วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 253 – Master of the Nether Realm

Tale of the demon and god novel Chapter 253 – Master of the Nether Realm

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 253 - เจ้าแห่งดินแดนเจ้าพิภพ


บทที่ 253 - เจ้าแห่งดินแดนเจ้าพิภพ



ความเจ็บปวดปรากฏบนใบหน้ายู่หยานในทันที 

เนี้ยหลี่รู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ปกติเขากุมมือของยู่หยานไว้ ร่างกายของเธอยังคงเล็กอย่างที่มันเคยเป็น และผิวที่สวยงามของเธอเป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจ เสื้อผ้าที่บางของเธอนั้นดูราวกับว่ามันไม่มีอยู่

อย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่ไม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เขากดหัวแม่มือของเขาไปที่หน้าอกของเธอและส่งพลังวิญญาณเข้าไปในเขตแดนวิญญาณของเธอ

เอื๊อกกก... ยู่หยานครางออกมาในขณะที่ร่างกายของเธอบิดไปมา

ความรู้สึกที่แปลกประหลาดเดินทางผ่านหัวแม่มือของเนี้ยหลี่ เขาเห็นว่าตอนนี้ยู่หยานนั้นได้พบกับความเจ็บปวดที่รุนแรง อาจเป็นเพราะการต่อสู้ที่ดุเดือดที่เกิดขึ้นภายในเขตแดนวิญญาณของเธอ เนี้ยหลี่เพิ่มแรงกดที่หัวแม่มือมากขึ้น และส่งพลังวิญญาณเข้าไปในเขตแดนวิญญาณของเธอ

ภายใจเขตแดนวิญญาณของเธอ วิญญาณแห่งจิตแปลกปลอมกำลังต่อสู้อยู่กับยู่หยาน ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะตกอยู่สภาพแบบนี้ ที่จะต้องมาแย่งร่างกายของผู้หญิงวิญญาณแห่งจิตที่ชื่อคงหยานกล่าวอย่างน่าสังเวช หากเถาวัลย์ที่อยู่ในเขตแดนวิญญาณของเนี้ยหลี่ ไม่สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่เขา แน่นอนเขาจะไม่สนใจร่างกายของยู่หยานเลย

แต่เมื่อเขานั้นได้รับความเสียหายอย่างหนัก เขาไม่มีทางเลือกจึงต้องหาร่างใหม่ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ววิญญาณแห่งจิตของเขาจะต้องแตกสลายไป เพราะสถานการณ์บังคับ เขาจึงเลือกยู่หยาน

อย่างไรก็ตามเขาหวังว่ายู่หยานนั้นจะไม่ต่อต้านเขามากเกินกว่าที่เขาได้คิดไว้

ทั้งสองสู้กันอย่างดุเดือดภายในเขตแดนวิญญาณของยู่หยาน

วิญญาณแห่งจิตของยู่หยานนั้นค่อย ๆ ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ นับตั้งแต่จิตเทพของเธอฟื้นกลับคืนมา แต่วิญญาณแห่งจิตของเธอยังแตกกระจายอยู่ จุดอ่อนของเธอก็คือวิญญาณแห่งจิต ในขณะที่วิญญาณแห่งจิตทั้งสองต่อสู้กัน วิญญาณแห่งจิตของยู่หยานก็ได้รับความทุกข์ทรมานจากการโจมตี

หลังจากที่เนี้ยหลี่ส่งพลังวิญญาณของเขาเข้าสู่เขตแดนวิญญาณของยู่หยาน เขาก็เริ่มโจมตีวิญญาณแห่งจิตของผู้บุกรุกด้วยพลังที่รุนแรง แต่เขาก็สามารถให้ความช่วยเหลือแก่ยู่หยานได้อย่างจำกัด

ด้วยความช่วยเหลือของเนี้ยหลี่ ยู่หยานก็เริ่มโจมตีวิญญาณแห่งจิตนั้น

ไอ้สารเลว มาขวางทางข้าตลอด ถ้าข้ากลับมามีชีวิตได้อีกเมื่อไหร่ล่ะก็ ข้าจะฉีกเจ้าให้เป็นชิ้น ๆ เลยวิญญาณแห่งจิตคงหยานนั้นเต็มไปความเกลียดชังที่มีต่อเนี้ยหลี่ ถ้าเขาไม่ถูกเนี้ยหลี่ขัดขวาง เขาคงจัดการกับยู่หยานได้แล้ว แต่คิดจะให้ข้ายอมแพ้นะหรือ มันไม่ง่ายนักหรอก

ทันใดนั้นวิญญาณแห่งจิตคงหยานก็กลายเป็นเข็มที่บาง หลบหลีกจากเนี้ยหลี่แล้วพุ่งเข้าหาวิญญาณแห่งจิตของยู่หยาน

วิญญาณแห่งจิตคงหยานหัวเราะออกมาอย่างป่าเถื่อน ฮ่าๆๆ ในตอนนี้เจ้าไม่สามารถขวางทางข้าได้อีกแล้ว

แย่แล้ว!สีหน้าของเนี้ยหลี่เปลี่ยนไปทันที ตอนนี้วิญญาณแห่งจิตของศัตรู เข้าไปในวิญญาณแห่งจิตของยู่หยานแล้ว การต่อสู้ระหว่างพวกเขาทั้งสอง เนี้ยหลี่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้อีกแล้ว

รัศมีพลังของผู้บุกรุกนั้นมีความเข้มข้นขึ้นในทันที ในขณะที่มันเริ่มดูดกลืนวิญญาณแห่งจิตของยู่หยาน

เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่ารัศมีวิญญาณแห่งจิตของยู่หยาน กำลังอ่อนแรงลงไปเรื่อย ๆ เกือบที่จะมอดดับลงแล้ว

หัวใจของเนี้ยหลี่นั้นเต็มไปความโศกเศร้า ยู่หยานติดตามเขามานานและเธอนั้นเป็นเพื่อนของเขาซึ่งไม่มีใครมาแทนที่เธอได้ ถ้าวิญญาณแห่งจิตของเธอถูกยึดครอง เธอจะต้องหายไปตลอดกาล

ยู่หยานขมวดคิ้วแน่นด้วยความเจ็บปวดที่มาจากส่วนลึกภายในวิญญาณแห่งจิตของเธอ เวลาผ่านไป อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ของเธอค่อย ๆ เลือนรางหายไป ความทรงจำถูกดึงมาจากจิตใจของเธอ ในตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าประตูแห่งความตาย ทันใดนั้นความทรงจำมากมายนับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลเข้ามาให้หัวของเธอ

เธอเห็นตัวเองตอนที่เป็นเด็ก วิ่งเล่นอยู่ในทุ่งหญ้ากับพ่อแม่ของเธอ เธอนั้นดูมีความสุขมากในขณะที่เธอวิ่งเล่นไปรอบ ๆ

เธอเห็นตัวเองตอนเป็นสาว เธอแอบหลงรักเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เธอไม่กล้าแม้แต่จะยกศีรษะ แหงนมองไปยังใบหน้าของเขา

อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ทุกชนิดฟื้นคืนกลับมาในจิตใจของเธออีกครั้ง

คงหยาน หัวเราะออกมาอย่างป่าเถื่อน ขณะที่เขายังคงกลืนกินวิญญาณแห่งจิตของยู่หยาน อารมณ์ของมนุษย์ไม่แน่นอน เจ้ากำลังจะตาย จะมีประโยชน์อะไรที่เจ้าจะจดจำพวกมัน

เมื่อวิญญาณแห่งจิตของเธอกำลังจะมอดลง เปลวเพลิงสีทองก็ถูกจุดขึ้นภายในเขตแดนวิญญาณของเธอ เปลวเพลิงนั้นมีขนาดเล็กในตอนแรก แต่มันได้เพิ่มขึ้นและกลายเป็นเปลวเพลิงนรก

อ๊ากก...คงหยานกรีดร้องอย่างอนาถ เปลวเพลิงเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถต่อต้านได้ มันเผาไหม้วิญญาณแห่งจิตของเขา

รัศมีวิญญาณแห่งจิตของยู่หยานจากที่กำลังจะมอดลง ก็ลุกโชนและแข็งแกร่งมากขึ้น

คงหยานเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เจ้า...เจ้า...เขาหันกลับและพยายามที่จะวิ่งหนีแต่เปลวเพลิงสีทองก็ปกคลุมไปทั่วร่างของเขาแล้ว เขากรีดร้องด้วยความทุกข์ทรมานก่อนที่จะถูกเผาหายไปในความว่างเปล่า

เมื่อเนี้ยหลี่รู้สึกถึงความสว่างของพลังในเขตแดนวิญญาณของยู่หยาน เขาถอนพลังออกจากร่างกายของเธอ

เมื่อสักครู่นั้นเกิดอะไรขึ้นรึ?เนี้ยหลี่ยังคงมึนงงและไม่รู้ในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

รัศมีวิญญาณแห่งจิตที่ปกคลุมเธอ อยู่ๆก็หายไปและเธอก็ลืมตาขึ้นพร้อมทั้งถอนหายใจออกทางปาก เสื้อผ้าของเธอเปียกชุมไปด้วยเหงื่อ

แม้ว่าในปัจจุบันยู่หยานจะตัวเล็ก แต่เสื้อผ้าที่บาง ๆ นั้นก็ยังไม่สามารถคลุมรอบตัวของเธอได้ ร่องลึกที่มองเห็นผ่านคอเสื้อที่หลวมของเธอ และขาที่เรียวของเธอนั้นบริสุทธิ์ราวกับว่ามันทำมาจากหยก

เนี้ยหลี่สบตากับยู่หยาน เมื่อเขาเห็นยู่หยานตื่นขึ้น เขาก็ตะลึง ด้วยการบ่มเพาะพลังของเขาในตอนนี้ เนี้ยหลี่ไม่สามารถบอกได้ว่าใครที่ครอบครองร่างกายของยู่หยานอยู่

เสี้ยววินาทีต่อมา สีหน้าเขินอายก็ปรากฏบนในหน้าของยู่หยาน ปล่อยข้าได้แล้วตอนนี้เนี้ยหลี่ยังคงกดหัวแม่มืออยู่ที่หน้าอกของยู่หยานอยู่ มันทำให้พวกเขาดูดึงดูดกันและกัน

ตอนนี้ยู่หยานไม่เหมือนคนเดิมก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม คน ๆ นี้คือยู่หยานตัวจริงอย่างแน่นอน ถ้าหากเป็นคงหยานแล้วเขาจะไม่แสดงท่าทีแบบนี้ เนี้ยหลี่ยังคงมึนงงและไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ยู่หยานลอยขึ้นไปเกาะไหล่ของเนี้ยหลี่ แก้มของเธอยังคงมีสีแดงอยู่ และกล่าวว่า วิญญาณแห่งจิตนั้นถูกเผาไปด้วยเปลวเพลิงแห่งชีวิตของข้า

แต่เธอไม่ได้บอกกับเนี้ยหลี่ว่า ภายใจจิตใจของเธอนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป

โอ้...เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่าวิญญาณแห่งจิตของศัตรูนั้นได้ถูกมอดไหม้ไปแล้ว อย่างไรก็ตามการแสดงออกของยู่หยานนั้นยังคงแปลกเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็โยนคำถามเหล่านั้นทิ้งไปและตัดสินใจว่าจะไม่ใส่ใจเกี่ยวกับมันอีกต่อไป

เนี้ยหลี่ทำการบ่มเพาะพลังของเขาต่อ

ยู่หยานนั่งอยู่บนไหล่ของเนี้ยหลี่อย่างใจเย็น แต่ความคิดของเธอนั้นไม่สามารถสงบลงได้เป็นเวลานาน ในที่สุดเธอก็ยกหัวขึ้นและมองไปยังแก้มของเนี้ยหลี่ เธอรู้สึกร้อนผ่าว เธอหันหน้าไปทางอื่นพร้อมกับถอนหายใจ เธอเห็นมันในส่วนลึกของวิญญาณแห่งจิตของเธอ  ความจริงแล้วเธอไม่ได้มาจากโลกนี้ เธอสงสัยในสถานที่ ที่เธอเกิดขึ้นมาและเธอนั้นมาจากไหน

ยู่หยานตัดสินใจว่าเมื่อพลังเธอกลับมาแล้ว เธอจะไปจากโลกนี้แล้วค้นหาต้นกำเนิดของเธอ

อย่างไรก็ตามหากจะมีการเปลี่ยนแผนหรืออย่างไรนั้นก็เป็นเพราะเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างเธอนั้น เธอสงสัยว่าเขานั้นจะสามารถก้าวไปได้ไปถึงขั้นไหน
เนี้ยหลี่นั่งบ่มเพาะพลังอยุ่และเวลาก็ค่อยๆผ่านไปแล้ว 3 วัน  เขานั้นค่อย ๆ เข้าสู่สาวะอนัตตาแห่งจิต การบ่มเพาะพลังของเขานั้นรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว จากระดับ 1 ดาว เป็นระดับ  2 ดาว

ชั้นที่ 7 ของหอคอยเพลิงทมิฬ

เจ้าอสูรนั่งอยู่ในที่แคบ ๆ คนเดียว บนชั้นที่ 7 ของหอคอยเพลิงทมิฬ เขาได้เข้าถึงสภาวะอนัตตาจิต พลังงานลึกลับเข้าสู่ร่างกายและบางอย่างเกิดขึ้นภายในเขตแดนวิญญาณของเขา

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเรียกว่า พลังวิญญาณแห่งสวรรค์มีเพียงผู้ที่ได้รับการจัดสรรจาก ดินแดนแห่งสวรรค์โชคชะตาเท่านั้นที่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับลิขิตสวรรค์ได้อย่างแท้จริง

เขาได้ก้าวเข้ามาสู่ประตูของระดับลิขิตสวรรค์แล้ว เขาอ้าปากและดูดกลืนเปลวเพลิงทมิฬ หน้าท้องของเขาพองขึ้นเหมือนกับอึ่งอ่าง เขามีความเร็วในการดูดกลืนเปลวเพลิงทมิฬบนชั้นที่ 7 นั้นรวดเร็วยิ่งกว่าของจินตันซะอีก

เมื่อเข้าสู่สาภาวะอนัตตาจิต เวลาดูเหมือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว 

หลายวันผ่านไปไวเหมือนโกหก

วันที่สิบ

หลังจากการทดสอบสิ้นสุด ผู้เข้าสอบคนอื่น ๆ ที่อยู่ภายในหอคอยเพลิงทมิฬได้กลายเป็นเส้นแสงและหายไป

สวนสวยบนชั้นที่เก้า ของหอคอยมรณะ 9 ชั้น

เนี้ยหลี่และเพื่อนของเขา หายไปในอากาศ และแล้วก็โผล่มาที่สวน

ที่นี่ ที่ไหนเนี้ยหลี่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ และก็พบกับ เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อ ต้วนเจี้ยน และคนอื่น ๆ ที่เหลือ เท่าที่สายตาของเขามองเห็นนั้นสวนถูกออกแบบมาอย่างสวยหรู มีดอกไม้เบ่งบานอยู่ทั่วทุกมุม ฉากที่เขาเห็นนั้นสวยงามมาก จากสิ่งที่ได้เห็น พวกเขาก็สงสัยว่า พวกเขายังอยู่ในหอคอยมรณะ 9 ชั้นหรือเปล่า

น้องชายเนี้ยหลี่ และน้องสาวเสี่ยวหนิงเอ๋อ พวกเราพบกันอีกแล้วนะเซี่ยวหยู๋ยิ้มในขณะที่เขากล่าวทักทาย

เซี่ยวหยู๋ ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี้ล่ะเสี่ยวหนิงเอ๋อตกตะลึง

เนี้ยหลี่กวาดสายตาผ่านเซี่ยวหยู๋ไป และเห็นคนเจ็ดคนยืนอยู่ด้านหลังของเขา ผู้เชี่ยวชาญทั้งเจ็ดคนมีรัศมีที่น่าสะพรึงกลัวปล่อยออกมา หัวใจของเนี้ยหลี่กระโดดโลดเต้น การบ่มเพาะพลังของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ อย่างน้อยพวกเขาอยู่ในระดับลิขิตสวรรค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังอำนาจมากมายเช่นนี้อยู่ในดินแดนใต้พิภพ

เมื่อเห็นเซี่ยวหยู๋อยู่กับคนเหล่านี้ หัวใจเนี้ยหลี่ก็สั่นสะท้าน ท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ หนึ่งในนั้น ก็คือจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ

ซางหมิง มู่เอีย หัว ฮัว และคนอื่น ๆ ที่ได้รับการเคลื่อนย้ายไปพร้อมกับพวกเขากำลังจ้องมองด้วยความประหลาดใจ เจ้าอสูรดูใจเย็นมาก เขากวาดสายตาไปยังผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น และรอยยิ้มที่เกือบที่จะสังเกตได้แสยะที่มุมปากของเขา เขารอคอยเวลานี้มานานแล้ว ในที่สุดตอนนี้เขาก็สามารถที่จะไปดินแดนซากมังกรได้แล้ว


ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งที่คลุมเสื้อดำจากเจ็ดคน มองมายังเนี้ยหลี่และคนอื่น ๆ แล้วกล่าวว่ายินดีที่ได้รู้จักกับทุกคน ข้าคือจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ หวังว่าทุกท่านคงจะทราบชื่อของข้ามาบ้างแล้ว


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: