรหลายอย่าง,เป็นเนี่ยหลี่นั่นเองที่มอบอะไรหลายสิ่งให้กับเธอ,เขาไม่เคยปล่อยให้เธอต้องโดดเดี่ยว,และเขายังเป็นคนมอบความหวังให้กับเธอเสมอ

เธอค่อยๆตระหนักได้แล้วว่าเนี่ยหลี่ นั้น เป็นคนที่จะไม่มีใครสามารถที่จะแทนที่เขาได้ในชีวิตของเธอ ตอนนี้เธอเป็นคู่หมั้นของเขา เมื่อเธอคิดถึงเรื่องนี้เธอรู้สึกยินดียิ่งนัก  เธอจะรอเขาอีกหน่อยเพื่อที่เธอจะสามารถใส่ชุดแต่งงานและอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป

พวกเขาพูดคุยจับมือกันก่อนที่จะร่ำลา,มันเป็นความรู้สึกที่ไม่อยากจะจากกันไป


และแล้วก็มาถึงเวลา,บนฟากฟ้าของหอคอยมรณะเก้าชั้นก็ปรากฎน้ำวนขนาดใหญ่ขึ้น,ไม่มีใครรู้ว่าน้ำวนขนาดใหญ่นั้นจะนำเขาไปยังที่ใด


ในสายตาของพวกเขา,เจ้าแห่งดินแดนใต้พิภพ,หลิงหยุน,เทียน ฮุน และเหล่าผู้เชียวชาญ ปรากฏตัวขึ้นมาและจะนำพวกเขาไปยังน้ำวน,ในสายตาพวกเขาแสงศักดิ์สิทธิ์นั้นมันเป็นแค่เพียงช่องว่าง

ทันใดนั้นผู้เชียวชาญที่สวมชุดคลุมสีน้ำเงินที่ยืนอยู่บริเวณใกล้เคียงได้กล่าวออกมาว่า "เอาล่ะ ประตูได้เชื่อมไปยังนิกายก้าวพริบตา,ถึงเวลาที่พวกเราต้องจากกันแล้ว

ผู้เชียวชาญชุดสีเทา อาจารย์ของ เว่ยหนานและ ซู่ เซี่ยงจิ้ง


เว่ยหนานและ ซู่ เซี่ยงจิ้ง  มองมายังเนี่ยหลี่และพวกคนอื่นๆเพื่อกล่าวลา
"เนี่ยหลี่,ตูเซอ,พวกเราคงต้องล่วงหน้าไปก่อนพวกเจ้าแล้ว"

"ตกลง,ดูแลตัวเองด้วยเมื่อพวกเจ้าไปถึงที่นั่น"เนี่ยหลี่พยักหน้า

ตูเซอ,หลูเปรียวและคนอื่นๆก็ร่ำลาพวกเขาทั้งสองคน

ผู้เชียวชาญชุดคลุมสีเทาก็โบกมือขวาของเขา และไปพร้อมกับ เว่ยหนานและ ซู่ เซี่ยงจิ้ง และผู้เชียวชาญระดับเซียนก็บินไปบนท้องฟ้าและเข้าไปยังกระแสน้ำวน
ชั่วระยะเวลาต่อมา

"ประตูของโลกใบเล็กที่เดินทางไปยังนิกายองค์การสวรรค์กำลังจะเปิดแล้ว มันถึงเวลาที่พวกเราต้องไปเหมือนกัน" รอยยิ้มเล็กๆปรากฏบนใบหน้าของหลิงหยุน เธอมองไปยัง เย่จื้อหวิ๋น,เสี่ยวหนิงเอ๋อ,และเสี่ยว เซี่ย,  เมื่อเธอเห็นเย่จื้อหวิ๋นที่ยังอิดออดกับเนี่ยหลี่ เธอก็ทอดถอนใจ มันเป็นความสุขบางหย่างของวัยหนุ่มสาว หลังจากที่เธอนั้นมีอายุมาเป็นเวลาความรู้สึกรักใคร่สำหรับเธอได้เลือนหายไปเป็นเวลานานแล้ว


เสี่ยวหนิงเอ๋อ นิ่งเงียบ เธอยืนอยู่ข้างๆและมองไปที่เนี่ยหลี่
 ด้านข้างของเธอนั้นมีร่องรอยของน้ำตาอยู่ เธอมองมายังเขาด้วยรอยยิ้มที่สุดใสเพื่อที่จะปกปิดความรู้สีกเศร้าใจของเธอ.มันเป็นภาพที่เธอเจ็บปวดเป็นอย่างมาก


เย่จื้อหวิ๋น มองเสียวหนิงเอ๋อด้วยสายตาที่อ่อนโยนเพื่อที่จะให้กำลังใจกับเธอ

"หนิงเอ๋อ,เมื่อเจ้าเป็นถึงที่หมายแล้ว,เจ้าต้องดูแลตัวเองด้วยนะ"เนี่ยหลี่ลดหัวลงมาและพูดพร้อมทั้งจ้องมองไปยังใบหน้าที่สวดงามของเสี่ยวหนิงเอ๋อ ซึ่งสักวันหนึ่งจะเป็นที่เจิดจรัสเลย

เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่,เสี่ยวหนิงเอ๋อทันใดนั้นเธอก็ก้าวไปกอดเนี่ยหลี่ไว้ เธอฝังศีรษะของเธอไปยังอ้อมกอด แม้ว่าเย่จื้อหวิ๋นจะเป็นคู่หมั้นกับเนี่ยหลี่แล้วนั้น แต่ความรู้สึกของเธอที่มีกับเนี่ยหลี่นั้นก็ไม่ได้น้อยกว่า สำหรับการจากลานี้ เธอไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ในหัวใจของเธอได้

"หนิง..เอ๋อ?" เนี่ยหลี่มองไปยังเสียวหนิงเอ๋อในอ้อมกอดของเขา ด้วยความรู้สึกตะลึงเล็กน้อย เมื่อเขาปลอบประโลมเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน เขาไม่รู้เลยว่าตอนหนิงเอ๋อนั้นรู้สึกอย่างไร?


เสี่ยวหนิงเอ๋อนั้นอยู่ในอ้อมแขนของเนี่ยหลี่ ,เธอพูดพึมพัมว่า"เนี่ยหลี่,เจ้าไม่ต้องกล่าวอะไรทั้งนั้น,เข้าเข้าใจ,ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว,ข้าฝันว่าข้านั้นต้องตกเป็นของคนน่าเกลียดคนหนึ่ง,มันไม่มีวิธีอะไรเลยที่จะต่อสู้,ข้าพยามที่จะสู้แม้ว่าจะมีโอกาสน้อยนิดจนข้าได้พบเจ้า.เจ้าได้มอบความหมายของการมีชีวิต,ข้าเลือกมันด้วยตัวเองที่จะสู้เพื่อเจ้าจนกระทั่งตายในสนามรบ แม้ว่ามันจะเป็นแค่ความฝันของข้า,แต่ข้ารุ้สึกว่ามันได้ถูกกำหนดไว้แล้ว,เนี่ยหลี่ลาก่อน!!หลังจากไปถึงดินแดนซากมังกรแล้ว,ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน

หลังจากพูดจบ,เสียวหนิงเอ๋อก็หมุนตัวและเช็ดน้ำตาของเธอพร้อมทั้งเดินตามเย่จื้อหวิ๋นไป


หลังจากได้ยินคำพูดของเสียวหนิงเอ๋อ.เนี่ยหลี่รู้สึกตกตะลึงและพยายามเข้าใจเรื่องต่างๆ.จิตใจของเขานั้นล่องลอยและเขาไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น.ทันใดนั้นบางอย่างความทรงจำเขาก็ได้ขยายตัวขึ้น

ในความเป็นจริง,ชีวิตเขาก่อนหน้านี้,เนี่ยหลี่นั้นมีผู้หญิงอีกหลังจากเย่จื้อหวิ๋น ในเวลานั้น,เขาได้เป็นผู้เชียวชาญสุดยอดของอาณาจักรซากมังกรและได้พบผู้หญิงสวมหน้ากาก แม้ว่าเขาจะไม่ทราบพื้นเพของเธอก็ตาม แต่เธอก็ได้ร่วมกลุ่มกับเขาและยอมรับเธออย่างรวดเร็ว ในตอนแรกนั้นเนี่ยหลี่ไม่กล้าที่จะใกล้ชิดเธอ อย่างไรก็ตามในการต่อสู้เธอก็ได้ช่วยเขาหลายครั้ง เนื่องจากการตายของเย่จื้อหวิ๋น ทำให้เนี่ยหลี่นั้นไม่ได้มีความรู้สึกกับผู้หญิงคนอื่นๆ แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยอมรับเธอคนนั้นและอาศัยอยู่กินกับเธอเป็นเวลานาน แม้ว่าท้ายที่สุดเธอจะเสียชีวิตระหว่างการต่อสุ้ก็ตาม

เนี่ยหลี่มีความเสียใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันเขาจะไม่เคยรักเธออย่างจริงจัง และในช่วงเวลาหลังจากที่เธอตาย เนี่ยหลี่ก็ไม่ได้จดจำเธออย่างจริงจังและด้วยที่เธอสวมหน้ากากในความทรงจำของเนี่ยหลี่จึงไม่ได้มีมากเท่าไหร่ เขารู้เพียงแต่ว่าเธอคนนั้นชื่อ เสี่ยวหนิง.

ในชีวิตนี้ของเนี่ยหลี่เขาก็มีความตั้งใจเหมือนกันที่จะหา เสี่ยวหนิง ในดินแดนซากมังกร อย่างน้อยที่สุดเขาก็อยากจะทำให้มันดีกว่าชีวิตก่อนหน้านี้

แต่สิ่งนั้นมันเกี่ยวข้องกับความฝันของเสียวหนิงเอ๋อหรือไม่? เธออาจจะเป็นเสียวหนิงเอ๋อ ที่ไม่ได้ตายในป่าทมิฬและเธอก็ได้เดินทางมายังดินแดนซากมังกรรึ? หรือความทรงจำของเสี่ยวหนิงไปอยู่กับเสี่ยวหนิงเอ๋อ?

"เสี่ยวหนิงเอ๋อ,เสียวหนิง..."เนี่ยหลี่พึมพัม.อย่างช้าๆ  หรือพวกเขาทั้งสองจะเป็นคนคนเดียวกัน.ไม่น่แปลกเลยว่าทำใมเธอจำเขาได้ทันที เมื่อพวกเขาพบกันครั้งแรก หลังจากนั้นจากเธอจะมาอยู่ด้านข้างและเข้ามาช่วยเขาเสมอโดยไม่ลังเลเลยและไม่เคยแสดงความคิดเห็นใดๆด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม,เมื่อเขากลับมาเริ่มชีวิตใหม่,เขาก็มิอาจจำเสียวหนิงเอ๋อได้ในตอนนั้น นั่นคงเป็นเพราะช่องว่างของเวลาจึงทำให้เขาลืมบางอย่างไป

เสี่ยวหนิงนั้นเคยกล่าวว่าใบหน้าของเธอนั้นได้ถูกทำลายในป่าแห่งความมืด,พลังวิญญาณของเธอเป็นตัวจุดและทำให้เธอจมเข้าไปในคำสาปที่ไม่มีที่สิ้นสุด ที่ป่าแห่งความมืด มีสิ่งที่น่ากลัวปกปิดไว้อยู่ เป็นสิ่งที่เหนือกว่าผู้เชียวชาญแห่งดินแดนซากมังกร

มันมีอะไรที่ซ่อนไว้ในป่าทมิฬ?เสียวหนิงเอ๋อทำอย่างไรถึงได้รอดออกมาได้และเธอทำอย่างไรถึงได้เดินทางมาถึงดินแดนซากมังกร? ในชีวิตก่อนหน้านี้,เธอโดนคำสาปอะไรไปนะ?





ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

3 ความคิดเห็น: