วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 241 – Disciple Selection

Tale of the demon and god novel Chapter 241 – Disciple Selection

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 241 - คัดเลือกศิษย์


บทที่ 241 - คัดเลือกศิษย์

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว,การชุมนุมของผู้เชียวชาญจากตระกูลต่างๆมีมากมายนับไม่ถ้วน

หอคอยมรณะชั้นที่ 7 กำลังจะเปิดเร็วๆนี้

ผู้เชียวชาญจากครอบครัวต่างๆทุกคนรุ้สึกตื่นเต้นเป็ฯอย่างมากในโอกาสครั้งนี้ที่นานๆครั้งจะมีซักที.ถ้าพวกเขาสามารถที่จะลูกสิทธิ์ของ

เจ้าดินแดนใต้พิภพแล้วพวกเขาจะมีอำนาจไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้าโดนการก้าวกระโดดแค่ครั้งเดียวเลย  และถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็น

ศิษย์โดยตรงพวกเขาก็จะยังถูกประเมินว่ามีระดับที่แตกต่างจากระดับเดิมอย่างสิ้นเชิง

ระดับผู้เชียวชาญระดับบเซียนและระดับตำนานหลายคนบินไปบินมาบนท้องฟ้าพวกเขาเตรียมตัวที่จะพุ่งเข้าไปในหอคอยมรณะทันทีที่

มันเปิด

เนี่ยหลี่และเพื่อนๆ รวมตัวกันอยู่นกที่พักของเขา เหนือศีรษะของพวกเขาหลายพันเมตร มีพลังสัจธรรมถูกปล่อยออกมาโดยรอบและขึ้น

ไปประมาณสิบกว่าเมตรปรากฎเงารางๆเป็นประตูยักษ์

นั่นคือประตูเข้าสู่หอคอยมรณะ



เมื่อสังเกตุไปรอบมีผู้เชียวชาญนับหมื่นลอยอยู่บนท้องฟ้าที่พร้อมจะเข้าไปในประตู นอกจากนี้บนพื้นดินก็มีผู้เชี่ยวชาญยศทองดำ

จำนวนหลายร้อยหลายพัน พวกเขาพร้อมที่จะเข้าไปทดสอบในชั้น 7 ของหอคอยมรณะ

สิ่งดูงดูดใจที่จะเป็นศิษย์ของเจ้าใต้พิภพมีมากจนเกินไปทำให้ทุกคนดูจะใจร้อนไปสักเล็กน้อย

"เนี่ยหลี่พวกเราต้องต่อสู้เพื่อที่จะเป็นคนแรกให้ได้เข้าไปในหอคอยมรณะชั้น 7 หรือไม่?" ตูเซอ และคนอื่นๆถามและมองไปที่เนี่ยหลี่
"ไม่จำเป็น "เนี่ยหลี่ส่ายหัว และพูดว่า"เจ้าดินแดนใต้พิภพไม่ได้เลือกศิษย์โดยเป็นคนแรกที่ไปถึงซักหน่อย เราเพียงแต่ต้องเข้าไปก่อน

ที่ประตูจะปิดเท่านั้นก็พอ"

หลั่วเซี่ยว และคนรอบๆเขาได้เดินไปหาเนี่ยหลี่ .หลั่วเซี่ยวให้เนี่ยหลี่และพวกคิดใหม่อีกครั้งหนึ๋งและพูดว่า"หลานชายเนี่ยหลี่,เจ้าต้อง

การเข้าไปในหอคอยมรณะจริงๆรึ?

"แน่นอน" เนี่ยหลี่พยักหน้า

หลั่วเซี่ยว รู้สึกเป็นกังวลใจ ความจริงแล้วเขาไม่ต้องการให้เนี่ยหลี่ไปเสี่ยงอันตรายโดยเข้าไปที่สถานที่อันตรายเช่นนั้น.แต่ถึงอย่างไร

เขาก็ไม่สามารถที่จะหยุดเนี่ยหลี่ได้.เขาก็กลัวว่าเนี่ยหลี่อาจจะไม่พอใจเขาหากเขาพยายามที่จะห้ามเนี่ยหลี่ สำหรับความสัมพันธ์พวก

เขานั้นเป็นแค่คู่ค้าทางธุระกิจเท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุดเนี่ยหลี่ให้เข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์ของเจ้าใต้พิภพ

"ถ้าอย่างนั้นหลานชายเนี่ยหลี่ต้องดูแลตัวเองนะ" หลั่วเซี่ยว เตือน"เมื่อเจ้าเข้าไปในหอคอยมรณะแล้วพวกเราก็ไม่สามารถที่จะช่วย

เหลือหรือคุมหลังอะไรพวกเจ้าได้"

หลั่วเซี่ยวเองพวกเขาก็คาดหวังเหมือนกันที่จะเป็นศิษย์ของเจ้าดินแดนใต้พิภพ

"ท่านลุงโปรดวางใจ ,พวกเราจะระมัดระวังที่สุด" เนี่ยหลี่ยิ้มเบาๆ

เนี่ยหลี่หันไปรอบๆ และมองไปที่เย่ จื้อหวิ๋นและเสี่ยวหนิงเอ๋อ.พวกเขานั้นเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว

ประมาณหนี่งก้านธูป ประตูบานใหญ่บนท้องฟ้าก็ค่อยเปิดและเกิดหลุมน้ำวนและช่องว่างปรากฏออกมา

"ในที่สุดประตูหอคอยมรณะชั้นเจ็ดก็เปิด"
"ไปกันเถอะ"

กลุ่มแรกที่เข้าไปเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับเซียน พวกเขาตะโกนลั่นและพุ่งเข้าไปในหลุมอากาศขนาดใหญ่และหายไปอย่างรวดเร็ว พวก

เขาเป็นผู้เชียวชาญระดับเซียนที่เป็นระดับหัวหน้าตระกูลของครอบครัวที่มีอิทธิพลมากที่สุดในดินแดนใต้พิภพนี้

และคนอื่นๆที่อยู่ข้างหลังก็ตามไป

*ว๊ซซ!******ว๊ซซ!******ว๊ซซ!

และกลุ่มอื่นๆก็รีบตามไป

การเข้าไปของคนเป็นเหมือนกับการไหลของแม่น้ำเลยทีเดียว

หลั่ว เซี่ยวกล่าวต่อเนี่ยหลี่ว่า"หลานชายเป็นการดีที่สุดถ้าเจ้าจะตามหลังพวกเราและเข้าไปพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญตระกูลผนึกหยกของเรา

และตอนนี้พวกเรากำลังจะเข้าไปแล้ว"

"ไม่เป็นไร,ขอให้ท่านลุงหลั่วเดินทางโดยปลอดภัย" เนี่ยหลี่ป้องมือ

หลังจากกล่าวคำอำลา เนี่ยหลี่และ หลั่วเซี่ยวกับกลุ่มก็มุ่งหน้าไปยังประตูบานใหญ่

ประมาณครึ่งชั่วต่อมาคนนับหมื่นได้ถูกป้อนเข้าไปในประตู เนี่ยหลี่หันหน้าไปทางตูเซอและพวกเขา และพูดว่า "พวกเราก็ไปกันเถอะ"

ในขณะนั้น ยู่หยานที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของเนี่ยหลี่ ก็ส่งเสียงออกมาเธอบอกกับเขาว่า"เนี่ยหลี่ เจ้าต้องระมัดระวังให้มากเมื่อเจ้าเข้าไป

แล้ว ข้ายังไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เจ้าดินแดนเจ้าพิภพ นั้นเป็นมิตรหรือศัตรู พยายามอย่างแสดงพลังของเจ้าให้มากเกินไป แสดง

เฉพาะความสามารถเท่านั้นก็เพียงพอจะได้รับเลือกแล้ว!"

ความสามารถของเนี่ยหลี่นั้น เป็นสิ่งที่น่ากลัวเกินไป ตอนนี้เนี่ยหลี่นั้นเข้าใจพลังอำนาจสัจธรมของพลังทั้งสาม,ซึ่งเป็นพลังอำนาจที่มี

พลังของเทพวิญญาณที่มีพลังมากที่สุดในประวัติศาสตร์,ซึ่งอาจจะทำให้เทพวิญญาณอื่นๆไม่ยินดีในเรื่องนี้ก็เป็นได้

"ข้ารู้ดี." เนี้ยหลี่พยักหน้า เขาจมลึกลงไปในความคิด จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้ไปเยือนยังดินแดนซากมังกร

สำหรับผู้ที่สามารถบ่มเพาะพลังสวรรค์ได้ พวกเขาจะคิดอย่างไรกับคนที่สามารถควบคุมพลังสัจธรรมได้ถึง 3 อย่าง? เป็นการดีที่สุดที่

จะซ่อนความแข็งแกร่งแท้จริงของเขาเอาไว้ แรงจูงใจของเนี้ยหลี่สำหรับการเดินทางครั้งนี้ เขาหวังเพียงว่าจะมีใครบางคนในกลุ่มของ

เขาได้รับเลือกให้เป็นศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพได้ ส่วนตัวเขาจะค่อยๆบ่มเพราะไปตามวิถีทางที่ควรจะเป็น

เนี้ยหลี่และเพื่อนๆ พุ่งทะยานไปหลังจากที่ตระกูลผนึกหยกได้เข้าไปยังประตูทางเข้าสู่ชั้นที่เจ็ดแล้ว
ฉากต่างๆ นานาผ่านเข้ามายังสายตาของพวกเขาราวกับภาพตัด ภูมิทัศน์ที่รกร้างและศพนับไม่ถ้วนถูกปล่อยทิ้งไว้ท่ามกลางดิน

แดนรกร้าง เนี้ยหลี่รู้ว่าภาพเหล่านี้คือภายในของหอคอยมรณะ ตั้งแต่ชั้นแรกจนถึงชั้นที่หก ในช่วงเวลาของสงครามอันยิ่งใหญ่ระหว่าง

ตระกูลอสูรและมนุษย์ มีผู้คนเสียชีวิตนับไม่ถ้วน และกลายเป็นซากศพถูกทิ้งอยู่ทั่วดินแดนรกร้าง

เนี้ยหลี่นึกย้อนกลับไปเมื่อเขาเห็นจิตกรกรรมฝาผนังในสุสานของเทพแห่งความตาย เขารู้สึกว่ามันจะต้องมีความหมายซ่อนอยู่ในนั้น

เป็นแน่ มันไม่มีทางที่ผู้เชี่ยวชาญของทั้ง 2 กลุ่มจะต่อสู้กันจนถึงแก่ความตายถ้าแต่ละฝ่ายต่างไม่มั่นใจว่าจะชนะ บางทีมันอาจจะมีอะไร

เกี่ยวข้องกับผู้เชี่ยวชาญจากดินแดนซากมังกรก็เป็นได้

ไม่นานต่อมาเนี้ยหลี่และพรรคพวกก็หยุดลง

บริเวณที่พวกเขาหยุดอยู่นั้นเต็มไปด้วยหุบเหวลึก ปรากฏรูปแบบจารึกทรงกลมขึ้นที่ใต้เท้าของแต่ละคน ช่วยให้พวกเขาลอยอยู่ใน

อากาศได้ เย่ จื้อ หวิ๋น เสี่ยวหนิง เอ๋อ หลู่เปียว ตูเซอ และคนอื่นๆ อยู่ไม่ไกลจากเนี้ยหลี่เท่าใดนัก

ขอบฟ้าคลาคล่ำไปด้วยผู้เชี่ยวชาญมากมายจากนานาตระกูล

นี่เป็นปรากฏการณ์ขนาดใหญ่ที่ทำให้เนี้ยหลี่นึกถึงดินแดนซากมังกรเมื่อชีวิตที่แล้วของเขา โดยเฉพาะในการคัดเลือกศิษย์ของนิกาย

ต่างๆ ที่มีความสามารถ เขาสงสัยว่ามันเป็นการทดสอบแบบเดียวกันหรือเปล่า จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพจะวางแผนการคัดเลือกไว้อย่าง

ไร เขาจมดิ่งลงในห้วงความคิด

ในตอนนั้นก่อนที่จะเข้าไปยังดินแดนซากมังกร เขาได้ครอบครองตำราภูติห้วงกาลลี้ลับอยู่ ด้วยเพราะความสามารถติดตัวแต่กำเนิด

ของเขานั้น ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะบ่มเพาะพลังไปจนถึงจุดสูงสุด แต่ด้วยเพราะตำรานี้จึงทำให้เขาบรรลุขั้นนั้นได้ จักรพรรดิ์นัก

ปราชญ์นั้นมีอิทธิพลกว้างไกลไพศาลนัก และดำรงอยู่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน หากเนี้ยหลี่ต้องการสู้กับจักรพรรดิ์นักปราชญ์

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสู้โดยไม่มีตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ
เมื่อเนี้ยหลี่นึกถึงความน่ารังเกียจของคนผู้นั้น หัวใจของเขาก็โชติช่วงไปด้วยความแค้น ในชีวิตของเขาก่อนหน้านี้ หลังจากที่เขาได้มา

ถึงระดับสุดยอด เขาได้รวบรวมดวงวิญญาณของทุกคนที่เขารักรวมถึงหวิ๋น เอ๋อ และตั้งใจจะชุบชีวิตคนเหล่านั้น อย่างไรก็ตามในขณะ

ที่เขาได้กำลังทำการการฟื้นฟูร่างกายของพวกเขา จักรพรรดิ์นักปราชญ์ใช้วิชาลับ ฉีกกระชากวิญญานของพวกเขาจนแหลก

สลายกลายเป็นหมอกและควัน

นอกจากนั้น จักรพรรดิ์นักปราชญ์ยังไล่ฆ่าทุกๆคนที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับเขา โดยไม่มีการไต่สวนข้อเท็จจริงใดๆทั้งสิ้น เหตุผลนั้นมี

เพียงหนึ่งเดียว เพราะจักรพรรดิ์หวาดกลัวการดำรงอยู่ของเนี้ยหลี่นั่นเอง เนี้ยหลี่แข็งแกร่งเกินไป หากยังเป็นเช่นนั้น เนี้ยหลี่จะเป็นภัย

ต่อเขาในอนาคต

แต่ในชาตินี้เขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ในชาตินี้เขามีทั้งเย่ จื้อ หวิ๋น เสี่ยวหนิง เอ๋อ ตูเซอ หลู่เปียวและพวกพ้องอีกมากมาย เขาไม่จำ

เป็นต้องต่อสู้เฉกเช่นหมาป่าเดียวดายอีกต่อไป

ก่อนที่จะเข้าไปยังดินแดนซากมังกรนั้น เหลืออีกเพียงขั้นตอนเดียวเท่านั้นที่ต้องทำ

ทันใดนั้นก็ปรากฏเงาจำนวนหนึ่งขึ้นบนท้องฟ้า ร่างนั้นสูงใหญ่ราว 5-6 เมตรพร้อมปีกสีดำคู่มหึมา แผ่กระจายแรงกดดันมหาศาล

พวกเขาต้องเป็นข้ารับใช้ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพอย่างไม่ต้องสงสัย

หนึ่งในนั้นเอ่ยออกมาด้วยเสียงเย็นเยียบ " พวกข้าได้รับคำสั่งมาจากจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ ในการคัดเลือกลูกศิษย์ครั้งก่อน มีผู้เสีย

ชีวิตเป็นจำนวนมาก จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพจึงสั่งให้มีการทดสอบในรูปแบบใหม่ที่จะทำให้เกิดการสูญเสียน้อยลง ก่อนที่พวกเจ้าจะ

ผ่านไปสู่ชั้น8 พวกเจ้าจงขอบคุณในความมีเมตตาของท่านจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพซะ "

เหล่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างมีสีหน้ายินดี พวกเขารู้ดีว่า ในการทดสอบนี้พวกเขาต้องเสี่ยงชีวิตอย่างมาก หากไร้ความเมตตาของจ้าว

แห่งดินแดนใต้พิภพ พวกเขาอาจจะตายเมื่อใดก็ได้ พวกเขาเพียงไม่เข้าใจว่าเหตุใดครานี้จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพจึงได้ใจดีนัก

นี่คือการแข่งขัน เพราะแม้แต่คนจากตระกูลเดียวกันก็ยังถือเป็นดั่งศัตรู หนึ่งในพวกเขาคนใดคนหนึ่งจะแปลงร่างกลายเป็นฟีนิกซ์และ

บินผงาดอยู่บนท้องนภา

ในขณะนั้น ท่ามกลางเหล่าผู้คนมากมาย ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาว นั่งอย่างสงบนิ่ง มีรอยยิ้มมุมปากบางๆ ปรากฏอยู่บนใบ

หน้าของเขา เขาคือจ้าวแห่งสมาคมทมิฬ เจ้าอสูรนั่นเอง เขาเองก็เข้าร่วมการทดสอบเพื่อเป็นลูกศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพเช่นกัน

" จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพกลายเป็นคนมีเมตตาไปตั้งแต่เมื่อใดกัน " เจ้าอสูรหัวเราะอย่างน่าสยดสยอง

อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้เชี่ยวชาญคิดว่านี่คือโอกาสอันดีที่ได้รับความเมตตานี้

" ข้าสงสัยนักว่าจะเจอการทดสอบแบบใด "

" การทดสอบแบบใดข้าก็ไม่สน ข้าจะผ่านมันไปและได้รับเลือกเป็นลูกศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพให้ได้ " หญิงสาวที่แสนเย้ายวน

ในชุดแดงพูดขึ้น เธอดูเหมือนไม่ใช่มนุษย์เนื่องจากมีหูสีม่วงแดงแหลมยื่นออกมา

"หญิงสาวคนนั้นเป็นใครกันรึ? ทำใมถึงชั่งกล้าหยิ่งยะโสยิ่งนัก?"
"เจ้าไม่รู้จักรึ? หล่อนเป็นลูกสาวของตระกูลวิหกอเวจี หัว ฮัว  แม้แต่ผู้เชียวชาญเมื่ออยู่ต่อหน้านางเป็นแค่ไก่อ่อนเท่านั้น เธอนะเป็นความหวังของเด็กรุ่นใหม่ดูเหมือนว่าจะเหนือกว่า ซาง หมิงด้วยซ้ำ  มีข่าวลือด้วยนะว่ามีผู้เชียวชาญระดับเซียนมาตอแยเธอและถูกเธอจัดการอย่างอนาจด้วยขาข้างเดียวเลย"




ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น