วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 254 – Becoming a Disciple

Tale of the demon and god novel Chapter 254 – Becoming a Disciple

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 254 - ได้มาเป็นศิษย์


บทที่ 254 - ได้มาเป็นศิษย์


เมื่อพวกเขาได้ยินชายในชุดคลุมสีดำแจ้ง  ทั้งหมดพากันประหลาดใจ ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้คือจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพในตำนานคนนั้นจริงหรือ?

ยู่เหยียนผู้ที่หลบซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของเนี้ยหลี่สัมผัสได้ถึงออร่าพลังของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพและจากอีกหกคน เธอตกใจอย่างมากที่นครใต้พิภพนี้มีผู้มีพลังระดับเดียวกันหรือมากกว่าระดับของเทพวิญญาณแถมมีกันตั้งเจ็ดคน!

เสี่ยวหนิงเอ๋อ พลันถามด้วยเสี่ยงอ่อยๆ "เซียวหยู๋เจ้ามีความสัมพันธ์กับจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพอย่างไร?..."

เซียวหยู๋ยิ้มให้กับเสี่ยวหนิงเอ๋อพร้อมกับบอกว่า"ท่านจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพเป็นพ่อบุญธรรมที่เลี้ยงดูข้ามาด้วยความเมตตา"

นั่นช่างเป็นภูมิหลังที่น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งไม่แปลกใจเลยที่เขาบอกว่าไม่มีใครในดินแดนใต้พิภพนี้กล้าแตะต้องเขา

จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพมองไปที่ทุกคนแล้วยิ้ม "พวกเจ้าเป็นผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และเป็นผู้ที่ถูกเลือกมาจากดินแดนใต้พิภพ ถึงแม้พวกเจ้ายังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่จากนี้ไป พวกเจ้าทั้งหมดจะได้รับรู้ถึงดินแดนใหม่"

"โลกที่เรากำลังยืนอยู่นี้พวกเราเรียกขานกันว่าโลกใบเล็ก นี่เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของดินแดนซากมังกร แม้กระทั่งพลังระดับตำนานที่พวกเจ้าภูมิใจนักหนานั้นยังเป็นแค่ขั้นเริ่มต้นของการบ่มเพาะพลังที่แท้จริง เหนือขึ้นไปกว่าระดับตำนานยังมี ลิขิตสวรรค์, ดาราสวรรค์, แดนสวรรค์, ผู้รอบรู้แห่งมังกร และเทพสงคราม"



เมื่อได้ยินเช่นนั้น ภาวะตะลึงเกิดขึ้นอยู่บนตาของซางหมิงและคนอื่น หากแม้นแต่โลกใบเล็กนี้ยังเป็นแค่ส่วนเล็กๆของดินแดนอันกว้างใหญ่ ที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยได้รับการบอกเล่าเลยว่ามีระดับพลังที่อยู่เหนือขึ้นไปกว่าระดับตำนาน

จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพกล่าวต่อ "ในดินแดนซากมังกรมีหลากหลายนิกาย อีกทั้งพลังสูงสุดที่คงอยู่ชั่วนิรันดร ที่ปรากฏอยู่ในดินแดนนั้นด้วย. ทุกคนในแต่ละนิกายสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นจุดสุดยอดของโลกใบเล็กนี้ได้อย่างง่ายดาย เหตุผลเดียวที่พวกเขาไม่สนใจโลกใบเล็กและยังคงทำให้มันสงบสุขนั้นคือ การอาศัยอยู่ในโลกใบเล็กไม่ได้เป็นที่ต้องการของพวกเขาเหล่านั้น ยังไงซะการที่จะเข้ามายังโลกใบเล็กนั้นไม่สามารถเข้ามาจากข้างนอกได้ ทางเชื่อมของโลกทั้งสองจะปรากฏขึ้นทุกๆห้าปี มีเพียงผู้คนที่เกิดบนโลกใบเล็กนี้เท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้ตามปรารถนา"

ในชีวิตก่อนหน้า เนี้ยหลี่ได้มีโอกาสเข้าไปยังทางเชื่อมเพื่อไปยังดินแดนซากมังกรแล้วและได้พบกับโลกใหม่ทั้งหมด

เมื่อได้ฟังในสิ่งที่จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพบอก ซางหมิง มู่เอีย และ หัว ฮัว ต้องก็แสดงความสนอกสนใจและคิดจะเดินทางไปยังดินแดนซากมังกร มันจะเป็นโลกแบบไหนกันนะ?

จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพมองกวาดสายตามองไปยังทุกคน "ผู้เชี่ยวชาญทั้งหกท่านนี้ก็มีแรงจูงใจเช่นเดียวกันกับข้า พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญที่กำเนิดบนโลกใบเล็กนี้ แต่ละท่านจะเลือกพวกเจ้าเข้ามาเป็นศิษย์ของท่าน หากเจ้าอยากจะเป็นศิษย์ของผู้เชี่ยวชาญแล้วล่ะก็ จงแสดงผนึกวิญญาณของเจ้าออกมาแล้วผู้เชี่ยวชาญจะพาเจ้าไปยังดินแดนซากมังกรพร้อมเข้าร่วมกับนิกายของท่าน ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ ได้เรียนรู้เทคนิคการบ่มเพาะพลังระดับสูง แล้วก้าวขึ้นมาเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุด" หากเป็นผู้บ่มเพาะพลัง สิ่งยั่วยวนเหล่านี้นั้นยากต่อการห้ามใจยิ่งนัก

เมื่อผนึกวิญญาณได้สร้างขึ้น ความเป็นศิษย์และอาจารย์จะคงอยู่ตลอด ในดินแดนซากมังกร การหักหลังและทรยศต่ออาจารย์คือบาปที่ไม่สามารถให้อภัยได้!

ตูเซอกระซิบที่ข้างหูของเนี้ยหลี่" เนี้ยหลี่ นี่เราต้องเดินทางไปดินแดนซากมังกรอย่างนั้นหรือ?"

เนี้ยหลี่พยักหน้าแล้วส่งสายตาไปทางที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่ง "มันจำเป็นที่พวกเราต้องไปยังดินแดนซากมังกร หาไม่แล้วเราจะไม่สามารถแข็งแกร่งพอรับมือกับสิ่งที่เมืองกลอรี่อาจจะต้องพบเจออีกในเวลาห้าปีถัดมา"

หากพวกเขายังอยู่ในโลกใบเล็กแล้วให้เจ้าอสูรไปยังดินแดนซากมังกร ในอีกห้าปีต่อมามันจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเจ้าอสูรที่จะทำลายเมืองกลอรี่

ความเศร้าปรากฏในดวงตาของตูเซอ "แล้วพวกเราจะได้กล่าวร่ำลาครอบครัวเราก่อนไหม?"

เนี้ยหลี่ครุ่นคิดชั่วครู่แล้วบอก"ท่านจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพน่าจะให้เวลากับพวกเราเพื่อทำอย่างนั้น"

เมื่อจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพได้ยินในสิ่งที่พวกเขาคุยกัน เขายิ้มอ่อนแล้วบอก "ก่อนที่เราจะเดินทางไปยังดินแดนซากมังกร ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าซักสองสามเดือนเพื่อใช้เวลากับครอบครัวของพวกเจ้า แม้กระทั่งหากเจ้ามีอะไรที่ยังติดค้างอยู่พวกเราก็จะช่วยเจ้าเติมเต็มในสิ่งนั้น"

ในตอนนั้น ซางหมิงได้ลุกขึ้นจากด้านข้าง โค้งคาราวะแล้วถาม "ท่านลอร์ดผู้สูงศักดิ์ ข้าจักขอถามได้ไหมว่าอาจารย์ของข้านั้นเป็นท่านผู้ใด? หรือเราสามารถเลือกได้ด้วยตนเอง?"

จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพส่ายหน้าแล้วกล่าว"อาจารย์ของพวกเจ้าได้ตัดสินใจไว้แล้ว หากมีอะไรที่เจ้าไม่พอใจ เจ้าจักได้รับอนุญาตให้กลับออกไปได้เลย"

เมื่อได้ยินในสิ่งที่จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพบอก ซางหมิงหุบปากของเขาทันที พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือก ในความเป็นจริงแค่ได้รับความสนใจจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญนี้ก็มากเกินพอแล้ว ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะเป็นกังกลแล้วคิดว่าอาจารย์ของพวกเขาจะเป็นคนเช่นใดกัน

เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อ ตูเซอและพวก ต่างก็เป็นกังวล ด้วยจำนวนที่มากมายของพวกเขา เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้อาจารย์คนเดียวกัน กลุ่มของพวกเขาต้องแยกกันไป

ทั้งเย่ จื้อหวิ๋นและเสี่ยวหนิงเอ๋อ ต่างก็หันไปหาเนี้ยหลี่พร้อมกัน ดินแดนซากมังกรคือดินแดนห่างไกลที่พวกเขาเคยพูดถึงกัน พวกเธอทั้งสองต่างก็คิดไปว่าอะไรคือสิ่งที่จะได้รับในการไปเยือนครั้งนี้กัน

จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพกวาดสายตาไปทั่วๆ"หลังจากที่พวกเจ้าได้กลายมาเป็นศิษย์แล้วนั้น อาจารย์ของพวกเจ้าจะอธิบายสถานการณ์ที่ดินแดนซากมังกรอย่างละเอียดเองอีกที อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพวกเจ้าจะเข้าไปอยู่นิกายใดเจ้าทั้งหลายล้วนกำเนิดมาจากโลกใบเล็กด้วยกันทั้งนั้น หากคนใดลืมถิ่นกำเนิดของตนหรือทรยศต่ออาจารย์ของตน พวกข้าทั้งหมดจะทุ่มพลังเพื่อสังหารมันผู้นั้นด้วยตัวของพวกข้าเอง!"

เมื่อได้สัมผัสถึงรังสีอำมหิตที่ปรากฏขึ้นบนตาของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ ทุกคนพร้อมกันพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

สาวงามที่ยืนอยู่หลังเจ้าพิภพยิ้มอย่างอ่อนหวานแล้วมองมาทาง เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อ และเสี่ยว เซี่ย "เจ้า เจ้าและก็เจ้ามานี่ แต่นี้ต่อไปพวกเจ้าทั้งหมดคือศิษย์ของข้า"

เมื่อเปรียบเทียบกับผู้เชี่ยวชาญท่านอื่น อาจารย์หญิงท่านนี้ดูท่าทางมีเมตตาและกรุณามากกว่าใคร เนี้ยหลี่จึงวางใจได้หากเย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อ และเสี่ยว เซี่ย จะติดตามนางไป

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างเลือกสามลูกศิษย์ของตน ตูเซอ หัว ฮัว และซางหมิง อยู่กับผู้เชี่ยวชาญผมสีน้ำเงิน ต้วนเจี้ยน เจ้าอสูร และมู่เอียอยู่ด้วยกัน

เนี้ยหลี่ หลู่เปียว  และระดับเซียนหนุ่มวัยยี่สิบ ได้ถูกเลือกให้อยู่ด้วยกันพร้อมทั้งเป็นศิษย์ของท่านจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ

เมื่อผนึกวิญญาณได้ถูกสร้างพร้อมด้วยกฎต่อพวกเหล่าลูกศิษย์ มันคือการบ่งบอกว่าใครเป็นอาจารย์ของพวกเขา ในดินแดนซากมังกรการสร้างผนึกวิญญาณต่อกันนั้น ถือเป็นสำคัญยิ่งนัก เพราะมีความสัมพันธ์เยี่ยงศิษย์-อาจารย์ , อาจารย์จะไม่ทำร้ายใดๆต่อศิษย์ของตนเอง. นั่นทำให้เนี้ยหลี่โล่งใจเมื่อได้เป็นศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ

"อีกสามเดือนข้างหน้า คือเวลาที่พวกเจ้ามีเพื่อทำการร่ำลากับครอบครัวของพวกเจ้า เมื่อทางเชื่อมกับดินแดนซากมังกรเปิดขึ้น พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องมุ่งหน้าเพื่อไปเข้านิกายของพวกเจ้า" จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพกล่าวกับทุกคนในขณะที่มองชายแขนเสื้อของเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่นั้นเข้าใจได้ในทันทีเลยว่าจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพนั้นรับรู้ได้ว่ายู่เหยียนหลบซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของเขา อย่างไรเสีย จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพก็ทำเพียงแค่มองแต่ไม่ได้พูดอะไร

จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพมองไปยังทั้งสามคนพร้อมกับกล่าวว่า"จากวันนี้ไปพวกเจ้าทุกคนต้องเรียกข้าว่าอาจารย์"

เนี้ยหลี่ก้าวออกมาด้านหน้าแล้วประทับมือ"ท่านอาจารย์ผู้สูงศักดิ์ ก่อนที่พวกเราจะเดินทางไปยังดินแดนซากมังกรนั้น ข้ามีเรื่องร้องขอ หากแต่ท่านจะอนุญาต"

"อะไรคือสิ่งที่เจ้าร้องขอ"จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพกล่าว

"ข้านั้นมาจากเมืองภายนอกดินแดนใต้พิภพที่มีชื่อว่า เมืองกลอรี่ เมื่อข้าจะไม่ได้อยู่เพื่อดูแลแล้ว ขอเพียงท่านอาจารย์จักให้ความปลอดภัยแก่เมืองของข้าด้วย" เนี้ยหลี่กล่าวบอกอย่างเคารพ เขาคิดว่าจะเปิดเผยทุกอย่างต่อจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพเพราะความสัมพันธ์ศิษย์-อาจารย์ได้ก่อตั้งแล้วนั้น แน่นอนว่าจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพจะรับเรื่องไว้ การปกป้องเมืองกลอรี่ให้ปลอดภัยไม่ใช่งานยากสำหรับเขาเลย

"โอ้เมืองกลอรี่งั้นเรอะ"จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพได้ยินที่เนี้ยหลี่บอกแต่ไม่ได้มีอาการตะลึงแต่อย่างใด เขายิ้มอย่างมีนัย "เมืองที่เหล่ามนุษย์ก่อตั้งขึ้นบนโลกหลักน่ะเหรอ เมืองที่คอยปกป้องตัวเองจากการรุกรานของเหล่าสัตว์อสูร เจ้าคิดว่าแค่ผู้เชี่ยวชาญไม่กี่คนของเมืองจะรับมือกับการรุกรานของสัตว์อสูรได้อย่างเพียงพองั้นรึ? อย่างน้อยที่สุดข้าเคยให้สัญญากับสหายข้าไว้ว่า หากข้ายังมีชีวิตอยู่จักไม่ให้มีผู้ใดมารุกรานเมืองกลอรี่ได้"

มีใครบางคนกำลังปกป้องเมืองกลอรี่อยู่งั้นหรือ เนี้ยหลี่รู้สึกตกตะลึงเมื่อได้ยิน แล้วเมื่อลองครุ่นคิดให้ดี เมืองกลอรี่ประสบกับหายนะมานับครั้งไม่ถ้วนแต่มันก็ไม่อาจทำให้เมืองกลอรี่ล่มสลายได้เลย เป็นไปได้ไหมว่ามีใครคอยปกป้องเมืองกลอรี่เอาไว้อยู่ในเบื้องหลัง

อย่างไรก็ตาม เนี้ยหลี่ที่งุนงงนั้นไม่สามารถนึกได้เลยว่าใครกันที่คอยปกป้องเมืองกลอรี่ไว้ตามที่ท่านจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพฝากฝัง

แล้วหากเป็นอย่างนี้ทำไมเมืองกลอรี่ถึงล่มสลายในชีวิตก่อนหน้าของเขา หรือท่านจ้าวพิภพนั้น...

หัวใจของเนี้ยหลี่เกิดอาการสับสนไม่รู้จบเมื่อจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพอยากจะเก็บเรื่องไว้เป็นความลับและไม่มีท่าทีว่าจะบอกกับเนี้ยหลี่ จากคำถามในใจของเขา คำตอบมันคงรออยู่ในอนาคตเป็นแน่

หลังจากการเฉลิมฉลองในการได้รับเลือกเป็นศิษย์ แต่ละคนก็ได้ทำการผนึกวิญญาณเข้ากับอาจารย์ที่น่าเคารพของพวกเขา

เซียวหยู๋ ยิ้มให้เนี้ยหลี่"หากแต่เราทั้งสองต่างอยู่ในนิกายขนนกแห่งทวยเทพ น้องชายต้องคอยดูแลข้าเพราะเทียบได้ว่าข้าคือคนที่เข้ามาก่อน"

เนี้ยหลี่สวนกลับ"มันต้องมีหนทางอื่นแหละน่า ที่จะไม่ต้องคอยรับใช้เจ้า"

ก่อนหน้านี้เนี้ยหลี่ยังไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเซียวหยู๋ เขาจึงต้องคอยตั้งท่าป้องกัน แต่ตอนนี้เขาได้รับรู้แล้วถึงความสัมพันธ์ของเซียวหยู๋และจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ การป้องกันของเขาก็พลันหายไปด้วย อย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ถึงท่าทางคล้ายหญิงของเซียวหยู๋ว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างไรกันเเน่

"งั้นเจอกันในอีกสามเดือน"เซียวหยู๋หัวเราะ

ในสามเดือนคือช่วงเวลาสุดท้ายที่จะได้อยู่บนโลกใบเล็กก่อนที่พวกเขาจะมุ่งหน้าไปที่ดินแดนซากมังกรและกว่าที่จะได้กลับมาอีกครั้งก็อีกตั้งห้าปีให้หลัง

หลังจากงานเฉลิมฉลองจบลงเหล่าลูกศิษย์ทำการร่ำลาก่อนจะเดินทางกลับไปยังครอบครัวของพวกเขา

"เนี้ยหลี่ พวกเราจะกลับกันตอนนี้เลยไหม?" ตูเซอถาม เพราะหลังจากนี้พวกเขาต้องอาศัยอยู่ในดินแดนซากมังกรเป็นเวลาถึงห้าปี
เนี้ยหลี่คิดชัวครู่ก่อนบอก"แน่นอนพวกเราจะกลับไปยังเมืองกลอรี่ แต่มีบางที่ที่ต้องแวะไปก่อน"

"ที่ไหนกัน?" ทุกคนมองเนี้ยหลี่อย่าง งงงวย

"พระราชวังทะเลทราย!" เนี้ยหลี่มองออกไปไกล ก่อนที่เขาจะไปยังดินแดนซากมังกรเขาต้องเดินทางไปยังที่แห่งนี้

พระราชวังทะเลทราย? ทุกคนต่างมึนงงถึงสถานที่นี้ ที่พึ่งได้ยินเป็นครั้งแรก พวกเค้าคิดว่ามันจะเป็นสถานที่แบบใดกันหนอที่เนี้ยหลี่พูดถึง ทำไมเค้าถึงได้อยากไปที่นั่นกัน?

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น:

  1. อีกสามคนในกลุ่มเนี้ยลี่ ไม่ได้ถูกระบุว่ายุวกับอาจารยท่านไหนง่ะ

    ตอบลบ