วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 238 – Seizing the Law by Force

Tale of the demon and god novel Chapter 238 – Seizing the Law by Force

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 238 - ยึดครองพลังแห่งสัจธรรม


บทที่ 238 - ยึดครองพลังแห่งสัจธรรม


เชือกยังคงฟาดไปทั่วร่างของ เซี่ยวหยู๋ เกิดแผลใหม่ไปทุั่วร่างกายจากการโดดฟาดแต่ละครั้ง

"บางทีหากเจ้าคุกเข่า,และขอความเมตตา,และพูดว่าหมิงเฟยเจ้าลูกนอกคอก บางทีข้าอาจจะคิดดูอีกทีว่าจะไว้ชีวิตเจ้า, ไม่อย่างนั้นข้าจะให้เจ้ามาเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าและทรมานเจ้าทุกวันเพื่อบรรเทาความเกลียดชังในใจของข้า" เทพแห่งความตายหัวเราะออกมาด้วยความโหดร้าย

เซี่ยวหยู๋ พูดอย่างเย็นชาพร้อมถ่มน้ำลาย"เจ้าสิไอ้ลูกนอกคอก"

เทพแห่งความตายหยุดและหันมาพูดด้วยเสียงที่น่ากลัว "เนื่องจากเจ้าปฏิเสธข้อเสนอของข้า,เห็นทีจะต้องสังสอนเสียแล้ว ,อย่าได้มาว่าข้อซะล่ะ ฮึ..."

*เพลี๊ยะ!*
*เพลี๊ยะ!*
*เพลี๊ยะ!*

ห้าหรือ หก ครั้งของเชือกที่แข็งเหมือนเหล็ก ฟาดลงไปที่ตัวของเซียวหยู่  เลือดสาดกระเซ็น ไปทั่ว เหมือนกับว่ากระดูกของเขาจะแตกออกมา ทำให้เซี่ยวหยู่กรีดร้องออกมาอย่างอนาจ

"ฮ่าๆ ร้องออกมา,ร้องออกมา,มันดีจริงที่ได้ยินเสียงไอ้ลูกนอกคอกของไอ้แก่นั่น" เทพแห่งความตายหัวเราะอย่างพอใจ

เลือดไหลออกมาจากมุมปากของเซ๊่ยวหยู๋ เขาไม่รู้สึกอะไรมากนักเขามองไปยังด้านหน้า แล้วคำรามออกมาว่า"เจ้าลูกน้องคอก,ฆ่าฉันสิถ้าเจ้ากล้า"




"ฆ่าเจ้าอย่างรึ หึ!.มันไม่ทำให้ข้าพอใจได้หรอก ข้าต้องการจะทรมานเจ้าทีละนิด ข้อต้องการให้เจ้าทนทุกข์และจำมันทุกครั้งที่ข้าทรมานเจ้า ในที่สุดก็ได้วันแก้แค้นของข้า มันช่างน่าพอใจจริงๆ หลังจากข้อได้ดูดซับพลังเซียนและฟูนฟูร่างกายของข้า และมันก็จะถึงเวลาที่ข้าจะได้แก้แค้นเจ้าแก่นั้น"เทพแห่งความตายพูดด้วยเสียงที่น่ากลัว

ข้าจะทำให้พวกเจ้าทั้งสองคนเสียใจไปตลอดกลาล

ขณะที่เทพแห่งความตายหัวเราะอยู่นั้น หัตย์ศิลาขนาดใหญ่ที่ปกคลุมอยู่บนอากาศก็ร่วงหล่นลงมา

"เกิดอะไรขึ้น?" เสียงของเทพแห่งความตายเริ่มสั่นไหวและรับรู้ถึงออร่าที่น่ากลัวทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

เนี้ยหลี่ เขายังมีชีวิตอยู่


เมื่อมือขนาดใหญ่ได้ร่วงลงมาก็ปรกกฏเงาโผล่ออกมาจากฝุ่นละออง,เป็นปีกคู่หนึ่งที่ยื่นออกมาจากหลังของเขา ที่มีสีดำและสีขาว ที่มีพลังสัจธรรมของความมืดและความสว่าง พร้อมกับเปลวเพลิงที่รุนแรงตามแขนของเนี่ยหลี่ เขาช่างดูน่ากลัวยิ่งนักที่แขนของเขายังมีเกาะสีเทาที่มีออร่าแห่งความตายปกคลุมอยู่

สายตาของเข้าจ้องอย่างกระหายเลือดไปยังหัวใจขนาดใหญ่ที่อยู่กลางห้องโถง

"มันเป็นไปไม่ได้ เจ้าเข้าใจถึงสัจธรรมแห่งความตายอย่างนั้นรึ?"เทพแห่งความตายครางออกมาด้วยความตกใจที่มีคนเข้าใจสัจธรรมแห่งความตายอีกนอกจากเข้า และพลังสัจธรรมแห่งความตายค่อยๆถูกยึดไปจากเขาทีละนิด

"มันไม่ได้ยากนักที่จะเข้าใจสัจธรรมแห่งความตาย,ตอนนี้,มันถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว" เนี่ยหลี่กล่าวอย่างใจเย็นและสงบเงียบ เขาค่อยๆเดิน ไปยังหัวใจสีดำที่อยู่ตรงกลางห้อง

"ข้าเป็นอัจฉริยะเทพแห่งความตาย! เจ้าพยายามยึดพลังสัจธรรมแห่งความตายจากข้ารึ?อย่าแม้แต่จะคิด" เทพแห่งความตายคำราม ด้วยความโกรธและบังเกิดหอกกระดูกนับไม่ถ้ายพุ่งไปยังเนี่ยหลี่

แต่ถึงอย่างไร,เมื่อหอกกระดูกเหล่านั้นใกล้จะถึงเนี่ยหลี่ไม่กี่เมตร พวกมันก็หยุดกลางอากาศและระเบิดเป็นผุยผง

เนี่ยหลี่ยังเดินอย่างใจเย็นพร้อมทั้งพูดว่า"ความจริงแล้ว,เศษซากกายเทพของเจ้าได้แตกเป็นเสี่ยงๆแล้ว,ถึงเจ้าจะยังเป็นเทพวิญญาณอยุ่,แต่มันก็ไม่เหมือนกันระว่างที่เป็นเทพวิญญาณ และเซียน นอกเสียจากเจ้าจะเข้าใจอย่างลึกซึ่งเกี่ยวกับสัจธรรมแห่งความตายมากกว่าพวกเขา สัจธรรมแห่งความตายนั้นดำรงอยู่ภายใต้โลกและสวรรค์มันมีประสงค์และทิศทางของมัน นั่นมันหมายความว่าถ้ามีใครที่เข้าใจพวกมันลึกซึ้งเกี่ยวกับสัจธรรมแห่งความตายมากกว่า  ธรรมชาติของมันแล้วมันย่อมจะเลือกคนคนนั้น นั่นเอง

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" เทพแห่งความตายพูดด้วยเสียงสั่น

"ข้าเข้าใจสัจธรรมแห่งความตายมากกว่าเจ้าดังนั้น เศษส่วนของเทพวิญญาณและสัจธรรมแห่งความตายจึงเลือกเขายังไงล่ะ" เนี่ยหลี่พูดออกมาอย่างเย็นชา

"มันเป็นไปไม่ได้ ข้าเป็นเทพแห่งความตายและได้รับมันมานับหมื่นปี เจ้าทำอย่างไรถึงจะมีความเข้าใจในสัจธรรมแห่งความตายมากกว่าข้า?"เทพแห่งความตายคำรามด้วยความโกรธ และยังมีฝนกระดูกที่แหลมคมตกลงมา แต่ทุกครั้งที่มันใกล้ถึงเนี่ยหลี่ มันก็ระเบิดเป็นผุยผงก่อนที่จะสัมผัสร่างเขา


เนี่ยหลี่ได้พูดเปรียบเทียบอย่างใจเย็นและกล่าวว่า"เจ้าเหมือนกับจิ้งหรีดที่อยู่ในขวดที่สามารถมองเห็นโลกภายนอกแค่ภายในขวดแต่ถึงอย่างไรนั้นมันก็มีคนที่อยู่ภายนอกที่มองคุณจากข้างนอกขวดได้เช่นกัน.."


เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เทพแห่งความตายก็รู้สึกหนาวสั่นและถามเขาว่า"เจ้าเป็นคนจากดินแดนหลักรึ?"

เนี่ยหลี่ไม่รู้ว่าเทพแห่งความตายล่วงรู้ถึงดินแดนหลักได้อย่างไร,เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดออกมา"เป็นอย่างที่เจ้าพูด!"

หลังจากได้ยินคำพูดเนี่ยหลี่,เทพแห่งความตายรู้สึกสูญสิ้นในความหวัง,หลังจากที่เขาเคยพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าแห่งดินแดนใต้พิภพ,เจ้าแห่งพิภพได้พูดบางอย่างว่า,ในดินแดนหลักนั้นเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีพลังมากนัก,พวกเขาเฝ้ามองดูสิ่งต่างๆในโลกเล็กๆใบนี้.ในสายตาพวกเขา,เทพวิญญาณนั้นไม่ได้มีค่ามากกว่ามด.

เทพวิญญาณอย่างเขาเป็นหนึ่งในพลังสัจธรรมแห่งวิญญาณของโลกนี้ แต่สำหรับดินแดนอื่นกลับเป็นเพียงแค่สิ่งที่มีค่าตำสุดของทุกๆคน
"ข้าไม่ยอมแพ้! สัจธรรมแห่งความตายนั้นข้าต้องบ่มเพาะพลังเกือบ 1 แสนปี มันเปรียบเทียบไม่ได้กับเจ้าที่เป็นครั้งแรก.เจ้าต้องตาย" เทพแห่งความตายเขาได้พยายามสร้างหอกกระดูกจำนวนมากเพื่อโจมตีอย่างบ้าคลั่ง.แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไหร่มันช่างเป็นเรื่องไร้สาระยิ่งนัก.เขาจึงหันมาตัดสินใจ
ที่จะฆ่า เซี่ยวหยู๋,เชือกที่ผูกมัดเซี่ยวหยู๋ จู่ๆก็ขาดออกจากกัน

เซี่ยวหยู่ได้นับชุดใหม่ออกมาเปลี่ยนแทนชุดที่ขาดรุ่งริ่ง พร้อมกับหันไปทางเนี่ยหลี่ ที่เป็นคนช่วยชีวิตของเขาเอาไว้: เขาไม่คิดเลยว่าเนี่ยหลี่นั้นจะสามารถเข้าใจสัจธรรมแห่งความตายได้อย่างลึกซึ้ง แม้ว่าเขาจะอยู่แค่ระดับแบล็คโกลเท่านั้น แต่ในเรื่องข้อมูลความรู้นั้น,เขาค้นพบว่าเขานั้นเหนือกว่าเซี่ยวหยู๋ยิ่งนัก

เขามีความรุ้มากเท่าไหร่กัน?เซี่ยวหยู๋ ไม่สามารถจินตนาการได้เลย เขาเคยได้ยินจากพ่อของเขาว่า โลกใบเล็กนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ซึ่งมีเชียวชาญข้างนอกซึ่งพวกเขาจะสามารถมองเห็นทุกอย่างภายในโลกนี้,แต่ไม่สามารถที่จะเข้าถึงมันได้,มีเพียงคนที่อยู่ในโลกนี้เท่านั้นที่จะสามารถทำตามปราถนา.มิหนำซ้ำ ภายในโลกใบนี้นั้น.ทุกๆพลังแห่งสัจธรรมนั้นได้ปกปิดเทคนิคการบ่มเพาะพลังไว้ด้วย


ตอนนี้เนี่ยหลี่ได้เข้าใจถึงสามเทคนิคการบ่มเพาะพลัง หากเขาสามารถรวบรวมเศษส่วนของกายเทพได้,เขาก็สามารถที่จะกลายเป็นเทพวิญญาณได้.หากเป็นอย่างนั้นจริง,ในอนาคตข้างหน้าการบ่มเพาะพลังของเขาจะไม่สามารถคาดเดาได้เลย

เนี่ยหลี่นั้นเดินเข้าไปใกล้หัวใจของเทพแห่งความตายไปทุกที,ทุกๆก้าวของเขานั้น,มีคลื่นแพร่กระจายออกมาใต้เท้าของเขา แม้ว่าสัจธรรมแห่งความตายถูกใข้โดยเนี่ยหลี่และเทพแห่งความตาย,แต่เนี่ยหลี่นั้นมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่า ดังนั้นสัจธรรมแห่งความตายที่อยู่ระหว่างสวรรค์และโลกนั้นคนที่่ควบคุมมันคือเนื่ยหลี่ ไม่ใช่เทพแห่งความตายต่อไปแล้ว

ดังนั้นเทพแห่งความตายจึงไม่สามารถที่จะก่อภัยคุกคามต่อเขาได้

ในขณะนี้นั้น ได้เข้าสู่สถานะการที่แปลกประหลาน ภายในร่างเขตแดนจิตวิญญาณของเขานั้น ปิศาจเขี้ยวหมีแพนด้าได้รวมเข้ากับสัจธรรมแห่งความมืดและแสง แต่ไม่ได้ดูดซับพลังสัจธรรมแห่งความตายเลย แต่จิตวิญญาณแห่งปิศาจเงาพรายกับยึดของพลังสัจธรรมแห่งความมืดและสัจธรรมแห่งความตาย เมื่อพลังทั้งสองมีการเชื่อมโยงกับปิศาจเงาพราย มันก็เติบโตและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"มันเป็นไปไม่ได้! มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร?ข้าไม่ยอมรับหรอก! "เทพแห่งความตายคำรามอย่างบ้าคลั่ง แต่เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงที่ว่าพลังสัจธรรมแห่งความตายได้ถูกยึดจากเขาไปแล้ว

"การต่อสู้ของเจ้าไร้ซึ่งสาระใดๆ ถ้าเจ้าไม่เต็มใจยอมรับมัน"

เนี่ยหลี่ก้าวมาถึงด้านข้างของหัวใจสีดำ ขณะที่เขาวางมือลง อวัยวะดังกล่าวก็ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจางหายไป

เทพแห่งความตายคำรามอย่างไม่พอใจ,สิ่งที่เป็นรากฐานให้เขามีชีวิตอยู่ได้ค่อยๆจางหายไป

นอกจากหัวใจสีดำแล้ว สุสานทั้งหมดก็ค่อยๆจางหายไปด้วยเหมือนกัน

เนี่ยหลี่พ่นลมหายใจไปในอากาศ.ถ้าหากเขาและเซี่ยวหยู่ไม่พลัดหลงไปติดกับดักขณะวิ่ง พวกเขาคงไม่อยากที่จะมาจัดการกับเทพแห่งความตายหรอก.ขณะที่มองเทพแห่งความตายค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ,ก็เกิดความรู้สึกบางอย่างในหัวใจของเขา

ในโลกเล็กๆนี้ ทุกเทพจิตวิญญาณรวมทั้งเทพแห่งความตาย,เทพธิดายู่หยาน และเทพอื่นๆ นั้นเป็นเหมือนกับหมากรุกนั่นเอง  คนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้  หากหนึ่งในพวกเขาไม่สามารถหาทางออกไปจากโลกเล็กๆนี้ได้ พวกเขาก็เป็นตัวหมากที่ถูกควบคุมโดยคนอื่น

ตั้งแต่เจ้าพิภพนั้นรู้วิธีที่จะไปยังดินแดนแห่งมังกร เนี่ยหลี่นั้นก็อยากจะลองเดินทางไปยังอาณาจักรดังกล่าวด้วยการช่วยหลือของเจ้าใต้พิภพเหมือนกัน

เซี่ยวหยู่ ได้กินยาวิเศษบางหย่างทำให้ร่างกายได้รับการรักษาและฟื้นฟู

เนี่ยหลี่มองไปยังเซี่ยวอยู่และถามว่า"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"

"ข้าสบายดี"พร้อมพยักหน้า และพูดต่ออีกว่า"ขอบคุณสำหรับความช่วยหลือ"

เนี่ยหลี่ยิ้มบางๆและพูดว่า"ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า แต่ข้าช่วยตัวเองต่างหาก"

หลังจากเนี่ยหลี่พูด,เซี่ยว หยู่ก็หันมามองเนี่ยหลี่ ในความคิดของเขานั้น เนี่ยหลี่ได้ช่วยเขาไว้แต่ก็ไม่ได้แสดงตัวว่าได้ทำสิ่งดังกล่าวและต้องการค่าตอบแทนอะไรด้วย



"เจ้าไม่ควรที่จะสวมชุดใหม่ก่อนที่จะใส่ชุดใหม่หรอกรึ? หรือมันเป็นงานอดิเรกของเจ้า?"เนี่ยหลี่มองดูเซี่ยวหยู๋ด้วยความแปลกใจ เขามักจะรู้สึกว่าเซี่ยวหยู๋นั้นมีอะไรผิดปรกติอยู่เล็กๆ อย่างไรก็ตามเขาก็ได้พบคนที่แปลกๆจำนวนมากในชีวิตของเขาชาติก่อน.เซี่ยวหยู๋ก็คงเป็นหนึ่งในนั้น

หลังจากเห็นเนี่ยหลี่แนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำ เขาก็ตอบกลับไปว่า"ทำใมเจ้าต้องใส่ใจด้วย ข้ามีความสูขที่จะทำ"

"ก็ได้" เนี่ยหลี่ผายมือของเขาไปมา แม้ว่าเขาจะรู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่เขาก็คิดว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ณ ตอนนี้นั้น ผู้เชียวชาญระดับเซียน ได้หลุดจากการจับกุมแล้ว พวกเขาได้เดินไปหาเนี่ยหลี่ เขาจำเหตุการที่เกิดขึ้นได้,ซึ่งมันฝั่งไปด้วยความกลัวข้างในใจของพวกเขา,แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยมั่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น,แต่พวกเขาก็มั่นใจว่าคนที่ช่วยพวกเขานั้นต้องเป็นเนี่ยหลี่นั่นเอง

เมื่อนึกถึงมือขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยพลังสัจธรรมแห่งความตายไม่ได้สร้างความเสียหายใดกับเนี่ยหลี่เลยพวกเขาก็รู้สึกกลัวเข้าไปข้างในจิตใจของพวกเขานั้นเคารพและ ยอมรับ ในความแข็งแกร่งของเนี่ยหลี่

"ขอบคุณนายน้อยเป็นอย่างมากที่ช่วยพวกเราเอาไว้ ตระกูลมนต์มังกรจะจดจำพระคุณนี้ตลอดไป,หากนายน้อยมีงานใดๆ เพียงแค่ต้องการพวกเราจะทำมันอย่างดีที่สุด"

"เช่นเดียวกันตระกูลเอลฟ์คะนอง ขอบคุณนายน้อยที่ช่วยเหลือ ถ้านายน้อยต้องการสิ่งใด,เรายินดีทำตามคำขอ"

ผู้เชียวชาญระดับเซียน มีประสบการณ์มากมายในการต่อสู้.พวกเขาต่างตระหนักได้ว่าเนี่ยหลี่นั้นเป็นคนช่วบพวกเขาไว้พวกเขายังตระหนักถึงความกลัวและความแข็งแกร่ง ในอนาคตข้างหน้าพวกความไม่สามารถจะจิตนาการได้เลยว่าการบ่มเพาะพลังของเนี้ยหลี่นั้นจะเป็นเช่นไร?หากพวกเขาสามารถสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกไดัแน่นอนมันจะเป็นประโยชน์ที่ดีแน่นอนในอนาคต













ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น