วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 240 – Demon Lord

Tale of the demon and god novel Chapter 240 – Demon Lord

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 240 - เจ้าอสูร


บทที่ 240 - เจ้าอสูร


ไม่นานข่าวสารได้แพร่กระจายไปยังตระกูลต่างๆที่ปากทางเข้าหอคอยมรณะเก้าชั้น
ตระหวู๋ กุยนั้นไปล่วงเกินบุคคลที่ทรงอำนาจและพวกเข้าถูกล้อมด้วยตัวแทนจากตระกูลต่างๆของดินแดนใต้พิภพ

แม้กระทั่งหัวหน้าตระกูลหวู่กุย หวู๋ เฮินเองก็ถูกจับกุม หลังจากที่ข่าวสารได้แพร่กระจายตระกูลต่างๆล้วนตกตะลึง

ซึ่งแม้แต่ตระกูลที่ทรงอิทธิพลเองก็ยังต้องทำตามคำสั่งของบุคคลที่ทรงอำนาจ
นอกจากนี้เมื่อได้ยินข่าวลือ ตระกูลที่ทรงอิทธิพลเองก็ส่งกำลังไปยังสมาคมทมิฬ เขามีแผนที่จะจับกุมสมาชิกของสมาคมทมิฬ

อย่างไรก็ตามสมาคมทมิฬได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนนั้นพยายามค้นหาอย่างหนักแต่ก็ไม่พบร่องรอยอะไร

ถึงอย่างนั้นก็เถอะพวกสมาชิกสมาคมทมิฬต่างก็ถูกออกหมายจับ
ณ ชั้นแรกของหอคอยมรณะเก้าชั้น

เนี้ยหลี่ เย่จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อ ยังคงมุ่งหน้าต่อไป ยู่หยานบินมาเกาะบนไหล่เนี้ยหลี่
เนี้ยหลี่เหลือบมองไปที่ยู่หยาน ใครกันที่มานั่งบนไหล่เขา เขากล่าวต่อว่า"พี่สาวยู่หยาน ท่านหายไปไหนมา"

ยู่หยานพูดด้วยน้ำเสียงโศกเศร้าว่า"เมื่อนานมาแล้วหอคอยมรณะเก้าชั้นนั้นเป็นสนามรบระหว่างเผ่าพันธุ์อสูรและมนุษย์

ช่วงเวลานั้นมนุษย์มากมายได้พบจุดจบลงที่นี่ ข้าพยายามตามหาคนรู้จักโดยการแกะรอยออร่าและก็พบว่าพวกเขานั้นได้ถูกฝังอยู่ที่นี่ไปเสียแล้ว"
หลังได้ฟังคำพูดของยู่หยาน เย่จื้อหวิ๋นและเสี่ยวหนิงเอ๋อต่างปรากฎร่องรอยของความโศกเศร้าบนใบหน้าของพวกเธอ



"อย่างไรก็ตาม ข้าก็ได้พบกับของสิ่งนี้"ยู่หยานพูด เธอนั้นไม่ได้ต้องการทำให้ทุกคนโศกเศร้า เธอหยิบกระจกขึ้นมาโชว์
"มันคืออะไรเหรอ"เย่จื้อหวิ๋นถามอย่างสงสัย
เสี่ยวหนิงเอ๋อมองไปที่กระจกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"มันคือ"เนี้ยหลี่พูดออกมาด้วยความตกใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการหายไปของยู่หยานจะนำเธอไปเจอกับสิ่งของที่น่าตกใจแบบนี้

"เนี้ยหลี่เจ้าคงรู้แล้วสินะว่ามันเป็นอะไร มันคือกระจกวิญญาณมันสามารถดูดวิญญาณของคนและรักษาไม่ให้มันกระจัดกระจายออกไป"ยู่หยานอธิบาย

มันก็จริงในสิ่งที่เธอนั้นอธิบาย อย่างไรก็ตามมันเป็นพลังส่วนหนึ่งของกระจกนี้ บางคนนั้นสามารถใช้มันเพื่อให้บรรลุระดับชะตาสวรรค์ เขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่สามารถใช้มัน
ยู่หยานเธอส่งกระจกวิญญาณไปยังเนี่ยหลี่พร้อมพูดว่า"ข้าไม่จำเป็นต้องใช้มัน เจ้าเก็บมันไว้เองเถอะ"
เนี้ยหลี่พยักหน้า ยู่หยานเธอเองก็ไม่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของกระจกวิญญาณอันนี้
ในความเป็นจริงเนี้ยหลี่คงเป็นคนเดียวที่สามารถดึงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาใช้งาน เนี่ยหลี่เก็บมันไว้ในช่องลับในแหวนมิติ

จากนั้นเขาได้ส่งมุกที่ได้รับจากเซี่ยวหยู๋ ไปให้เสี่ยวหนิงเอ๋อ
เสี่ยวหนิงเอ๋อมีใบหน้าแดงระเรื่อขณะที่เงยหน้าขึ้นเธอก็เก็บมันไว้ในแหวนมิติ มันเหมือนเป็นดั่งของขวัญที่เนี้ยหลี่ส่งให้เธอ

ถ้าเซี่ยวหยู๋ได้เห็นท่าทางของเสี่ยวหนิงเอ๋อ เขาคงได้กระอักเลือดเป็นแน่
มันเป็นท่าทีที่เด่นชัดระหว่างเซี่ยวหยู๋เป็นคนมอบให้ กับเนี้ยหลี่เป็นคนมอบให้เอง
"ป่ะพวกเราไปค้นหาตูเซอและคนอื่นๆกันต่อเหอะ"เนี้ยหลี่ยิ้มและพาพวกเขาทั้ง 4 เดินต่อไป
ในอีกมุมหนึ่งของหอคอยมรณะเก้าชั้น

มีคนจำนวนหนึ่งได้มารวมตัวกันพวกเขามีอายุราวๆ 20 ปี 1ในนั้นมีใบหน้ารูปไข่อันหล่อเหลา ทว่าจะมีใบหน้าที่มีเสน่ห์แต่กลับมีสีซีดและดวงตาที่แดงกล่ำ
มันทำให้ผู้คนที่มองเขาต่างสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว
ชายหนุ่มคนนั้นได้ปล่อยรังสีความหนาวเย็นออกมามันส่งผลให้อุณหภูมิโดยรอบลดต่ำลง
อีก 2 คนที่อยู่ถัดจากเขาไปคือ หลงซา กับกุยซา คนที่เคยเปิดเผยตัวตอนที่เข้าโจมตีเมืองกลอรี่
"เจ้าอสูร เราควรทำอย่างไรต่อไป ตระกูลที่ทรงอิทธิพลต่างกดดันพวกเราจนเราทำอะไรไม่ได้เลย" หลงซาถามอย่างใจจดใจจ่อ

ดวงตาของชายหนุ่มนั้นมีสีแดงจนเหมือนมีเลือดออกมาแล้วกล่าวว่า"ข้าว่าพวกมันยังทำอะไรเราไม่ได้หรอก ข้าคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะหาผู้เชี่ยวชาญมากพอ จากตระกูลมีชื่อของดินแดนใต้พิภพ ในเมื่อพวกมันยังต้องจัดการกับตระกูล หวู่กุยอยู่"

"เจ้าอสูร คำพูดของท่านคงหมายถึงเรื่องที่เกิดทั้งหมดนี้คงเป็นฝีมือของคนที่มาจากเมืองกลอรี่"
"เจ้าเด็กนั่นเป็นคนสร้างค่ายกลหมื่นอสูร"ร่องรอยการหัวเราะปรากฏขึ้นที่มุมปากของเจ้าอสูรแล้วกล่าวต่อว่า"มันช่างเป็นสิ่งที่กระตุ้นความสนใจข้าเสียจริงๆ"
ข้าสงสัยจิว่าในที่สุดข้าคงต้องเจอกับมัน เห็นทีข้าอาจจะต้องเข้าร่วมพิธีคัดเลือกลูกศิษย์โดยตรงของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ มิหนำซ้ำโอกาสที่ข้าจะได้เป็นนั้น มีอยู่สูงที่เดียว"
"เจ้าอสูร ตอนแรกท่านจะยุ่งกับพิธีคัดเลือกลูกศิษย์ แต่สิ่งที่ท่านกล่าวมานั้นคงไม่ได้หมายความว่า..."หลงซาพูดพร้อมกับเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว

"เจ้าคิดถูก ข้าจะผ่านการทดสอบและเข้าไปในนิกายขนนกแห่งทวยเทพ ก่อนหน้านี้ร่างการของข้านั้นอ่อนแอ แต่ตอนนี้ร่างกายข้าอยู่ในระดับสุดยอดแล้วมันจะปรากฏขึ้นเพียงครั้งเดียวทุกหมื่นปี แม้ไม่มีพลังสวรรค์ ข้านั้นก็พร้อมจะบรรลุไปยังระดับดาราสวรรค์ หากเจ้าแห่งดินแดนใต้พิภพไม่ได้ตาบอดโง่เง่า
มันจะต้องเลือกข้าอย่างแน่นอน"เจ้าอสูรหัวเราะ"ข้าไม่เชื่อจะมีใครที่มีร่างกายที่สุดยอดกว่าข้าอีกแล้ว"
"ไม่มีร่างกายใดที่จะมาเทียบเคียงกับร่างกายท่านอีกแล้วท่านเจ้าอสูร"หลงซาพูดอย่างเคารพ กุยซาเองนั้นก็เห็นพ้องด้วย

"เอาล่ะในตอนที่ข้าไม่อยู่ พวกเจ้าจงปกปิดตัวเองและอย่าแสดงตัวเป็นอันขาด จงแฝงตัวไปเข้าร่วมกับตระกูลอื่นและทำให้พวกเขายอมรับพวกเจ้า"เจ้าอสูรกล่าวอย่างใจเย็น
"ได้ขอรับ พวกเราจะรอท่านกลับมา ท่านเจ้าอสูร"หลงซากับพวกที่เหลือกล่าวด้วยความเคารพ
เจ้าอสูรเงยหน้าขึ้นมาหาทางข้างหน้า ในช่วงชีวิตนี้ เขาต้องผ่านการทดสอบเพื่อเข้าไปในนิกายขนนกแห่งทวยเทพเขานั้นช่างเป็นชายหนุ่มที่ดูลึกลับ

มีคนอีกมากมายที่จะเป็นคู่แข่งกับเขา เขาคิดว่าการเดินทางครั้งนี้คงจะไม่ทำให้เขาเหงาเป็นแน่  เขายิ้มมุมปาก มันช่างเต็มไปด้วยความน่าสนใจจริงๆ
เจ้าอสูรมุ่งไปข้างหน้าจนห่างไกลจากลูกน้องไปเรื่อยๆ
หลังจากเจ้าอสูรไปแล้ว หลงซาและสมาชิกคนอื่นต่างคุกเข่าแสดงความเคารพไปทิศทางของเจ้าอสูร ปณิธานแน่วแน่แสดงออกบนดวงตาของพวกมัน

"เราจะรับใช้ท่านเจ้าอสูรตราบจนชีวิตหาไม่ และเราจะรอจนกว่าเขานั้นจะกลับมา"
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสมาคมทมิฬก็ได้หายไปจากดินแดนใต้พิภพในบัดดล อย่างไรก็ตามพวกเขาจะภักดีต่อเจ้าอสูรและรอวันที่เจ้าอสูรจะกลับมาเป็นผู้นำของพวกเขาอีกครั้ง โดยไม่สนว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด

เนี่ยหลี่ยังคงตามหาพรรคพวกในชั้นแรกของหอคอยมรณะเก้าชั้น ในที่สุด 2 วันต่อมา เขาก็พบตูเซอและคนอื่นๆ

เขาทั้งหมดได้รับผลไม้วิญญาณต้นกำเนิด 11 ผล ของเหล่านี่มีคุณภาพเพียงพอที่จะทำให้พวกเขานั้นก้าวสู่ระดับตำนานได้

พวกเขานำผลไม้วิญญาณต้นกำเนิดมารวมกันและกลับไปยังที่ตั้งของตระกูลผนึกหยก
เมื่อเขาได้รู้ว่าเนี้ยหลี่กับพวกพรรคเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย หลั่วเซี่ยวและคนอื่นๆต่างรู้สึกคลายกังวล
นับแต่นี้ไปเนี้ยหลี่นั้นคือคนที่จะขาดไม่ได้สำหรับตระกูลผนึกหยก
เนี่ยหลี่และพรรคพวกนำผลไม้วิญญาณต้นกำเนิดมาบ่มเพาะพลังภายในที่พักของพวกเขา
ขณะนี้ชั้นที่ 7 ของหอคอยมรณะเก้าชั้น จะเปิดออกในเร็วๆนี้ พวกเขาจึงเร่งบ่มเพาะพลังให้ดีขึ้นเท่าที่จะทำได้

เนี้ยหลี่นั่งไขว่ขาพร้อมกับกินผลไม้วิญญาณต้นกำเนิด กระแสความอุ่นแพร่กระจายจากคอลงท้อง ก่อนที่จะแพร่ไปทุกส่วนบนร่างกาย
ผลไม้วิญญาณต้นกำเนิดมันช่างเป็นพลังที่บริสุทธิ์มากๆมันส่งผลให้เขตแดนวิญญานของเนี้ยหลี่ขยายตัวขึ้น

บูมม บูมม บูมม
เขตแดนวิญญาณของเนี้ยหลี่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านั้นตอนที่เขาจะได้เข้าถึงพลังสัจธรรมแห่งความตาย การบ่มเพาะพลังของเขาก็ได้พัฒนาขึ้นแต่ทว่ามันก็ยังไม่ได้พัฒนาจนเลื่อนไปอีกระดับ แต่ดูตอนนี้แล้ว เมื่อเขาได้กินผลไม้วิญญาณต้นกำเนิดพร้อมกับควบคุมพลังสัจธรรมแห่งพลังถึง 3 อย่าง มันส่งผลให้พลังในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังนั้นเพิ่มอย่างต่อเนื่องจนทำให้เขาไปถึงระดับแบล็กโกลขั้นที่ 5 แล้วจึงหยุดลง
ตามหลักแล้ว ด้วยความช่วยเหลือของขอบเขตวิญญาณของต้วนเจี้ยน มันน่าจะทำให้เขาไปสู่ระดับตำนาน อย่างไรก็ตามเพราะว่าเนี้ยหลี่นั้นบ่มเพาะพลังด้วยเทคนิคเทพวิถีฟ้า มันส่งผลให้เขาต้องพยายามอย่างหนักกว่านี้ หากเทียบกับเย่จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อ ตูเซอและคนอื่นๆ ดังนั้นพลังที่พัฒนาจึงหยุดก่อนที่จะเข้าถึงระดับตำนาน

ภายในขอบเขตจิตวิญญาณของเนี้ยหลี่ เขาสัมผัสได้ว่าคนอื่นๆนั้นกำลังจะก้าวกระโดดไปยังระดับตำนานกันแล้ว
ด้วยเทคนิคการบ่มเพาะที่เนี้ยหลี่ได้สอนพวกเขาและด้วยวิธีเพิ่มอาณาเขตจิตวิญญาณพวกเขากำลังจะก้าวสู่ระดับตำนานภายในเวลาไม่นาน

หาก 1 ในพวกเขาได้กลายเป็นลูกศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพเมืองกลอรี่คงจะได้อยู่อย่างปลอดภัย
เวลายังเดินต่อไปในขณะที่พวกเขานั้นยังบ่มเพาะพลัง

ขณะที่เนี้ยหลี่มุ่งมั่นบ่มเพาะพลัง เขาได้รู้สึกถึงอะไรบางอย่างและลืมตาขึ้นมา
เขาเดินมายังทางเข้าที่พักแล้วยกม่านขึ้น เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นเสี่ยวหนิงเอ๋อ หน้าเธอแดงลามไปยั้นคอ เขานั้นไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

เธอช่างงดงามยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก และมือของเธอนั้นถือถาดใส่ถ้วยน้ำซุปอยู่
"หนิงเอ๋อ มีอะไรเหรอ"เนี้ยหลี่ถาม

เธอตกใจที่เนี่ยหลี่โผล่ออกมาอย่างฉับพลัน ถาดใส่ถ้วยน้ำซุปเริ่มสั่นแล้วตกลงบนพื้น น้ำซุปได้กระจายลงเต็มพื้น

"มะ..ไม่มีอะไร"เสี่ยวหนิงเอ๋อกล่าวโดยมีอาการตื่นตระหนก เธอก้มลงเก็บของที่ตก ใบหน้าของเธอมีสีแดง หน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลง
เสื้อผ้าของหนิงเอ๋อเปียกไปด้วยน้ำซุป เนี้ยหลี่นั้นรีบเข้าไปช่วยเธอทันที พร้อมกันนั้นเขาได้มองเธออย่าง งงงวย
เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวหนิงเอ๋อและการแสดงออกแปลกๆของเธอ
เธอสวมผ้าไหมบางๆและมันดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจในความไร้เดียงสาของเธอ
เมื่อน้ำซุปราดใส่เธอ มันทำให้เสื้อผ้าเธอนั้นเปียกจนไปแนบกับผิวของเธอ เผยให้เห็นผิวขาวราวกับไข่มุกตัดกับหน้าอกสีชมพู
มันเป็นความแตกต่างที่น่าหลงใหล มันช่างน่าเย้ายวนจนยากจะอธิบาย
ท่าทางขี้อายและดูงดงามของหนิงเอ๋อ ทำให้เนี้ยหลี่ถึงกับพูดไม่ออก
"เธอเป็นอะไรไหม รีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าจะดีกว่า"เนี้ยหลี่พูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
หนิงเอ๋อก้มมองดูตัวเอง เธอนั้นร้องออกมาเล็กน้อยแล้วรีบปิดหน้าอกของเธอ เธอพูดพร้อมก้มหน้าลง"เดี๋ยวข้าไปก่อนนะ"

หลังจากสิ้นเสียงเธอก็รีบจากไป
หลังจากเสี่ยวหนิงเอ๋อกลับไป เนี้ยหลี่มึนงงกับเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น เขารู้สึกว่าวันนี้หนิงเอ๋อดูแปลกๆไปเขาคิดแล้วคิดอีกว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็คิดไม่ออก
อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้เก็บไปคิดต่อ แล้วกลับเข้าเต็น
เมื่อเสี่ยวหนิงเอ๋อกลับไปถึงเต็นของเธอ เธอรู้สึกร้อนผ่าวเมื่อเหลือบมอง 2 มือของเธอ หัวใจของเธอเต้นแรงจนเหมือนกระต่ายที่กำลังกระโดด
ทำไมข้าถึงใส่ผ้า(ส่วนที่คลุมหน้าอก)บางจังนะ? หวังว่าเนี่ยหลี่คงจะไม่เข้าใจผิด แล้วคิดว่าข้าเป็นผู้หญิงใจง่ายหรอกนะ เธอกระทืบเท้าตัวเอง
มันเป็นความคิดของเสี่ยว เซี่ย มันทำให้เธอแสดงเรื่องน่าอายต่อหน้าเนี้ยหลี่



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น