วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 249 – Probe

Tale of the demon and god novel Chapter 249 – Probe

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 249 -ตรวจสอบ


บทที่ 249 -ตรวจสอบ


เนี่ยหลี่รับรู้ได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวกลิ่นอายนั้นเล็ดลอดออกมาจากบุคคลอื่น ๆ

คลื่นความรุนแรงแผ่กระจายมาถึงตัวเขา, การเพาะปลูกพลังของอีกฝ่ายสูงขึ้นมากกว่าก่อนอีก.หลังจากที่เขามาถึงชั้นที่ห้าของหอคอยเพลิงทมิฬกลุ่มของพวกเขาต้องมีความเร็วและพลังในการบ่มเพาะพลังมากเป็นแน่

ขณะที่เนี่ยหลี่กำลังจะนั่งเพื่อบ่มเพาะพลัง,ชายที่สวมชุดคลุมสีขาวจู่ ๆ ก็ลุกขึ้นยืนและยิงโซ่สีดำจำนวนมากมาที่ เนี่ยหลี่จากทุกทิศทาง

การกระทำดังกล่าวไร้ซึ่งคำพูดใดๆ?

การรับรู้อย่างรวดเร็วว่ามีโซ่พุ่งมายังเขา,ทำให้เนี่ยหลี่สามารถหลบโซ่ได้อย่างรวดเร็ว

บูม * * * * * * * * * * * * บูม! * * * * * * * * บูม! *

ชั้นที่ห้าทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยปริมาณพลังงานที่บ้าคลั่งจำนวนมาก

"ข้าไม่เคยคิดว่าพวกเราจะเจอกันที่นี่." ชายที่สวมชุดคลุมสีขาวยิ้มพร้อมกล่าวอย่างเย็นชา แต่ก็ไม่ได้หยุดการโจมตีจากมือของเขา

"มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับฉันเหมือนกัน,เจ้าอสูร." เนี่ยหลี่ชา คำราม ขณะที่เขาจ้องไปที่เจ้าอสูร



"งั้น,เจ้าคงเดาได้อยู่แล้วว่าข้าเป็นใคร!" เจ้าอสูรกล่าวในขณะที่มือของเขาได้วาดลายจารึกรวดเร็ว  ร่างกายของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วกลายเป็นปีศาจขนาดยักษ์ที่สูงประมาณ 5-6 เมตรและยังมีแปดกร เขาโบกมือกำปั้นของเขาที่มีขนาดใหญ่ที่มีพลังสัจธรรมแห่งนรกไปยัง เนี่ยหลี่

"ถ้าข้าไม่สามารถรับรู้ได้,งั้นข้าคงเป็นคนที่โง่เง่ามาก!" เนี่ยหลี่แอบประหลาดใจในขณะที่เขามองไปที่เจ้าอสูรที่ได้รวมร่างเข้ากับจิตวิญญาณอสูรของเขา เนี่ยหลี่ไม่เคยคิดว่าสัตว์ปีศาจที่เจ้าอสูรรวมร่างกับมันจริงแล้วจะหายากมากๆ อสูรแปดกรนรกทมิฬ มันเป็นชนิดของสิ่งมีชีวิตที่จะปรากฏเฉพาะในดินแดนนรก มันมีความแข็งแรงมีความแข็งแกร่งมากและยังมีความสามารถที่หลากหลายในการต่อสู้ที่น่ากลัว โดยรวมมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับและแทบจะไม่มีใครรู้จัก

แม้แต่ เนี่ยหลี่ยังรู้ความสามารถของมันแค่เล็กน้อยเท่านั้น

เนี่ยหลี่ รู้สึกเข้าใจพลังสัจธรรมแห่งนรกของเจ้าอสูรนั้นมีระดับที่น่ากลัวมากมันเป็นพลังที่ต่างจากเทพวิญญาณทั่วไป

บูม * * * * * * * * * * * * บูม! * * * * * * * * บูม! *

พลังสัจธรรมแห่งนรกระเบิดไปทั่ว ทันใดนั้นการโจมตีหนึ่งได้โดนเข้ากับเนี่ยหลี่และสร้างผลกระทบ อย่างไร้ความปราณีไม่สามารถโต้ตอบได้และส่งเขากระเด็นออกไปทีเดียว

มีร่องรอยของเลือดไหลออกมาจากมุมปากของเนี่ย หลี่ และเขารู้สึกราวกับว่าอวัยวะภายในของเขากำลังจะระเบิด เขากระโดดขึ้นไปบนผนังและแผดเสียงโกรธขึ้นไปบนท้องฟ้า พลังสัจธรรมของแสงสว่างและความมืดที่รวบรวมอย่างรวดเร็วและเกิดขึ้นเป็นแสงสีดำและสีขาว ทรงกลม

หยินหยางระเบิด x10!

* วู๊ซซ! * * * * * * * * วู๊ซซ! *

บอลแสงทรงกลมสีดำและสีขาว หมุนรอบกันและกันแล้วมันพุ่งไปยัง อสูรแปดกรนรกทมิฬ

เมื่อทั้งบอลแสงงทรงกลมทั้งสองชนกับเจ้าอสูร ก็เกิดระเบิดขนาดใหญ่ดังก้องไปทั่วมันช่างเป็นระเบิดที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก  แม้ เนี่ยหลี่เองก็โดนกวาดไปด้วยอำนาจที่น่ากลัวของระเบิดหยินหยาง

ระเบิด หยินหยาง x10  นั้น สามารถที่จะฆ่าผู้เชี่ยวชาญ ระดับเซียนได้เลยทีเดียว!

"เขาตายหรือไม่?" เนี่ยหลี่ดึงแขนของเขาเป็นรูปกากบาทเพื่อป้องกันคลื่นที่ถูก ปล่อยออกมาา เขายกศีรษะขึ้นมอง เขาไม่แน่ใจว่าเจ้าอสูรถูกฆ่าหรือไม่  เขานั้นยังไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของเจ้าปิศาจสักเท่าไหร่

ก่อนที่พลังของระเบิดหยินหยางจะหายไป  อสูรแปดกรนรกทมิฬ จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวต่หน้าเนี่ยหลี่ การเคลื่อนไหวของมันเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ เนี่ยหลี่ไม่สามารถตอบสนองได้ทันเวลา  อสูรแปดกรนรกทมิฬ คว้าขาขวาของเขาด้วยสองแขนและพร้อมกับจับเขาทุ่มไปกับพื้นดินอย่างโหดเหี้ยม

บูม * * * * * * * * * * * * บูม! * * * * * * * * บูม! *

ความแข็งแกร่งของอสูรแปดกรนรกทมิฬ นั้นไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยมันจับเนี่ยหลี่ทุ่มไปกับพื้นอย่างต่อเนื่อง

มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทนต่อการใช้พลังงานที่น่ากลัวนี้  เนี่ยหลี่นั้นรู้สึกราวกับว่าอวัยวะภายในของเขากำลังจะระเบิดเขาได้เปลี่ยนร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วหดตัวลงและ กลับเข้ามาเป็นลักษณะของมนุษย์

* * * * * * * * * * * * ป๋อมป๋อม *

ปีกสีดำและสีขาวงอกออกมาจากหลังของเขามันเป็นกระดูกสีขาว และกลายเป็นเครื่องป้องกันขนาดใหญ่ โดยมันถูกสร้างขึ้นด้วยพลังสัจธรรมแห่งความตายมันสามารถที่จะทนต่อการโจมตีของอสูรแปดกรนรกทมิฬได้

บูม * * * * * * * * * * * * บูม! * * * * * * * * บูม! *

ร่างของพวกเขาทั้งสองเคลื่อนไหวไปมาเป็นเหมือนดังภาพติดตาบนชั้นที่ 5 ของหอคอยเพลิงทมิฬ

คลื่นกระแทกที่น่ากลัวที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างถูกปล่อยออกมาทั่วบริเวณทั้งชั้น

ถ้า หอคอยเพลิงทมิฬนั้นไม่ได้สร้างมาให้ทนทานกว่าหอคอยทั่วๆไป มันคงไม่สามารถทนทานพลังๆที่กำลังจะฉีกและทำลายทุกอย่างให้เป็นชิ้นๆได้

"ข้าต้องยอมรับในพรสวรรค์ของเจ้าช่างน่ากลัวยิ่ง,ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีพลังสัจธรรมได้ถึง 3 อย่าง แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้กับร่างกายที่สุดยอดของข้า เจ้ายังอ่อนด้อยกว่าข้ามาก,โชคชะตาได้ตัดสินให้เจ้าไม่สามารถเทียบกับข้าได้" เจ้าอสูรคำรามด้วยความโกรธ พร้อมทั้งอสูรแปดกรนรกทมิฬ เปลี่ยนร่างกายเป็นสีชาดและความของมันก็เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

เนี่ยหลี่รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวที่ได้ถูกกดลงมาที่เขา เจ้าอสูรเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวมากและมีพลังที่มากกว่าเขานัก ในชีวิตตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาไม่สามารถที่จะต่อกรกับเจ้าอสูรได้

เรือนจำหมื่นวิญญาณ!

เจ้าอสูรคำรามด้วยความโกรธ เขายกกำปั้นและโจมตีไปที่เนี่ยหลี่ กำปั้นของเขาดูเหมือนจะถือวิญญาณมากมายที่คร่ำครวญในความเศร้าโศก ความกดดันที่น่ากลัวพวยพุ่งไปทั่วทั้งชั้นราวกับว่ามันจะบดขยี้ทุกอย่างเพื่อให้เป็นฝุ่น

ในหัวใจของเขา เนี่ยหลี่รู้สึกตกใจ พลังงานนี้เป็น พลังที่รุ่นแรงเป็นอย่างมาก! ทันทีที่เขาใช้พลังสัจธรรมแห่งความตายก็บังเกิดผนังของชั้นกระดูกเป็นกำแพง จำนวนมากระหว่างตัวเขา

บูม * * * * * * * * * * * * บูม! * * * * * * * * บูม! *

ผนังของกระดูกถูกทำลายไปแล้วชั้นหนึ่งจากชั้นทั้งหมด

เนี่ยหลี่พยายามที่จะค้นหาจุดอ่อนในเทคนิคเจ้าอสูร แต่ถึงอย่างไรเจ้าอสูรก็ยังมีพลังมากเกินไป เขาควบคุมพลังงานของเขาไปถึงขีดสุดและไปถึงระดับของความสมบูรณ์แบบทั้งแบบนั้นเนี่ยหลี่ก็ยังไม่สามารถต่อต้านได้

เมื่อรุ้สึกได้ว่าเนี่ยหลี่นั้น ได้ใช้พลังเกิดขีดจำกัด,ยู่ หยาน ที่ หลบซ่อนตัวอยู่และเฝ้าดูการต่อสู้อยู่นั้นทนไม่ได้อีกต่อไป เธอโบกมือของเธอแล้วผนังของเปลวไฟก็รวมตัวกันอยู่ด้านหน้าของ เนี่ยหลี่ นอกจากนี้พลังนับไม่ถ้วนของเปลวไฟปรากฏกลายเป็นอสูรงู และเลื้อยไปยังเจ้าอสูร

เรือนจำหมื่นวิญญาณ ยากจะผ่าน ผนังกระดูกของเนี่ยหลี่ และการชะลอตัวอีกเล็กน้อยเมื่อมันข้ามาชนเข้ากับผนังไฟของยู่หยาน เมื่อพบว่าอสูรงูอัคคีเลื้อยไปยังเจ้าอสูรเขาขยับมือทั้งแปด และคว้าพวกมันเอาไว้

บูม * * * * * * * * * * * * บูม! * * * * * * * * บูม! *

งูอัคคีระเบิด

"ในที่สุดผู้ช่วยของเจ้าก็ปรากฏตัวสินะ!" เจ้าอสูรถอยหลังไปหลายก้าวและมุมปากของเขาขดเป็นรอยยิ้มอย่างเย็นชา

เนี่ยหลี่ เช็ดรอยเลือดจากมุมปากของเขา แม้ว่าเขาจะมีอยู่หลายวิธีในการที่จะป้องกันชีวิตของเขาจากเจ้าอสูร,แม้ว่าการต่อสู้จะเป็นระยะเวลานาน,แต่ก็ไม่มีโอกาสเลยที่จะเอาชนะเจ้าอสูรได้,เจ้าอสูรนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น,เนี่ยหลี่ก็ยังคิดว่าเจ้าอสูรนั้นยังซ่อนพลังไว้อยู่ ด้วยร่างกายของอสูรที่ทรงพลัง.หากถูกปลดปล่อยออกมา,มันคงเป็นสิ่งที่น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างยิง,แทบไม่อยากจะพูดถึงเลยทีเดียว

ยู่ หยาน บินขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมทั้งจ้องไปที่เจ้าอสูรเย็นชาก่อนที่เธอจะ  เตรียมการพร้อมจะสู้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตามภายในหัวใจของ ยู่ หยาน  เธอเองเข้าใจว่ามันอาจจะไม่มั่นใจนักในการต่อสู้กับเจ้าอสูร

ทันใดนั้นร่างกายเจ้าอสูรก็หดตัวและ กลับไปลักษณะเดิมของเขา เขามองไปที่ เนี่ยหลี่พร้อมกับกล่าวว่า "จากสงครามครั้งนี้อย่างน้อยผมสามารถยืนยันได้ว่าคุณไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญย้ายร่างเปลี่ยนจิตวิญญาณ ข้าช่างประหลาดใจนักเกี่ยวกับการบ่มเพาะพลังและความรอบรู้ของเจ้า? เจ้าทำให้ข้าสนใจยิ่งนัก วันนี้ข้าไม่จำเป็นที่ต้องรีบเร่งที่จะฆ่าเจ้า แต่ข้าจะรอ ที่จะเห็นความสามารถและระดับของเจ้าในวันข้างหน้า! "

ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วเจ้าอสูรนั้นไม่มีความตั้งใจที่จะฆ่า เนี่ยหลี่; เขาเป็นเพียงต้องการและพยายามที่จะตรวจสอบความแข็งแรงของเขา

"หรือไม่ว่าเจ้าจะไม่สามารถฆ่าฉันได้หรือไม่ คงเป็นปัญหาใหญ่ ใช่หรือไม่" คิ้ว เนี่ยหลี่กระตุกในขณะที่เขากำลังหลอกเจ้าอสูร เขาพยายามที่จะไม่ปรากฏซึ่งความอ่อนแอออกมาให้เห็น แม้ว่าจะมีความแข็งแรงในตอนนี้ของเขาเป็นเพียง อันดับตำนาน แต่เขามีเทคนิคลับอื่น ๆนับไม่ถ้วน ที่สามารถผลักดันศักยภาพของเขาถึงขีด จำกัด เขายังคงมีความสามารถในการจัดการกับเจ้าอสูร มันเป็นเพียงแค่ว่าเขาไม่แน่ใจว่าวิธีการหลายอย่างที่เตรียมไว้จะสามารถจัดการกับเจ้าอสูรและเผยอาวุธลับให้ศัตรูเห็น, เนี่ยหลี่เองจึงไม่จำเป็นที่ต้องเสี่ยง นำวิธีต่างๆทั้งหมดของตัวเองออกมา แต่อย่างใดในขณะนี้

"โอ้? ดูเจ้าจะมั่นใจจังนะ! "เจ้าอสูรหรี่ตาของเขาและส่งสายตาให้เนี่ยหลี่ครั้งหนึ่ง  แม้ว่าพลังแห่งสัจธรรมของเนี่ยหลี่จะยังไม่แข็งแกร่งเท่ากับของเขา แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าเนี่ยหลี่นั้นยังมีเทคนิคหลายอย่างที่ยังซ่อนไว้อยู่

นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่เขาไม่พยายามที่จะฆ่า เนี่ยหลี่ การเพาะปลูกของเขาเองก็ยังไม่มั่นคงนักในตอนนี้อาจจะทำให้เกิดวิกฤติขึ้นก็ได้; จึงไม่มีความจำเป็นที่จะเสี่ยงในเรื่องบางเรื่อง

เจ้าอสูร มองไปที่ ยู่ หยาน ที่ถูกลอยอยู่ในท้องฟ้า ถ้าเขาเดาได้ถูกต้องแล้วล่ะก็ผู้หญิงเล็ก ๆ ควรเป็นเทพวิญญาณที่กำลังสร้างกายเทพอยู่  ความแข็งแกร่งของเธอนั้นยัง ไม่สามารถที่จะคาดเดาได้

เจ้าอสูรคิดในใจกับตัวเองว่า 'ข้าควรจะมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรซากมังกรก่อนที่จะกังวลเกี่ยวกับสิ่งอื่น.

บนชั้นห้าของหอคอยเพลิงทมิฬสถานการณ์ต่างๆ หยุดชะงัก ทั้งสองทั้ง เนี่ยหลี่และเจ้าอสูรกลับมาเพาะปลูกพลังของพวกเขาแยกจากกัน แม้ว่ายังคงมีร่องรอยของความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างพวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่แสดงการกระทำใด ๆ

สถานการณ์แบบนี้จึงยากที่จะทำให้อนัตตาสภาพจิตใจยากที่จะเข้าถึง!

ชั้นที่เก้าของหอคอยมรณะเก้าชั้น

เจ้าดินแดนใต้พิภพและส่วนที่เหลือกำลังคุยกันอย่างเงียบ ๆ

"ความสามารถของทั้งสองค่อนข้างพิเศษ! โดยเฉพาะเจ้าอสูรที่ร่วมร่างกับจิตวิญญาณอสูรช่างประสิทธิภาพมากยิ่งนัก! มันดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ที่จะแบ่งทั้งสองในแง่ของความเหนือกว่า! "เทียน ฮุนหัวเราะ

"ข้าเกรงว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น. ชายชุดคลุมสีขาวแข็งแกร่งกว่า  แต่ความแข็งแกร่งของอีกคนก็ไม่ด้อยกว่าแต่อย่างใด! "

หลิงหยุนขมวดคิ้วของเธอ เล็กน้อย เธอจะได้เห็นว่าทั้งสอง เนี่ยหลี่และเจ้าอสูรได้นั้นยังคงปกปิดความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่

เสี่ยวหยู๋ได้ฟังอยู่ข้างๆ  จากจุดเริ่มต้นที่เขารู้สึกว่า เนี่ยหลี่ก็ไม่ได้เป็นคนธรรมดา เขาเชื่อว่าถ้า เนี่ยหลี่และเจ้าอสูร ยังคงต่อสู้อยุ่ พวกเขาทุกคนก็ไม่มีใครที่จะทำนายว่าใครจะชนะหรือแพ้ ตั้งแต่เด็กแล้ว เซี่ยว หยู่ได้ตามพ่อของเขาในนิกายขนนกของทวยเทพเพื่อที่จะบ่มเพาะพลังของเขา ตอนนี้เป็นครั้งแรก ที่มีคนทำให้เขาสนใจเป็นอย่างมาก

"ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่า ยู่หยานจะปรากฏตัวออกมา" หลิงหยุนยิ้ม

เทียน ฮุน จิบชาในขณะที่เขาพูดเบา ๆ และกล่าวว่า "ยู่ หย่าน เป็นเพียงเทพวิญญาณระดับต่ำหากเทียบเมื่ออยู่ในอาณาจักรซากมังกรก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใส่ใจ"

ในหมู่ทั้งเจ็ดคนของพวกเขานอกเหนือจาก เจ้าดินแดนใต้พิภพไม่มีใครเคยแสดงตัวตนของตัวเองออกมาแม้ ในสงครามอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างเทพวิญญาณ ดังนั้นเทพจิตวิญญาณเช่น ยู่ หยาน และส่วนที่เหลือจึงไม่รู้ของการดำรงอยู่ของพวกเขา!

เจ้าดินแดนใต้พิภพครุ่นคิดอยู่เป็นเวลาสั้น ๆ ก่อนกล่าวว่า "แม้ว่า ยู่ หยาน เป็นเพียงเทพวิญญาณที่อยู่ต่ำกว่า เมื่อเธอถูกโจมตีโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากดังนั้นในช่วงสงครามระหว่างทวยเทพ  จิตวิญญาณของเธอจึงถูกเผาไหม้ ในท้ายที่สุดเธอจึงถูกบังคับให้ซ่อนตัวเองในน้ำผุดทมิฬ เธอยังเป็นเพียงเทพจิตวิญญาณที่ตระกูลปีศาจไม่สามารถประมาทได้ง่ายๆ ในความคิดของข้าทำไมเราไม่ปล่อยให้เธอทำตามสหายของเธอเข้าไปในนิกายขนนกแห่งทวยเทพและดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น? "

"คุณสามารถตัดสินใจได้เองสำหรับเรื่องนี้" ผู้เชี่ยวชาญที่เหลือตอบด้วยรอยยิ้ม

ทันใดนั้น เจ้าแห่งดินแดนใต้พิภพรู้สึกถึงบางสิ่งตาของเขาเต็มไปด้วยประกายแสงกระจ่างใสปรากฎประกายไปทั่วดวงตาของเขา

"แขกของเราได้มายังดินแดนใต้พิภพแล้ว พวกเราไปพบเขาเถอะ! " เจ้าดินแดนใต้พิภพกล่าว  ในขณะนั้นเขาก็เดินเข้าไปในหมอกสีดำและหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

"แขกรึ?" เซี่ยว หยู่ชำเลืองมองไปในทิศทางที่พ่อของเขาหายไปจากด้วยสีหน้าประหลาดใจ ใครเป็นแขกที่บิดาของเขาพูดถึง? เขาเหลือบมองไปยังใบหน้าของผู้เชี่ยวชาญที่เหลืออีกหก ทุกคนมีการแสดงออกที่ค่อนข้างเย็นชา บางที มันอาจจะ ... ?


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น