วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 235 – Divine Feathers Sect

Tale of the demon and god novel Chapter 235 – Divine Feathers Sect

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 235 - นิกายขนนกแห่งทวยเทพ


บทที่ 235 - นิกายขนนกแห่งทวยเทพ

"หืม เสียมารยาทกับพวกข้า? "
" ฮ่าฮ่า.. ท่านเทียนหลิง ท่านได้ยินที่แม่นางพวกนั้นพูดหรือไม่ แม่นางทั้ง2เนี๊ยนะ จะมาทำตัวเสียมารยาทกับพวกเรา ฮ่าฮ่าฮ่า  " หวู๋ หยู๋ หัวเราะ น้ำเสียงของเขาปนไปด้วยความโหดเหี้ยม

" มันจะดีกว่าถ้าแม่นางทั้ง2 ตามพวกเรามาแต่โดยดี แต่ถ้าแม่นางขัดขืน ก็อย่าหาว่าพวกข้าเสียมารยาทเช่นกันละ " เทียนหลิงกล่าวพร้อมกับปล่อยจิตสังหารไปยัง เย่ จื้อหวิ๋นและ เสี่ยวหนิงเอ๋อ

" หวิ๋นเอ๋อพวกเราควรใช้เลื่อนทอง(ม้วนจารึกทองคำ)ที่เซี่ยวหยู๋ ให้ไว้ แต่ถ้าเกิดมันไม่ได้ผลข้าอยากให้เจ้ารีบหนีไป ข้าจะขวางพวกมันไว้เอง " เสี่ยวหนิงเอ๋อกล่าว

ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเย่ จื้อหวิ๋น เนี้ยหลี่คงไม่มีทางให้อภัยข้าอย่างแน่นอน ดังนั้นเจ้าจะต้องปลอดภัย ระหว่างที่เสี่ยวหนิงเอ๋อคิดถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับเย่ จื้อหวิ๋น แต่อีกมุมหนึ่งนางก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นกับนางบ้าง เนี้ยหลี่นั้นจะรู้สึกโศกเศร้าเพื่อนางหรือไม่?

" ไม่!! ถ้าคิดจะหนีเจ้าต้องไปพร้อมกับข้า แต่หากเจ้าคิดสู้ข้าก็จะสู้ร่วมกับเจ้า เจ้าเปรียบเสมือนพี่น้องของข้าตั้งแต่เยาว์วัย ข้าจะทิ้งเจ้าได้อย่างไร " เย่ จื้อหวิ๋นกล่าวตอบโดยทันทีที่เสี่ยวหนิงเอ๋อพูดจบ

ความคิดเริ่มแรกของเสี่ยวหนิงเอ๋อนั้นต้องการให้เย่ จื้อหวิ๋นหนีไป แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่เย่ จื้อหวิ๋นพูด เธอก็นึกถึงเรื่องราวในอดีต เมื่อก่อนนี่พวกเธอทั้งคู่ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ประหนึ่งดังพี่น้องคลานตามกันมา แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้พวกเธอต้องแยกจากกัน แต่เมื่อได้ฟังคำพูดของเย่ จื้อหวิ๋นเมื่อสักครู่แล้วทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวด และเธอยอมรับในสิ่งที่เย่ จื้อหวิ๋นตัดสินใจ



" พวกเจ้าคุยกันเสร็จหรือยัง พวกข้าไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมารอพวกเจ้าคุยกันนะ!! " หวู๋ หยู๋กล่าว ด้วยน้ำเสียงเร่งรัดเพราะมันเกรงว่าเนี้ยหลี่อาจจะโผล่ออกมาเมื่อไรก็ได้

" พวกเจ้าอย่าให้พวกนางหนีรอดไปได้!!! " หวู๋ หยู๋สั่งกับพวกลูกของเขา

แม้ว่าเทียนหลิงจะปล่อยจิตสังหารออกมามากมายเพียงใดแต่เย่ จื้อหวิ๋นกับเสี่ยวหนิงเอ๋อนั้นก็หาได้ปรากฏแววตาแห่งความกลัวเลยแม้แต่น้อย

" หึ!!! พวกเจ้าคิดจะล้อมพวกข้าหรอ " เสี่ยวหนิงเอ๋อยิ้มขึ้นแล้วยกเลื่อนทอง(ม้วนจารึกทองคำ)ขึ้นเบื้องหน้าเพื่อให้บรรดาคนทั้งหลายพร้อมพทั้ง หวู๋ หยู๋และเทียนหลิงเห็น

" เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งนี่คืออะไร!!!! " ฝ่ามือของหนิงเอ๋อชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอคิดว่าถ้าเซี่ยวหยู๋ให้สิ่งนี้มามันย่อมต้องมีประโยชนอย่างแน่นอน
" ฮ่าฮ่า! ฮ่าฮ่า!  นี้เจ้าคิดจะจัดการพวกข้าทุกคนด้วยเลื่อนทอง(ม้วนจารึกทองคำ)ฉบับเดียวเนี๊ยะนะ นี่แม่นางโง่หรือบ้ากันแน่ ฮ่าฮ่า! ฮ่าฮ่า!  " หวู๋ หยู๋หัวเราะเยาะเย้ย

" หุบปากของเจ้าซะ " ขณะที่หวู๋ หยู๋หัวเราะอยู๋นั้น เทียนหลิงก็สั่งให้เค้าหยุดหัวเราะทันที

" เจ้าโง่ แกลองมองตำรานั้นให้ดีดีสิ!!! " เทียนหลิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

หวู๋ หยู๋มึนงงเล็กน้อยและเริ่มสังเกตไปที่เลื่อนทอง(ม้วนจารึกทองคำ)นั้นอย่างถี่ถ้วน สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน มันถึงกับกลืนน้ำลายและแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา ในใจของมันในตอนนี้เริ่มสาปแช่ง เย่ฮั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าสาระเลวเย่ฮั่น พวกมันก็คงไม่ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี่!!

" แม่นางทั้ง2 สิ่งที่ข้าได้ล่วงเกินพวกท่านไปก่อนหน้านี่ ข้าต้องขออภัยแก่ตัวข้า และครอบครัวของข้าด้วย หากพวกแม่นางทั้ง2 ยังไม่สบายใจ พวกท่านสามารถสั่งให้ข้าทำอย่างไรก็ได้เพียงเพื่อให้พวกท่านยกโทษให้ข้า " เทียนหลิงก้มหัวของเขาลง ความหยิ่งก่อนหน้านี้ของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอยและถูกแทนที่ด้วยการแสดงออกของถึงความกลัวและความเคารพ

อีกทั้งหวู๋ หยู๋ยังมิกล้าหลุดหัวเราะออกไปเมื่อเค้านึกถึงตำนานที่น่าสะพรึงกลัวเรื่องหนึ่ง แค่นึกก็ทำให้เค้าหวาดผวาเข้ากระดูกดำเลย

- 10ปี ก่อนหน้านี่-

ณ ดินแดนใต้พิภพ

มีตระกูลอยู่ตระกูลหนึ่งได้อาศัยอยู่ภายใต้ดินแดนใต้พิภพ ตระกูลแห่งนั้นเต็มไปด้วยอำนาจและผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังมากมาย แต่ทว่าพวกเขากลับไปทำให้คนผู้หนึ่งโกรธ และผลที่ตามมาตระกูลของเขาก็ถูกลบหายออกไปจากดินแดนใต้พิภพ ผู้ที่มาทำลายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า ข้าคือผู้รับใช้ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ โดยผู้ที่โกรธนั้นเป็นผู้ครอบครองตราทองคำนั้นเอง


สามปีต่อมาเรื่องราวเลื่อนทอง(ม้วนจารึกทองคำ)เป็นสิ่งที่สร้างความหวาดกลัวไปทั่วทั้งดินแดนใต้พิภพ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเลื่อนทอง(ม้วนจารึกทองคำ)ถูกบันทึกลงไปในตำราว่า จงอย่าได้มีปัญหากับผู้ครอบครองเลื่อนทอง(ม้วนจารึกทองคำ)ถ้าตระกูลของเจ้าไม่อยากล่มสลาย

หลังจากนั้นเรื่องราวของเลื่อนทอง(ม้วนจารึกทองคำ)ก็ถูกลืมเลือนและหายไปจากยุทธภพ แต่ไม่น่าเชื่อว่า ณ บัดนี่มันกลับมาปรากฏอยู่ในมือของหญิงสาวทั้ง2 ที่อยู่เบื้องหน้ามัน

แม้ว่าเทียนหลิงจะหยิ่งยโสแต่มันก็ไม่ได้โงเง่าขนาดจะไปขัดขา ขัดใจ หรือไปมีปัญหากับผู้เชี่ยวชาญจากใต้พิภพ และมันยังคาดว่าผู้เชี่ยวชาญที่จะมาอาจจะเก่งพอๆกับจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพอีกด้วย

เทียนหลิงและหวู๋ หยู๋ก้มหัวของพวกมันลง ขณะที่คนอื่นกลายเป็นกลัวมาก ไม่มีใครกล้าที่จะปริปากหลุดเสียงหัวเราะออกมาแม้แต่นิดเดียว ถ้าพวกมันพลั้งพลาดล้วงเกิดแม่นาง2คนนี้ไปแม้แต่นิด มันจะต้องนำความชิบหายมาสู่ตระกูลของพวกมันอย่างแน่นอน

เสี่ยวหนิงเอ๋อและเย่ จื้อหวิ๋นต่างตกตะลึงถึงพลานุภาพของเลื่อนทอง(ม้วนจารึกทองคำ)ที่อยู่ในมือเป็นอย่างมาก มันทำให้เทียนหลิงและหวู๋ หยู๋ถึงกับไม่กล้าแม้แต่จะปริปากออกมาเลย เซี่ยวหยู๋ท่านมีภูมิหลังอย่างไงกันแน่ พวกเธอทั้งคู่มิอาจคิดถึงได้เลย

เซี่ยวหยู๋ต้องมิธรรมดาอย่างแน่นอนถึงขนาดทำให้เทียนหลิงกลัวได้ถึงขนาดนี่ เสี่ยวหนิงเอ๋อมองไปที่เทียนหลิงและกล่าวว่า " จงรีบไปซะ และอย่ากลับมาให้พวกข้าเห็นหน้าอีก!! "

เทียนหลิงและหวู๋ หยู๋ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะรีบวิ่งหนีกันอย่างว่องไว พลางคิดว่า โชคดีที่แม่นางทั้ง2ปล่อยพวกเราไปแต่โดยดี

ทันทีที่เทียนหลิงและหวู๋หยู๋หายเข้าไปในความมืด หวู๋หยู๋ก็เอ่ยปากถามว่า " ท่านเทียนหลิงไม่แน่ว่าแม่นางทั้ง2คนนั้นอาจจะใช้เลื่อนทองมาหลอกพวกเรา??? "

เทียนหลิงมองไปยังหวู๋หยู๋และกล่าวว่า " เจ้าอยากจะกลับไปพิสูจน์รึ?? เจ้ารุ้หรือไม่พวกที่แอบอ้างตระกูลของพวกมันจะต้องถูกทำลาย!! โชคดีแค่ไหนแล้วที่พวกเรามิได้ล่วงเกินแม่นางทั้ง2 มิเช่นนั้นตระกูลของพวกเราคงถูกทำลายอย่างแน่นอน แม่นางทั้ง2นั้นมาจากที่ไหนกันแน่? "  เทียนหลิงครุ่นคิด

เมื่อเสี่ยวหนิงเอ๋อและเย่ จื้อหวิ๋นเห็นพวกของเทียนหลิงหายเข้าไปในความมืด พวกนางก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถ้ามิใช่เพราะเลื่อนทอง(ม้วนจารึกทองคำ)ของเซี่ยวหยู๋ สถานการณ์อาจจะย่ำแย่กว่านี่ก็เป็นได้

-ภายในสุสานโบราณ

เนี้ยหลี่กำลังเปลี่ยนเป็นชุดใหม่อยู่เพราะชุดเก่าของเค้านั้นเปียกไปหมดแล้ว เนี้ยหลี่เริ่มชวนเซี่ยวหยู๋คุย

" เจ้าไม่เปลี่ยนชุดหรอ ถึงเจ้าจะใส่ชุดใหม่แต่มันก็เปียกอยู่นะ " เนี้ยหลี่ถามเซี่ยวหยู๋

" ข้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรอก ข้าแค่ใช้พลังภายในทำให้มันแห้ง ซึ่งมันจะแห้งในเวลาไม่นาน " เซี่ยวหยู๋กล่าวตอบ

" เจ้านี่แปลกคนจริงๆ ไม่ชอบให้เสื้อผ้าสกปรกแต่กับใส่เสื้อผ้าเปียกๆ ได้ " เนี้ยหลี่คิด แต่เค้าก็หาได้สนใจและเริ่มจะไม่ใส่ใจ

เซี่ยวหยู๋นึกถึงเรื่องที่เนี้ยหลี่สามารถแก้ไขรูปแบบจาลึกได้อย่างง่ายดาย แสดงว่าความรู้เรื่องรูปแบบจาลึกของเค้านั้นช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

" ข้าได้ยินมาว่าจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพนั้นกำลังคัดสรรลูกศิษย์รุ่นใหม่อยู่ หากถูกคัดเลือกแล้ว คนนั้นจะถูกส่งไปยังนิกายขนนกแห่งทวยเทพ ซึ่งเป็นนิกายที่ใช้อบรมบ่มเพาะพลังระดับสูง ข้าสงสัยว่าเจ้าสนใจหรือไม่ " เซี่ยวหยู๋ถามเนี้ยหลี่

นิกายขนนกแห่งทวยเทพ? เนี้ยหลี่ปรากฏแววตารู้สึกสนอกสนใจกับคำพูดของเซี่ยวหยู๋ มันถูกตั้งอยู่ในขอบเขตที่ทรงพลัง ณ ดินแดนซากมังกร คนภายนอกนั้นได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของดินแดนแห่งนั้นและได้เริ่มติดต่อกับคนภายในดินแดนแล้ว แม้ว่านิกายขนนกแห่งทวยเทพจะอยู่ในดินแดนซากมังกรแต่ว่าที่นั่นก็เต็มไปด้วยพลังงาน และพวกผู้เชี่ยวชาญก็ถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับ

Heavenly Fate (ชะตาสวรรค์ มี9ระดับ)
Heavenly Star,(ดาราสวรรค์ มี9ระดับ)
Heavenly Axis, (แก่นแท้สวรรค์ มี9ระดับ)
Dao of the Dragon, (ผู้รอบรู้แห่งมังกร มี9ระดับ)
และ Martial Ancestor. (เทพสงคราม มี9ระดับ)

เมื่อเห็นท่าทีที่แปลกไปของเนี้ยหลี เซี่ยวหยู๋จึงถามว่า "เจ้ารู้จักนิกายขนนกแห่งทวยเทพ หรอ? "

" ไม่หรอก แต่ข้าตกใจที่จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพกำลังค้นหาศิษย์ใหม่ " เนี้ยหลี่กล่าว

" อืม นิกายขนนกแห่งทวยเทพนั้นโด่งดังเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่แปลกหรอกที่เจ้าจะไม่รู้จัก นิกายขนนกแห่งทวยเทพนั้นเป็นสถานที่ที่น่าตกใจอย่างมาก พวกที่อยู่ระดับเทพวิญญาณยังเป็นได้เพียงแค่สามัญชน " เซี่ยวหยู๋กล่าวขึ้น

" ที่เจ้ากล่าวมานั้นจริงหรือ " เนี้ยหลี่ทำเป็นประหลาดใจ และแกล้งทำเป็นสนใจในสิ่งที่เซี่ยวหยู๋พูด ภายในความคิดของเขากลับคิดว่าถ้าได้เป็นศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพแล้วละก็ เขาก็จะได้เข้าไปยังนิกายขนนกได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว

" ถ้าเปรียบดินแดนซากมังกรเป็นดั่งโลก โลกที่เต็มไปด้วยนิกายขนนกแห่งทวยเทพและนิกายอื่นๆ มากมาย และเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับสูง แต่เราก็ยังต้องค้นหาสิ่งใหม่ๆ ในโลกใบนี้ต่อไป " เซี่ยวหยู๋กล่าวด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติ

เนี้ยหลี่รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยเค้ารู้สึกได้ลางๆว่า เซี่ยวหยู๋นั้นมาจากดินแดนซากมังกรอย่างแน่นอนในความเป็นจริงแล้วทั้งดินแดนซากมังกรและทวีปศักดิ์สิทธิ์ นั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆเท่านั้น ความจริงโลกใบนี้กว้างใหญ่อีกทั้งยังมีมิติอื่นๆ อีกมากมาย

เขาสงสัยว่าเซี่ยวหยู๋นั้นมีความสัมพันธ์ยังไงกับดินแดนซากมังกรกันแน่ แล้วทำไมเค้าถึงได้พูดถึงนิกายขนนกแห่งทวยเทพแถมยังมาปรากฏตัวในดินแดนใต้พิภพอีก

" ดังนั้นเจ้าสนใจที่จะไปเป็นลูกศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพหรือไม่ " เซี่ยวหยู๋ถามเนี้ยหลี่

" ข้าขอคิดดูก่อนนะ " เนี้ยหลี่ตอบ

เซี่ยวหยู๋รู้สึกหงุดหงิดกับคำตอบของเนี้ยหลี่ พลางกล่าวขึ้นว่า " เจ้าไม่รู้หรือไงว่ามีคนอยากเป็นลูกศิษย์จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพนั้นมากมายแค่ไหน? "

" ข้าจำเป็นต้องรู้รึ? " เนี้ยหลี่ตอบพร้อมเหลือบมองไปยังเซี่ยว หยู๋

" เจ้านี่มัน!!! " เซี่ยวหยู๋ไม่อยากจะพูดอะไรออกมา


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น