วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 234 – Draconic Ruins Realm

Tale of the demon and god novel Chapter 234 – Draconic Ruins Realm

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 234 - ซากปรักหักพังอาณาจักรมังกร


บทที่ 234 - ซากปรักหักพังอาณาจักรมังกร


เนี่ยหลี่และเซี่ยว หยู๋ เดินลงไปบันใดด้วยกัน แต่ละย่างก้าวนั้นปกคลุมไปด้วยโคลนและตะไคร่น้ำ มันช่างมืดมิดจนรู้สึกคับแคบและอึดอัด ตลอดทางเดินนั้น มีไอเย็นพัดผ่านมาตลอดทางเดิน

เซี่ยวหยู๋ เดินนำหน้าเขาเดินอย่างระมัดระวังอย่างช้าๆไปข้างหน้า

เนี่ยหลี่ได้บอกให้เซี่ยวหยู่ระมัดระวังให้มาก,ทุกๆย่างก้าวให้ดูรอบๆให้ทั่ว เพื่อที่พวกเขาจะสามารถหลีกเลี่ยงกับดักที่อยู่ใกล้ๆได้

รูปแบบจารึกก่อนหน้านี้นั้นมีกับดักมากมายทำให้ทุกคนเข้าใจผิดได้ เฉพาะคนที่มีความ เข้าใจในรูปแบบที่ไม่ธรรมดานี้เท่านั้นถึงจะผ่านไปได้และสังเกตเห็น  ความสามารถของเซี่ยวหยู๋ตอนนี้นั้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว เขาสามารถที่จะรับรู้ถึงกับดักซึ่งทำให้กับดักไม่สามารถสร้างอันตรายให้แก่พวกเขาได้

หลังจากเดินอย่างยากลำบากเกือบครึ่งชั่วโมง,พวกเขาทั้งสองคน,ก็ยังไม่รุ้เลยว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นที่ใดกันแน่

กลิ่นอายของความตายก็ปรากฏอยู่รอบๆ นอกจากนี้ยังมีกระดูกอยู่กลาดเกลื่อนอยู่บนทางเดินไปทั่ว เพียงแค่พวกเขาเดินผ่านก็มีเสียงแตกของกระดูกบนฝ่าเท้าของพวกเขา

ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงหวีดดังขึ้นและมีสิ่งมีชีวิตที่น่าเกลียดปรกกฎจากอากาศและคลานขึ้นไปบนรอบๆผนักพร้อมกับกระโจนเข้าใส่เนี่ยหลี่และเซี่ยวหยู๋

ร่างกายของพวกมันเน่าเฟะและพวกมันก็มีแขนขาอย่างล่ะ 4 ข้างเหมือนดั่งแมงมุม



"พวกมันคือผีดิบ" เซี่ยวหยู๋เจ้าอย่าโดนของเหลวของมันล่ะ

เมื่อเซี่ยวหยู๋มองไปยังผีดิบ เค้าก็รู้สึกขยะแขยงพวกมันเป็นอย่างยิ่ง เซี่ยวหยู๋โบกสะบัดมือขวาของเค้าเพื่อเรียกโล่ออกมาป้องกัน โล่ถูกเรียกออกมาด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า ผีดิบพ่นของเหลวสีเขียวออกมา เมื่อมันปะทะเข้ากับโล่ของเซี่ยวหยู๋ โล่ก็พลันแตกกระจาย

แม้แต่โล่ของข้า มันก็ทำลายได้ ??

เมื่อเนี้ยหลี่มองดูเซี่ยวหยู๋ เนี้ยหลี่ก็อดยิ้มไม่ได้ "เจ้าเซี่ยวหยู๋ผู้นี้กลัวความสกปรก" เนี้ยหลี่คิดว่าจริงๆแล้วที่เซี่ยวหยู๋ใช้เรียกโล่ออกมาก็เพียงแค่ไม่อยากให้ผีดิบเข้าใกล้ตัวเองได้!

เซี่ยวหยู๋ไม่พูดอะไรและวิ่งไปที่บันไดต่อไป

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงผิวปากดังขึ้นจากด้านหลังและสัมผัสได้ถึงพลังระดับเซียนหลายคน

เนี้ยหลี่เร็วเข้าพวกเราต้องรีบไปแล้ว

ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนได้เข้ามาในสถานที่แห่งนี้แล้ว

ขณะนี้เซี่ยวหยู๋ได้เดินนำหน้าของเนี้ยหลี่และเนี้ยหลี่ก็ได้เดินตามเซี่ยวหยู๋จากด้านหลัง

ขณะที่พวกเขาเดินมาได้สักระยะหนึ่งกับดักก็ได้ทำงาน มีศรพุ่งมาจากทุกทิศทาง พุ่งตรงไปยังพวกเนี้ยหลี่และเซี่ยวหยู๋

*เพล้ง!* *เพล้ง!* *เพล้ง!*



ลูกศรได้กระทบเข้ากับโล่ของเซี่ยวหยู๋และได้กระดอนร่วงลงสู่พื้น
ถึงแม้ว่าลูกศรจะมีพลังทำลายสูงแต่ว่าก็มิอาจผ่านโล่ของเซี่ยวหยู๋ได้


แต่โล่แสงของเซี่ยวหยู๋นั้นมีเวลาจำกัด เซี่ยวหยู๋จึงใช้เท่าที่จำเป็น เพื่อให้ใช้ได้นานที่สุด

ขณะที่พวกเขาวิ่งด้วยความรวดเร็วนั้นอยู่ดีๆพื้นที่เค้าเหยียบก็เปลี่ยนรูปร่างอย่างรวดเร็ว

"ไม่ดีแน่แบบนี้"เนี้ยหลี่กล่าวในขณะที่เขาเอื้อมมือออกไปเพื่อดึงเซี่ยวหยู๋กลับมา

แต่มันก็ได้สายเกินไปแล้วเซี่ยวหยู๋กำลังจะตกไปแล้วเนี้ยหลี่ครุ่นคิดในเวลาสั้นๆ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบเซี่ยวหยู๋สักเท่าไหร่แต่เซี่ยวหยู๋นั้นก็ใช่ว่าจะเป็นคนไม่ดีและด้วยการยืนดูผู้อื่นตายนั้นก็ไม่ใช่วิสัยของเนี้ยหลี่ เนี้ยหลี่พยายามจะคว้าชายเสื้อของเซี่ยวหยู๋และได้ร่วงตามลงไป !

เนี้ยหลี่และเซี่ยวหยู๋นั้นได้ร่วงลงสู่เหวลึกและมีความรู้สึกว่าพวกเขานั้นกำลังร่วงลงไปในเหวลึกนี้เรื่อยๆ

"เนี้ยหลี่เกิดอะไรขึ้น" เซี่ยวหยู๋กล่าวถามเนี้ยหลี่และพยายามที่จะลืมตาขึ้น

มือขวาของเนี้ยหลี่จับเสื้อของเซี่ยวหยู๋ไว้แน่นเพื่อไม่ให้เซี่ยวหยู๋นั้นหลุดออกจากเขาไป อย่างไรก็ตามพื้นที่แห่งนี้บิดเบือนมากเกินไปและมือขวาของเนี้ยหลี่ก็กำลังจะหมดแรง

*แคว่กกกกก!*

เสื้อตรงที่เนี้ยหลี่จับไว้ขาดออกพวกเขากำลังจะแยกออกจากกัน เนี้ยหลี่มองไปที่เซี่ยวหยู๋จึงรีบคว้าคอเสื้อของเซี่ยวหยู๋เอาไว้เมื่อเซี่ยวหยู๋เข้ามาใกล้แล้ว เนี้ยหลี่ก็ได้ใช้มือซ้ายกอดรอบเอวของเซี่ยวหยู๋เอาไว้

เซี้ยวหยูรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมากและพยายามจะหยุดสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ด้วยสถานการณ์เช่นนี้เขาจึงทำอะไรไม่ได้ เซี่ยวหยู๋รู้สึกได้ว่ามือซ้ายของเนี้ยหลี่นั้นพยายามจะดึงผ้าคาดเอวของเขา แล้วทันใดนั้นเอง แคว่กๆๆๆๆ เศษผ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงส่วนเอวของเซี่ยวหยู๋นั้นได้ฉีกขาดออกจากเอวของเซี่ยวหยู๋ไป

ด้วยเนี้ยหลี่ที่คว้าคอเสื้อและรอบเอวของเซี่ยวหยู๋อยู่นั้นจึงทำให้เซี่ยวหยู๋รู้สึกไม่ค่อยดีและพยายามดิ้นเพื่อให้เนี้ยหลี่ปล่อยตน

เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วของเขา "เซี่ยวหยู๋นั้นเจ้ากำลังทำอะไร" ทั้งๆที่เนี้ยหลี่พยายามจะช่วยเขาแต่ทำไมเซี่ยวหยู๋ถึงพยายามดิ้นเพื่อที่จะหลุดจากแขนเนี้ยหลี่ไป

"อย่าขยับถ้าเจ้ายังไม่อยากตาย!!!!!!" เนี้ยหลี่กล่าว

เมื่อได้ยินเนี้ยหลี่พูดเซี่ยวหยู๋จึงหยุดอยู่เฉยๆ

เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่ากำแพงด้านข้างมันเริ่มบีบเข้ามา เนี้ยหลี่ไม่รู้ว่าเค้าจะไปทางไหนต่อได้ สถานที่นี่เต็มไปด้วยความตาย ทันใดนั้นเองร่างกายของเนี้ยหลี่ก็ขยายอย่างรวดเร็วเขาผสานกับอสูรแพนด้าเขี้ยว

ระเบิดหยินหยาง!!!!!!!!

เนี้ยหลี่อ้าปากของเขา ก่อเกิดพลังสีดำและสีขาวอย่างรวดเร็วบริเวณปากของเขา ระเบิดหยินหยาง10เท่า!!!!

ระเบิดทรงกลมสีดำและสีขาวบินไกลเข้าไปในส่วนลึกของความมืดและระเบิดออก

แสงเจิดจ้าส่องผ่านช่องว่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด

หลังจากสิ้นสุดการระเบิดก็ได้มีน้ำไหลเข้ามาเนี้ยหลี่และเซี่ยวหยู๋ถูกน้ำนั้นพัดไปข้างหน้า

เนี้ยหลี่คืนสู่ร่างมนุษย์ และเขาสูดอากาศเข้าไปเพื่อเตรียมตัวดำน้ำ เพื่อที่เขาจะตรวจสอบรอบๆของพวกเขาซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่ใดที่หนึ่งในส่วนลึกของสุสาน ผนังหินเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ลึกลับของผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ลอยอยู่บนท้องฟ้า ภาพการต่อสู้อย่างดุเดือดและมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากมาย

การต่อสู้ที่รุนแรงนี่มันคืออะไร ?

ในภาพ ภายใต้ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่เป็นอุโมงค์ลึกผ่านถ้ำซึ่งนำพาไปที่ห่างไกลที่ปลายสุดของอุโมงค์มีกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญยืนมองเกาะลอยอยู่ รูปภาพภายใต้ท้องฟ้านั้นแสดงให้เห็นเกาะลอยขนาดใหญ่ที่มีภูเขาและแม่น้ำที่งดงาม ซากปรักหักพังของพระราชวังลอยฟ้าแลดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม

นี่คือ "ซากปรักหักพังอาณาจักรมังกร" ที่ข้าเคยไปเยือนมาแล้ว

หรือว่าที่ซากปรักหักพังอาณาจักรมังกรนั้นแต่ก่อนนั้นมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเทพวิญญาณเช่นกัน และรับรู้ถึงการมีอยู่ของแดนดินนี้

เป็นไปได้ว่าผู้เชี่ยวชาญของซากปรักหักพังอาณาจักรมังกรจะอยู่ในระดับสูงกว่าทวีปศักดิ์สิทธิ์

ด้วยการบ่มเพาะพลังของพวกซากปรักหักพังอาณาจักรมังกรนั้นอย่างสูงสุดก็น่าจะได้แค่ระดับตำนาน ผู้ที่จะก้าวสู่ระดับชะตาสวรรค์นั้นจะต้องเข้าใจพลังสวรรค์เสียก่อนจึงจะสามารถก้าวข้ามระดับตำนานและเข้าสู่ระดับชะตาสวรรค์ได้

อย่างไรก็ตามในทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นคนที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นเป็นเพียงแค่เทพวิญญาณเท่านั้น

ในแง่การบ่มเพาะ เทพวิญญาณต่ำและด้อยกว่าผู้เชี่ยวชาญระดับชะตาสวรรค์ แต่อย่างไรก็ตามเทพวิญญาณสามารถใช้พลังได้เทียบเท่าระดับชะตาสวรรค์ แต่เทพวิญญาณนั้นเป็นอมตะด้วย เท่านั้นเอง

และทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นถูกสร้างและปกครองโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงบางคน ส่วนเทพวิญญาณเป็นได้เพียงผู้อยู่อาศัยเท่านั้น

หรืออีกนัยหนึ่งคือ แค่เป็นเทพวิญญาณก็จะได้รับชีวิตอันเป็นนิรันดร์ แม้จิตเทพจะถูกทำลายพวกเขาก็จะยังไม่ตายในทันที นอกเสียจากพลังแห่งสัจธรรมถูกยึดครอง

ตามที่ภาพจิตรกรรมฝาผนังนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากซากปรักหักพังอาณาจักรมังกรได้สังเกตเห็นการดำรงอยู่ของทวีปศักดิ์สิทธิ์และกำลังเฝ้าดูการต่อสู้มานานแสนนาน แต่พวกเค้ามิได้แทรกแซงการต่อสู้นี้ ทำไมละ หรือเพราะพวกเข้ามิอาจเข้าสู่ทวีปศักดิ์สิทธิ์ได้? มีเพียงเนี้ยหลี่เท่านั้นที่จะหาคำตอบได้ หลังจากผ่านระดับตำนานเข้าสู่ดินแดนชะตาสวรรค์ จึงค่อยไปยังซากปรักหักพังอาณาจักรมังกร

ในที่สุดเมื่อพวกเขาทั้งสองคนกระโดดออกมาจากน้ำและขึ้นมาบนพื้นดิน

เนี้ยหลี่กวาดสายตาไปรอบๆและได้ไปหยุดที่กองเศษผ้าที่กองอยู่บนพื้นดินและมองมาหาเซี่ยวหยู๋นั้นก็พบว่าเซี่ยวหยู๋นั้นเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว

เมื่อเซี่ยวหยู๋มองมาที่ใบหน้าของเนี้ยหลี่เซี่ยวหยู๋ก็รู้สึกละอายใจเพราะเนี้ยหลี่นั้นได้ช่วยชีวิตเขาไว้ระเบิดหยินหยางนั้นก็ทำเขาตะลึงเป็นอย่างมากแต่พอเมื่อเซี่ยวหยู๋นึกถึงตอนเนี้ยหลี่ดึงผ้าที่เอวเขาจนฉีกขาดเขาก็รู้สึกไม่พอใจ

เนี้ยหลี่ชำเหลืองมองไปยังเซี่ยวหยู๋เพราะเขาไม่รู้ว่าเขาคิดดีหรือไม่ที่เขาแสดงระเบิดหยินหยาง10เท่าต่อหน้าเซี่ยวหยู๋

“เนี้ยหลี่ไปกันเถอะ” เซี่ยวหยู๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจและเดินลึกเข้าไปในสุสาน


"เจ้าบ้า อกตัญญูนี่”เนี้ยหลี่บ่นพึมพำในขณะที่เดินตามหลังของเซี่ยวหยู๋

เนี้ยหลี่และเซี่ยวหยู๋ค่อยๆหายไปในความมืด

ในเวลาเดียวกัน ภายนอกสุสานโบราณ

เย่จื้อหวิ๋นและ เสี่ยวหนิงเอ๋อยังคงรออยู่ที่เดิม นางทั้ง2เป็นกังวลถึงความปลอดภัยของเนี้ยหลี่ ไม่รู้ตอนนี้เนี้ยหลีนั้นจะเป็นอย่างไร พวกเขาได้แต่ยืนรอเนี้ยหลี่อย่างสงบ เนี้ยหลี่คงจะมีแผนในสิ่งที่เขาทำ มิเช่นนั้นเขาคงจะไม่กล้าเข้าไปในสุสานแห่งนี้เป็นแน่

พวกนางสองคนยังคงนิ่งเงียบและรู้สึกกระวนกระวายอยู่ภายในใจ แม้พวกนางจะเป็นเพื่อนในวัยเด็กแต่ด้วยความสัมพันธ์ของนางทั้งสองในตอนนี้นั้นค่อนข้างซับซ้อนเป็นอย่างมาก

เย่จื้อหวิ๋นนึกคิด ในขณะที่หันไปมองเสี่ยวหนิงเอ๋อและกล่าวออกไปว่า "หนิงเอ๋อข้าขอโทษนะ"

เมื่อได้ยินคำพูดของเย่จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อก็รู็สึกปวดร้าวเล็กน้อยและเธอก็ได้มองมาที่เย่จื้อหวิ๋นแล้วกล่าวว่า “เจ้าไม่ต้องมาสงสารข้า”

เรื่องงานหมั้นมันมิใช่ความตั้งใจของข้าเลย............เธอส่ายหัวเบาๆก่อนกล่าวต่อว่า "ทั้งข้าและเนี้ยหลี่นั้น............."

เมื่อเห็นท่าทีรู้สึกผิดของเย่จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อจึงกล่าวว่า "เนี้ยหลี่นั้นรักเจ้ามาก"

และนั้นเป็นสิ่งที่เขาได้เลือกแล้ว ส่วนข้ารักเขา นั้นก็เป็นทางเลือกของข้าเช่นกัน!!!

มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลยแม้แต่น้อย และเจ้ากับเนี้ยหลี่ก็ยังมิได้ตกแต่งกัน เช่นเดียวกับกรณีของข้าและเสิ่นเฟย ข้าบอกได้เลยว่า ยังไงข้าก็จะต่อสู้เพื่อเนี้ยหลี่ต่อไป

เย่จื้อหวิ๋นนิ่งเงียบและครุ่นคิดเช่นกันว่า เรื่องนี่หาได้มีผู้ใดผิดไม่

ขณะที่พวกนางสนทนากันอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีกลุ่มคนพวกหนึ่งมาล้อมพวกนางไว้นั้นก็คือ นำโดยเทียนหลิงและพวกตระกูล หวู๋ กุย ประมาณ 30 กว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเย่จื้อหวิ๋นและเสี่ยวหนิงเอ๋อ

เย่จื้อหวิ๋นและเสี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกตกใจเล็กน้อยขณะมองดูรอบๆ

“อะห๊า!! นึกว่าสาวงามที่ไหน ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเราจะได้พบกันอีก แล้วสาวงามข้างๆเจ้าคือใคร ? นางก็งดงามไม่แพ้เจ้าเลยนะ อ้าว! แล้วเจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนันไปไหนแล้วล่ะ ? หวู๋หยู๋ กวาดสายตาไปทั่วและหัวเราะขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะทำอะไรบางอย่าง !

เย่จื้อหวิ๋นก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อปกป้องเสี่ยวหนิงเอ๋อและจ้องไปทางหวู๋หยู๋ด้วยสายตาอันเย็นชา

"หากพวกเจ้าคิดอะไรชั่วๆอยู่ พวกเจ้าจะได้เจ็บตัวกลับเป็นแน่ และอย่าหาว่าข้าไม่เตือน หากข้าทำอะไรรุนแรง"


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น