วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 260 – Hope

Tale of the demon and god novel Chapter 260 – Hope

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 260 - ความหวัง


บทที่ 260 - ความหวัง

เนี่ยหลี่มองไปบนท้องฟ้าที่มีฝนตกลงมาบนใบหน้าของเขา.เมื่อเขาย้อนกลับมาในชีวิตนี้ของเขามีบางอย่างได้หายไปไม่เป็นไปตามที่เขาหวังและต้องการ  แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่เป็นไปตามดังที่เขาได้ต้องการ การหายไปของตำราภูติกาลลี้ลับและเจ้าซ่ง แม้ว่าเขาจะใช้กระจกส่องวิญญาณ.แต่เย่ซ่งนั้นตายด้วยเทคนิคลับของตระกูลวายุเหมันห์,เรื่องดังกล่าวจึงทำให้วิญญาณแห่งจิตของเขาโดนทำลาย,เหลือเพียงแค่เศษส่วนร่องรอยของวิญญาณเท่านั้นที่เหลืออยู่


"ข้าคิดว่าข้าสามารถที่จะควบคุมโชคชะตาได้ แต่มันกลับกลายเป็นว่า ข้าไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้ทั้งหมด แม้กระทั่งเย่ซ่งก็ต้องจากไปอีกครั้ง,เนี่ยหลี่รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่พุ่งผ่านมายังหัวใจของเขา


ณ ห้องทำงานของ เย่ซ่ง ตำหนักของเจ้าเมือง

เย่โม่ นั่งอยู่อย่างเงียบๆ เขานั่งอ่านหนังสือเก่าๆบนโต๊ะทำงาน ห้องนี้ยังคงมีกลิ่นอายของเย่ซ่ง ตาของเขานั้นมีน้ำตาที่ยังคงเปื้อนอยู่ ในฐานะที่เขาเป็นผู้ปกครองเมืองกลอรี่ แม้แต่ตอนที่ภรรยาของเขาเสียชีวิตเขาก็ไม่เคยร้องไห้ แต่ตอนนี้เมื่อลูกชายของเขาต้องจากไปก่อน ตาของเขาก็หนักและของเหลวเหมือนกับโคลนเลยทำเขาหยุดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้

เมื่อได้ยินเสียงเท้าเดินมา ทำให้เย่โม่เช็ดน้ำตาของเขาออกทันที

เย่จื้อ หวิ๋น ปรากฏที่หน้าห้องและหันมามองที่เย่โม่ เธอหยุดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเดินเขาไปหา.พ่อของเธอเคยอยู่ในห้องนี้และใช้เวลาจำนวนมากในห้องนี้ เธอยังมีความรู้สึกที่ยังไม่หายไปและมันยังเหลือความอบอุ่นของบิดาของเธอที่นี่อยู่

พวกเขาทั้งสองไม่ได้เปล่งเสียงออกมาคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง



"หยุนเอ๋อ พ่อของเจ้าได้จากไปแล้วและปู่ของเจ้าก็อายุมากแล้ว ต่อจากนี้ไปเจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี"เย่ โม่ถอนหายใจ ซึ่งเต็มไปด้วยความเศร้าและเหงา

เมื่อได้ยินคำพูดของเย่โม่   เย่จื้อหวิ๋นก็หลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุด

"ท่านปู่...ท่านพ่อ เขา..."เย่จื้อหวิ๋น พูดออกมาได้แค่ครึ่งเธอก็สำลักน้ำตาของตัวเอง

"พ่อของเจ้าเสียชีวิตเพื่อเมืองกลอลี่ มันไม่ใช่สิ่งน่าอายเลยสำหรับบรรพบุรุษของเรา ข้าภาคภูมิใจในตัวของเขามาก" เย่โม่ พูดด้วยความเคร่งขรึม มือของเขาที่เหี่ยวย่นของคนมีอายุ วางไปบนโต๊ะ ทุกๆอย่างในที่นี่ลูกชายของเขาเคยใช้ จากนี้ต่อไป.เขาจะสามารถเจอกับเย่ซ่งเพียงแค่ในความทรงจำของเขาเท่านั้น.เขามองไปยังเย่จื้อหวิ๋น และพูดว่า "หยุนเอ๋อ.เจ้ากำลังจะจากเมืองกลอลี่ไปเร็วๆนี้รึ?"

เย่จื้อหวิ๋นครุ่นคิดชั่วขณะและพยักหน้า"ใช่ ท่านปู่ ข้าต้องการที่จะไปยังอาณาจักรซากมังกร.ข้าต้องสังหารเจ้าอสูรเพื่อล้างแค้นให้กับท่านพ่อ.ข้าต้องการจะแข็งแกร่งขึ้นและชุบชีวิตให้กับท่านพ่อ"

เย่โม่ถอนหายใจและตอบไปว่า"ตลอดชีวิตของข้ามีธุระที่ต้องทำอยู่ตลอด มีเวลาให้กับลูกหลานไม่มากนัก ตอนนี้เย่ซ่งได้จากไป,นับแต่เวลานี้ข้าจะเป็นคนปกป้องเมืองกลอลี่เอง ข้าจะปกป้องมันและรอวันที่เจ้าจะกลับมา"

"ค่ะ"เย่จื้อหวิ๋น หน้าของเธอที่เต็มไปด้วยน้ำตามองไปยังปู่ของเธอ

ก่อนหน้านี้ มันเป็นแค่ภาพของคุณปู่ของเธอ ก่อนที่เขาจะกลับมานั้นเป็นคนที่ยุติธรรมและสูงส่งเท่านั้น แต่ตอนนี้เขากลับมาแล้ว และจะอยู่ที่นี่ตั้งแต่นี้ต่อไป

การเดินทางไปยังดินแดนซากมังกรนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี เธอไม่มีทางเลือกอื่นเธอจำเป็นต้องไปเพื่อที่จะมีโอกาสแก้แค้นและชุบชีวิตพ่อของเธอ ไม่ว่าเจ้าอสูรจะอยู่ที่ใหน เธอจะต้องหาเขาให้เจอ

ฝนตอนนี้ยังคงตกอยู่

เนี่ยหลี่ยังคงยืนอยู่กลางสายฝน มันเป็นอะไรที่ยากจะอธิบาย เมื่อเขาเดินทางไปยังดินแดนซากมังกร เขาสงสัยว่าจะมีอะไรที่รอเขาอยู่ แม้ว่าอะไรที่รอเขาอยู่จะลำบากหนักหนาสาหัสเพียงใดเขาจักต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้โดยเร็ว เขาจะไม่ยอมให้ใครต้องจากเขาไปในชีวิตนี้อีกครั้ง เขาจะไม่ยอมให้ครอบครัวของเขาและเพื่อนๆที่เขารัก จักต้องจากไปไม่ว่าจะเป็นใครคนใดคนหนึ่งก็ตาม

แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่มีตำราภูติห้วงกาลลี้ลับแล้ว,แล้วยังไงล่ะ?เขาจักต้องควบคุมชะตาของตัวเองให้ได้

เสี่ยวหนิงเอ๋อ เธอถือร่มอยู่และเดินมาอยู่ข้างๆเนี่ยหลี่,เพื่อป้องกันไม่ให้ฝนโดนเขา

เธอยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ และจ้องไปยังข้างหน้าของเธอก่อนที่จะกล่าวอย่างเศร้าว่า"ก่อนหน้านี้ ข้านั้นได้อิจฉาเย่จื้อหวิ๋น ว่าบิดาของเธอนั้นเป็นถึงเจ้าเมือง ตราบใดที่เธอนั้นมีความต้องการใดๆ พ่อของเธอจักต้องจัดหามาให้ได้อย่างแน่นอน ไม่มีใครสามารถที่จะมาบังคับเธอได้ ข้าคิดว่าเธอนั้นคงมีความสุขมากมายและคงไม่สามารถเข้าใจความเจ็บปวดของข้าได้...."

"จนในที่สุดข้าถึงได้เข้าใจว่า ตระกูลวายุเหมันต์นั้นได้แบกทุกอย่างของเมืองกลอลี่นั้นไว้บนไหล่มาตลอด"เสี่ยวหนิงเอ๋อถอนหายใจและเต็มไปด้วยความส่งสาร เย่ จื้อหวิ๋น "แม่ของเธอนั้นเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็กและแม้ว่าพ่อเธอจะยังอยู่แต่เธอก็คงอยู่คนเดียวมาโดยตลอดเสมอ แต่ถึงอย่างไรเธอก็ต้องเข็มแข็งและพัฒนาการบ่มเพาะพลังอย่างหนักเพื่อที่จะได้แบ่งเบาภาระของพ่อเธอ"

เสี่ยวหนิงเอ๋อพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น"เมื่อตอนที่ข้ายังเด็ก,ข้านั้นช่างเอาแต่ใจนัก ข้ามักจะแข่งขันและเปรียบเทียบกับเย่จื้อหวิ๋นตลอดมา แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่เคยชนะเธอ เธอช่างเป็นคนที่น่าชื่นชมนัก"

เนี่ยหลี่มองไปยังเสี่ยวหนิงเอ๋อ เขาเข้าใจความรู้สึกของหนิงเอ๋อและของ จื้อหวิ๋นด้วย ทั้งสองคนนั้นเป็นคนที่ข้างดื้อดึงเลยทีเดียว ต่อจากนี้เขาทั้งสองต้องเดินทางไปยังดินแดนซากมังกร ด้วยกัน,เนี่ยหลี่คงสามารถที่จะวางใจในเรื่องต่างๆต่อไปได้

เนี่ยหลี่จ้องมองไปข้างหน้า.หลังจากวันนี้แล้ว พวกเขาจะต้องจากบ้านเกิดไป ,พวกเขายังไม่รู้เลยว่าเส้นทางที่รออยู่จักเป็นเช่นไร,จะมีขวากหนามอะไรบ้างที่รอพวกเขาอยู่ และไม่ว่ามันจักเป็นเช่นไรพวกเขาจะต้องพึงพาซึ่งกันและกันเพื่อที่จะเดินต่อไปยังข้างหน้า

คืนที่มืดมิดค่อยๆผ่านไป

ค่ำคืนนี้ที่เมืองกลอลี่ช่างเป็นคืนที่มืดมิดนัก.มีไฟไม่กี่ดวงเท่านั้นที่ยังส่องสว่างและดวงดาวไม่กี่ดวงที่อยู่บนท้องฟ้าที่มืดมิดแห่งนี้

สำหรับเมืองกลอลี่นั้นคงเป็นเมืองที่สงบสุขคงจะไม่ง่ายนัก.ใครจะรู้ว่าจะมีเมฆดำของสงครามจะมาคุกคามพวกเขาเมื่อไหร่? แต่ถึงอย่างไรที่พวกเขามั่นใจคือพวกเขาเต็มใจที่จะสละชีวิตของพวกเขาเพื่อปกป้องเมืองกลอลี่ มันเป็นที่หลบภัยสุดท้ายของพวกเขาแล้ว

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น:

  1. ได้โปรดเปลี่ยน คำว่า ฉัน เป็น ข้า

    และเปลี่ยน คุณ เป็น เจ้า เถิด

    ตอบลบ