วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 242 – The Anatta Mental State

Tale of the demon and god novel Chapter 242 – The Anatta Mental State

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 242 - สภาวะเข้าถึงอนัตตา


บทที่ 242 - สภาวะเข้าถึงอนัตตา


เมื่อได้ยินการสนทนากัน,เหล่าคนที่รู้สึกหลงไหลในความงามของหัว ฮัว ต่างก็ต้องยับยั้งความคนของพวกเขาลง.พวกเขาแอบเหลือบมองขาที่แข็งแรงและเรียวงามของเธอ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่สวยงามสำหรับขาคู่นั้น,แต่ก็อาจจะนำพาความตายมาให้พวกเขาได้

ข้างๆของ หัว ฮัว,ซางหมิงและ มู่เอีย ,ยังมีคนอื่นๆที่มีพรสวรรค์ไม่ธรรมดาเลย พวกเขาเป็นเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่มีอนาคตสดใสในตอนนี้

อย่างไรก็ตาม,มีบางคนที่เด็กสุดในนั้น แม้ว่าการบ่มเพาะพลังของเขาจะอยู่แค่ระดับแบล็คโกลด์เท่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเขาเหล่านั้นเป็นอัจฉริยะในรุ่นของเขาเลยทีเดียว ซึ่งไม่อาจเอามาเทียบได้กับคนรุ่นเก่า

เสียงผู้รับใช้คึกคักกึกก้องสะท้อนไปทั่วท้องฟ้า

"การทดสอบเริ่มขึ้นแล้ว" ผู้รับใช้คนหนึ่งโบกมือ และพลังแห่งสัจธรรมเริ่มรวมตัวกันที่ท้องฟ้าและแยกออกมาเป็นหลายหมื่นก้อน แต่ละชิ้นเริ่มปรากฎอยุ่ด้านหน้าของแต่ล่ะคนและค่อยๆก่อตัวเป็นบอลน้ำน้ำที่มีขนาดประมาณหัวของคนๆนั้น,บอลน้ำลูกนั้นโปร่งใส,แต่ก็มีเส้นใยพลังวิ่งไปมาภายในพวกมัน

เนี่ยหลี่กระตุกคิ้วสังเกตเห็นบอลน้ำที่อยู่ตรงหน้าของเขา.นี่เป็นบอลน้ำภาพย้อนกลับ

นี่คือการทดสอบการควบคุมพลังวิญญาณหรือพลังแห่งสัจธรรม

ผู้รับใช้สงบนิ่งและประกาศกฏออกไป "นี่คือบอลน้ำภาพย้อนกลับ พวกเจ้าต้องทำมันให้ใหญ่ขึ้นโดยการใช้พลังของพวกเจ้าฉีดพวกมันลงไปด้วยพลังวิญญาณหรือพลังแห่งสัจธรรม  หากพวกเจ้าสามารถให้เส้นใยที่กระจัดกระจายอยู่ทำให้มันขยายใหญ่ขึ้นได้มากกว่า 1ฟุต ถือว่าผ่าน หากใครทำไม่ได้ถือว่าไม่ผ่านการทดสอบ"

การควบคุมพลังวิญญาณหรือพลังแห่งสัจธรรม ให้มีประสิทธิภาพนั้น ทำให้สามารถที่จะทำให้คนที่มีความอ่อนแอชนะคนที่แข็งแกร่งได้ และนอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงปริมาณพลังวิญญาณและพลังแห่งสัจธรรมของคนๆนั้นได้ด้วย




ทันทีที่บอลน้ำย้อนกลับปรากฏต่อหน้าพวกเขา,ผู้เชียวชาญหลายคนแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะทดลองมัน

ผู้เชียวชาญหลายคนวางมือพวกเขาไว้บนพื้นผิวของบอลน้ำย้อนกลับ และทันที่ที่พวกเขาได้ฉีดพลังวิญญาณของพวกเขาลงไปในบอลน้ำ หนึ่งในนั้นก็ทำมันระเบิดออกมาเป็นบอลน้ำน้ำเลยทันที

ใบหน้าพวกเขารู้สึกเหมือนผู้กระทำผิดถูกทรยศพวกเขาจ้องมองไปข้างหน้าที่ว่างเปล่าและพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น


อย่างไรก็ตามได้ปรากฎรูปแบบจารึกใต้เท้าของพวกเขาปล่อยแสงสีขาวออกมาปกคลุมตัวพวกเขาทันที และ *วู๊สส..*พวกเขาได้ถูกย้ายออกจากหอคอยมรณะเก้าชั้นแล้วหายไปทันที

หนึ่งในผู้เชียวชาญหลังจากนั้นก็พยายามฉีดพลังวิญญาณของพวกเขา เข้าไปในบอลน้ำทรงกลัม,แต่ผลมันก็ออกมาเหมือนเดิมพวกเขามีเสาของแสงสีขาวห่อหุ้มและหายไปด้วยเหมือนกัน

เนี่ยหลี่ เหลือบมองรอบๆของตัวเขา  มีผู้เชียวชาญไม่กี่ร้อยคนที่อยู่บริเวณใกล้เขา.พวกเขาเหล่านั้นไม่เข้าใจว่าทำใมบอลน้ำถึงระเบิด  .เหตุผลที่บอลน้ำนั้นระเบิดมันเป็นเหตุผลเดียวกันว่าทำใมถึงได้เรียกสิ่งนี้ว่า บอลน้ำภาพย้อนกลับ .มันเป็นเพราะเส้นใยที่อยู่ในบอลน้ำนั้นหาใช่ของจริงไม่,จุดประสงค์ที่แท้จริงนั้นจะต้องรับรู้มันด้วยจิตวิญญาณเพื่อที่จะตรวจพบเส้นใยเหล่านั้น

หลู่เปียว มองไปที่เนี่ยหลี่และถามว่า"ข้าจะต้องจัดการกับสิ่งนี้อย่างไรรึ?"

"ปิดตานายซิและใช้พลังแห่งสัจธรรมเพื่อที่จะค้นหาเส้นใยเหล่านั้น"เนี่ยหลี่หัวเราะ

"ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าพอเข้าใจแล้ว" ตูเซอกระจ่างแจ้ง เขาเป็นคนที่ฉลาดมาก เพียงแค่คำแนะนำเล็กๆเท่านั้น เขาค่อยวางมือของเขาบนบอลน้ำและเริ่มฉีดพลังวิญญาณของเขาไปที่มัน

จำนวนคนที่ไม่ผ่านการทดสอบมีมากขึ้นเรื่อยๆ บรรดาคนอื่นๆที่ยังไม่ลองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัว อย่างไรก็ตามก็มีบางคนที่ได้ผ่านการทดสอบแล้ว

ซางหมิงสามารถทำให้มันขยายออกไปถึง 3 ฟุตก่อนที่มันจะระเบิด

ดูจากผู้รับใช้บนฟ้าพยักหน้าเบาๆ ดูเหมือนว่าในหมู่คนรุ่นใหม่ยังมีคนที่มีความสามารถอยู่เหมือนกัน

หลังจากซางหมิงเสร็จสิ้นการทดสอบ,เขานั้นถึงกลับเชิดหน้าภาคภูมิใจต่อหน้า มู่เอีย หัว ฮัว และพรรคพวกของเขาที่ยืนอยู่ออกไป,ในหมู่ของเด็กรุ่นใหม่,เขาก็เป็นคนที่สามารถสร้างความสนใจได้เช่นกัน

มู่เอีย เริ่มที่จะฉีดพลังแห่งสัจธรรมของเขา เข้าไปในบอลน้ำ มันเริ่มที่จะขยายใหญ่ขึ้น และเวลาต่อมามันก็ระเบิด

" 1 ฟุต"


ซางหมิงเหลือบตามองไปทางมู่เอียที่กำลังยิ้มบางๆ อย่างรวดเร็ว เขาตระหนักได้ว่ามู่เอียยังคงปกปิดความสามารถเอาไว้จนกระทั่งตอนนี้ ซางหมิงยังคงไม่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเขา

หัว ฮัววางมือลงบนทรงกลมและฉีดพลังแห่งสัจธรรมเข้าไป บอลน้ำขยายตัวออกไปถึง3ฟุต ก่อนจะระเบิดออก เมื่อเห็นเช่นนั้น ซางหมิงถึงกับคิ้วกระตุก อย่างน้อยในแง่ของการควบคุมพลังแห่งสัจธรรม หัว ฮัวไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา ทั้งมู่เอียและหัว ฮัวจะเป็นตัวเต็งในการคัดเลือกศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ!

ผลการทดสอบที่ปรากฎออกมา มีหลายคนที่สามารถทำได้ 1ฟุต มีบ้างที่ได้ 2ฟุต และ3ฟุต ที่สามารถนับคนได้

“ การทดสอบที่ไร้สาระ! ” ภาพที่เห็นเจ้าอสูรที่วางมือลงบนผิวของลูกบอลพลังค่อยๆเอ่อล้นขึ้นมา หนึ่งฟุต สองฟุต สามฟุต พลังแห่งสัจธรรมโคจรภายในทรงกลมจนกระทั่งเส้นผ่าศูนย์กลางถึง7ฟุต ก่อนระเบิดออก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าอสูรลงมือกลับไม่ค่อยมีคนสังเกตมัน

เห็นเช่นนั้นเหล่าข้ารับใช้ถึงกับขมวดคิ้ว พวกเขาไม่คิดเลยว่า ในคนกลุ่มนี้มีคนที่มีพลังถึงเพียงนั้น เป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม บางทีแม้แต่จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพคงจะยอมรับและสนับสนุนเขา

ในเวลาเดียวกัน เนี้ยหลี่และพรรคพวกได้เสร็จสิ้นการทดสอบแล้ว

“ ฮ่าๆ พลังแห่งสัจธรรมของฉันสามารถขยายมันได้ถึงสองฟุต! ” หลู่เปียวเอามือท้าวเอวและอุทานอย่างตื่นเต้นและยังเอ่ยอีกว่า “ บางทีแท้จริงแล้ว ข้าอาจจะเป็นอัจฉริยะ! ก็ได้ ”

“ ข้าทำได้ 3ฟุต คนอื่นๆ เป็นไงบ้าง? ” เหว่ยหนานมองไปยังคนอื่นๆ พร้อมกับถามขึ้น

“ 3ฟุตแล้ว ”

“ 3ฟุตแล้ว! ” เย่จื้อหวิ๋น , เสี่ยวเซี่ย , และคนอื่นๆตอบ

คำตอบเหล่านั้นทำให้ใบหน้าของหลู่เปียวเจื่อนลง ในหมู่พวกเขา ตัวเขาแย่ที่สุด ถ้าหากเหว่ยหนานและคนที่เหลือได้ถึง 3ฟุต นั่นไม่ต้องพูดถึงเนี้ยหลี่ พอคิดแบบนั้นหลู่เปี่ยวถึงกับเศร้า ทำไมเขาถึงทำได้แย่สุดทุกที ?!

“ พวกเจ้าได้ 3ฟุต เหมือนกันงั้นหรือ? ” เนี้ยหลี่มองไปทางเสี่ยวหนิงเอ๋อ  เย่ จื้อหวิ๋น และต้วนเจี้ยน.

“ ข้าได้ 5ฟุต ” เย่ จื้อหวิ๋นตอบ

“ข้าก็ 5ฟุต ” เสี่ยวหนิงเอ๋อตอบพร้อมกับชำเลืองมองไปทางเย่ จื้อหวิ๋น ความสามารถของทั้งสองคนทัดเทียมกัน

“ ข้าได้เพียง 4ฟุต ” ต้วนเจี้ยนกล่าว

" ข้าเองก็ได้เพียง 5ฟุต แล้วเจ้าล่ะเนี้ยหลี่? ” ตู เซอมองไปทางเนี่ยหลี่พร้อมกับถาม

ความจริงที่ตู เซอสามารถขยายออกไปได้ถึง 5ฟุต ทำให้เนี้ยหลี่แปลกใจเล็กน้อย พรสววรค์ของตู เซอห่างไกลกับเย่ จื้อหวิ๋นและเสี่ยวหนิงเอ๋อ อย่างไรก็ตามเขาสามารถทำได้ แม้ในชาติที่แล้วตู เซอจะไม่ได้มีพรสวรรค์มากนัก แต่ด้วยการฝึกฝนที่หนักหน่วงและความชาญฉลาดของเขานั้นทำให้เขาสามารถประสบความสำเร็จ

“ ข้าทำได้แค่สองฟุตเท่านั้น ” เนี้ยหลี่หัวเราะ

“ ฮ่าๆๆ! ในที่สุดก็มีคนทำได้เท่ากันกับข้า ” หลู่เปียวหัวเราะอย่างหนัก

ทุกคนมองไปทางหลู่เปียวราวกับว่าเขาเป็นคนที่โง่เง่า เมื่อเขาได้ตระหนักถึงความจริงเขาจึงอดผิดหวังไม่ได้และพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่ “เนี้ยหลี่ เจ้าแกล้งทำตัวเป็นเหยื่อแล้วค่อยกลายเป็นนักล่า วู้ว! โคตรน่าเบื่อ!"

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งทดสอบที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ เนี้ยหลี่สามารถทำคะแนนได้ 100ติดต่อกัน 3ครั้ง และนั้นทำให้เสิ่นซิ่วเกือบกระอักเลือด ฉากนั้นยังคงฝังอยู่ในความจำของหลู่เปียว

เนี้ยหลี่ยักไหล่ สำหรับบอลน้ำเหล่านี้เขาเล่นกับมันไปแล้วหลายครั้งในชาติก่อนเมื่อครั้งฝึกฝนแม้ว่าเขาจะไม่สามารถนำพลังจากชีวิตก่อนหน้าติดมาได้ แต่เทคนิกการควบคุมพลังยังคงอยู่ในความทรงจำ ทักษะการควบคุมพลังของเขาไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเข้าใจ แต่ในการทดสอบนี้เขาต้องการเพียงแค่ผ่านเท่านั้น

ในขณะนั้น เหล่าข้ารับใช้กวาดตาไปทางต้วนเจี้ยน เย่ จื้อหวิ๋น และพรรคพวกอย่างประหลาดใจ โดยทั่วไป อัจฉริยะรุ่นเยาว์นั้นมีเพียง 1ในหมื่น นั่นทำให้ยากที่จะพบเจอ แล้วเหตุใดกลุ่มนี้จึงมีอัจฉริยะมากมายนัก

มีหลายคนในนั้นสามารถขยายบอลน้ำออกไปได้ถึง 5ฟุต แม้จะน้อยเมื่อเทียบกับคนก่อนหน้าที่ทำได้ 7ฟุต แต่กลุ่มนี้มีอายุที่น้อยกว่ามาก ดังนั้น ความสำเร็จในอนาคตของพวกเขายังคงยากที่จะคาดเดา

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนที่สามารถทำได้ สาม สี่ และห้าฟุต พวกเขายังถือว่ามีความสามารถ อย่างไรก็ตาม ผุ้ที่สามารถทำได้ถึง 7ฟุต แทบไม่มีเลย

*วู๊สส!* *วู๊สส!* *วู๊สส!*

ผู้ที่ความสามารถไม่ถึงจะถูกส่งกลับไป ในตอนแรกมีผู้คนมากถึงหนึ่งหรือสองแสนคน อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ไม่กี่พันคนเท่านั้น เหล่าข้ารับใช้ค่อนข้างจะพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ในด่านแรก

“ พวกเจ้าผ่านการทดสอบแรก ข้าจะส่งพวกเจ้าไปยังชั้นที่แปด ที่นั้นจะมีใครบางคนรออยู่เพื่อที่จะทดสอบพวกเจ้า ” หลังจากพูดจบ เหล่าบริวารทั้งหลายได้กลายเป็นแสงและหายไป

ชั้นที่7 อันแสนแออัดกลายเป็นเพียงพื้นที่ที่ว่างเปล่า หลังจากนั้นเพียงพริบตา อสูรปิศาจนับไม่ถ้วนพลันปรากฎขึ้นกลางอากาศ และกลับสู่ลักษณะเดิมของชั้นที่7 แห่งหอคอยมรณะ

เหล่าข้ารับใช้ที่ลอยอยู่บนฟ้าได้มองไกลออกไป “ ข้าสงสัยว่าท่านอาจารย์จะสามารถหาผู้สมัครที่เหมาะสมได้ในเวลานี้งั้นหรือ? ”

ชั้นที่แปดของหอคอยมรณะ

ภายในป่า พลันปรากฎคนกว่าพันคนออกมา ตามพื้นมีรอยแตกที่ครอบคลุมไปทั่วพื้นที่ เปลวไฟพุ่งผ่านจากพื้นขึ้นสู่ท้องฟ้า ถ้าหากมีใครคนหนึ่งที่มีระดับต่ำกว่าแบล็คโกล จุดจบของเขาอาจเป็นเถ้าธุลีจากเปลวไฟ

เนี้ยหลี่ได้เริ่มสงสัยเกี่ยวกับหอคอยมรณะ ตามความเข้าใจเล็กๆน้อยๆของเขา ก่อนหน้านี้ ที่ๆเขายืนอยู่ตอนนี้ต้องเป็นอาณาเขตเพลิงรกร้าง

ข้ารับใช้ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพยืนอยู่กลางท้องฟ้าในเกราะสีทอง ปีกสีทองประกายสยายออกไปด้านหลัง พวกเขามีระดับเพียงแค่เซียน อย่างไรก็ตามพวกเขาได้รับมอบพลังจากจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ ดังนั้น ความแข็งแกร่งของเขาไม่อาจเทียบได้กับระดับเซียนทั่วไป

เขากวาดสายตาไปทั่วบริเวณที่กลุ่มคนปรากฏขึ้น และกล่าวอย่างเย็นชา “ แม้จะไม่ถึงตายแต่จงระวัง! นี่เป็นการทดสอบขั้นที่สอง ถ้าหากประมาทแม้ไม่ตายแต่ก็อาจต้องพิการไปตลอดชีวิต ในที่แห่งนี้มีหอคอยทมิฬอยู่ มันถูกสร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญมากฝีมือ ภายในหอคอยนั้นมีเปลวเพลิงสีดำทมิฬและอสูรระดับสูง แม้พวกมันจะถูกจองจำไว้ แต่คลื่นพลังงานที่พวกมันส่งออกมายังคงอันตราย พวกเจ้าต้องฝึกอยู่ภายในนั้นเป็นเวลา 10วัน ผู้ที่สามารถบ่มเพาะได้ถึงสภาวะอนัตตา จะผ่านเข้าสู่ชั้นต่อไป! ”

จากคำพูดของบริวารจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ ผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานบางคนหรือกระทั้งระดับเซียนถึงกับต้องงงงวย อะไรคือสภาวะอนัตตา?

“ การเข้าถึงสภาวะอนัตตาในสถานที่ที่เต็มไปด้วยเพลิงทมิฬเป็นสิ่งที่น่าสนใจ! ” เจ้าอสูรขมวดคิ้วจ้องมองออกไปยังพื้นที่แห้งแล้งที่มีหอคอยอันงดงามตั้งอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงทมิฬที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง





ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น