วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 231 – Broken Divine Spark

Tale of the demon and god novel Chapter 231 – Broken Divine Spark

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 231 - เศษส่วนของร่างเทพ


บทที่ 231 - เศษส่วนของร่างเทพ




"ผีดิบมังกรวารีนี้ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุขในทะเลสาบ แต่บัดนี้มีคนจะล่ามัน มันคือผู้บริสุทธิ์ แต่สมบัติดังกล่าวนั้นน่าจะเป็นสาเหตุแห่งทุกข์ หากเป็นกรณีเช่นนี้แล้วข้าจะเอาไข่มุกสีชาดออกและช่วยชีวิตของเจ้า! "เซี่ยวหยู๋ร้องตระโกนบอกในขณะที่เขากระโจนออกไป น้ำรวมตัวกลายเป็นมังกรโผล่ขึ้นไปในอากาศหลังจากนั้นก็เข้าไปรัดผีดิบมังกรวารีเหมือนกับเสื้อคลุมและมัดมันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

เซี่ยวหยู๋บินไปข้างๆผีดิบมังกรวารี ยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวังและดึกเอาไข่มุกสีชาดออกจากหน้าผากของผีดิบมังกรวารี

เลือดสีแดงภายในร่างกายของผีดิบมังกรวารีเปลี่ยนกลับเข้าสู่สภาวะเดิมอย่างรวดเร็ว

เซี่ยวหยู๋โบกมือขวาของเขาและมังกรน้ำก็หายไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยผีดิบมังกรวารี มันกลัวสายตาของเซี่ยวหยู๋ แล้วพุ่งกลับเข้าไปในทะเลสาบไม่กล้าที่แย่งไข่มุกสีชาดที่กลับมาจากมือของเขา

เซี่ยวหยู๋ลงมาและเดินบนฝั่ง เขาหันไปทาง เสี่ยวหนิงเอ๋อและกล่าวว่า "หนิงเอ๋อเจ้าได้ผสานกับปักษาสวรรค์อัสนี แม้ว่าไข่มุกนี้ไม่ได้เหมาะสมกับคุณสมบัติของเจ้า แต่มันก็สามารถช่วยในการบ่มเพาะพลังของเจ้า ข้ามอบให้กับเจ้าเป็นของขวัญ "

เสี่ยวหนิงเอ๋อได้ยินคำพูดของเซี่ยวหยู๋เธอก็ส่ายหน้าและกล่าวว่า "ขออภัย ของสิ่งนี้มีค่ามากเกินไป ข้าไม่สามารถรับมันได้! "

เธอเริ่มที่จะเข้าใจว่า เซี่ยวหยู๋มีความสนใจในตัวของเธอ แต่เธอก็รีบปฏิเสธทันที เธอไม่ต้องการให้ เนี้ยหลี่เข้าใจผิดระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเขา



"ถ้าเสี่ยวหนิงเอ๋อไม่เต็มใจที่จะยอมรับมันทำไมเจ้าถึงไม่มอบมันให้กับข้าล่ะ?"เนี้ยหลี่ยิ้มในขณะที่เขาเดินอยู่ด้านหน้าของเสี่ยวหนิงเอ๋อและจะแย่งมุกจากมือของเซี่ยวหยู๋

เซี่ยวหยู๋ตะลึงเล็กน้อยและไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ ทำใมถึงมีคนหน้าด้านแบบนี้อาศัยในโลกนี้ได้นะ เขาพูดและมอบมันให้กับเนี้ยหลี่

"งั้น เป็นของเจ้าละกัน" เซี่ยวหยู๋กล่าวเชิงประชด แม้ว่าไข่มุกจะมีคุณสมบัติที่พิสดาร เซี่ยวหยู๋ก็ไม่ได้เห็นว่ามันมีความสำคัญมากนัก

เนี้ยหลี่ หยิบมันไปและขยิบตาให้เสี่ยวหนิงเอ๋อไข่มุกนี้จะมีประโยชน์อย่างมากต่อการบ่มเพาะพลังของหนิงเอ๋อ แต่ถ้าเธอยอมรับมันแล้วเธอก็รู้สึกติดค้างเซี่ยวหยู๋เป็นอย่างมาก ในทางตรงกันข้ามถ้า ถ้าเนี้ยหลี่ยอมรับมันแล้วเธอก็จะไม่มีความกังวลมาก สิ่งนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับนาง

"งั้นข้าก็ขอขอบคุณเจ้า" เนี้ยหลี่โบกมือ ภายในใจของเนี้ยหลี่คิดว่า แม้ว่าเขาเป็นหนี้ใครสักคนเขาจะตอบแทนพวกเขาในกรณีที่จำเป็น

เย่ จื้อหวิ๋น กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เธอเคยเห็นพฤติกรรมที่ไร้ยางอายของเนี้ยหลี่มาแล้ว ย้อนไปตอนเย่ ฮั่นได้มอบสร้อยข้อมือหยกเย็นแก่เธอ เนี้ยหลี่ก็ได้เอามันไปและได้มอบมันให้กันเธอในภายหลังแม้ว่าเธอจะไม่ต้องการสวมใส่มันก็ตาม

สายตาของเนี้ยหลี่ที่แสดงออกมา ทำให้ใบหน้าของเสี่ยวหนิงเอ๋อแดงเล็กน้อย เธอก้มหน้าลงและไม่พูดอะไร

"ไปกันเถอะ" เนี้ยหลี่กล่าวว่าขณะที่เขามองหาผลไม้วิญญาณต้นกำเนิดเพิ่ม ยังมีเวลาอยู่จนกว่าจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพจะเลือกลูกศิษย์ มันน่าจะเพียงพอ

"น้องชายเนี้ยหลี่, ตลอดการเดินทางที่มาที่นี้ เจ้าพยายามที่จะเป็นศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพงั้นหรือ? ด้วยความสามารถของน้องชายเนี้ยหลี่ แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้เป็นศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ เจ้าก็ยังคงมีอนาคตที่ไม่ธรรมดา." เซี่ยวหยู๋หัวเราะ

"ข้าไม่สนใจที่จะเป็นศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพหรอก แต่ข้าช่วยเพื่อนของข้าวางแผนสำหรับอนาคตและหาอาจารย์ให้กับพวกเขา การที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ จะต้องมีคนสนับสนุน อยู่ภายใต้ร่มไม้ของต้นไม้ขนาดใหญ่ มีอัจฉริยะมากมายมีจำนวนลดลง เนื่องจากไม่มีใครสนับสนุนพวกเขา." เนี้ยหลี่ตอบ

คำพูดของเนี้ยหลี่ทำให้เซี่ยวหยู๋หัวเราะโดยไม่ได้ตั้งใจ เนี้ยหลี่พาเพื่อนของเขาเพื่อคัดเลือกเป็นศิษย์ของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ เพียงแค่ต้องการผู้สนับสนุน?

"น้องชายเนี้ยหลี่, ทำไมเราไม่มาหารือเล็กๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้กันหน่อยล่ะ?" เซี่ยวหยู๋กล่าวเสียงดังขึ้น "ถ้าเจ้ามอบหนิงเอ๋อแก่ข้า ข้าจะสนันสนุนเจ้าเองดีไหม "

ได้ยินคำพูดเซี่ยวหยู๋ นัยน์ตาของเนี้ยหลี่ก็เป็นประกาย "หนิงเอ๋อไม่ได้เป็นสิ่งของที่มอบให้ใครได้ ถ้านางชอบเจ้า ข้าก็จะไม่ขัดขวาง แต่ถ้านางไม่ชอบเจ้าและเจ้าไม่สามารถให้คำแนะนำข้าได้ เรื่องนี้คงจบไม่สวย "

คิ้วเซี่ยวหยู๋กระตุกเล็กน้อยในขณะที่เขาหัวเราะ "ข้าแค่พูดเล่น."

เมื่อมองไปที่การแสดงออกของเซี่ยวหยู๋ เนี้ยหลี่ไม่สามารถบอกได้ว่าเซี่ยวหยู๋นั้นพูดเล่นหรือพูดจริง เนี้ยหลี่ก็ยังคงไม่สบอารมณ์อย่างมากต่อเซี่ยวหยู๋ เซี่ยวหยู๋ได้พยายามยั่วยุเขาหลายครั้ง ถ้ามันไม่มีช่องว่างระหว่างความต่างของพลัง เนี้ยหลี่จะเอาคืนเขาบ้างเป็นแน่

เซี่ยวหยู๋โบกมือและปิ่นหยกก็กลับมาหาเขา

ก่อนหน้านี้ เซี่ยวหยู๋ได้ใช้ปิ่นหยกนี้และส่งหอกอัสนีของชางหมิงปลิวมาแล้ว ฝีมือในการสร้างปิ่นหยกนี้ช่างประณีต มันโปร่งแสงและเปล่งประกายโดยไม่จำเป็นต้องส่งคลื่นพลังงานให้กับมัน แต่หากดูจากฝีมือของของคนสร้างแล้วปิ่นหยกนี้, เนี้ยหลี่รู้สึกว่าเขานั้นไม่ใช่คนธรรมดา ปิ่นหยกขนาดเล็กนี้และมีความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะที่ไม่มีที่สิ้นสุด

เนี้ยหลี่พึมพำกับตัวเองว่า "ผู้ชายที่ไหนใช้ปิ่นหยกเป็นอาวุธ"

เนี้ยหลี่มองที่นิ้วมือของเซี่ยวหยู๋ที่ใช้จับปิ่นหยก พวกมันมีความเรียวยาว นิ้วของเขามีสีขาวหยกดูเหมือนนิ้วมือของผู้หญิงที่ไม่เคยทำงานอะไรเลย ในชีวิตของเธอ

เนี้ยหลี่จ้องที่เซี่ยวหยู๋เป็นเวลานานและพ่นเสียงของทางจมูกในเชิงดูหมิ่น เซี่ยวหยู๋สวยมากเขาไม่ได้มีลักษณะเหมือนผู้ชายเลย

เนี้ยหลี่มองไปยังเซี่ยวหยู๋เป็นเวลานาน ทำให้เธอรู้สึก ตัวเขากระแอมและกล่าวว่า "ปิ่นหยกนี้เป็นของดูต่างหน้าของแม่ข้า".

เนี้ยหลี่ ยักไหล่และพูดว่า "แล้วเจ้าจะบอกข้าทำไมล่ะ ไม่ได้ถามอะไรซักหน่อย. "

"เจ้า... " เซี่ยวหยู๋ รู้สึกไม่พอใจในการแสดงออก และทุกๆ คำพูดของเนี้ยหลี่ อย่างไรก็ตามเขาใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ ในการจัดการกับอารมณ์ และหยุดหยุดคิดเกี่ยวกับเนี้ยหลี่

พวกเขาสามคนเดินทางกับเนี้ยหลี่ตามหาคนอื่นๆ และผลไม้วิญญาณต้นกำเนิด

ในขณะเดียวกันในบริเวณชั้นแรกของหอคอยมรณะเก้าชั้น หลู่เปียว ตูเซอ  ต้วนเจี้ยนและคนอื่นอีกสี่คนเดินทางไปด้วยกัน ในระหว่างการเดินพวกเขามีวิธีการในการหาคนอื่น ๆ และตอนนี้กำลังค้นหาเนี้ยหลี่ เย่ จื้อหวิ๋น  และเสี่ยวหนิงเอ๋อนอกเหนือจากนั้นยังมีผลไม้วิญญาณต้นกำเนิด

"ในที่สุดเราก็พบผลไม้วิญญาณต้นกำเนิด" หลู่เปียวร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลและมีสัญชาตญาณในการต่อสู้ เขาพ่นลมและกล่าวว่า "ถ้ามีไอ้โง่หน้าไหนกล้ามาแย่งผลไม้วิญญาณต้นกำเนิดจากพวกเรา เท่ากับมันรนหาที่ตาย"

ห่างไปไม่ไกลนักมีคนจำนวนหลายสิบคน นอนอยู่บนพื้นทำเป็นแกล้งตาย

คนเหล่านั้นตกอยู่ในความทุกข์ พวกเขาเป็นพวกแรกที่ได้พบกับผลไม้วิญญาณต้นกำเนิด  เมื่อหลู่เปียวเจอกับพวกเขาโดยบังเอิญ หลู่เปียวยืนกรานที่จะเอาของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงตอบโต้ท่าทีที่น่ารังเกียจ อย่างไรก็ตามหลู่เปียวได้เพียงแค่โกรธ เมื่อต้วนเจี้ยนจัดการ ซี่งหลู่เปียวนั้นได้ให้ต้วนเจี้ยนโจมตีพวกเขา


สัตว์ประหลาดชนิดไหนกันเจ้าคนมีปีกนั้น? ไม่ว่าพวกเขาจะโจมตีเท่าไหร่ก็ยากที่จะผ่านการป้องกันของเขา นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังน่ากลัวมากและกระดูกของพวกเขาเกือบหัก ถ้ามีคนยืนขึ้นเขาจะถูกตีกลับลงมา ทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องจนไม่มีใครกล้าที่จะลุกขึ้นอีกครั้ง
"ฮึ่ม! ฮึ่ม! ใครที่กล้าทำร้ายข้ามันคงไม่รู้ว่าข้ามีคนที่คอยช่วยเหลืออยู่? " หลู่เปียวพ่นลม อย่างไรก็ตามเมื่อเขามองไปที่มีจุดช้ำและบวมตามร่างกาย เขาก็รู้สึกหดหู่

ต้วนเจี้ยนได้ต่อสู้กับอีกฝ่าย แต่ไม่ได้มีรอยขีดข่วนเลยบนตัวของเขา หลู่เปียวมองไปยังร่างกายของต้วนเจี้ยนและกลับมามองที่ร่างกายของตัวเองแล้วถอนหายใจ เขาเปรียบเทียบตัวเองกับต้วนเจี้ยนเป็นที่น่าผิดหวังจริงๆ มันดูเหมือนว่าเขาต้องการฝึกฝนให้หนักขึ้นเพื่อเสริมสร้างร่างกายของเขา มิฉะนั้นถ้ามีการต่อสู้อีกผลออกมาเขาต้องจะต้องพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช อีกครั้ง

หลังจากที่ได้ผลไม้วิญญาณต้นกำเนิดมา, กลุ่มพวกเขายังคงค้นหาต่อไป

หลู่เปียวและกลุ่มของเขาต้องเดินทางไกล พวกเขาจึงลุกขึ้นพร้อมส่งเสียงพรึมพรำ

"คนเหล่านั้นมาจากที่ไหนกัน"

"นายน้อยพวกนี้มาจากตระกูลไหนกัน?"

"เราเพียงต้องการผลต้นกำเนิด ทำไมพวกเราต้องมาทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ด้วย? "ชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าช้ำและบวมกล่าว ในจิตใจของเขาเกิดความหดหู่ เขาถูกซัดซะอ่วมจนใบหน้าปูดบวม หมัดที่มากระแทกใบหน้าเขานั้นเหมือนกับพายุเฮอริเคน

กลุ่มคนพวกนี้อยู่ในสถานะภาพทุกข์ทรมาน กว่าแผลของพวกเขาจะหายก็ร่วมเดือน

หลู่เปียวและกลุ่ม ยังคงค้นหาร่องรอยของเนี้ยหลี่ และคนอื่นๆ เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าที่พวกเขาควรจะเดินไปในทิศทางใดสุดท้วยพวกเขาจบลงด้วยการเดินตรงๆและค่อยๆเดินเข้าไปในส่วนลึกของชั้นแรกของหอคอยมรณะ แม้ว่าชั้นแรกเป็นที่ค่อนข้างปลอดภัยแต่ก็ยังมีอันตรายที่ซ่อนอยู่อีกมากมาย
บางครั้ง, ก็พบโครงกระดูกโผล่ขึ้นมาจากบนพื้นดิน คนที่เสียชีวิตใน หอคอยมรณะนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีฝีมือ เมื่อเวลาผ่านไปนานซากศพเหล่านี้จะถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายแห่งความตายแล้วกลายเป็นอสูรที่น่ากลัว

ต้วนเจี้ยนได้ชักดาบออกมาและทำลายโครงกระดูกในระหว่างการเดินทาง คนอื่น ๆ ได้ผสานกับจิตอสูรของตนและเข้าต่อสู้

ขณะนี้เนี้ยหลี่และกลุ่มของเขาก็ยังเดินลึกเข้าไปในหอคอยมรณะ

ทันใดนั้นเนี้ยหลี่รู้สึกถึงรัศมีของพลังที่ถูกส่งออกมา เนื่องจากที่มาของแหล่งพลังนั้นอยู่ห่างออกไปไม่ไกล รัศมีเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับเซียน พวกเขาหลายสิบคนบินใกล้พื้นดินและอยู่ในชั้นแรก

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจึงมีผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนที่นี่มากขนาดนี้? " เนี้ยหลี่ถามในขณะที่เขาเหลือบมองไปที่เซี่ยวหยู๋

เซี่ยวหยู๋ขมวดคิ้ว มันเป็นค่องข้างแปลกที่จะมีผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนปรากฏในที่นั้น มันเป็นไปได้ว่าพวกเขาต้องการรวมตัวกันเพื่อค้นหาบางสิ่งบางอย่าง

"ไม่รู้สิ" เซี่ยวหยู๋ส่ายหัว

"ข้านึกว่าเจ้ารู้ทุกอย่าง งั้นก็มีบางเรื่องที่เจ้าไม่รู้ด้วยก็มี " เนี้ยหลี่ยิ้ม

เซี่ยวหยู๋พูดไม่ออกในชั่วขณะหนึ่ง

"เราควรลองไปดู พวกเจ้าอยู่ข้างหลังข้า ข้าจะรับประกันความปลอดภัยของพวกเจ้า! "เซี่ยวหยู๋กล่าวในขณะที่เขาแฉลบตัวต่ำไปทางด้านหน้า

เนี้ยหลี่ ครุ่นคิดในขณะที่เขาเหลือบมองไปที่ เย่ จื้อ หวิ๋น และเสี่ยวหนิงเอ๋อเขาพูดด้วยเสียงนุ่ม "เราจะทำตามเขาดู แต่อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าเชื่อในคำพูดของเขา หากสถานการณ์แลดูไม่ดี เราก็เผ่น. "
ได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ เย่ จื้อ หวิ๋น ไม่สามารถปิดปากของเธอได้ และหัวเราะออกมา เสี่ยวหนิงเอ๋อยังยิ้ม เนี้ยหลี่มักจะมีเหล่เหลี่ยม มีคนน้อยมากที่จะทำให้เขาพ่ายแพ้ได้

เนี้ยหลี่ เย่ จื้อ หวิ๋น และเสี่ยวหนิงเอ๋อเดินตามอยู่ข้างหลัง เซี่ยวหยู๋ก็ไม่มีทางเลือกที่จะชะลอตัวตามและย้ายกลับไปรวมกับพวกเขาสามคน

ระดับความลึกของหอคอยมรณะเก้าชั้น ชั้นแรก

เสียงคำรามน่ากลัวดังสะท้อนไปทั่วชั้นแรกของหอคอยมรณะ9ชั้น

*บั้มๆ..* * **บั้มๆ..* * **บั้มๆ..**

หลุมศพขนาดใหญ่ ผุดขึ้นจากพื้นดินพร้อมกับการพังทลายของโครงกระดูกนับไม่ถ้วน หลุมฝังศพสูงขึ้นอย่างช้า ๆ และสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ด้านบนสุดของหลุมฝังศพนั้นเต็มไปด้วยกองโครงกระดูกมนุษย์นับไม่ถ้วน ผนังเต็มไปด้วยรูปแบบการจารึกทุกรูปแบบรายละเอียดนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวและสยดสยอง

ปรากฏร่างขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือหลุมฝังศพอย่างเงียบๆ มันเป็นโครงกระดูกขนาดใหญ่ที่มีกระดูกที่แหลมคมเสียดแทงออกมาตามร่างกาย กระดูกสามารถจะเปลี่ยนเป็นปีกหรือเกราะเป็นบางครั้ง ปริมาณของพลังงานของอานุภาพอันไม่มีที่สิ้นสุดโคจรรอบสิ่งมีชีวิต

ผู้เชี่ยวชาญระดับเซียน 50-60 คน อยู่บนท้องฟ้าไกลออกไปใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความดีใจและความตื่นเต้น

"มันคือจิตเทพของเทพแห่งความตาย!"

เทพแห่งความตายเป็นเทพวิญญาณที่ครอบครองสัจธรรมแห่งความตาย อย่างไรก็ตามหลายล้านปีที่ผ่านมาเขาก็หายไป ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน บางคนบอกว่าเทพแห่งความตายถูกฆ่าตายในการต่อสู้กับจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ

แต่ก็เป็นเพียงข่าวลือ ในบรรดาสัจธรรมทั้งปวง สัจธรรมแห่งความตายเป็นรองเพียงอานุภาพแห่งมิติเวลาและอานุภาพแห่งใต้พิภพ ผู้ที่ครอบครองอานุภาพคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าเทพแห่งความตายได้ถูกทำลายจริงๆ

ไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะได้พบกับเศษส่วนของของร่างเทพแห่งความตาย ในสถานที่เช่นนี้!


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น