วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 244 – Celestial Qilin

Tale of the demon and god novel Chapter 244 – Celestial Qilin

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 244 - กิเลนสวรรค์


บทที่ 244 - กิเลนสวรรค์


เมื่อพรรคพวกของเนี้ยหลี่มุ่งมั่นอยู่กับการบ่มเพาะพลัง เจ้าอสูรค่อยๆลุกขึ้น

เมื่อเขาเคลื่อนไหว ต้วนเจี้ยนกำดาบใหญ่เพลิงทมิฬของเขาแน่นขึ้นแล้วจ้องมองอย่างเย็นชาไปยังเจ้าอสูรเตรียมพร้อมเข้าปะทะได้ทุกเวลา ต้วนเจี้ยนสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ถึงรังสีที่ไม่เป็นมิตรออกมาจากเจ้าอสูรตอนที่สายตาของเจ้าอสูรปะทะเข้ากับเนี้ยหลี่เมื่อตอนกลุ่มของพวกเขามาถึงยังชั้นที่สอง

ความแข็งแกร่งและระดับพลังของเจ้าหนุ่มนี่สูงจนไม่อาจหยั่งถึง อย่างน้อยที่สุดเขาน่าจะอยู่ในระดับเซียน

เจ้าอสูรทำแค่เพียงชำเลืองมองต้วนเจี้ยนก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นที่สามต่อไป

เมื่อต้วนเจี้ยนมองเจ้าอสูรจนเขาออกไป เขาถอนหายใจพ่นลมออกมา เขารับรู้ได้ว่าพลังความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้นั้นอยู่เหนือเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ หากมีการต่อสู้เกิดขึ้นโอกาสชนะของต้วนเจี้ยนคงน้อยเต็มที ยังไงซะ ฝ่ายตรงข้ามก็เพียงแค่จะขยับไปยังชั้นที่สาม ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีแล้ว

เมื่อเจ้าอสูรได้ออกไป ซางหมิงยืนขึ้น เขาท่าทางเหมือนไม่รู้ว่าเจ้าอสูรนั้นเป็นใคร แล้วเขาก็ตามเจ้าอสูรขึ้นไปยังชั้นที่สาม

ซางหมิงจ้องเจ้าอสูรอย่างไม่เป็นมิตรและสัมผัสได้ถึงพลังของเขาว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าตัวของซางหมิงเลย ยังไงเสียซางหมิงก็ไม่ได้ก่อปัญหาใดๆเขาเพียงมุ่งหน้าไปยังชั้นที่สาม แซงหน้าของเจ้าอสูรไป เขาเป็นพวกที่หากจะลงมือทำอะไรต้องเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ แล้วเขาก็ถึงชั้นที่สามก่อนหน้าของเจ้าอสูร

เจ้าอสูรขมวดคิ้วของเขาแต่ก็ไม่ได้ลงมือต่อสู้กับซางหมิง และเขาก็ตามหลังไป ทั้งสองมุ่งหน้าขึ้นบันไดวนจนหายไปจากสายตา

การที่จะอยู่บนชั้นที่สองนั้นถือว่ายากลำบากแล้ว ไม่ต้องกล่าวถึงการขึ้นไปยังชั้นที่สามเลย

ขณะที่ทุกคนมองอยู่ มู่เอียและหัว ฮัวลุกขึ้น แล้วมุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นที่สามของหอคอยเพลิงทมิฬ



ผู้เชี่ยวชาญจากหลายตระกูลส่วนมาก จะอยู่กันเพียงแค่ชั้นหนึ่งของหอคอยถึงแม้ว่าพลังของบางคนจะก้าวผ่านซางหมิงไปแล้วก็ตาม เพลิงทมิฬนั้นมีพลังในการลบล้างการบ่มเพาะพลังมีแต่ผู้ที่มีระดับจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมุ่งไปยังชั้นต่อไป

ต่อมาผู้คนอีกเป็นสิบ ก็ลุกขึ้นเพื่อไปยังชั้นที่สาม

เขตแดนวิญญาณของเนี้ยหลี่กระเพื่อมไปมาตั้งแต่เขาเขามาในที่แห่งนี้ มันเป็นอะไรที่แปลกประหลาดอย่างที่สุด

"ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดเริ่มต้นก็ไม่มีที่สิ้นสุด"

ประโยคนี้ดังก้องเข้ามาที่หูของเนี้ยหลี่ เมื่อประโยคนี้ดังไปมาคล้ายบทสวด เถาวัลย์ภายในของเขตแดนวิญญานก็แตกกิ่งก้านขยายออกไปและบนกิ่งหนึ่งนั้นได้ปรากฏดอกบูมมขึ้นมา

ช่อบูมมของดอกไม้นั่น มีทีท่าว่าจะบานออกได้ทุกเมื่อ

บูมม! บูมม! บูมม!

ได้รับการปลุกเร้าจากบทสวด พลังแห่งสัจธรรมทั้งสามเข้าจู่โจมกับอุปสรรคที่ขวางกั้นเนี้ยหลี่เพื่อเข้าสู่ระดับตำนานเหมือนกับคลื่นซึนามิถล่มใส่ปะการัง

บูมม..!

คลื่นพลังที่แข็งแกร่งกระเพื่อมออกไปบนเขตแดนวิญญาณของเนี้ยหลี่ อุปสรรคที่ขวางเขาจากระดับตำนานแตกออกเป็นชิ้นๆ พลังงานของพลังแห่งสัจธรรมล้นออกมาทุกทิศทุกทาง

ยังไม่พอเมื่อเติมเต็มขอบเขตวิญญานของเนี้ยหลี่แล้ว ยังไปเติมเต็มขอบเขตพลังงานของ เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยว หนิ๋งเอ๋อและพรรคพวกที่เหลือในกลุ่มอีกด้วย

พลังงานนี้ช่างยิ่งใหญ่นัก

ถึงแม้ว่าเนี้ยหลี่พึ่งจะก้าวขึ้นมาจากระดับแบล็คโกลขั้นที่ 5 เป็นระดับตำนาน แต่ขอบเขตวิญญานของเขานั้นใหญ่กว่าพวกระดับเดียวกันถึงสิบเท่า อีกทั้งพลังของพลังแห่งสัจธรรมยังเติมเต็มเขตแดนวิญญาณให้เพื่อนๆของเขาด้วย

เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยว หนิ๋งเอ๋อและพรรคพวกที่กำลังบ่มเพาะพลังอยู่นั้นรับรู้ได้ถึงพลังงานขนาดใหญ่และทรงพลังได้เข้ามาในเขตแดนวิญญาณของพวกเขา ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะย่นหน้าผาก เพราะขอบเขตวิญญานของพวกเขาไม่อาจทนรับแรงกดดันขนาดนี้ได้ การขยายของเขตแดนวิญญาณของพวกเขาเติบโตขึ้นอย่างเหนือการควบคุม

หลังจากนั้นเย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยว หนิ๋งเอ๋อและพวกพากันลืมตาขึ้นพร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ บางคนถึงขนาดเหงื่อท่วม

พวกเขาไม่สามารถที่จะรับมือกับพลังแห่งสัจธรรมปริมาณมหาศาล ที่ส่งมาจากเนี้ยหลี่ ยังไงซะมันก็ช่วยเพิ่มพูนพลังของแต่ละคนอย่างยิ่งยวด เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยว หนิ๋งเอ๋อ และตูเซอ ก้าวเข้าสู้ระดับตำนานขั้นที่ 2 หลู่เปียวและพวกที่เหลือเป็นระดับตำนานขั้นที่ 1

พวกเขาจ้องมองไปยังเนี้ยหลี่ผู้ซึ่งหลับตาบ่มเพาะพลังอยู่ และช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในจิตใจ

ความจุของขอบเขตพลังวิญญานของเนี้ยหลี่นั้นช่างน่าหวาดหวั่นยิ่ง พลังงานที่ล้นออกมาสามารถมาเติมเต็มพลังงานของพวกเขาได้เป็นสิบ ๆ ครั้ง หากความแข็งแกร่งของจิตวิญญานของพวกเขาแข็งแกร่งไม่พอ ขอบเขตวิญญานของพวกเขาคงจะระเบิดใต้แรงกดดันวิญญาณของเนี้ยหลี่เป็นแน่

"เนี้ยหลี่ช่างน่ากลัวเสียจริง" หลู่เปียวพูดหลังจากพลังแห่งสัจธรรมที่น่ากลัวเกือบจะเอาชีวิตของเขา

เนี้ยหลี่ลืมตาขึ้นพร้อมกับมีแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างวาบขึ้นมา ในตอนนี้เขานั้นได้ก้าวเข้าสู่ระดับตำนานแล้ว รวมทั้งเป็นผู้ครอบครองพลังแห่งสัจธรรมถึงสามอย่าง หากแม้นเผชิญหน้ากับระดับเซียนในตอนนี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าด้อยกว่า ถึงแม้จะยังไม่รู้ระดับขั้นพลังของเขาอย่างแน่ชัดก็เถอะ

เนี้ยหลี่พูดออกมาอย่างใจเย็น "พวกเราไปชั้นที่สามกันเถอะ"

ออร่าที่น่าหวาดหวั่นส่งผ่านออกมาจากตัวของเนี้ยหลี่แม้แต่ระดับเซียนที่อยู่ในชั้นที่สองยังรู้สึกได้ พวกเซียนทั้งหลายได้เพ่งความสนใจไปที่เนี้ยหลี่ พร้อมกับรู้สึกประหลาดใจในพลังงานที่ส่งผ่านออกมา

พวกเขาสัมผัสได้ถึงออร่าพลังงานที่เป็นอันตราย อะไรซักอย่างที่พวกเขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ทางทีดีอย่าไปแหย่เขาดีกว่า ความคิดแรกที่โผล่ออกมาจากเหล่าเซียนในชั้นที่สอง

เหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนมองไปยังกลุ่มของเนี้ยหลี่ที่มุ่งหน้าไปยังชั้นที่สาม

ชั้นที่สามอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบเมตร เมื่อกลุ่มของเนี้ยหลี่ก้าวเข้าขึ้นมาถึงชั้นที่สาม เสียงร้องคำรามดังกึกก้องกระทบหูของพวกเขา

เสียงคำรามทำให้ทุกคนหูอื้อ เมื่อพวกเขาหันไปหาต้นกำเนิดของเสียงนั้น พวกเขาเห็นกำแพงที่มีโซ่อาคมขึงอยู่เหมือนกับใยของแมงมุมใจกลางของโซ่นั้นคือสัตว์อสูรที่กำลังร้องคำรามอย่างน่ากลัว

เมื่อสัตว์อสูรนี้รับรู้ได้ถึงคนที่เหยียบเข้ามาในชั้นสาม มันจะแสดงความโกรธที่จะพยายามหลุดเป็นอิสระจากตรวน แต่ยังไงซะโซ่อาคมก็ส่องประกายแสงบนอักขระที่ลงไว้พร้อมกับเหวี่ยงมันยึดเข้ากับกำแพง

เนี้ยหลี่ชะโงกหน้ามองดูไปยังสัตว์อสูรเพื่อสำรวจ สัตว์อสูรตัวนี้ลักษณะเหมือนการผสมกันระหว่างเสือกับกวางมีเขาแหลมงอกออกมาจากหัวลำตัวปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ

"เนี้ยหลี่ นี่มันสัตว์อสูรประเภทใดกัน?" เย่ จื้อหวิ๋นกล่าวถามขณะที่เธอกำลังตกตะลึง เธอสัมผัสได้ว่าลักษณะธาตุของสัตว์อสูรตนนี้ที่ครอบครองคืออัสนีและอัคคี

หลู่เปียวและพวกที่เหลือตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว เพราะลักษณะที่น่าแปลกประหลาดของมันอีกทั้งยังส่งพลังกดดันที่น่าสยดสยองมาที่พวกเขาอีกด้วย หากแต่มันไม่โดนล่ามไว้ ต่อให้พวกเขาทั้งหมดรวมกำลังกัน ก็ไม่สามารถกำราบมันได้อยู่ดี

ถึงแม้ว่าสัตว์อสูรตนนี้จะถูกล่ามไว้ แต่ก็ดูคล้ายมันจะหลุดออกมาเป็นอิสระได้ทุกเวลา พวกเขาไม่เพิกเฉยพร้อมกับหยิบอาวุธของตนออกมาเตรียมเข้าสู่การต่อสู้

เมื่อเขาเห็นสัตว์อสูรตนนี้ เนี้ยหลี่หัวเราะร่าแล้วบอก"ตูเซอ เจ้าช่างโชคดีจริง ๆ ในวันนี้"

"อะไร ใครโชคดี ข้าหรือ" ตูเซอถึงกับงงงัน

เนี้ยหลี่หันมองไปทางสัตว์อสูรพร้อมยิ้มและบอก "สัตว์อสูรนี้เรียกขานกันว่า กิเลนสวรรค์"

"งั้นนี่ก็คือกิเลนสวรรค์" ตูเซอตามีประกายเมื่อมองไปยังกิเลนสวรรค์

"รูปลักษณ์ทางจิตของตูเซอคือ เมฆหมอกกิเลนสวรรค์ เพราะฉะนั้น กิเลนสวรรค์จึงเป็นจิตอสูรที่เข้ากันอย่างที่สุดกับตูเซอ" หลู่เปียวอธิบายเพิ่มเติม

ด้วยที่หลู่เปียวอธิบาย ทุกคนเลยเข้าใจเกี่ยวกับที่เนี้ยหลี่พูด "วันที่โชคดี"

ตูเซอรู้เพียงแค่ว่ากิเลนสวรรค์คือจิตอสูรที่ดีสำหรับเขาที่สุด แต่ยังไงเสียเขาก็ไม่เคยรู้ว่ามันจะมีลักษณะยังไงจนเมื่อถึงวันนี้ อ่อ นี่สินะกิเลนสวรรค์

อย่างไรก็ตาม กิเลนสวรรค์นั้นแข็งแกร่งมาก แม้ว่ามันจะถูกล่ามไว้แต่ก็ไม่มีใครคิดจะโจมตีเพื่อฆ่าเอาดวงจิตอสูรของมัน

สายฟ้าวิ่งไปตามตัวของกิเลนสวรรค์ ขนของมันตั้งชูขึ้นตลอดตัว ดูเหมือนมันจะยาวซักห้าถึงหกเมตร และมีสายตาสีทองแดงที่ดูน่ากลัว จ้องมองอย่างโกรธเกรี้ยวไปทางพวกของเนี้ยหลี่ พร้อมกับกระชากโซ่ที่ตรึงมันไว้

"พวกที่เข้ามาชั้นสามก่อนเราคงไม่ได้ถูกมันกินไปแล้วใช่ไหม?"หลู่เปียวถามทั้งๆหวาดกลัว

"กิเลนสวรรค์ถูกล่ามเอาไว้มันจะสามารถไปกินใครได้ยังไงกัน?" ตูเซอ กลอกตาใส่หลู่เปียว "พวกเขาคงจะมุ่งหน้าขึ้นไปอีกขั้นเพราะไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้ในชั้นนี้"

"เนี้ยหลี่ ระดับพลังของกิเลนสวรรค์อยู่ที่เท่าใดกัน?" หลู่เปียวถามด้วยความใคร่รู้

"กิเลนสวรรค์ตนนี้ยังไม่โตเต็มวัย แต่โซ่นี้สามารถรัดได้แม้กระทั่งตัวที่โตเต็มวัย แม้ว่าข้าบอกพวกเจ้าไปก็ยากที่จะเข้าใจอยู่ดี เทพวิญญาณสามารถบ่งบอกได้ถึงขีดจำกัดของพลัง ที่อยู่เหนือผู้เชี่ยวชาญระดับลิขิตสวรรค์ ก็ยังมี ดินแดนดาราสวรรค์, ดินแดนแก่นแท้สวรรค์, ผู้รอบรู้แห่งมังกร และเทพสงคราม หากเปรียบเทียบกับพวกระดับต่ำสุดของกิเลนสวรรค์ ยังมีระดับการบ่มเพาะพลังถึงดาราสวรรค์ขั้นที่ 6"

จากคำพูดของเนี้ยหลี่ทุกคนตกอยู่ในภาวะมึนงง ทำไมถึงมีดินแดนพลังอีกตั้งมากมายอยู่เหนือกว่าเทพวิญญาณ ที่พวกเขาคิดว่ามันคือจุดสูงสุดแล้วในความเข้าใจของพวกเขา

ก่อนหน้านี้ที่เนี้ยหลี่ไม่ได้บอกถึงดินแดนพลังที่เหนือกว่าเทพวิญญาณ เพราะพวกเขายังไม่ก้าวสู่ระดับตำนานจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับรู้ เพราะเมื่อพวกเขาคิดจะก้าวย่างเข้าไปยังดินแดนซากมังกร ระดับตำนานคือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการบ่มเพาะพลัง

ระดับพลังของกิเลนสวรรค์นั้นทำให้ตูเซอถึงกับจิตหลุดลอย โดยเฉพาะกิเลนสวรรค์ตัวนี้ที่ยังโตไม่เต็มวัยหากเมื่อมันเข้าสู่ช่วงเต็มวัยยิ่งไม่ต้องคิดถึงพลังที่ไม่สิ้นสุดของมันเลย

เนี้ยหลี่นิ่งเงียบไปพักนึง ถึงแม้ว่าจิตอสูรที่ตูเซอครอบครองอยู่ในตอนนี้จะมีอัตราการเติบโตระดับพระเจ้าอยู่ก็ตาม แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับจิตอสูรของกิเลนสวรรค์ โดยเฉพาะความเข้ากันอย่างที่สุดกับรูปลักษณ์ทางจิตของตูเซอกับกิเลนสวรรค์

ตูเซอเป็นเพื่อนซี้ที่สุดคนนึงของเนี้ยหลี่ เมื่อโอกาสที่จะได้กิเลนสวรรค์มาให้ตูเซอปรากฏอยู่ตรงหน้า แน่นอนว่าเนี้ยหลี่จะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไปเด็ดขาด

แต่ยังไงซะ กิเลนสวรรค์ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถรับมือได้

ความแข็งแกร่งและพลังของกิเลนสวรรค์นั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องมากมายมหาศาลขนาดที่ ผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนทั่วไปไม่สามารถต่อกรได้เลย

ยู่เหยียนที่นั่งอยู่บนไหล่ของเนี้ยหลี่ กล่าวถามอย่างเป็นกังวล"เนี้ยหลี่ไม่ใช่ว่าเจ้าวางแผนที่จะต่อสู้กับกิเลนสวรรค์ตัวนี้หรอกนะ?"



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: