วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 246 – Stewed Demon Phallus

Tale of the demon and god novel Chapter 246 – Stewed Demon Phallus

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 246 - ตุ๋นลึงค์อสูร


บทที่ 246 - ตุ๋นลึงค์อสูร


แม้ว่าคนเหล่านี้มาจากคนละตระกูลในดินแดนซากมังกร แต่พวกเขาล้วนมีจุดกำเนิดมากจากโลกเล็ก ๆ นี้ด้วยกันทั้งนั้น อาจกล่าวได้ว่าพวกเขามีสายสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน จึงทำให้พวกเขามีความรู้สึกที่สนิทสนมกันในหมู่ของพวกเขา

หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่มีหนวดเคราสีขาวถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าโศก “ เหล่าสัตว์อสูรจากโลกเล็ก ๆ ใบนี้ ถูกชักจูงโดยนิกายเทพเจ้าปีศาจ จนนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในโลกหลัก จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้โลกหลักขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถมาเกือบหมื่นปี มีเพียงไม่กี่ดินแดนที่ยังคงปรากฏผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถ ดังเช่น ดินแดนเมฆาฝัน แต่มันก็ไม่มีความแตกต่างมากนักสำหรับนิกายของพวกเราในดินแดนซากมังกร มันก็เหมือนกับมีคนที่พยายามดับไฟฟืนบนรถเข็น ด้วยน้ำชาเพียงถ้วยเดียว ”

ผู้เชี่ยวชาญในชุดคลุมสีดำหัวเราะออกมา “ ในดินแดนซากมังกรนั้นประกอบด้วยหลากหลายนิกายที่ทรงอำนาจ พวกเขาสามารถมารับสมัครสมาชิกที่มีความสามารถได้ที่โลกเล็ก ๆ นี้ ข่าวคราวที่ว่านิกายเทพเจ้าปิศาจกำลังแข็งแกร่งขึ้นนั้นเป็นเพียงข่าวโคมลอยเท่านั้น หากว่าเป็นเรื่องจริงพวกเราสามารถใช้ความร่วมมือของแต่ละนิกายเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ”



“ ถ้าท่านคิดเห็นเช่นนั้น ข้าก็เห็นด้วย ” ผู้เชี่ยวชาญที่มีเคราขาวถอนหายใจออกมา และจมอยู่ในภวังค์ของความคิด
“ ข้ามีเรื่องสงสัยอยู่นิดหน่อย ไม่ทราบว่าในกลุ่มคนเหล่านี้มีใครต้องตาท่านจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพหรือไม่ ” หญิงสาวเผยยิ้มบาง ๆ ในขณะที่ถามผู้เชี่ยวชาญชุดคลุมสีดำ

ผู้เชี่ยวชาญชุดคลุมสีดำกล่าวว่า “ ประชาชนส่วนใหญ่ต่างเข้าใจว่า จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพเป็นผู้ที่จัดการเรื่องราวทุก ๆ อย่าง แต่ในกรณีนี้ท่านเป็นเพียงแค่หน้าฉากเท่านั้น อันที่จริงแล้วการคัดเลือกนั้นจะใช้ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเจ็ดคน ซึ่งมาจากแต่ละนิกาย และเมื่อพวกเขาคัดเลือกศิษย์ของตนเองได้แล้วนั้น พวกเขาเหล่านั้นก็จะพากลับไปยังนิกายของพวกเขา เฉกเช่น นิกายขนนกแห่งทวยเทพ "

การสอบถามของหญิงสาวในครั้งนี้ ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนแก่เซียวหยู๋ได้
จ้าวแห่งดินแดนใจ้พิภพหยุดคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “ เด็กหนุ่มที่ชื่อว่า เนี้ยหลี่ ”

“ โอ้ ” คำใบ้นี้ทำให้ความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าอันสวยงามของเธอขณะกล่าวว่า “ เจ้าหนุ่มที่ชื่อว่า เนี้ยหลี่นั้นมีความสามารถด้านจารึก แต่ด้วยความสามารถขณะนี้ยังคงห่างไกลจากเจ้าหนุ่มที่สวมชุดคลุมสีขาว ตามความคิดเห็นของข้า เจ้าหนุ่มชุดขาวนั่นจะต้องมีร่างกายที่ยอดเยี่ยม และยังมีอะไรแอบแฝงอยู่อีก ”
ผู้เชี่ยวชาญอีกห้าคนต่างตะขิดตะขวงใจ ว่าทำไมจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพถึงได้เลือกเนี้ยหลี่ พวกเขามองว่าเจ้าหนุ่มชุดคลุมขาวนั้นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

“ ถ้าท่านไม่ต้องการเจ้าหนุ่มชุดขาวนั่นล่ะก็ นั่นก็เป็นโอกาสของนิกายองค์การฟ้าของข้าละ ” สาวสวยยิ้มอย่างมีเสน์ห์

เสียงราบเรียบและไม่แสดงออกถึงอารมณ์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพตอบกลับมาว่า “ ข้าไม่จำเป็นต้องเลือกคนที่มีความสามารถมากที่สุด แต่ข้าคิดว่าเจ้าหนุ่มเนี้ยหลี่นั้นยังมีพรสวรรค์และความสามารถอยู่อีกมากมายนัก ”

แม้ว่าคนอื่น ๆ ยังคงสงสัยถึงการตัดสินใจเลือกเนี้ยหลี่ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ ว่าทำไมจึงได้คิดเช่นนั้นก็ตาม…

ในขณะนั้น ผู้เชี่ยวชาญที่มีผมสีขาวหันไปทางหญิงสาวแล้วยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพได้ตัดสินใจแล้ว…..หลิงหยุน!! เจ้าจะเลือกเจ้าหนุ่มชุดคลุมขาวอย่างนั้นรึ? ”

“ ถ้าข้าไม่เลือกเขา พวกท่านจะยินยอมให้ข้าเลือกได้สองคนหรือไม่ ” หญิงสาวที่ชื่อหลิงหยุนเม้มริมฝีปาก ดวงตาของเธอทอประกายด้วยความคาดหวัง

“ โอ้! นิกายองค์การฟ้าก็จะไม่เลือกเจ้าหนุ่มชุดคลุมสีขาวอย่างนั้นซินะ ” ผู้เชี่ยวชาญที่เหลือต่างมองมาที่หลิงหยุน พวกเขาต่างคิดว่าหลิงหยุนจะต้องเลือกเจ้าหนุ่มนั่นแน่ เพราะในกลุ่มคนที่มารับการคัดเลือกนั้น เจ้าหนุ่มชุดคลุมขาวเป็นคนที่มีความสามารถมากที่สุด
“ ข้าเองก็อายุปูนนี้แล้ว หากข้าเลือกหนุ่มหล่อมาเข้านิกายอีกละก็ เกรงว่าคนอื่น ๆ จะนินทาเอาได้ อีกอย่างข้าเองรู้สึกว่าสองสาวข้างกายเจ้าหนุ่มเนี้ยหลี่นั่นก็ไม่เลวเท่าไหร่ ทำไมพวกท่านไม่ให้พวกนางแก่ข้าล่ะ? ” หลิงหยุนส่งยิ้มหวานปานดอกไม้และกล่าวต่ออีกว่า “ หากพวกนางมาเป็นศิษย์ ข้าอาจจะได้สนทนาอย่างใกล้ชิดกับพวกนาง ” หลิงหยุนคำนวณไว้แล้วว่า 1 แลก 2 ก็ไม่เสียหาย

ผู้เชี่ยวชาญที่มีผมสีขาวหัวเราะออกมาและกล่าวว่า “ หากท่านหลิงหยุนมีเจตนาที่ชัดเจนเช่นนี้ ก็ไม่มีเหตุผลอันใดให้พวกเราต้องคัดค้าน ”

“ ดูเหมือนว่าเจ้าหนุ่มชุดคลุมขาวนั่น จะต้องเข้านิกายซ่อนเมฆาของข้าซินะ ”

“ ถ้าอย่างนั้นข้าเลือกเจ้าหนุ่มที่มีสายเลือดมังกรดำ ”
ภายในหอคอยเพลิงทมิฬ เนี้ยหลี่และคนอื่น ๆ ไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของพวกเขาถูกจับตามอง และพวกเขาถูกคัดเลือกจัดสรรค์และแบ่งกลุ่มเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเวลาผ่านไป ความอดทนของกิเลนสวรรค์ก็เริ่มหมดลงจากการโดนเผาไหม้ของเปลวเพลิงทมิฬ มันอ้าปากคำรามและสบถออกมาชุดใหญ่ “ ไอ้สวะแน่จริงมาสู้กันซึ่งๆหน้าซิวะ ไอ้ขี้ขลาดใช้แต่ลูกไม้ "

กิเลนสวรรค์ยังคงพ่นคำด่าที่หยาบคายออกมา อย่างไม่หยุดหย่อน “ ข้าไม่เคยเห็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนปากมากเท่าเจ้าเลย ” ตู เซอกล่าวอย่างเซ็ง ๆ สงสัยว่าเขาจะต้องทำข้อตกลงอะไรบางอย่างกับเจ้ากิเลนปากเสียนี่เสียแล้ว

เนี้ยหลี่ไม่คาดคิดมาก่อนว่ากิเลนสวรรค์จะปากมากเช่นนี้ และไม่รู้ว่ามันไปจดจำคำหยาบคายพวกนี้มาจากไหน ถึงแม้ว่าเขาจะรู้แต่เขาก็จะไม่ลังเลที่จะจัดการมัน เพราะการจะหากิเลนสวรรค์นั้นยากมาก

กิเลนสวรรค์ยังคงสาปแช่งต่าง ๆ นา ๆ ไปกว่าครึ่งชั่วโมง ปากของมันเริ่มแห้งผาก ด้วยความร้อนของเปลวเพลิงทมิฬ ถึงแม้ว่ามันจะมีร่างกายและผิวหนังที่แข็งแกร่ง แต่เปลวเพลิงทมิฬไม่ใช่เปลวเพลิงธรรมดา

เนี้ยหลี่สงบลงและกล่าวว่า “ พวกเราไปฝึกฝนกันต่อเถอะ อีกสักพักเราคงจะได้กินกิเลนสวรรค์ย่างกัน ”

ในที่สุดกิเลนสวรรค์ก็ทนต่อการแผดเผาต่อไปไม่ไหว มันรีบร้องตะโกนออกมา “ ไอ้หนอนผักบุ้ง ทำไมเราไม่มาคุยข้อตกลงกันก่อนละ ”

“ เอาเลือดของเจ้ามาก่อน ” เนี้ยหลี่ตอบกลับเบา ๆ และยกยิ้มบาง ๆ ขณะกล่าวต่อว่า “ ไม่งั้นก็ไม่มีอะไรจะต้องคุย ”

กิเลนสวรรค์สูดหายเข้าปอดลึก ๆ และกล่าวตอบ “ ให้เลือดของข้าอย่างนั้นรึ! ไม่มีทาง! ถ้าข้าโดนเผาไหม้จนเป็นจุล พวกเจ้าก็ได้แต่ฝันที่จะได้จิตอสูรของข้า ข้าจะทำลายมันก่อนที่ข้าจะตาย ”

“ ข้ายินดีให้เจ้าทำเช่นนั้น! ” เนี้ยหลี่ยักไหล่ก่อนกลาาวไปอีกว่า “ เจ้าได้ฆ่าสิ่งมีชีวิตไปมากมาย หากเจ้าทำเช่นนั้นก็เท่ากับการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพวกนั้น แต่ก็น่าเสียดายที่พวกข้าไม่สามารถครอบครองจิตอสูรของเจ้าได้ แต่ก็ไม่เป็นไร ข้าเคยได้ยินมาว่าชิ้นส่วนอวัยวะของกิเลนสวรรค์ เป็นซะยิ่งกว่าทรัพย์สมบัติ และข้ายังได้ยินมาอีกว่า ลึงค์ของเจ้าเป็นสารอาหารชั้นเลิศอีกด้วย ”

เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ เย่ จื้อหวิ๋น และเสี่ยวหนิงเอ๋อ ต่างหน้าแดงและคิดในใจว่า “ เนี้ยหลี่ช่างหยาบคายยิ่งนัก ”
ดวงตาของหลู่เปียวเปล่งประกาย เขาย้ายตัวของเขามาอยู่ข้าง ๆ เนี้ยหลี่ และถามขึ้นว่า “ หากลึงค์ของเจ้านี่มีสารอาหารที่ดีเยี่ยมแล้วละก็ พวกเราจะกินมันยังไงดี จะคั่วหรือจะตุ๋นดี ? ”

เสี่ยว เซี่ยเหลือบมองไปยังหลู่เปียวพร้อมทั้งกล่าวว่า “ หากมันดีจริงเจ้าควรจะกินมันนะ หลู่เปียว ! ”

เมื่อได้ยินคำของเสี่ยว เซี่ย พวกเขาต่างมองไปยังหลู่เปียวด้วยสายตาแปลก และต่างก็พยายามกลั้นหัวเราะ.

หลู่เปียวนิ่งไปสักครู่ ก่อนจะหน้าแดงด้วยความเขินอาย “ เห้ย!! อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ข้าไม่ได้เสื่อมสภาพนะโว้ย ข้าจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้อีกแล้ว เชิญพวกเจ้าจัดการกันตามสบาย!! ”
เมื่อกิเลนสวรรค์ได้ยินคำพูดของพวกนั้น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านไปยังไข่ของมัน ช่วยไม่ได้เลยที่มันจะหนีบขาของมัน “ ไอ้พวกชั่ว ไอ้พวกสารเลว ไอ้พวกไร้ยางอาย ไอ้เห็บหมา ไอ้ ไอ้ ...! แม้ว่าข้าจะตาย ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าได้มันไป ”

หลู่เปียวกลอกตาและมองไปยังกิเลนสวรรค์ “ แน่นอนหากเจ้าจะตาย เจ้าควรจะทำลายซึ่งจิตอสูรและอวัยวะเพศของเจ้าซะ ”

จากคำพูดของหลู่เปียว ทุกคนต่างกลั้นหัวเราะไม่ไหว “ หลู่เปียวช่างโหดเหี้ยมเกินบรรยายจริง ๆ ”
กิเลนสวรรค์เริ่มหน้ามืด ทำไมมันจะต้องมาเจอกับเจ้าพวกวายร้ายเช่นนี้ด้วย !! มันคิดถึงการตายของมัน และนึกสภาพที่อวัยวะเพศของมันถูกตุ๋น ความรู้สึกของมันตอนนี้ยากที่จะบรรยาย แต่อาจอธิบายด้วยคำว่า “ หดหู่ ” เมื่อคิดถึงสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวอื่น ๆ พวกนั้นจะพบเจอจุดจบเช่นเดียวกับมันตอนนี้หรือไม่ ??

ทำไมข้ายังไม่โตเต็มวัย !! ทำไมข้าจะต้องถูกขังอยู่ที่นี่ !! ไม่เช่นนั้นแล้วข้าอาจจะไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพที่ทุกข์ทรมานจากกลุ่มของเจ้าพวกเนี้ยหลี่ก็ได้

ในทางกลับกันมันได้ฆ่าผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนไปมากมาย มันดูดกลืนพลังเหล่านั้น และเข้าสู่ระดับลิขิตสวรรค์ แต่แล้วมันก็พลาดท่าเสียทีให้กับตาแก่บ้า และถูกจับขังอยู่ภายในหอคอยเพลิงทมิฬนี่ หลังจากนั้นมันก็ไม่เคยได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอีก หนำซ้ำยังถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงทมิฬ ในตอนนี้ยังถูกรังแกจากกลุ่มของเนี้ยหลี่อีก เปรียบเหมือนกับ “ เมื่อเสือลำบาก แม้แต่สุนัขยังรังแก ”

มันคิดถึงความตายและความอนาถของลึงค์ของมัน มันจึงส่งเสียงต่ำ ๆ ออกมา “ ข้ายอมแพ้แล้ว เรามาตกลงเงื่อนไขกัน ”

“ ไม่มีอะไรต้องตกลงกัน มอบเลือดของเจ้ามาก่อน มิฉะนั้นแล้วก็ไม่ต้องพูดอะไรกันอีก ” หลู่เปียวกล่าวในขณะที่เขาเต๊ะท่าชี้นิ้วไปที่กิเลนสวรรค์

“ ก็ได้ ข้าจะส่งเลือดไปให้พวกเจ้า แต่พวกเจ้าต้องยกเลิกอาณาเขตจารึกนี่ก่อน ” กิเลนสวรรค์กล่าวตอบ

“ ตกลง! ” เนี้ยหลี่ทำการยกเลิกอาณาเขตจารึกรอบ ๆ ตัวของกิเลนสวรรค์

กิเลนสวรรค์กลอกตาไปมา “ แล้วจะใช้อะไรใส่เลือดของข้า ”

“ ใช้นี่ ! ” เนี้ยหลี่หยิบอ่างออกมาจากแหวนมิติของเขา และส่งมันมาทางกิเลนสวรรค์

กิเลนสวรรค์รู้ดีว่าเนี้ยหลี่สามารถคืนสถานะของอาณาเขตจารึกเมื่อใดก็ได้ มันคิดเกี่ยวกับสถานะการณ์ของมันเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะกัดไปที่แขนซ้ายของมัน และปล่อยให้เลือดของมันไหลลงไปในอ่าง

“ นี่คือเลือดปิศาจ เจ้าสามารถนำมันไปเพื่อสร้างจารึกได้ ” กิเลนสวรรค์กล่าว

“ ข้าต้องใช้เลือดปิศาจ และวางจารึกลงบนร่างกายของเจ้า ” เนี้ยหลี่กล่าวย้ำอีกว่า “ ข้าจะต้องวางผนึกจารึกบนร่างกายของเจ้าโดยตรง ” ในตอนนี้หัวใจของกิเลนสวรรค์อยู่ในสภาพสงบนิ่ง
“ แน่นอน เจ้าสามารถทำมันได้ แต่เจ้าต้องเข้ามาเอาเลือดพวกนี้เอง หากมีการเปลี่ยนแปลง เลือดเพียงแค่นี้จะไม่เพียงพอ และข้าไม่สามารถมอบเลือดของข้าเพิ่มแก่เจ้าได้อีก ”

เนี้ยหลี่กล่าวว่า “ หากเลือดไม่เพียงพอข้าจะรีดมันมาจากเจ้าอีก ” เขาล่วงรู้ถึงแผนการของกิเลนสวรรค์มันต้องการให้เขาเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อที่จะจัดการกับเขาได้
กิเลนสวรรค์เริ่มไม่พอใจและกล่าวขึ้นว่า “ ไม่มีทาง เลือดปิศาจของข้าเป็นสิ่งล้ำค่า เจ้าจะใช้วิธีเช่นไร ”

กิเลนสวรรค์นั้นคิดไม่ออกว่าเนี้ยหลี่นั้นวางแผนไว้อย่างไร ดังนั้นมันจึงไม่กล้าที่จะมอบเลือดของมันให้แก่พวกเนี้ยหลี่เพิ่มได้อีก

หลู่เปียวสูดหายใจลึก ๆ และกล่าวว่า “ รีบ ๆ เตะส่งเลือดของเจ้ามาซะ ไม่เช่นนั้นเจ้าเตรียมตัวบอกลาลึงค์ของเจ้าได้เลย ”
กิเลนสวรรค์นั้นรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก มันรู้สึกเกลียดเวลาที่มีใครมาข่มขู่มันด้วยลึงค์ของมัน
มันกวาดตามองมายังกลุ่มของเนี้ยหลี่ และเตะส่งอ่างที่บรรจุเลือดปิศาจของมันอยู่ออกมา
อ่างที่บรรจุเลือดนั้นหยุดอยู่ระหว่างเนี้ยหลี่และกิเลนสวรรค์ ห่างประมาณ 3 เมตร กิเลนสวรรค์เชิดหัวขึ้นและกล่าวว่า “ ข้าเผลอเตะมันเบาไป ดังนั้นเจ้าต้องเข้ามาเอามันด้วยตัวของเจ้าเอง ”


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: