วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 256 – Desert Palace

Tale of the demon and god novel Chapter 256 – Desert Palace

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 256 - พระราชวังทะเลทราย


บทที่ 256 - พระราชวังทะเลทราย

หลังจากเย่จื้อหวิ๋นมาถึงทะเลทรายไม่สิ้นสุด เธอค้นพบชิ้นส่วนของความทรงจำจากชาติก่อนของเธอ

นอกจากนี้ เสี่ยวหนิงเอ๋อได้กล่าวว่าในความฝันของเธอ มีฉากที่เธอเข้าไปในป่าปีศาจ

เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ !

มันเกิดอะไรขึ้น?

เนี้ยหลี่รู้สึกว่าการเกิดใหม่ของเขานั้นทำให้เรื่องราวมันซับซ้อนมากกว่าที่เขาคาดคิดไว้ซะอีก! ยิ่งคิดมันก็ยิ่งทำให้เขาหวาดกลัว ใครกันที่มีความสามารถในการสร้างเรื่องพวกนี้ได้?

เนี้ยหลี่รู้สึกว่าในการเปิดเผยความลึกลับทั้งหมด ขั้นตอนแรกคือการค้นหาเกี่ยวกับตำราภูติห้วงกาลลี้ลับและไปที่ดินแดนซากมังกร เขาไม่เคยคิดหาคำตอบมาก่อนเมื่อตอนที่เขาอยู่ในโลกใบเล็ก ๆ

เมื่อเนี้ยหลี่เห็นเสี่ยวหนิงเอ๋อมีอาการเจ็บปวด เนี้ยหลี่ก็เข้าใจในทันทีว่าการที่เขาได้พบกับเสี่ยวหนิงเอ๋อนั้นไม่ใช่เหตุบังเอิญ โชคชะตาของเสี่ยวหนิงเอ๋อนั้นถูกกำหนดให้เป็นเช่นเดียวกับโชคชะตาของเย่จื้อหวิ๋น  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาตัดสินใจพาเย่จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อไปด้วย พร้อม ๆ กับการตามหาคำตอบ

กลุ่มของเขายังคงค้นหาต่ออีกหลายวันทั่วดินแดนแห้งแล้งแห่งนี้

ตามความทรงจำของเขาพระราชวังทะเลทราย ควรจะอยู่ใกล้ๆแถวๆนี้

หลู่เปียวที่ยืนอยู่ข้างๆเนี้ยหลี่ กล่าวอย่างท้อแท้ว่า "เนี้ยหลี่ นายแน่ใจนะว่าพระราชวังทะเลทราย อยู่ใกล้ ๆ แถว ๆ นี้? ต้วนเจี้ยนบินหาบนท้องฟ้าตั้งหลายวันแล้ว แต่เราก็ยังไม่เจอพระราชวังทะเลทรายเลย!"

"พระราชวังทะเลทรายอยู่ใกล้ ๆ แถว ๆ นี้แหละ! เราหากันต่อเถอะ!" เนี้ยหลี่กล่าวอย่างขึงขัง



เมื่อหลู่เปียวเห็นความมั่นใจของเนี้ยหลี่ เขาจึงกล่าวว่า "ดี งั้นเราจะค้นหาต่อไป!"

กลุ่มของเขาค้นหาโดยรอบโดยไม่หยุดพักผ่อน

เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วแน่น จากความทรงจำของเขา พระราชวังทะเลทรายน่าจะอยู่แถวๆนี้ แต่ทำไมพวกเขาไม่พบแม้แต่เงาของมันหลังจากค้นหาอยู่หลายวัน? มันไม่มีเหตุผลเลยที่พวกเขาไม่สามารถหาสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตมโหฬารได้เจอ หลังจากค้นหาอยู่ค่อนข้างนาน

เนี้ยหลี่ค่อยๆเดินผ่านทรายสีเหลืองในขณะที่เขารื้อฟื้นความทรงจำของเขาอย่างช้า ๆ ที่ละน้อย ๆ

ในขณะที่เขาเดินอยู่นั้น ความทรงจำจากชาติที่แล้วก็แวบผ่านเข้ามาในหัวของเขา

ในชาติที่แล้ว เขาเดินอย่างโดดเดี่ยวผ่านดินแดนแห้งแล้ง ภายใต้ดวงอาทิตย์ร้อนแรงนั้นเอง พระราชวังใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนขอบฟ้า

เขาตกใจมาก จากลักษณะของพระราชวัง เขาคิดว่าเขาได้มาถึงสรวงสวรรค์, พระราชวังในตำนานของเหล่าเทพ
เขาเคลื่อนที่เข้าใกล้พระราชวังทะเลทรายอย่างช้า ๆ ทีละก้าว จนกระทั่งเขาไปถึงทางเข้าของของพระราชวังทะเลทราย จากนั้นเขาก็ผลักประตูยักษ์สีทองออก เกิดแสงสว่างเจิดจ้าจนเกือบทำให้เขาตาบอด เข้าพยายามลืมตาของเขาด้วยความยากลำบาก ทันใดนั้นเข้าเห็นรูปปั้นมากมายนั่งอยู่ในพระราชวัง แต่ละรูปแตกต่างกันไป มียักษ์ใส่เกราะทอง, เด็กสาวที่ดูยากจน และสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดประเภทอื่นๆทั้งหมด ใต้ฝ่าเท้าของรูปปั้นยักษ์เหล่านี้เป็นเส้นทางที่นำไปข้างใน

เนี้ยหลี่เดินไปตามทางและมาถึงแท่นบูชาประหลาดที่มีคัมภีร์ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยอักขระจากรึกที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ที่ใจกลางของแท่นบูชานี้คือตำราภูติห้วงกาลลี้ลับนั่นเอง

พลังงานประหลาดแผ่กระจายไปทั่วตำราลึกลับ เนี้ยหลี่ยื่นมือออกไปหามัน และชีวิตของเขาก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล

เนี้ยหลี่ตกอยู่ในภวังค์ ความทรงจำต่างๆมากมายยังคงแล่นเข้ามาในความคิดของเขา ในขณะที่เขายังคงเดินไปข้างหน้าด้วยสีหน้าว่างเปล่า

ตูเซอและคนอื่นๆ รู้สึกว่าเนี้ยหลี่ทำตัวแปลกๆ และรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

หลู่เปียวตั้งใจจะเขย่าเนี้ยหลี่ให้ตื่นจากภวังค์ แต่ตูเซอห้ามไว้ก่อน "ดูเหมือนเนี้ยหลี่กำลังบ่มเพาะพลังอยู่"

เนี้ยหลี่เดินไปอีกประมาณพันเมตร อยู่ ๆ เขาก็ตื่นจากภวังค์ เขาลืมตาขึ้นและมองไปยังพื่้นที่ว่างเปล่าตรงหน้าและเกิดอาการตกตะลึง

ทุกคนหันไปในทิศทางที่เนี้ยหลี่มองอยู่ แต่ก็เห็นเพียงแค่ทะเลทรายยาวออกไปไม่สิ้นสุด ไม่มีวี่แววของพระราชวังทะเลทราย อย่างไรก็ตาม มีรูปปั้นโบราณที่เสียหายกระจายอยู่ในทรายจำนวนมาก

รูปปั้นเหล่านี้ดูราวกับว่ามีอายุเป็นพันปี

มีเพียงความรู้สึกยะเยือกปรากฏในสายตาของพวกเขา

เสียงลมหวีดหวิวกรีดผ่านเนินทราย เหมือนกับต้องการจะบอกอะไรพวกเขา

"หรือว่า?" ในชาติที่แล้วเมื่อเข้าไปถึงพระราชวังทะเลทราย มันมีโครงสร้างที่ใหญ่โต และสง่างาม ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า แต่เมื่อเขากลับมาที่นี่อีกในชาตินี้ มันได้กลายเป็นซากปรักหักพังไปซะแล้ว

หลู่เปียวมองเนี้ยหลี่ด้วยความสับสน "เนี้ยหลี่ , เกิดอะไรขึ้น ? นี่คือพระราชวังทะเลทรายที่นายกำลังพูดถึงงั้นเหรอ? นายบอกว่ามันเป็นพระราชวังอันงดงาม? ทำไมมันถึงกลายเป็นซากปรักหักพังไปได้ล่ะ?"

ตูเซอและคนอื่นๆ รู้สึกสับสนมากๆ ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงเนี้ยหลี่บอกอยู่เสมอ ว่าพระราชวังทะเลทรายเป็นสถานที่อันงดงามมาก เหมือนกับพระราชวังของพระเจ้าโบราณ

แต่ตอนนี้ที่พวกเขามาถึง มันก็ไม่ได้เป็นเหมือนเนี้ยหลี่ได้บอกเอาไว้เลย

มันเป็นไปได้มากว่าเนี้ยหลี่ได้เรียนรู้การดำรงอยู่ของพระราชวังทะเลทรายจากแผนที่ขุมทรัพย์หรือบันทึกโบราณ แต่ตอนนี้ที่พวกเขามาถึงแล้ว และปัจจุบันพระราชวังทะเลทรายได้ถูกทำลายไปแล้ว มันเป็นไปได้ที่จะเป็นฝีมือของสัตว์อสูรใช่มั้ย?

แต่ตอนนี้นั้นเขาก็ไม่รู้คำตอบ เขานึกทบทวนความทรงจำ ครู่ต่อมา เขามาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นแท่นบูชา แต่ไม่มีอะไรอยู่ที่นั่นนอกจากเศษซากปรักหักพัง เขาไม่พบตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ!!!

ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับอยู่ที่ไหน??

หายไป??

" อ๊าก ! ! ! " เนี้ยหลี่รู้สึกเหมือนสมองของเขากำลังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

" เนี้ยหลี่ , เกิดอะไรขึ้น ? "

" เนี้ยหลี่ ! " เย่จื้อหวิ๋น, เสี่ยวหนิงเอ๋อ และคนอื่นๆ เรียกชื่อเราด้วยความกังวลใจ

สติของเขาค่อยๆพร่ามัว แล้วจึงล้มลงกับพื้น

พระราชวังทะเลทรายก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับก็หายไป

จะเกิดอะไรขึ้นอีก? จากความเจ็บปวดที่รุนแรงทำให้สติของเนี้ยหลี่จมลงสู่ความมืดมิด

หนึ่งเดือนต่อมา ณ เมืองกลอรี่

ทุกๆอย่างเจริญรุ่งเรืองและคึกคักอย่างที่มันเคยเป็น ตระกูลต่างๆจากดินแดนคุกอเวจี และที่ราบลิขิตสวรรค์ได้เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเมืองกลอรี่ ทำให้เมืองกลอรี่มีสีสันมากยิ่งขึ้น กำแพงเมืองถูกต่อให้สูงขึ้นอีกหลายเมตร
การป้องกันของเมืองกลอรี่นั้นรัดกุมขึ้น ด้วยค่ายกลหมื่นอสูรอีก 5 แห่งรอบเมืองกลอรี่ และวิธีการป้องกันอื่น ๆ อีกมากมาย ต่อให้มีการรุกรานจากฝูงสัตว์อสูรขนาดใหญ่ เมืองกลอรี่ก็สามารถต้านทานได้อย่างสมบูรณ์
ที่ลานฝึกของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ เยาวชนจำนวนมากกำลังฝึกฝนอยู่

ทุกความเคลื่อนไหวของเยาวชนเหล่านี้เต็มไปด้วยความแข็งแรง

เยาวชนเหล่านี้ได้ฝึกเทคนิคการบ่มเพาะที่มีประสิทธิภาพ มีบางคนอยู่ในขั้นถึงร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์
พวกเขาเป็นความหวังของเมืองกลอลี่แห่งนี้ วันหนึ่งเมื่อพวกเขาโตขึ้น ก็จะกลายเป็นพลังที่สามารถปกป้องเมืองกลอรี่ได้ ไม่ไกลจากลานฝึกคือกลุ่มเด็กอายุ 3-4 ปี กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน

ณ ตำหนักเจ้าเมือง

เย่จื้อหวิ๋นกำลังอาบน้ำอยู่ในตำหนัก นั้นได้แสดงออกถึงความเศร้าโศกบนใบหน้าของเธอ หนึ่งเดือนผ่านไป แต่เนี้ยหลี่ยังคงไม่ได้สติ

ในช่วงเวลานี้ เธอและเสี่ยวหนิงเอ๋อผลัดกันเฝ้าดูแลเขา ซึ่งตอนนี้เป็นเป็นเวรของเสี่ยวหนิงเอ๋อ เย่จื้อหวิ๋นจึงกลับมาอาบน้ำที่ห้องของเธอ

ผิวน้ำสะท้อนใบหน้า, รูปร่าง และสัดส่วนที่สวยงามของเธอ

ปรากฏหยดน้ำตาไหลรินออกมาจากตาของเธอ เธออยากให้คน ๆ นั้นรับรู้ว่าเธอต้องการเขา แต่มันก็สายเกินไปแล้วที่จะได้พูด

หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อเธออธิษฐานต่อสวรรค์ ตราบใดที่เนี้ยหลี่สามารถฟื้นคืนสติ เธอยินดีที่จะให้ทุกอย่าง แม้แต่ชีวิตเธอ !

ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอก เป็นเสียงของเสี่ยว เซี่ย "เย่จื้อหวิ๋น เนี้ยหลี่ฟื้นแล้ว เสี่ยวหนิงเอ๋อให้มาเรียกเจ้า ไปเร็ว ๆ !"

"เนี้ยหลี่ฟื้นแล้ว" เย่จื้อหวิ๋นตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง เธอรีบลุกขึ้นจากน้ำ และแต่งตัวอย่างรวดเร็ว

หลังจากออกจากห้องของเธอ เธอรีบวิ่งเข้าไปในสวนของตำหนักเจ้าเมือง

ในสวนของตำหนักเจ้าเมือง เนี้ยหลี่กำลังนอนอยู่บนเตียง ตาของเขาปิดอยู่ ใบหน้าของเขาแสดงความเจ็บปวดออกมาในบางครั้ง

ตั้งแต่เย่จื้อหวิ๋นออกไป เสี่ยวหนิงเอ๋อยืนเฝ้าอยู่ข้างเนี้ยหลี่ ตลอดทั้งเดือน เธอไม่ได้หยุด หรือพักผ่อนเลย
ใบหน้าของเธอซีดเซียวและดวงตาเป็นสีแดงก่ำจากการร้องไห้ มือขาวดั่งหยกของเธอประสานแน่นกับมือของเนี้ยหลี่ เธอพยายามส่งพลังวิญญาณของตัวเองเข้าไปในร่างของเขา

เธอสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยที่มือของเนี้ยหลี่ เธอจึงส่งเสี่ยว เซี่ยไปตามเย่จื้อหวิ๋นทันที

ก่อนหน้านี้ พลังงานในร่างกายของเนี้ยหลี่ดูเหมือนจะเหือดแห้งไป ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามยังไง ก็ไม่เป็นผล แต่ตอนนี้ เธอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งกำลังกลับมาหาเนี้ยหลี่อย่างช้าๆ

เธอรีบเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของเธอขณะที่เธอส่งพลังวิญญาณเข้าไปในร่างของเขาเพิ่ม


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

4 ความคิดเห็น: