วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 258 – Hostage

Tale of the demon and god novel Chapter 258 – Hostage

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 258 - ตัวประกัน


บทที่ 258 - ตัวประกัน

มองเห็นเมฆเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทุกอย่างนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นละออง ภายใต้ฝุ่นนั้นหนือท้องฟ้า มี 2 ร่างที่ยืนอยู่บนท้องฟ้า หนึ่งในนั้นคือชายแก่ที่มีผมสีขาวมีเขา เขาเป็นคนทั่วทั้งเมืองกลอลี่รู้จักกันดี ในฐานะของชื่อที่เรียกกันว่าเทพแห่งสงคราม,เย่โม่.อีกคนหนึ่งนั้นสวนชุดสีขาวบนไหล่ของเขามีพายุที่น่ากลัวอยู่ด้วย,เขาเป็นคนที่เนี่ยหลี่นั้นรู้จักดีเลย,เขาคือเจ้าอสูร

เจ้าอสูรยืนอย่างภาคภูมิบนท้องฟ้าพร้อมกับพายุที่น่ากลัว มันประกอบด้วยพลังสัจธรรมแห่งนรกหมุนวนอยู่รอบๆ พลังดังกล่ามเป็นรูปแบบชนิดหนึ่งของพวกอสูรที่ใช้เป็นประจำ


"เย่โม่ นานเท่าไหร่แล้วที่พวกเราไม่ได้พบกัน ข้าไม่คิดเลยว่าเลยว่าเจ้ายังคงหาข้าและความจริงต่างๆเกี่ยวกับความลับของข้า" เจ้าอสูรพูดพลางยิ้มด้วยความเย็นชา แม้ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับคนทั้งเมืองด้วยตัวคนเดียวแต่เขาก็ยังสงบและเยือกเย็น


หลังจากผ่านมาเป็นเวลานาน เข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าอสูร เจ้าจะกล้าปรากฏตัวอีกครั้งในเมืองกลอลี่.ข้าประหลาดใจว่ามีใครที่เป็นผู้ชี้นำให้เจ้ากลับมารึ? เย่โม่กำลังบินอยู่โดยมีพลังลมแห่งพลังสัจธรรมแห่งหิมะหมุนอยู่รอบๆ บางทีมันก็กลั่นตัวเป็นน้ำด้วย



"ดูเหมือนว่า เมืองกลอลี่จะไม่ต้อนรับข้าเลย แต่อย่างไรข้าก็เกิดในเมืองนี้" เจ้าอสูรยิ้มแบบไม่แยแส ด้วยพลังกดดันที่น่ากลัวกดดันโย่โม่อยู่





"เจ้าทรยศเมืองกลอรี่และถูกเนรเทศไปนานแล้ว" เย่โม่ ขมวดคิ้วเข้าหากันชั่วขณะ เขารู้สึกว่าพลังสัจธรรมแห่งนรกของเขาแข็งแกร่งมากกว่าเขา เกินกว่าที่เขาจะกำหลาบเจ้าอสูรได้



ความกดดันเข้ามาควบคุมเย่โม่ ทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก ทั่วทั้งร่างของเขาราวกับถูกบดขยี้ไปทั้งกระดูก


เจ้าอสูรหัวเราะพร้อมทั้งมองมาด้วยความเย็ยชา"มันเป็นเพียงผลของความดื้อดึงของพวกเจ้า.ข้าทรยศเมืองกลอลี่รึ?หรือว่าเมืองกลอรี่ทรยศข้ากันแน่? ไม่ว่าจะอย่างไร เจ้าควรจะยินดี เพราะข้าไม่ต้องการที่จะสนเรื่องเก่าๆหรอกนะ



"ในเมื่อเจ้าไม่ได้สนใจในเรื่องเดิมอีกแล้ว แล้วทำใมเจ้ายังกลับมายังเมืองกลอลี่อีกล่ะ?"เย่โม่พูดอย่างเย็นชาพร้อมทั้งมองไปยังเจ้าอสูร

"มีบางอย่างที่ข้าต้องการในเมืองกลอลี่แห่งนี้ หากเจ้านำมันออกมาให้ข้า,ทุกๆอย่างของเราจะไม่นำมาพูดอีก มิฉะนั้นแล้วเข้าจะสร้างความเสียหายให้กับที่นี้"เจ้าอสูร พูดด้วยความรู้สึกแฝงด้วยความอมหิตออกมา

เย่โม่ขมวดคิ้วและคิดต่างๆเข้ามาในหัวใจ"เจ้าต้องการอะไรรึ?"



เจ้าอสูรคำรามออกมาอย่างเย็นชา"เจ้าถามทำใม ในเมื่อเจ้าก็รู้คำตอบอยู่แล้ว ตราบใดที่เจ้ามอบหินวิญญาณอสูรที่มันบรรจุวิญญาญสัตว์อสูร ข้าจะนำมันไปด้วย ไม่อย่างนั้นข้าอาจต้องสังหารทุกคน


เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วเข้าหากัน หินวิญญาณอสูร ที่บรรจุวิญญาณอสูร? พวกเขาพูดถึงอะไรกัน?

ถ้างั้นเจ้าอสูรต้องการจิตวิญญาณอสูร อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่ก็ไม่มีความคิดใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ สัตว์วิญญาณที่เขาพยายามที่เจ้าอสูรต้องการเป็นอย่างมาก,ในเมื่อความเป็นจริงเขาก็มีอสูรแปดกรนรกทมิฬ อยู่แล้ว

จิตสังหารที่มาจากเจ้าอสูรช่างมีพลังมหาศาลนักมันกดดันเย่โม่ให้ๆถูกกดลงเรื่อยๆ เนี่ยหลี่คำรามไปบนท้องฟ้าและบินขี้นไปอยู่ข้างๆของเย่โม่ เขาจ้องมองไปยังเจ้าอสูรอย่างเย็นชาพร้อมทั้งปล่อยพลังแห่งสัจธรรมทั้งสามของเขาไปที่ เจ้าอสูร

เจ้าอสูรชะเลืองและหรี่ตามองไปยังเขา

"เจ้าอีกแล้วรึ" เขาคำราม"มันไม่ใช่เรื่องของเจ้า,เมืองกลอลี่นี้เป็นของข้า ถ้าเจ้ายังมาขวางทางของข้าอยู่,อย่าว่าข้าแล้วกันถ้าข้าจะสังหารเจ้า"



"เจ้าอสูร,ทำเหมือนกับว่าเราไม่เคยสู้กันมาก่อน หากเจ้ามีความสามารถพอคงฆ่าข้าไปแล้ว,เข้ามา" พลังกดดันอันแข็งแกร่งพุ่งออกมาจากตัวของเนี่ยหลี่

"วู๊ซซ!* "วู๊ซซ!* "วู๊ซซ!*

ยู่หยาน ต้วนเจี้ยน ตูเซอ หลูเปรียว เย่จื้อหวิ๋น  เสี่ยวหนิงเอ๋อ เย่ซ่งและพวกที่เหลือบินอยู่บนอากาศล้อมรอบเจ้าอสูรอยู่


หลายสิบกว่าพลังแห่งสัจธรรมถูกปล่อยออกไปที่เจ้าอสูร


*บูมม!*  *บูมม!*  *บูมม!*


ระเบิดอย่างรุ่นแรงที่เกิดจากพลังแห่งสัจธรรมถูกปล่อยออกมาจากท้องฟ้า

แม้ว่าพลังแห่งสัจธรรมแห่งนรกของเจ้าอสูรจะทรงพลังเป็นอย่างมาก ก็ยังไม่สามารถที่จะทนการโจมตีของพวกเขาทุกคน  เจ้าอสูรคำรามออกมาและรวมเข้ากับจิตวิญญาณอสูรแปดกรนรกทมิฬ



อสูรแปดกรนรกทมิฬ ทั้งตัวเป็นสีชาดและปลดปล่อยคามโกรธ มันสร้างคลื่นระเบิดออกมาและส่งมันไปยังพวกเขา


เนี่ยหลี่คำราวมในขณะที่เขารวบรวมพลังวิญญาณและรวมร่างเข้ากับแพนด้าเขี้ยวอสูร  เขาอ้าปากกว้างพร้อมพ่น ระเบิดหยินหย่างไปที่ อสูรแปดกรนรกทมิฬ

การต่อสู้ที่รุ่นแรงปรากฎอยู่บนท้องฟ้า พวกเขาทุกคนกำลังรวมกันต่อสู้กับเจ้าอสูร  อสูรแปดกรนรกทมิฬ ถือดาบที่คมมากเล่มหนึ่งขณะที่ต่อสู้กับพวกเขา

เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วเข้าหากัน แม้ว่าร่างกายของเจ้าอสูรจะทรงพลังมาก,แต่เมื่อการเผชิญหน้าในตอนนี้ เขาไม่สามารถบอกได้ว่าความแข็งแกร่งของเจ้าอสูรอยู่ในระดับใดแล้ว,เจ้าอสูรอาจะไปถึงระดับลิขิตสวรรค์ชั้นแรกแล้วก็ได้,ในโลกเล็กๆใบนี้,ไม่มีเชียวชาญใดเลยที่มีพลังวิญญาณรูปแบบสวรรค์มันเป็นพลังที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก,ไม่ว่าจะมีผู้เชียวชาญระดับเซียนกี่คนก็ตามที่โจมตี,พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะเผชิญหน้าได้เลย


แม้ว่าจะต้องเชิญหน้ากับคนจำนวนมากจากทุกด้าน,เจ้าอสูรก็ไม่ได้ตกเป็นรองแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม พลังจากร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งมาก,และเขาก็ยังไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขานั้นกำลังจะพ่ายแพ้แต่อย่างใด


ดูเหมือนว่าเนี่ยหลี่จะใช้เทคนิคลับบางอย่าง เขาต้องการที่จะชนะเจ้าอสูร และทันใดนั้นเขาก็ได้นำดาบเทพอสนีดาวตกออกมา ทันใดนั้น เข็มสายฟ้าก็พวยพุ่งออกมาจากดาบ

เจ้าอสูรหดตาเล็กลง เมื่อเขารับรู้ว่าอาวุธในมือของเนี่ยหลี่นั้นน่ากลัว เนี่ยหลี่นั้นมีหลายวิธีที่ค่อยๆเผยออกมา,เจ้าอสูรรู้สึกได้ถึงรังสีพลังจากดาบเทพอสนีดาวตก

ดาบเทพอสนีดาวตกเป็นอาวุธที่น่ากลัวมาก   เมื่อตอนที่เนี่ยหลี่อยู่ที่ระดับทอง มันยังไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้,แต่ตอนนี้เขาไปถึงระดับตำนานแล้ว อำนาจของพลังที่ปลดปล่อยออกมาทรงพลังอย่างยิ่ง จนทุกคนต้องตกตะลึง เข็มสายฟ้ายังกับห่าฝนไหลมารวมกัน ทันทีที่เนี่ยหลี่ตวัดมัน ทุกอย่างก็พุ่งไปยังเจ้าอสูร


เข็มสายฟ้ากินพื้นที่หลายร้อยเมตรพุ่งไปยังเจ้าอสูร

เข็มสายฟ้าที่เต็มไปด้วยพลังทำลายสูงทำให้ทุกคนที่อยู่ใกลๆถึงกับถอยออกมา

หลังจากรับรู้ว่าฝนสายฟ้าที่น่ากลัวพุ่งตรงมายังเขา,ในขณะนั้นเจ้าอสูรไม่สามารถที่จะรู้สึกไม่มั่นคง,เขานำคฑาคู่แห่งความโกรธปรากฏออกมา และฟาดฟันมันออกไปเพื่อที่จะต่อต้านกับพลังสายฟ้าที่ไม่มีสิ้นสุดของเนี่ยหลี่ที่ปล่อยออกมา

*บูมม...*

สองพลังชนกันราวกับว่ามันพยายามที่จะแยกท้องฟ้าออกจากกัน พลังงานที่ปะทะกันบางอันร่วงหล่นไปยังบ้านเรือนบางหลังเข้า มันถึงกับทำให้เป็นขี้เถาไปใทันที

เนี่ยหลี่ปล่อยเข็มสายฟ้าออกมาอีกรอบสองและมันยังพุ่งตรงไปยังเจ้าอสูร

เจ้าอสูรไม่คาดคิดเลยว่าดาบเทพอสนีดาวตกจะน่ากลัวอย่างนี้

เมื่อเขารับรู้ถึงสายฟ้าที่พุ่งมายังเขา,เจ้าอสูรขดรอยยิ้มไปยังมุมปากเขาก็หายไปยังสถานที่แห่งนั้น และปรากฏมาอีกทิศทางหนึ่งประมาณ 100 เมตร เขาพุ่งเปลี่ยนทิศทางไปอีกทีทันที

สายฟ้านั้นได้พลาดเป้าไม่โดน,ขณะที่เนี่ยหลี่จ้องมองไปที่เจ้าอสูร พุ่งมายังพวกเขานั้น.เขาได้โบกดาบเทพอสนีดาวตากไปยังเจ้าอสูรอีกทันที,เย่โม่และคนอื่นๆ ก็ปล่อยพลังไปยังเจ้าอสูรพร้อมกันทันที

*บูม!*  *บูม!*  *บูม!*

เจ้าอสูรพุ่งหลบไปยังกลุ่มของพวกเขา และส่งตูเซอบินไปด้วยกำปั้น,มันเป็นพลังที่น่ากลัวมากที่สามารถส่งตูเซอไปไกลหลายสิบเมตรและมีเลือดที่มุมปากของเขา

เจ้าอสูรเคลื่อนที่หลบการโจมตีของเขาต่อหน้าทั้งหมด แม้ว่าเนี่ยหลี่จะไม่สามารถทนต่อการโจมตีได้ทั้งหมด ไม่ต้องพูดถึงพรรคพวกของเขาเลย,เย่อจื้อหวิ๋น เสียวหนิงเอ๋อ ถูกส่งให้ลอยออกไป.ต้วนเจียนและยู่หยานก็เหมือนกัน ระเบิดของพลังจิตวิญญาณของร่างกายเจ้าอสูรนั้นรุ่นแรงเป็นอย่างไมาก

แม้ว่าเขามองเจ้าอสูรพุ่งไปยังเพื่อนของเขา,เย่ซ่ง คำรามและรวมร่างเข้ากับจิตวิญญาญอสูรวานรหิมะเหมันต์.แสดงสีทองที่ร่างกายของเขาแผ่ออกมาและเขาได้ฟาดดาบไปยังเจ้าอสูร

ในเวลาเดียวกัน,เนี่ยหลี่ก็ฟาดดาบไปยังเจ้าอสูรด้วย

เจ้าอสูรคำรามและหายตัวไปอีกครั้ง,คราวนี้เขาไปปรากฏตัวด้านหลังของ เย่ซ่ง และส่งดาบของเขาหล่อนออกไปจามือจากนั้นก็จับเขาเข้าไปที่คอของเย่ซ่งด้วยมือข้างหนึ่ง

พลังสัจธรรมแห่งนรกำลังจับเย่ซ่งอยู่และมันยังทำลายชุดเกาะของเขาเลยทีเดียว พลังแห่งสัจธรรมนรกทำให้พลังวิญญาณของจิตวิญญาณอสูรของเย่ซ่งหายไปอย่างรวดเร็ว,และกลายร่างกลับมาเป็นมนุษอีกครั้ง

ภายใต้พลังกดดันที่น่ากลัว เย่ซ่งครางออกมาอย่างเจ็บปวด



เช่นเดียวกับเนี่ยหลี่ที่ต้องหยุดการโจมตีของเขาอยู่บนอากาศ

"เย่ซ่ง" เย่โม่ เตรียมที่จะพุ่งเข้ามา,แต่เขากลัวว่าเจ้าอสูรจะทำร้ายเย่ซ่ง,จึงทำได้แค่หยุดกลางอากาศ

"ท่านพ่อ"ประกายสายตาของเย่จื้อหวิ๋นเต็มไปด้วยความกังวลปรากฎบนใบหน้าของเธอ

เจ้าอสูรหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาและจ้องมองไปยังเนี่ยหลี่"ดาบของเจ้าช่างทรงพลังนัก ถ้าเราต่อสู้กันข้าคงไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้ แต่เจ้านั้นมีจุดอ่อนมากเกินไป นั้นก็คือทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นจุดอ่อนของเจ้า นอกเหนือจากเจ้าแล้ว ข้าสามารถฆ่าคนอื่นได้สบายๆเลย"

เนี่ยหลี่จับดาบเทพอสนีดาวตกแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นบนมือของเขา สิ่งที่เจ้าอสูรพูดนั้นถูกต้อง ตอนนี้นั้นทุกคนล้วนแต่เป็นจุดอ่อนของเขา เพราะทุกคนนั้นล้วนแต่สำคัณกับชีวิตของเขาเป็นอย่างมาก

เขาจ้องไปยังเจ้าอสูรและกล่าวด้วยคำที่เยือกเย็น"ปล่อยเขาไป และข้าจะปล่อยเจ้าไป ,พวกเราจะไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี้ แต่ถ้าเจ้าทำร้ายเขาที่นี่ แม้ว่าจะต้องตามล่าเจ้าไปถึงดินแดนซากมังกร ข้าจะต้องล่าเจ้าให้ตายไปแน่"



หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เจ้าอสูรหัวเราะอย่างป่าเถือน "เจ้าขู่ข้ารึ? ในชีวิตเกือบร้อยปีของข้าไม่เคยมีใครที่จะคุกคามข้าได้,มันไม่มีใครที่ทำให้ข้ากลัวและขู่ข้าได้"

ตอนนี้เย่ซ่งอยู่ในกำมือของเจ้าอสูร,เนี่ยหลี่จึงไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวใดๆ

คอของเย่ซ่ง ยังถูกจับด้วยมือขนาดใหญ่ที่มีพลังของสัจธรรมแห่งนรกกำลังบีบและกดดันเขาอยู่ มันทำให้เขาลำบากที่จะพูดอะไรออกมาได้ ความแข็งแกร่งของเย่ซ่งนั้นยังต่างจากเจ้าอสูรมากมายนัก

"ไม่ต้องสนใจข้า,ฆ่ามันซะ"เย่ซ่งตะโกนด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่เขารวบรวมพลังที่เหลืออยู่ในการที่จะต่อต้านพลังของเจ้าอสูร

"จะดิ้นรนไปทำใม่เจ้านั้นไม่ต่างจากมดปลวกหรอก" เจ้าอสูรหัวเราะอย่างเย็นชา เขาคว้าแขนข้างขวาของเย่ซ่ง แล้วดึงมันออกมา ทำให้เลือดพุ่งออกไปทุกทิศทาง เย่ซ่งครวญครางด้วยความเจ็บปวดอย่างรรุ่นแรง ต่อเขาก็ยังทนมันไว้อย่างแข็งขัน

"ท่านพ่อ" สายตาที่เห็นความเจ็บปวดของเย่ซ่ง,เย่ จื้อหวิ๋นนั้นร้องให้ออกมา เธอสร้างเสาน้ำแข็งออกมา แต่ก่อนที่เธอจะปล่อยมันออกไป เย่โม่ก็ออกมาห้ามไว้

หากว่าเธอมันมันออกไปตอนนี้,นอกจากเธอจะไม่สามารถช่วยเย่ซ่งได้แล้ว,เธอยังจะได้รับอันตรายอีกด้วย เย่โม่ก้าวออกมาและปล่อยพลังสัจธรรมแห่งลมหิมะ ไปยังเจ้าอสูร "เจ้าอสูร,ปล่อยเย่ซ่งไปซ่ะ ไม่อย่างนั้นแล้วเจ้าอย่าฝันเลยว่าจะออกไปจากเมืองกลอลี่ได้ แม้ว่าข้าจะแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะสังหารเจ้าให้ได้

"เย่โม่ เจ้าคิดจริงๆรึว่าจะต่อกรกับข้าได้?ปล่อยข้าไปอย่างนั้นรึ? ช่างน่าขันนัก  ข้าจะมีพลังงานสวรรค์ในอีกไม่ช้า เจ้านั้นมันไม่ต่างจากมดปลวกในสายตาของข้า" รังสีอมหิตปล่อยออกมาจากร่างของเจ้าอสูรเป็นพลังงานสัจธรรมแห่งนรกเป็นคลื่นกระจากออกมาอย่างมากมาย"เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถที่จะแตะต้องข้าได้รึ?"


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น